NAD+ Therapy โปรแกรมเติม Energy ฟื้นฟูสมอง เสริมผิวใส พร้อมลดความเสื่อมของร่างกาย

Reading Time: 4 minutes

ทำความรู้จัก NAD+ Therapy

NAD+ Therapy

NAD+ Therapy เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ได้รับความสนใจในวงการเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine) และการดูแลสุขภาพเชิง Wellness เพราะมีบทบาทในการฟื้นฟูร่างกายระดับเซลล์ ช่วยเพิ่มพลังงาน เสริมการทำงานของสมอง บำรุงผิวพรรณ และลดความเสี่ยงเกิดโรคบางกลุ่ม

บทความนี้ หมอจะช่วยไขข้อสงสัยว่า NAD+ Therapy คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ใครเหมาะจะทำ และควรเลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

สารบัญ NAD+ Therapy


NAD+ Therapy คืออะไร ?

NAD+ Therapy คือ การให้สาร NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) เข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำคล้ายกับการให้น้ำเกลือครับ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะ NAD+ มีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงานระดับเซลล์ ช่วยซ่อมแซม DNA เสริมระบบประสาท สมอง และชะลอกระบวนการเสื่อมตามวัย


NAD+ คืออะไร ? สำคัญอย่างไร ?

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ NAD+ ว่าคืออะไร มีบทบาทสำคัญอย่างไร ? จะช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับ NAD+ Therapy เพิ่มมากขึ้นครับ

NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) คือ โคเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่พบได้ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยทำงานร่วมกับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น Sirtuins และ Mitochondria เพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปตามปกติ เช่น การฟื้นฟูเซลล์ การให้พลังงาน และการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ซึ่ง NAD+ มีบทบาทสำคัญ ดังนี้

ความสำคัญของ NAD+
ความสำคัญของ NAD+
  • ปกป้องระบบประสาท (Neuroprotection) : NAD⁺ ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ ที่ซ่อมแซมเซลล์ประสาท และลดการอักเสบในสมอง ซึ่งระดับ NAD⁺ ที่เพียงพออาจช่วยลดความเสี่ยงโรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน
  • ปกป้องหัวใจ (Cardioprotection) : NAD⁺ สนับสนุนการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ และลดการอักเสบของหลอดเลือด ช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญพลังงานในหัวใจ ซึ่งมีผลต่อการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ซ่อมแซมดีเอ็นเอ (DNA Repair) : NAD⁺ เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ ที่ตรวจจับความเสียหายของ DNA และกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม ช่วยลดโอกาสกลายพันธุ์ของเซลล์และชะลอการเสื่อมสภาพ
  • เร่งการสมานแผล (Promoting Wound Healing) : การฟื้นฟูเนื้อเยื่อต้องการพลังงานครับ NAD⁺ ให้พลังงานแก่เซลล์ภูมิคุ้มกันและเซลล์ผิวในการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ
  • ควบคุมการอักเสบ (Regulates Inflammation) : ระดับ NAD⁺ ที่เพียงพอช่วยกระตุ้น Sirtuins ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นต้นเหตุของหลายโรคเรื้อรัง
  • ป้องกันมะเร็งและความชรา (Protect Against Cancer and Aging) : NAD⁺ มีส่วนช่วยควบคุมวงจรชีวิตเซลล์ (Cell Cycle) และกระบวนการ Apoptosis (การตายของเซลล์ที่ผิดปกติ) ลดความเสี่ยงของการเกิดเซลล์มะเร็ง และชะลอกระบวนการเสื่อมของเซลล์
  • ปกป้องเทโลเมียร์ (Telomeres Protect) : NAD+ ช่วยคงสภาพของเทโลเมียร์ (ส่วนปลายของ DNA) ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องรหัสพันธุกรรมของเราไม่ให้ถูกทำลายก่อนวัย เมื่ออายุของเราเพิ่มขึ้น เทโลเมียร์จะหดสั้นลงเรื่อย ๆ ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยง่าย และยังเสี่ยงเกิดโรคเกี่ยวกับความเสื่อม เช่น โรคมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจ และอัลไซเมอร์
  • สนับสนุนการทำงานของไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial Function Support) : ไมโตคอนเดรียเป็นแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ NAD⁺ เป็นตัวช่วยให้ไมโตคอนเดรียฟื้นตัวเมื่อถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
  • เพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) : การเพิ่มระดับ NAD⁺ ช่วยปรับปรุงการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำตาลในร่างกาย ลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน และลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • เพิ่มพลังงาน (Boosts Energy) : NAD⁺ เกี่ยวข้องกับกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงานครับ การเพิ่ม NAD⁺ ให้ร่างกายจะช่วยให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระฉับกระเฉง และลดความเหนื่อยล้าได้

โดยปกติร่างกายสามารถผลิต NAD+ ได้เองครับ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับ NAD+ จะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้กระบวนการสำคัญที่ต้องใช้ NAD+ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งสัมพันธ์กับการเสื่อมของเซลล์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคทางระบบประสาท


เพิ่มปริมาณ NAD+ ได้อย่างไร ?

พฤติกรรมและอาหารสามารถส่งผลต่อปริมาณ NAD+ ในร่างกายของเราได้ครับ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น หมอสรุปเป็นตารางว่าปัจจัยใดบ้าง ที่ทำให้ปริมาณ NAD+ ลดลง หรือเพิ่มขึ้น ดังนี้

ปัจจัยที่ทำให้ปริมาณ NAD+ ลดลง ปัจจัยที่ทำให้ปริมาณ NAD+ เพิ่มขึ้น
อายุที่เพิ่มมากขึ้น อาหารที่มีวิตามินบี 3 และสารตั้งต้นของ NAD+ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เนื้อสัตว์ไร้มัน ไข่ไก่ ถั่วและเมล็ดธัญพืช ผักโขม คะน้า และเห็ดหอม
รังสี UV ออกกำลังกายสม่ำเสมอในระดับที่เหมาะสม
ร่างกายได้รับสารพิษ หรือเกิดการอักเสบ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ติดเชื้อ และป่วย การนอนอย่างมีคุณภาพ
พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ออกกำลังกายหนักเกินไป และการพักผ่อนไม่เพียงพอ การทำ IF (Intermittent Fasting)
บริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูงและแป้งขัดสี ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานมากขึ้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีส่วนประกอบสารตั้งต้นของ NAD+ ได้แก่ Nicotinic Acid (Niacin), Nicotinamide, Nicotinamide Riboside, และ Nicotinamide Mononucleotide
NAD+ Therapy

NAD+ Therapy ช่วยอะไร ?

NAD+ Therapy ช่วยเพิ่มปริมาณ NAD+ ในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อฟื้นฟูและบำรุงร่างกายในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • ฟื้นฟูระบบประสาทและสมอง ลดอาการหลง ๆ ลืม ๆ อาการสมองล้า และกระตุ้นความจำ
  • ฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ตามปกติ ลดการสะสมพลังงานส่วนเกิน
  • เพิ่มพลังงานให้เซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ฟื้นฟูระบบต่าง ๆ จากอาการป่วย หรือสารเสพติด เช่น การติดเชื้อโควิด บุหรี่ และแอลกอฮอล์
  • ช่วยให้สมองทำงานได้ดี ปลอดโปร่ง ลดความเครียด ความวิตกกังวล หรืออารมณ์แปรปรวน
  • กระตุ้นการซ่อมแซม DNA ที่ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้สุขภาพร่างกายและผิวพรรณดี
  • ช่วยปรับสมดุลของ Biological Clock ให้ระบบในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ
  • ลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับความชรา เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และอัลไซเมอร์

NAD+ Therapy เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายจากอาการป่วย ติดเชื้อ
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก
  • ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน มีอาการอ่อนล้า และความเครียด
  • ผู้ที่ต้องการชะลอวัย ให้ร่างกายและผิวแข็งแรง

NAD+ Therapy มีส่วนผสมอะไรบ้าง ?

ส่วนผสมของ NAD+ Therapy แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลที่รับบริการครับ โดยทั่วไปจะเน้นที่ NAD+ และสารอาหารกลุ่ม Vitamin B เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

NAD+

อนุพันธ์ของวิตามินบี 3 ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ในกระบวนการสร้างพลังงาน ซ่อมแซม DNA และควบคุมกระบวนการชะลอวัยในระดับเซลล์

Vitamin B Complex (B1–B12)

วิตามินกลุ่มนี้ทำงานร่วมกันในการสนับสนุนกระบวนการทางชีวเคมีของร่างกาย โดยเฉพาะการสร้างพลังงาน การสังเคราะห์โปรตีน และการทำงานของระบบประสาท

  • B1 (Thiamine) : สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท และกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
  • B2 (Riboflavin) : ต้านอนุมูลอิสระและช่วยให้เซลล์ผลิตพลังงาน
  • B3 (Niacin) : ช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจ และการไหลเวียนโลหิต
  • B5 (Pantothenic Acid) : ช่วยในการสร้างฮอร์โมนและการเผาผลาญไขมัน
  • B6 (Pyridoxine) : สนับสนุนระบบประสาท และภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง
  • B7 (Biotin) : จำเป็นต่อสุขภาพของผิว ผม และเล็บ
  • B9 (Folate) : สำคัญต่อการสร้างเซลล์ใหม่และการพัฒนาเซลล์
  • B12 (Cobalamin) : บำรุงระบบประสาท สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยลดภาวะโลหิตจาง
วิตามิน B สำคัญอย่างไร
ความสำคัญของวิตามิน B

ทำ NAD+ Therapy กี่ครั้งเห็นผล ควรทำบ่อยแค่ไหน ?

การทำ NAD+ Therapy เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำครับ โดยทั่วไปนิยมซื้อเป็นคอร์ส 3 หรือ 5 ครั้ง เพื่อให้รับบริการได้ต่อเนื่อง สามารถทำซ้ำได้ทุก 1 เดือน หรือตามประเมินของแพทย์


ขั้นตอนการทำ NAD+ Therapy เป็นอย่างไร ?

ขั้นตอนการทำ NAD+ Therapy ใกล้เคียงกับการดริปวิตามิน (IV Drip) เพื่อฟื้นฟูสุขภาพร่างกายครับ รายละเอียดอาจแตกต่างกันออกไปตามคลินิกที่รับบริการ เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น หมอสรุปเป็น 3 ส่วน ดังนี้

ขั้นตอนการประเมินร่างกาย

หากสนใจทำ NAD+ Therapy คนไข้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอครับ โดยทั่วไปจะเป็นการซักประวัติ เช่น โรคประจำตัว ยาและวิตามินที่กินเป็นประจำ รวมถึงอาจมีการเจาะเลือด ดู NAD Level ในร่างกายร่วมด้วย เพื่อให้แพทย์สามารถปรับสูตรที่เหมาะสมกับคนไข้

ขั้นตอนการทำ NAD+ Therapy

ขั้นตอนการทำ NAD+ Therapy จะเริ่มจากการเปิดเส้นบริเวณข้อพับแขนคล้ายกับการให้น้ำเกลือ โดยแพทย์หรือพยาบาลจะนำสาร NAD+ เข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำ ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง

ระหว่างทำ คนไข้สามารถพักผ่อนในท่าที่สบาย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้นครับ

การติดตามผลลัพธ์หลังทำ NAD+ Therapy

โดยทั่วไปจะนิยมทำ NAD+ Therapy ต่อเนื่องทุก 1 เดือน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ ซึ่งอาจมีการติดตามระดับ NAD Level ในร่างกายของคนไข้ร่วมด้วย


NAD+ Therapy ราคาเท่าไหร่ ?

โปรแกรม NAD+ Therapy ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,000-15,000.- ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล โปรโมชัน และสูตรของแต่ละแห่ง


ทำ NAD+ Therapy ที่ไหนดี ?

หลักการเลือกคลินิกทำ NAD+ Therapy ก็เหมือนกับการเลือกคลินิกทำดริปวิตามินสูตรอื่น ๆ ครับ ควรเลือกคลินิกความงามที่เปิดถูกกฎหมาย มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก ใช้ตัวยาที่ไม่มีส่วนผสมอันตราย และควรทำหัตถการกับแพทย์ หรือพยาบาลที่มีความชำนาญในการดริปวิตามิน

ทำ NAD+ Therapy ที่ไหนดี
หลักการพิจารณาคลินิกความงามที่น่าเชื่อถือ

หากทางคลินิกความงามมีบริการประเมินร่างกายกับแพทย์โดยตรงก่อน ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ว่าจะได้สูตรดริปวิตามินที่เหมาะสม และตรงกับความต้องการครับ


สรุป NAD+ Therapy เป็นทางเลือกในการชะลอวัยที่ดีที่สุดไหม ?

NAD+ Therapy เป็นหนึ่งในตัวช่วยชะลอวัย และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงเกิดโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งก็เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง มีความเหนื่อยล้าจากงาน หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายแบบเร่งด่วน

สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับ NAD+ Therapy หรือไม่ หรือต้องการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายด้วยการดริปวิตามินเสริมสุขภาพ สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์โดยตรง ที่ V Square Wellness Center ศูนย์ให้คำปรึกษาดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเน้นการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง ลดความเสี่ยง และป้องกันก่อนเกิดโรค

NAD+ Therapy ที่ไหนดี
ดริปวิตามินที่ V Square Wellness Center ดีอย่างไร ?

อ้างอิง

  • Fang, J., Chen, W., Hou, P. et al. NAD+ metabolism-based immunoregulation and therapeutic potential. Cell Biosci 13, 81 (2023). https://doi.org/10.1186/s13578-023-01031-5
  • Levine DC, Hong H, Weidemann BJ, Ramsey KM, Affinati AH, Schmidt MS, Cedernaes J, Omura C, Braun R, Lee C, Brenner C, Peek CB, Bass J. NAD+ Controls Circadian Reprogramming through PER2 Nuclear Translocation to Counter Aging. Mol Cell. 2020 Jun 4;78(5):835-849.e7. doi: 10.1016/j.molcel.2020.04.010. Epub 2020 May 4. PMID: 32369735; PMCID: PMC7275919.
  • McReynolds MR, Chellappa K, Baur JA. Age-related NAD+ decline. Exp Gerontol. 2020 Feb 22;134:110888. doi: 10.1016/j.exger.2020.110888. Epub ahead of print. PMID: 32097708; PMCID: PMC7442590.

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [อัปเดต 2026]

Reading Time: 5 minutesเมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง ?

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ? เลือกฉีดมาเด้ ที่ไหนดี ? เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการและปลอดภัยสูงสุดครับ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutesเมโส Depigment เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใสจากยุโรป ที่ผ่านการรับรองจากอย. มีจุดเด่นในการช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เหมาะกับปัญหาผิวของคนไทยที่ต้องเจอแดดอยู่ตลอดเวลา หลังฉีดผิวกระจ่างใสขึ้น และเนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใสจะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้เร็วกว่าการทาครีมทั่วไป หลายคนจึงนิยมฉีดอย่างต่อเนื่องแทนการทาครีม เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อ มีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามส่วนผสม สำหรับบทความนี้หมอจะเจาะลึกเรื่องเมโส Depigment ว่ามีการทำงานอย่างไร ทำไมถึงช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ และแตกต่างจากเมโสหน้าใสยี่ห้ออื่นอย่างไร

เมโส Tensonez คืออะไร ดีอย่างไร ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยอะไรได้...

Reading Time: 3 minutesเมโส Tensonez เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใส ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงผิว ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ บนใบหน้าได้ สำหรับเมโส Tensonez มีจุดเด่นที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นคือเรื่องการลดปัญหาฝ้า กระ บนใบหน้า ทำให้หน้าขาวใส ในบทความนี้หมอจะมาลงรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส รวมถึงวิธีตรวจเช็กเมโสของแท้ ว่าต้องดูอย่างไร ราคาเท่าไหร่ เลือกฉีดอย่างไรจึงปลอดภัย

ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ? ผลข้างเคียงทั่วไปมีอะไรบ้าง...

Reading Time: 3 minutesหลังฉีดเมโสหน้าใส คนไข้อาจสังเกตเห็นรอยนูนเล็ก ๆ และสงสัยว่า ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ทำอย่างไรให้หายเร็ว ๆ ? โดยทั่วไป สามารถยุบได้ใน 1-3 ชั่วโมงหลังทำ หรือไม่เกิน 1-3 วัน ในรายที่ผิวบอบบาง เพื่อคลายความกังวลใจ บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์อาการบวมหลังฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ และผลข้างเคียงที่ควรให้แพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมครับ

filorga ใต้ตาคืออะไร ? อันตรายไหม ? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอ...

Reading Time: 3 minutesFilorga ใต้ตา VS ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกวิธีไหนดี ? แก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหล ขอบตาดำ หรือมีถุงใต้ตา สองหัตถการนี้แตกต่างกันอย่างไร ? แก้ไขปัญหาใต้ตาได้เหมือนกันหรือไม่ ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและสอบถามหมอเข้ามาครับ เพื่อให้สามารถเลือกหัตถการที่เหมาะสม ผลลัพธ์ชัดเจน แก้ปัญหาได้ตรงจุด มาดูความแตกต่างของสองหัตถการนี้ก่อนตัดสินใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า