Collagen Biostimulator คืออะไร ? มีกี่ประเภท กี่ยี่ห้อ ? ช่วยเรื่องอะไร ? เหมาะกับใคร ?

Reading Time: 6 minutes
Collagen Biostimulator

ทำความรู้จักเทรนด์ฉีด Collagen Biostimulator

ต้องยอมรับว่าในปีนี้เทรนด์ฉีด Collagen Biostimulator ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติเด่นที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้อย่างเห็นผล พร้อมฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมาเต่งตึง แน่น กระชับ มีผิวหน้าเด็กอย่างที่ใครหลายคนต้องการ

สำหรับใครที่อยากรู้จัก Collagen Biostimulator มากยิ่งขึ้น หมอแนะนำให้อ่านบทความนี้ตั้งแต่ต้นจนจบครับ

Collagen Biostimulator คืออะไร ? มีกี่ประเภท ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? เหมาะกับใคร หลังฉีดมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ? พร้อมเปรียบเทียบ 6 Collagen Biostimulator ตัวดัง เลือกยี่ห้อไหนดี ต่างกันอย่างไร ? ราคาเท่าไหร่ ? เชิญติดตามอ่านได้ครับ

สารบัญ Collagen Biostimulator


Collagen Biostimulator คืออะไร ?

Collagen Biostimulator คือ สารที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่จากเซลล์ของเราเองครับ ต่างจาก Skin Booster ที่เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวชั้น Dermis เป็นหลัก แต่ Collagen Biostimulator จะไปฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์ ปรับโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมาแข็งแรง ผิวดูเด็กลง

ความพิเศษของ Collagen Biostimulator ไม่ได้เพียงแค่ช่วยเติมเต็มชั้นผิวในระยะสั้น แต่ยังช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนเองได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 1-2 ปี นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยผ่านการรับรองจาก US FDA และ Thai FDA ในเรื่องของความปลอดภัยและประสิทธิภาพครับ

Collagen คืออะไร ? ทำไมถึงสำคัญต่อความอ่อนเยาว์ ?

Collagen (คอลลาเจน) คือ โปรตีนสำคัญที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยมีสัดส่วนสูงถึง 75% ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง เส้นผม กระดูก ข้อต่อ และอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย ช่วยเสริมความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความกระชับให้กับผิว รวมถึงช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย

อายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนยิ่งลดลง

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะผลิตคอลลาเจนน้อยลง โดยหลังจากอายุ 20 ปี คอลลาเจนในผิวจะลดลงปีละ 1% และเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป การสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติจะลดลงเรื่อย ๆ จาก 15% เป็น 25% เป็น 35% ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย มีริ้วรอย และขาดความยืดหยุ่น

การใช้หัตถการอย่าง Collagen Biostimulator ช่วยแก้ปัญหานี้ได้โดยการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนเองอย่างธรรมชาติครับ


ประเภทของ Collagen Biostimulator

ปัจจุบันสารในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมีหลายประเภทครับ โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ และจุดเด่นที่เหมาะกับการฟื้นฟูปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • PLLA (Poly-L-Lactic Acid) : ผลิตจากกรดโพลีแลคติก ซึ่งเป็นสารที่สามารถสลายตัวได้ในร่างกาย (biodegradable) มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยยกกระชับและแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย พบในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง Sculptra
  • CaHA (Calcium Hydroxylapatite) : ผลิตจากแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ ซึ่งเป็นสารที่คล้ายกับแร่ธาตุในกระดูกของมนุษย์ ให้ผลลัพธ์ทั้งการเติมเต็ม ลดริ้วรอย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พบในผลิตภัณฑ์ Radiesse filler
  • PDO (Polydioxanone) : ผลิตจากโพลีไดออกซาโนน เป็นสารชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในไหมละลาย เน้นการยกกระชับผิว และปรับโครงสร้างผิวให้ดูอ่อนเยาว์ พบในผลิตภัณฑ์ Ultracol
  • PDLLA (Poly DL-Lactic Acid) : ผลิตจากกรดโพลีดีแอลแลคติก เป็นการผสมผสานระหว่าง PLLA และสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายตัวในเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวในระยะยาว เช่น รักษาหลุมสิว มีรูขุมขนกว้าง พบในผลิตภัณฑ์ Juvelook
  • PCL (Polycaprolactone) : ผลิตจากโพลีคาโปรแลคโตน ซึ่งเป็นสารเดียวกับสาร PCL ไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ สามารถสลายตัวได้อย่างช้า ๆ ในร่างกาย ช่วยในการฟื้นฟู และแก้ไขผิวที่เสื่อมสภาพตามวัยให้มีคุณภาพดีขึ้น พบในผลิตภัณฑ์ Gouri

สำหรับ Collagen Biostimulator แต่ละยี่ห้อที่หมอได้ยกตัวอย่างมานั้น ในบทความนี้หมอได้เขียนเปรียบเทียบความต่างของส่วนประกอบ, ลักษณะ, ความคงทน และคุณสมบัติของแต่ละยี่ห้อเอาไว้ด้วย หากคนไข้สนใจสามารถติดตามอ่านได้ครับ


Collagen Biostimulator ทำงานอย่างไร ?

Collagen Biostimulator ทำงานโดยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ผ่านการฉีดสารเข้าไปในชั้นผิวหนัง สารเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้น (Biostimulator) เพื่อส่งสัญญาณให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ในชั้นผิวหนังเริ่มผลิตคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะหมอจะอธิบายเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ครับ

ขั้นตอนการทำงานของ Collagen Biostimulator

  1. ขั้นตอนการกระตุ้นเซลล์ผิว (Fibroblast Activation)

เมื่อฉีดสาร Collagen Biostimulator เช่น PLLA, CaHA, PDO, PDLLA หรือ PCL เข้าไปในผิวหนัง สารตัวนั้น ๆ จะไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้เริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่

  1. ขั้นตอนการสร้างคอลลาเจนแบบธรรมชาติ (Natural Collagen Production)

ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 และชนิดที่ 3 (Type I และ Type III Collagen) ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่มีบทบาทสำคัญต่อความยืดหยุ่นและความกระชับของผิว

  1. ขั้นตอนการปรับปรุงโครงสร้างผิว (Skin Remodeling)

คอลลาเจนใหม่จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน เสริมความแข็งแรง ยืดหยุ่น และช่วยลดเลือนริ้วรอย รอยหลุมสิว หรือปัญหาผิวหย่อนคล้อย

  1. ให้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องและยาวนาน

สาร Biostimulator จะค่อย ๆ ถูกสลายไปตามธรรมชาติ ทิ้งไว้เพียงคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบไม่เร่งด่วน แต่ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานจากกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายเอง


ประโยชน์ของ Collagen Biostimulator

ประโยชน์ของ Collagen Biostimulator

Collagen Biostimulator มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการฟื้นฟูผิวจากภายใน พร้อมทั้งกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีประโยชน์สำคัญดังนี้ครับ

  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แน่น กระชับ ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ไปจนถึงริ้วรอยลึกโดยการฟื้นฟูโครงสร้างผิว และเติมเต็มชั้นผิวจากภายใน
  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด มลภาวะ หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรงและดูสุขภาพดี
  • ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้เรียบเนียน ด้วยการฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์
  • ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ปรับสีผิวไม่สม่ำเสมอให้ดูกระจ่างใส
  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้นได้ ผิวดูสุขภาพดี คุณภาพผิวดีขึ้น

Collagen Biostimulator มีอะไรบ้าง ยี่ห้อไหนดี ?

เทียบ Collagen Biostimulator ตัวดัง เลือกยี่ห้อไหนดี ต่างกันอย่างไร ? อัปเดต 2026
Collagen Biostimulator มีกี่ยี่ห้อ

Collagen Biostimulator ที่ใช้ในวงการเสริมความงามมีหลายตัวครับ แต่ละตัวมีส่วนประกอบ, หลักการทำงาน, จุดเด่น และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิว และความต้องการของแต่ละคนดังนี้

1. Sculptra

Sculptra ถือเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติตัวแรกของโลก (The First & Original Collagen Biostimulator) ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 มีงานวิจัยรองรับมากกว่า 50 ฉบับ และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย

  • ส่วนประกอบหลัก : PLLA (Poly-L-Lactic Acid)
  • ลักษณะ : มาในรูปแบบผงแห้งที่ต้องผสมกับ Sterile Water ก่อนฉีด
  • คุณสมบัติ : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึกแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ผิวฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ โดยให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้นานถึง 2 ปี
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับใบหน้า และฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างล้ำลึก
  • แนะนำฉีด : 2-3 ครั้ง ทุก 4-6 สัปดาห์
  • ตำแหน่งที่แนะนำ : ขมับ/Jawline/หน้าแก้ม (Midface)

2. HArmonyCa

HArmonyCa คือสารกระตุ้นคอลลาเจนแบบ Hybrid Filler ที่ผสานคุณสมบัติของฟิลเลอร์และ Collagen Biostimulator เข้าไว้ในหนึ่งเดียว ให้ผลลัพธ์ทั้งการเติมเต็มทันทีและการฟื้นฟูผิวในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า พร้อมเสริมความแน่นของผิวอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ส่วนประกอบหลัก : Hyaluronic Acid (HA) + Calcium Hydroxyapatite (CaHA)
  • ลักษณะ : มาในรูปแบบเนื้อเจลในไซริงค์ พร้อมฉีด ไม่ต้องผสมก่อนใช้งาน
  • คุณสมบัติ : เติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มทันทีหลังฉีด พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่น กระชับ ดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย-ปานกลาง ต้องการยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิว
  • แนะนำฉีด : ฉีดแต่ละครั้ง เว้นระยะห่างประมาณ 6-12 เดือน
  • ตำแหน่งที่แนะนำ : หน้าแก้ม (Midface) / กรอบหน้า (Jawline) / แก้มด้านข้าง

3. Profhilo

Profhilo คือผลิตภัณฑ์ Hyaluronic Acid (HA) ความเข้มข้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยเฉพาะ จัดอยู่ในกลุ่ม Skin Remodeling Injectable เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินโดยไม่เน้นการเติมวอลลุ่มหรือปั้นทรงใบหน้า ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีเฉพาะและผ่านการรับรองมาตรฐานในหลายประเทศ จึงมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

  • ส่วนประกอบหลัก : Hyaluronic Acid เข้มข้นสูง 64 mg (ผสานโมเลกุลแบบ Hybrid Cooperative Complex)
  • ลักษณะ : มาในรูปแบบเนื้อเจล ฉีดตามจุด Bio Aesthetic Points (BAP) 5 จุดต่อข้าง
  • คุณสมบัติ : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น แน่น ยืดหยุ่นดีขึ้น โดยไม่เพิ่มวอลลุ่ม ทำให้ผิวดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวบาง เริ่มมีริ้วรอย หรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย และต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
  • แนะนำฉีด : 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ และอาจทำซ้ำปีละ 1–2 ครั้ง
  • ตำแหน่งที่แนะนำ : ทั่วใบหน้า / ลำคอ / หลังมือ

4. JuveLook

JuveLook เป็นนวัตกรรม Hybrid Biostimulator ที่ผสานพลังของ PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ Hyaluronic Acid (HA) ในตัวเดียวกัน ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก ช่วยแก้ปัญหาผิวในหลายมิติ และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน 18 เดือน

  • ส่วนประกอบหลัก : PDLLA (Poly DL-Lactic Acid) ผสมกับ HA (Hyaluronic Acid)
  • ลักษณะ : มาในรูปแบบผงแห้งที่ผสมกับ Normal Saline ก่อนฉีด
  • คุณสมบัติ :ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ในขณะที่ HA เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวทันทีหลังฉีด ทำหน้าที่ทั้งกระตุ้นคอลลาเจน และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในเวลาเดียวกัน ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้น ผิวแห้ง มีรอยดำสิว ต้องการลดรอยดำ ปรับผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส
  • แนะนำฉีด : 3 ครั้ง ทุก 4 สัปดาห์ อยู่ได้ 12-18 เดือน
  • ตำแหน่งที่ฉีด : ทั่วใบหน้า/ลำคอ/ร่องแก้มลึก/รอยแผลเป็น/หลุมสิว

5. Radiesse

Radiesse filler เป็นนวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวที่เน้นการเพิ่มวอลลุ่มของใบหน้า ฟื้นฟูถึงโครงสร้างผิวชั้นลึก ทำให้เส้นใยตาข่ายผิวใหม่ 5 ประการ คือ Collagen Type I, Collagen Type III, Elastin, Angiogenesis และ Proteoglycan ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 2 ปี

  • ส่วนประกอบหลัก : CaHA (Calcium Hydroxylapatite)
  • ลักษณะ : มาในรูปแบบเจลพร้อมฉีด ใช้งานง่าย
  • คุณสมบัติ : ช่วยเติมเต็มริ้วรอยลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะสำหรับการปรับโครงสร้างผิว เช่น การปรับกรอบหน้าให้เรียว และยกกระชับผิวบริเวณขมับและแก้ม
  • เหมาะสำหรับ : คนที่ผิวหน้าขาดคอลลาเจน ไม่มีวอลลุ่ม มีริ้วรอย ต้องการมีผิวเด็ก อยากเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว
  • แนะนำฉีด : 1-3 ครั้ง ทุก 1 เดือน
  • ตำแหน่งที่ฉีด : แก้มตอบ/กรอบหน้า/หน้าแก้ม/ร่องแก้ม/ร่องมุมปาก/หลังมือ

6. Neauvia

Neauvia เป็นฟิลเลอร์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator นับว่าเป็นลูกผสมระหว่างสารเติมเต็มกับสารกระตุ้นคอลลาเจนก็ว่าได้ครับ เพราะมีส่วนประกอบหลักเป็น Non-Cross-Linked HA (ไฮยาลูรอน) ผสมกับ CaHA 1% ตอบโจทย์คนที่ต้องการความชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อม ๆ กัน ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-9 เดือน

  • ส่วนประกอบหลัก: Non-Cross-Linked HA ผสมกับ CaHA
  • ลักษณะ: มาในรูปแบบเจลพร้อมฉีด
  • คุณสมบัติ: Non-Cross-Linked HA และ CaHA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวทันที พร้อมปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน เหมาะสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการปรับผิวให้เรียบเนียน เพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า หรือมีคอเหี่ยว ย่น
  • แนะนำฉีด : 4 ครั้ง ทุก 1 เดือน
  • ตำแหน่งที่ฉีด : ทั่วใบหน้า/ลำคอ/หลังมือ

7. Ultracol 200

Ultracol 200 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ กลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ลดเลือนริ้วรอย และปรับผิวให้ดูเรียบเนียน ให้ผลลัพธ์นาน 6-8 เดือน

  • ส่วนประกอบหลัก : PDO (Polydioxanone)
  • ลักษณะ : มาในรูปแบบผงแห้งที่ต้องผสมกับ Sterile Water ก่อนฉีด
  • คุณสมบัติ : เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง เหมาะสำหรับการฟื้นฟูหลุมสิวและยกกระชับใบหน้า
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือปรับผิวให้เรียบเนียน
  • แนะนำฉีด : 3 ครั้ง ทุก 2 เดือน
  • ตำแหน่งที่ฉีด : ขมับ/ใต้ตา/ร่องแก้ม/ร่องมุมปาก/กรอบหน้า

8. Gouri

Gouri เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวที่มีส่วนผสมหลักเป็น Polycaprolactone (PCL) หรือไหมน้ำ ที่เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ มีความเข้มข้นของ PCL ถึง 21% เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นกระชับ เรียบเนียน ลดริ้วรอย ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี

  • ส่วนประกอบหลัก : PCL (Polycaprolactone)
  • ลักษณะ : มาในรูปแบบน้ำพร้อมฉีด 1 Syringes
  • คุณสมบัติ : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว พร้อมเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้ดูสุขภาพดีแบบ Glass Skin
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กระชับ เรียบเนียน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • แนะนำฉีด : 1-3 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน
  • ตำแหน่งที่ฉีด : ทั่วใบหน้า ลำคอ หลังมือ

Collagen Biostimulator มีให้เลือกหลายยี่ห้อ โดยแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นและคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน การเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหาผิว ระยะเวลาที่ต้องการผลลัพธ์ และคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยครับ


ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นของ Collagen Biostimulator

ผลข้างเคียงหลังฉีด Collagen Biostimulator ส่วนใหญ่จะเป็นอาการชั่วคราว และสามารถหายไปได้เองภายในไม่กี่วันครับ เช่น

  • อาการบวม แดง หรือรอยช้ำจากเข็ม มักจะหายไปเองภายใน 2-7 วัน สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมได้
  • อาการระคายเคืองหรือคันเล็กน้อย เกิดจากปฏิกิริยาของผิวหนังต่อสารที่ฉีด เช่น PLLA, CaHA หรือ PDO ซึ่งมักไม่รุนแรง และจะลดลงภายใน 1-3 วัน
  • รอยนูนหรือก้อนเล็กบริเวณที่ฉีด เกิดจากสารที่ฉีดเข้าไป ซึ่งสามารถนวดเบา ๆ เพื่อให้อาการบวมลดลงได้

ส่วนผลข้างเคียงอย่างอื่น เช่น ผิวเปลี่ยนสี มีผื่นแดง บวมมากขึ้น หรือรู้สึกเจ็บ กรณีนี้แนะนำไปพบแพทย์ในทันที เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมครับ


ใครบ้างที่เหมาะกับ Collagen Biostimulator ?

Collagen Biostimulator เหมาะกับใคร

Collagen Biostimulator เป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอก โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ทำให้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหลากหลายครับ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป มีผิวหย่อนคล้อย สูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ต้องการเติมเต็ม และปรับโครงสร้างผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง ต้องการกระชับรูขุมขน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความกระจ่างใส และฟื้นฟูผิวให้ดูสุขภาพดี ผิวเงาใส ฉ่ำวาวแบบ “Glass Skin
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เช่น บริเวณขมับ แก้มตอบ และกรอบหน้า ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ต้องการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวให้กลับมาแข็งแรง

Collagen Biostimulator ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?

Collagen Biostimulator เป็นหัตถการที่สามารถฉีดได้ในหลายจุดบนร่างกาย เพื่อฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และแก้ปัญหาผิวเฉพาะบริเวณครับ เช่น

  • ใบหน้า บริเวณขมับ/ร่องแก้ม/ร่องมุมปาก/กรอบหน้า/ใต้ตา/แก้มตอบ/หลุมสิว
  • ลำคอ
  • หลังมือ
  • รอยแตก รอยแผลเป็นบนผิวหนัง

ทั้งนี้ตำแหน่งที่ฉีด ขึ้นอยู่กับ Collagen Biostimulator แต่ละยี่ห้อด้วยครับ ซึ่งหมอได้เขียนอธิบายไว้ในหัวข้อ Collagen Biostimulator มีอะไรบ้าง ยี่ห้อไหนดี ?


ข้อควรทราบ และการเตรียมตัวก่อนฉีด Collagen Biostimulator

การเตรียมตัวก่อนฉีด Collagen Biostimulator ไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนครับ คนไข้สามารถทำตามง่าย ๆ ดังนี้

  • ควรงดยาต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาในกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 7 วันก่อนทำหัตถการ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยฟกช้ำหรือเลือดออกง่ายบริเวณที่ฉีด
  • ควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Retinol, AHA หรือ BHA อย่างน้อย 3-5 วันก่อนการฉีด
  • ไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • หากมีประวัติแพ้ยา แพ้สารเคมี โรคประจำตัว หรือจำเป็นต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการฉีด
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันนัดฉีด เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่พร้อมสำหรับการฟื้นฟู

ขั้นตอนการฉีด Collagen Biostimulator

ขั้นตอนการฉีด Collagen Biostimulator โดย หมอเป้
(พญ.อุษา ตั้นตระกูล เลข ว.63350)

ขั้นตอนการฉีด Collagen Biostimulator ต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยขั้นตอนการฉีดมีดังนี้ครับ

  1. ขั้นตอนการปรึกษาและวางแผนการรักษา
    • แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวของคนไข้อย่างละเอียด
    • พูดคุยถึงปัญหาผิวและเป้าหมายที่คนไข้ต้องการ เช่น ลดริ้วรอย ยกกระชับผิว หรือการปรับรูปหน้า
    • แพทย์จะเลือกชนิดของ Collagen Biostimulator ที่เหมาะสม เช่น PLLA, CaHA, PDO, PDLLA หรือ PCL
  2. ขั้นตอนการเตรียมผิวก่อนฉีด
    • ทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
    • ทายาชา เพื่อลดความเจ็บระหว่างหัตถการ
  3. ขั้นตอนการฉีด Collagen Biostimulator
    • แพทย์จะใช้เทคนิคเฉพาะในการฉีดสาร Collagen Biostimulator เข้าสู่ชั้นผิวในจุดที่เหมาะสม
    • การฉีดจะใช้ปริมาณสารที่คำนวณไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและกระจายตัวได้ดี
    • ในระหว่างการฉีด แพทย์อาจนวดเบา ๆ บริเวณที่ฉีดเพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ
  4. ขั้นตอนการดูแลหลังฉีด
    • หลังฉีดเสร็จ แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลผิว เช่น หลีกเลี่ยงการออกแดด การนวดบริเวณที่ฉีด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง
    • แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิว
    • ในบางกรณี อาจมีอาการบวมแดงหรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 2-7 วัน

Collagen Biostimulator กี่วันเห็นผล ?

ผลลัพธ์หลังฉีด Collagen Biostimulator กี่วันเห็นผลนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของสารที่ใช้ และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนครับ

หลังฉีดทันที

  • คนจะรู้สึกได้ว่าผิวมีความชุ่มชื้น และฟูขึ้นเล็กน้อยจากสารที่ฉีด เช่น HA หรือ CaHA ที่มีคุณสมบัติเติมเต็มและกักเก็บน้ำ

ภายใน 1-2 สัปดาห์แรก

  • กระบวนการสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ ทำงาน และผิวจะค่อย ๆ ฟื้นตัว เห็นความเปลี่ยนแปลงในด้านความเรียบเนียนและความยืดหยุ่น

ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด

  • ประมาณ 6-8 สัปดาห์หลังฉีด ผิวจะเริ่มกระชับ เต่งตึง ริ้วรอยตื้นขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนใหม่ที่ถูกกระตุ้นเริ่มทำงานเต็มที่
  • สำหรับสารที่มีการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง เช่น PLLA (Poly-L-Lactic Acid) หรือ PCL (Polycaprolactone) ผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 3-6 เดือนหลังฉีด

Collagen Biostimulator เป็นหัตถการที่เห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและเป็นธรรมชาติ โดยเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 1-2 สัปดาห์แรก และผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 6-8 สัปดาห์หลังฉีด

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสารที่ใช้ และการตอบสนองของร่างกาย หากดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะเห็นผลลัพธ์เร็ว และอยู่ได้นานขึ้นครับ


Collagen Biostimulator ราคาเท่าไหร่ ?

Collagen Biostimulator ราคาจะอยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไปครับ แม้ราคาจะสูงกว่าหัตถการอื่น ๆ แต่หากพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน และความเป็นธรรมชาติแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาวครับ

Collagen Biostimulator ราคาโปรโมชั่นที่ V Square Clinic

Sculptra ราคา
Radiesse ราคา
HArmonyCa ราคา โดย เบเบ้
Profhilo ราคา
Juvelook ราคา

Collagen Biostimulator ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

Collagen Biostimulator เป็นหัตถการที่สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพครับ ช่วยเสริมผลลัพธ์ของการฟื้นฟูผิว และแก้ปัญหาผิวได้อย่างครบถ้วน

สำหรับหัตถการที่สามารถทำร่วมกับ Collagen Biostimulator เช่น

  • ฟิลเลอร์ (Filler) ปรับสภาพผิวอย่าง Skinvive ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว หรือเติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ขมับ หรือเพิ่มวอลลุ่มในจุดที่ต้องการผลลัพธ์ทันที
  • โบท็อกซ์ (Botox) เพื่อลดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ขณะที่ Collagen Biostimulator ช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวและเพิ่มความกระชับ
  • ฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) เพื่อเติมวิตามิน และสารบำรุงผิวชั้นตื้น ในขณะที่ Collagen Biostimulator ทำงานในชั้นผิวลึก ทำให้ผิวได้รับการดูแลอย่างครอบคลุม
  • ฉีด Skin Booster เช่น Rejuran หรือ exosome เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และฟื้นฟูเซลล์ผิวชั้นตื้น ทำให้ผลลัพธ์ของการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Collagen Biostimulator ชัดเจน และยาวนานขึ้น
VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : การฉีด Collagen Biostimulator ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย และเหมาะสมที่สุด


สรุป Collagen Biostimulator คุ้มค่าแก่การฉีดไหม ?

Collagen Biostimulator เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวในระยะยาว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระชับ และสุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาผิวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้น

สรุปแล้วถ้าใครที่อยากมีผิวหน้าเด็กแบบเห็นผลยั่งยืน และปลอดภัย การฉีด Collagen Biostimulator ถือว่าคุ้มค่าครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ทำ Hifu กี่วันเห็นผลชัดเจน ? หลังทำหน้าเริ่มตึงเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน ?

Reading Time: 5 minutesหลังทำ Hifu เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีบางส่วนครับ Hifu กี่วันเห็นผลชัดเจน ? ผลลัพธ์ช้า-เร็วขึ้นอยู่กับปัจจัยใด ไม่เห็นผลเกิดจากอะไร ? หมอสรุปให้ในบทความนี้ พร้อม Timeline การเปลี่ยนแปลงหลังทำไฮฟู่ และภาพรีวิวเคสจริง Hifu หลังทำหน้ายกแค่ไหน ?

Oligio Kiss นวัตกรรมยกกระชับผิวไฮบริด RF + HIFU รุ่นใหม่ล...

Reading Time: 4 minutesเมื่อพูดถึงเทคโนโลยียกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด ต้องยอมรับว่าปัจจุบันได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีเครื่องยกระชับใหม่เกิดขึ้น รวมถึงมีการอัปเกรดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ยกตัวเครื่อง Oligio Kiss ที่หมอจะให้ข้อมูลในบทความนี้ จากเครื่อง Oligio รุ่นแรกที่สร้างกระแสด้วยพลังงาน Monopolar RF สู่ Oligio X ที่พัฒนาต่อยอด และล่าสุดกับ Oligio Kiss รุ่นใหม่ที่ผสานพลัง RF และ HIFU เข้าด้วยกันเป็นครั้งแรกในตระกูล Oligio

 โบท็อกซ์ 100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง ? ใช้กี่จุด ? คุ้มไหม ...

Reading Time: 4 minutesโบท็อกซ์ 100 ยูนิต เป็นปริมาณที่แพทย์นิยมใช้ในการปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาความงามหลายจุดภายในการฉีดครั้งเดียว เช่น ลดกรามให้หน้าเรียวขึ้น ลิฟกรอบหน้าให้ดูยกกระชับ หรือช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า หลายคนสงสัยว่า โบท็อกซ์ 100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง ? เพียงพอไหม ? ควรวางแผนการฉีดอย่างไรให้คุ้มค่าและเห็นผลชัดเจน

โบท็อกซ์ Aestox ราคาเท่าไหร่ ? อัปเดตราคาล่าสุด พร้อมจำนว...

Reading Time: 4 minutesAestox ราคาเท่าไหร่ ? หลายคนอยากรู้ว่าฉีดโบท็อกเกาหลีตัวนี้ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ และแต่ละตำแหน่งของใบหน้าต้องใช้กี่ยูนิต เช่น ลดกราม ลดริ้วรอย หรือปรับกรอบหน้า เพราะจำนวนยูนิตที่ใช้จะมีผลกับราคาที่ต้องจ่ายครับ บทความนี้หมอจะพามาดูข้อมูลเกี่ยวกับ Aestox ราคา ทั้งราคาต่อยูนิต จำนวนยูนิตที่ใช้ในแต่ละจุด เปรียบเทียบกับโบท็อกยี่ห้ออื่น รวมถึงวิธีเช็กของแท้ก่อนฉีด เพื่อให้มีข้อมูลครบก่อนตัดสินใจฉีดครับ

โบท็อกซ์ Xeomin ราคาเท่าไหร่ ? เหมาขวด vs ต่อยูนิต เลือกอ...

Reading Time: 4 minutesสำหรับใครที่วางแผนฉีดโบท็อก หรือเคยมีปัญหาดื้อโบท็อก อาจสงสัยว่า Xeomin ราคาเท่าไหร่ ? เนื่องจากโบท็อก Xeomin สัญชาติเยอรมันอยู่ในตลาดมานาน และนิยมใช้ในเคสที่มีประวัติดื้อโบท็อกครับ บทความนี้อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับราคามาตรฐานของโบท็อกซ์ Xeomin วิธีคิดราคาของคลินิก และตัวอย่างยูนิตในแต่ละตำแหน่ง เพื่อช่วยให้คนไข้สามารถประเมินงบประมาณในเบื้องต้นได้

Wegovy 1 mg ฉีดได้กี่ครั้ง รวมข้อควรรู้ การใช้งานที่เหมาะ...

Reading Time: 3 minutesในยุคที่การดูแลสุขภาพและรูปร่างกลายเป็นเรื่องสำคัญ ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy จึงได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ Wegovy แต่ละขนาดต่างกันอย่างไร ? Wegovy 1 mg ฉีดได้กี่ครั้ง ? และมีข้อควรรู้อะไรบ้างก่อนเริ่มใช้งาน ใครที่สนใจการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy 1 mg

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า