9 ข้อ ที่ต้องระวัง ! และควรรู้ในการทำ Hifu | โดยทีมแพทย์ V Square Clinic



ตอนนี้ใครๆ ก็อยากทำ Hifu (ไฮฟู) เพราะเป็นการยกกระชับหน้าที่ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด เป็นคลื่นเสียงที่มีความปลอดภัยสูง ไม่มีอันตรายต่อผิว แต่เนื่องจากการทำ Hifu ราคาค่อนข้างสูงจึงแนะนำให้ศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจ ว่าจะได้ผลในแบบที่เราต้องการจริงหรือไม่ ได้ผลตามที่โฆษณาจริงไหม ควรเลือกทำที่คลินิกไหนดี และต้องเลือกใช้เครื่องยี่ห้อไหนจึงจะได้ผลคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย เพราะถ้าลองถามเพื่อนที่เคยทำ Hifu บางคนรู้สึกว่าทำแล้วไม่ได้ผล หรือไม่ได้ผลมากตามที่หวังไว้ก็มี เพราะไม่ได้ศึกษาข้อมูลก่อนทำ

เลือกอ่าน

1. Hifu คืออะไร อันตรายกับผิวไหม ?

2. อายุไม่ถึง 25 ปีทำ Hifu จะมีผลเสียอย่างไร ?

3. ควรเลือกทำ Hifu ที่ไหนดี คลินิกไหนดี ระวังการโฆษณา Hifu ที่เกินจริง ของคลินิกต่าง ๆ

4. Hifu เห็นผลทันที จริงไหม ?

5. Hifu ทั่วทั้งตัว ได้ผลทุกส่วนจริงหรือไม่ ?

6. Ulthera vs Ultra-Hifu vs Hifu บุฟเฟ่ ที่ราคาถูกมากๆ

7. สรุป ข้อดี-ข้อเสียของการทำ Ultra HIFU

8. หัตถการที่ไม่สามารถทำร่วมกับ Hifu มีอะไรบ้าง

9. วิธีการดูแลตัวเองก่อน-หลัง การทำ Hifu


1. Hifu คืออะไร อันตรายกับผิวไหม ?

Hifu คือนวัตกรรมความงามรูปแบบใหม่ที่ให้ผลทางด้านลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และเพิ่มความกระชับให้กับบริเวณผิวหน้าและร่างกาย Ultra Hifu มีหลักการทำงานโดยใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่พัฒนามาจากการอัลตร้าซาวด์ดูครรภ์ทางการแพทย์ ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อทำให้ผิวชั้นนั้นหดตัวเสมือนกับการเย็บที่เนื้อ ซึ่งเป็นการดึงหน้า ที่ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและอ่อนเยาว์มากขึ้น จึงมีความปลอดภัยสูงและไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณชั้นนอก (เพราะไม่ใช่ laser และไม่ใช่คลื่นแสง) อีกทั้งคลื่นเสียงนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา จึงสามารถช่วยเน้นที่บริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง

การทำ Hifu หลักการคล้าย ultrasound

Hifuเป็นคลื่นเสียงที่มีความปลอดภัยสูง เป็นคลื่นลักษณะเดียวกับการตรวจครรภ์


2. อายุไม่ถึง 25 ปีทำ Hifu จะมีผลเสียอย่างไร ?

เมื่ออายุเกิน 20 ปีใบหน้าทุกคน 90% จะเริ่มหย่อนลง elastin เริ่มยืดออก ทำให้เริ่มมีร่องใต้ตา ร่องแก้ม และถ้าปล่อยให้ยืดออกเรื่อยๆ ผิวหน้าจะเริ่มหย่อนลงแบบทวีคูณ (เปรียบเทียบคล้ายๆการที่เราต้องใส่ยกทรงเพื่อไม่ให้หน้าอกหย่อน ก็ควรเริ่มใส่ตั้งแต่วัยรุ่น) เราควรทำให้ใบหน้าของเรากระชับอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่อายุน้อยๆ

ในคนที่เริ่มทำ Ultra Hifu ตั้งแต่อายุน้อย จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดร่องใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ซึ่งถ้ามีร่องพวกนี้เกิดขึ้น จะทำให้ดูโทรม ดูแก่ และมีอายุครับ โดยอายุ 20 กว่าๆ ก็สามารถเริ่มทำได้แล้วครับ

อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด รวมถึงการยกกระชับใบหน้าหรือยกแนวคิ้วให้ขึ้น และผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย ลดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ลดเหนียงใต้คางหรือลดคางสองชั้น

ผิวหน้าทุกคนจะเริ่มหย่อนลงตามอายุจากทั้งการยุบของกระดูกและเนื้อ หากปล่อยไว้ไม่ทำให้กระชับก็จะหย่อนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ


3. ควรเลือกทำ Hifu ที่ไหนดี คลินิกไหนดี ระวังการโฆษณา Hifu ที่เกินจริง ของคลินิกต่าง ๆ

เรามักจะเห็นจากโฆษณาหลายๆที่ว่า การทำ Hifu/Ulthera เห็นผลทันทีและไม่เจ็บ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย การทำ Hifu ที่ได้ประสิทธิภาพนั่น ขณะทำต้องมีความรู้สึกปวดๆตึงๆบริเวณใต้ชั้นผิวแสดงถึงการยิงคลื่นเสียงเข้าถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ(SMAS) เพื่อความยกกระชับ และผลการทำ Ultra Hifu จะอยู่ได้ 5-6 เดือนเท่านั้น และสามารถมีระยะเวลาถึง 1 ปี แต่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม Hifu/Ulthera จึงมักมีฉายาว่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งสวย

ที่บางคลินิกโฆษณาว่าไม่เจ็บ จะเป็นเพราะเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการปรับพลังงานที่ไม่สูงผล ผลที่ได้จะน้อยลง และระยะเวลาอยู่ได้สั้นลงครับ

บางคลินิก พนักงานเซลล์เมื่อเจอเคสที่ใต้ตาหรือร่องแก้มลึกๆ ก็ยังแนะนำ Hifu / Ulthera ว่าสามารถแก้ไขร่องพวกนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะราคาแพงกว่าฟิลเลอร์ได้ค่าคอมมิชชั่นเยอะกว่า ซึ่งในความจริงแล้ว ถ้าร่องลึกมากๆควรทำฟิลเลอร์ จะเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุด เห็นผลชัดเจนทันทีและประหยัดเงินมากกว่าครับ

ในทางทฤษฎี Textbook แนะนำให้ทำ Hifu ก่อนการทำฟิลเลอร์แต่ในทางปฎิบัติ การจ่ายเงิน 2-3 หมื่นบาท เพื่อทำ Hifu ก่อน และได้ผลการรักษา แค่ 10-20% จากที่วางแผนไว้ คนไข้รับไม่ได้ครับ (คือจ่ายแพงแต่ได้ผลน้อย) คนไข้ส่วนใหญ่พอใจกับการทำ ฟิลเลอร์ใต้ตา หรือ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ก่อน เพราะได้ผลก่อน 80-90% ในจำนวนเงินที่จ่าย 2-3 หมื่นบาท เท่ากัน แล้วถ้ามีงบเหลือ ค่อยแนะนำให้ทำ Hifu เพื่อเก็บรายละเอียดครับ

Hifu สามารถใช้เก็บรายละเอียดในเคสที่เติมฟิลเลอร์แล้วได้ครับ ถ้าฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องในชั้นเยื่อหุ้มกระดูกและหมอมีความชำนาญในการยิง Hifu ก็จะไม่ทำให้ฟิลเลอร์ละลายครับ

แต่ในเคสที่กลัวการฉีด ก็สามารถเริ่มต้นด้วยการทำ Ultra Hifu / Ulthera ได้ครับ เมื่อทำต่อเนื่อง ก็สามารถได้ผลใกล้เคียงฟิลเลอร์แต่ต้องทำหลายครั้ง และใช้งบประมาณสูงครับ

ควรเลือกทำ Hifu ที่ไหนดี คลินิกไหนดี มีปัจจัยที่ต้องพิจารณาตามลำดับความสำคัญดังนี้

1. ยี่ห้อเครื่องHifu(สำคัญที่สุด) การทำ Hifu จะได้ผลดีเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและอยู่ได้นานนั้น ขึ้นกับคุณภาพของเครื่องที่ใช้เป็นหลักนะครับ

ข้อเสียของเครื่องเกรดต่ำ

  • พลังงานจะไม่คงที่บาง shot แรงมาก บาง shot เบามาก หมอจึงไม่กล้าใช้พลังงานสูงเพราะ shot ที่แรงเกินไปอาจจะทำให้ผิวไหม้หน้าบวมและอาจโดนเส้นประสาทและทำให้หน้าเบี้ยวได้ การที่หมอใช้พลังงานต่ำลงทำให้ยิงแล้วไม่เจ็บ อาจเห็นผลบ้างแต่ก็จะอยู่ได้ไม่นาน
  • จุดของพลังงานจะไม่ focus บางจุดร้อนตรงกลาง บางจุดไม่ร้อน ไม่มีความสม่ำเสมอ ทำให้เห็นผลน้อยลง
  • รอบประมวลผลในการปล่อยพลังงานต่ำใช้เวลาในการยิงนานขึ้น จะเจ็บมากขึ้นโดยที่ได้ผลเท่าเดิม
  • ใน 1 หัวยิง สมมุติว่ามี 20,000 shot shot ที่ยิงออกมาแรกๆ จะพลังงานสูง shot ท้ายๆพลังงานจะต่ำลงทำให้ได้ผลน้อยลง

2. ราคา จะเห็นว่าแต่ละคลินิกมีการตั้งราคา Hifu แตกต่างกัน ก็ต้องย้อนกลับไปดูยี่ห้อเครื่องที่ใช้ครับว่าเป็นเกรดไหน โดยเฉพาะกรณีไม่จำกัด shot ก็ต้องถามรายละเอียดเงื่อนไขให้ดี เพราะอย่างที่อธิบายไปแล้วว่าเครื่องเกรดดีๆ ย่อมมีต้นทุนหัวยิงและต้องเปลี่ยนหัวเมื่อ shot หมด การทำ hifu บุฟเฟ่ อาจโดนจำกัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้

  • จะอ้างว่าหมอจะเป็นผู้พิจารณาเท่านั้นว่าควรใช้กี่ shot คนไข้ไม่มีสิทธิ์เลือก
  • หมออาจจะเกี่ยงว่าถ้ายิงเยอะกว่านี้หน้าจะบวม ผิวจะไหม้ แก้มจะตอบ หรืออาจจะบอกว่ายิงให้แค่เห็นการเปลี่ยนแปลง
  • การนับ shot hifu จะยิงออกมา shot ละประมาณ 15-25 จุด ซึ่งบางคลินิกจะนับ 1 จุด = 1 shot อันนี้ก็ควรระวังครับ

3. แพทย์ผู้ทำ ข้อนี้มีผลไม่มากครับ เพราะการทำ hifu มีรูปแบบการยิงที่ชัดเจน ถึงแม้จะมีเทคนิคพิเศษบ้างในบางจุดเช่น ถุงใต้ตา แก้หนังตาตก ยกมุมปาก แต่ก็เป็นเทคนิคที่ไม่ซับซ้อนเท่าการทำ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหมครับ

4. การดูแลหลังการรักษา ข้อนี้ก็สำคัญเพราะเคสส่วนมากที่ผิดหวังกับการทำ hifu เกิดจากการคาดหวังผลที่เกินจริง อาจจะเป็นเพราะคำโฆษณาจากเซลล์ หรือรูปภาพที่ผ่านการตัดต่อ ซึ่งทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนทำ ถามให้ชัดเจนว่าจะได้ผลประมาณไหน เพราะหมอทุกคนย่อมมีจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ แต่บางคลินิกไม่มีการเปิดโอกาสให้คนไข้ปรึกษาหมอ ให้คุยกับเซลล์เสร็จก็เข้าห้องทำเลย หมอก็ไม่มีโอกาสอธิบายคนไข้ จึงเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเกิดความผิดหวังในผลการรักษาตามมา ซึ่งในกรณีนี้ หากเป็นคลินิกที่มีความรับผิดชอบ ย่อมสามารถแก้ไขให้คนไข้พึงพอใจได้ โดยสามารถดูได้จาก รีวิวตามสื่อต่างๆที่เป็นกลางครับ

สำหรับท่านที่สนใจสามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ ที่ V Square Clinic ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายทั้ง 10 สาขา


4. Hifu เห็นผลทันที จริงไหม ?

หลังทำจะเห็นผลทันทีประมาณ 20% ชั้นผิวจะหดจากความร้อนที่ Focus ลงใต้ผิว 60°C-70°C โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนร้อน ไม่ทำให้ผิวไหม้ หลักการคล้ายกับเนื้อที่เราวางลงบนกระทะร้อนๆ เนื้อจะหด

ผลการทำ Ultra Hifu จะเห็นผลเต็มที่ในระยะ 2-3 เดือน โดยทั่วไปจะอยู่ได้ 5-6 เดือนและสามารถ มีระยะเวลาถึง 1 ปีขึ้นอยู่กับคนไข้สามารถทนเจ็บได้หรือไม่

รีวิวลดเหนียงด้วย Hifu

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาไขมันใต้คางด้วยเครื่อง ultraformer III (Macrofocus Hifu)

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา Hifu ถุงใต้ตา ร่องแก้มลึก ด้วยเครื่อง ultraformer III


5. Hifu ทั่วทั้งตัว ได้ผลทุกส่วนจริงหรือไม่ ?

สามารถยิงได้ทุกบริเวณที่เราต้องการให้กระชับขึ้นครับ โดยจะมีหัวที่ยิงหลากหลายตามระดับความลึกของผิวในบริเวณนั้นๆ
จุดที่ยิงแล้วเห็นผลชัดเจนแยกเป็น 2 ส่วนได้แก่

ใบหน้า – เหนียง คอ ร่องมุมปาก ร่องแก้ม พวงแก้ม ใต้ตา หน้าผาก เปลือกตาบน และกรอบหน้า
ร่างกาย – ต้นแขน ต้นขา เอว หน้าท้อง และสะโพก


6. Ulthera vs Ultra-Hifu vs Hifuบุฟเฟ่ ที่ราคาถูกมากๆ

Ulthera เป็นเครื่อง Original ซึ่งพลังงานจะสูงกว่า Ultra Hifu 2 เท่าครับ ทำให้อยู่ได้นานกว่า 2 เท่าครับ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บ 2 เท่าเช่นกัน ถ้ายิง Ulthera แล้วไม่เจ็บ เป็นได้ 2 กรณี

คือหมอใช้พลังงานต่ำลง หรือใช้การฉีดยาชา(ยาชาเป็นน้ำซึ่งมีความหนาแน่นต่างจากชั้นผิว จึงทำให้ความแม่นยำในการยิงลดลง) ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ก็จะทำให้ผลจากการทำคลื่นเสียง Ulthera ได้ผลน้อยกว่าปกติครับ (no pain no gain)

อีกจุดเด่นนึงของเครื่อง Ulthera คือ จะมีหน้าจอเพื่อระบุความลึกของการยิง เพื่อให้ยิงพลังงานลงในชั้น SMAS ได้แม่นยำมากขึ้น

แต่ในทางปฎิบัติแล้ว แพทย์ที่ใช้เครื่อง Ulthera จะต้องละสายตามามองหน้าจอในทุก Shot ที่จะยิง และต้องปรับความลึกโดยการกดมือ Shot ต่อ Shot ซึ่งจะใช้เวลาต่อ  Shot ประมาณ 5-6 วินาที เพื่อให้ได้ผลตามทฤษฎี ซึ่งในความจริง แพทย์ส่วนน้อยที่จะยอมเสียเวลามองจอในทุก Shot ที่จะยิง 600-1000 Shot โดยที่ต้องใช้เวลา 60-90 นาที/เคส (ทั้งทรมานสายตา และเมื่อยมาก ๆ ครับ)

แพทย์ส่วนมากที่ชำนาญแล้ว จะไม่มองหน้าจอ หรือมองหน้าจอแค่บางจุด และอาศัยความชำนาญในการยิง ก็จะลดเวลาในการทำลงได้เหลือ 40-60 นาที/เคส

ซึ่งถ้าแพทย์ทำ Ulthera โดยไม่มองหน้าจอแล้ว ก็แทบจะไม่แตกต่างจากการทำ Ultra Hifu ครับ

ซึ่งถ้าเทียบความคุ้มค่า แล้ว Ultra Hifu จะคุ้มค่าคุ้มราคากว่าครับ เมื่อเทียบ Shot ต่อ Shot

Hifu บุฟเฟ่

ทำไมถึงราคาแตกต่างกันมาก บางที่ถูกมาก บางที่แพงมาก ในปัจจุบันจะเห็นโปรโมชั่น hifu แบบถูกมากๆตามสื่อต่างๆ เช่น 3,999 บาทไม่จำกัด shot แต่ข้อเท็จจริงคือหัวที่ยิง hifu นั้นมีต้นทุนราคาตามจำนวน shot ที่ใช้(เช่นเมื่อยิงครบ 20,000 shot ก็ต้องทิ้งแล้วซื้อหัวใหม่) จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ราคาถูกๆแล้วจะได้หัวยิงที่คุณภาพดีๆ การที่ราคาต่ำมากๆนั่นหมายถึง เกรดของเครื่องที่ด้อยลงตามราคาและหัวยิงที่พลังงานไม่คงที่ จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมหลายๆคนไปทำ hifu มาแล้วไม่เห็นผลหรือเกิดผลข้างเคียงหรืออยู่ได้ไม่นาน และเครื่อง hifu ก็มีหลายเกรดไล่ตามลำดับ ยี่ห้อที่ดีที่สุดคือ Ulthera รองลงมาคือ Ultraformer3 (Ultraformerเป็น Hifu ที่ดีที่สุดรองจาก ulthera เนื่องจาก พลังงานเป็น macrofocus และมีรอบพลังงานไวที่สุดจึงเจ็บน้อยลง ใช้พลังงานได้สูง และหัวยิงให้พลังงานคงที่), exilis, smazlift, ... ไปจนถึง hifu เกรดต่ำลงไปอีกหลายยี่ห้อ ดังนั้นจึงควรจะหาข้อมูลก่อนทำว่าโปรโมชั่นนั้นๆของคลินิกใช้เครื่องยี่ห้ออะไร คุณภาพดีไหม ที่บอกว่าไม่จำกัด shot มีเงื่อนไขอย่างไร เพื่อให้ได้ผลคุ้มค่าตามราคาที่จ่าย และไม่ผิดหวัง

ราคา Ulthera

  • 300 Shot = 40,000 บาท
  • 500 Shot = 70,000 บาท
  • 1,000 Shot = 120,000 บาท

ราคา Ultra Hifu (Ultraformer III)

  • 300 Shot = 9,900 บาท
  • 600 Shot = 18,000 บาท
  • 1,000 Shot = 25,000 บาท

ราคา Hifu buffet เครื่องยี่ห้ออื่นๆที่เกรดรองลงไป ควรสอบถามยี่ห้อเครื่อง ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยี่ห้อเครื่อง และศึกษาเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำ

  • ไม่จำกัด Shot 15,999 บาท
  • ไม่จำกัด Shot 9,900 บาท
  • ไม่จำกัด Shot 3,999 บาท

Ultraformer III เป็นเครื่อง Hifu ที่ดีที่สุดรองจาก ulthera เนื่องจาก เป็นระบบ macrofocus รอบพลังงานไวที่สุดเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ทำให้เจ็บน้อยลง สามารถใช้พลังงานได้สูงเต็มที่ และระหว่างที่ยิงพลังงานจะคงที่ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากยุโรป (ที่ V Square Clinic จะใช้เครื่องยี่ห้อนี้เป็นหลักครับ)


7. สรุป ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำ Ultra HIFU

Ultra Hifu เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยน้อยๆ ร่องใต้ตาร่องแก้มไม่ลึกมาก และไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ อีกทั้งราคายังไม่แพงมาก ทำได้บ่อยครั้งและหลังการทำ Hifu ยังสามารถทำการรักษาอย่างอื่นอีกได้ ผู้ที่ทำ Ultra HIFU จะรู้สึกอุ่นๆปวดๆใต้ผิว บริเวณผิวขณะทำ ผิวจะไม่แสบร้อน

สามารถใช้ยาชาทาจะช่วยลดความเจ็บลงได้ ทำให้ผู้ที่เข้ารับการบริการสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติหลังจากทำ เนื่องจากไม่มีบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้นนั่นเอง
หลังการทำ Ultra HIFU อาจมีรอยแดงบ้างหลังการทำ และจะหายไปได้เองภายใน 1 – 2 ชั่วโมงครับ


8. หัตถการที่ไม่สามารถทำร่วมกับ Hifu มีอะไรบ้าง

การยกกระชับใบหน้า  ในแต่ละครั้งเราไม่จำเป็นต้องเลือกทำได้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำแค่ Hifu อย่างเดียว แต่เราสามารถทำ Hifu ควบคู่ไปกับการฉีดโบท็อกซ์ ร้อยไหม ฟิลเลอร์ เมโสแฟต เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อประเมินและเรียงลำดับการทำได้อย่างถูกต้อง เห็นผลมากที่สุด และปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทีมแพทย์ V Square Clinic ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง


9. วิธีการดูแลตัวเองก่อน-หลัง การทำ Hifu

ก่อนการทำ Hifu

  • ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะจะช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ใหม่ให้เป็นไปได้ด้วยดียิ่งขึ้น

หลังการทำ Hifu

  • สามารถทาครีมบำรุงผิวหน้าได้ตามปกติ แต่แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เสริมจากเดิมเพื่อป้องกันแสงแดด
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดกลางแจ้งสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูของคอลลาเจนใต้ผิว
  • หากมีอาการเมื่อยหรือตึงผิวก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  • ไม่ควรนวดหรือถูใบหน้าแรงๆ
  • ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นการทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 10 สาขา
หรือสามารถปรึกษา คุณหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ คุณหมอตอบเองครับ


ตัวอย่างผลการปรับรูปหน้าด้วย Hifu โดยทีมแพทย์ V Square Clinic
(รูป After คือรูปหลังทำทันที)

รีวิว Hifu 300shot

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา Hifu ลดไขมันกระชับแก้มด้วยเครื่อง ultraformer III

รีวิว Hifu 300shot_1

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา Hifu ลดเหนียงด้วยเครื่อง ultraformer III

รีวิว Hifu ใต้ตา ร่องแก้ม 150 Shot

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา Hifu ใต้ตา ร่องแก้ม 150 Shot ด้วยเครื่อง ultraformer III

รีวิว Hifu ใต้ตา ร่องแก้ม 300 Shot

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา Hifu ใต้ตา ร่องแก้ม 300 Shot + ฟิลเลอร์ใต้ตาร่องแก้ม 2cc

รีวิว Hifu เหนียง 300 Shot

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา Hifu เหนียง 300 Shot ด้วยเครื่อง ultraformer III

รีวิว Hifu ใต้ตา ร่องแก้ม

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา Hifu ใต้ตา ร่องแก้ม 300 Shot + ฟิลเลอร์ใต้ตาร่องแก้ม 2cc

*ผลการรักษาแตกต่างกันแต่ละบุคคล

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

User Review
2 (1 vote)