ร้อยไหมก้างปลาแบบไหนดีที่สุด ? ไหมแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ?

Reading Time: 5 minutes

ร้อยไหมก้างปลา ยกกระชับปรับรูปหน้า

ร้อยไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลา คือ ชื่อที่หมอส่วนใหญ่ใช้เรียกการร้อยไหมเงี่ยง (ฺBarb) เพื่อดึงหน้า เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ครับ ไหมก้างปลาเป็นชื่อที่หมอไทยตั้งขึ้นมาเองเพื่อให้ง่ายต่อการอธิบายให้คนไข้เข้าใจลักษณะของเงี่ยงไหม เพราะมีลักษณะเงี่ยงคล้าย ๆ ก้างปลา

สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหมก้างปลา หรือ ไหมเงี่ยง คืออะไร ? มีลักษณะเป็นแบบไหน ? ร้อยไหมแบบไหนดีที่สุด ? สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ครับ

สารบัญ ร้อยไหมก้างปลา


ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ?

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร

การร้อยไหมก้างปลา หรือ ไหมเงี่ยง คือ ไหมที่มีลักษณะเหมือนกับก้างปลาในทางการแพทย์นี้มีชื่อ เรียกว่า Bidirectional Barbed Thread ไม่ได้เรียกว่า Fishbone (ก้างปลา)

การร้อยไหมก้างปลา จะช่วยยกกระชับผิว นิยมทำเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น แก้ไขผิวหย่อนคล้อย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเส้นไหมที่ใช้จะแบ่งออกเป็นหลายชนิด แล้วแต่ลักษณะและวัสดุ ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL

รีวิว ร้อยไหมก้างปลา ปรับรูปหน้า

การร้อยไหมก้างปลาเหมาะกับใคร ?

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติขึ้น ปรับหน้าเรียว V-Shape
  • เหมาะกับผู้ที่อายุไม่มากนัก แต่ผิวหน้ามีความหย่อนคล้อย สามารถร้อยไหมก้างปลาเพื่อยกกระชับขึ้นได้

ร้อยไหมมีกี่แบบ ?

การร้อยไหมก้างปลา ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น ไหมก้างปลา 8D ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมปิรันย่า ไหมจระเข้ ไหมมังกร ไหมปากฉลาม ไหมทับทิม ไหม Double-Lock ไหมทอร์นาโด คือชื่อที่คนไทยตั้งขึ้นมาเรียกเอง

ซึ่งในทางการแพทย์ไหมชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญครับ ล้วนเป็นไหมเงี่ยง Bidirectional Barbed Thread ทั้งสิ้น แค่ตั้งชื่อให้แตกต่างกันด้วยเหตุผลทางการค้า

ลักษณะเส้นไหมแบบต่าง ๆ
ลักษณะไหมแบบต่าง ๆ 

จุดที่แตกต่างกันของเส้นไหม ที่คนไข้ควรให้ความสำคัญ คือ วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมที่ปลอดภัย แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ PDO PLLA PCL และขนาดของเส้นไหมมีหน่วยวัดสากลคือ USP2-0, USP0, USP1, USP2 ซึ่งการแบ่งวัสดุและขนาดของเส้นไหมที่เป็นสากลนี้จึงจะสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ไหมชนิดนั้น ๆ คุณภาพเป็นอย่างไร อยู่ได้นานไหม ร้อยไหมกี่วันเห็นผล และดึงหน้าได้ดีแค่ไหน

อ่านบทความเพิ่มเติม : หลังร้อยไหม กี่วันเห็นผล? อยู่ได้กี่ปี? มีข้อปฏิบัติตัวหลังทำอย่างไรบ้าง ?   

ลักษณะของไหมก้างปลาที่ดีที่สุด

ไหมก้างปลาที่ดีที่สุดควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมก้างปลาที่ดีที่สุด ควรจะละลายช้าอยู่ได้นาน
วัสดุเส้นไหม

วัสดุที่ใช้ ร้อยไหมก้างปลา เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย เช่นใช้ในการผ่าตัดเย็บหัวใจ ได้แก่ PDO PLLA และ PCL ในขณะที่ไหมละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้นแข็งแรงขึ้นด้วย

ตารางเปรียบเทียบไหมแต่ละประเภท
  • PDO คือ ไหมที่มีความยืดหยุ่นปานกลาง นิ่ม ไม่เปราะ เป็นไหมชนิดแรกที่นำมาใช้ในวงการเสริมความงาม และได้รับความนิยมมาก
  • PLLA คือ ไหมที่มีจุดเด่นด้านความแข็ง แต่ข้อเสียคือเปราะหักง่าย
  • PCL คือ ไหมที่มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่น ซึ่ง PCL รุ่นล่าสุดจะมีส่วนผสมของ PLLA ในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย จึงทำให้ PCL+PLLA เป็นวัสดุเส้นไหมที่ดีที่สุดในตอนนี้
วัสดุเส้นไหม- ร้อยไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานแค่ไหน ?

  1. PCL (Polycaprolactone) ละลายหมด อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
  2. PLLA (Polylactate) ละลายหมด อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
  3. PDO (Polydioxanone) จะละลายหมด อยู่ได้นาน 6-8 เดือน

เส้นไหมชนิด PCL+PLLA แม้จะอยู่ได้นานถึง 18–24 เดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าผิวจะถูกรั้งอยู่ตลอดช่วงเวลานั้นครับ หากผิวขาดคอลลาเจนหรืออีลาสติน การพยุงผิวอาจอยู่ได้สั้นลงเพราะผิวหลุดจากแนวไหมก่อนที่ไหมจะละลาย แนะนำให้ร้อยไหมซ้ำในแนวเดิม เพื่อทำให้ผิวยึดเกาะแน่นขึ้น อยู่ได้นานกว่าเดิมในครั้งถัดไปครับ

ร้อยไหมก้างปลา แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ?

VDO นี้เป็นการสาธิต ให้ดูว่า ร้อยไหมแต่ละชนิด มีความแตกต่างกันอย่างไร ถ้าหากว่าใครคิดจะไปทำแต่ยังไม่ได้ดูคลิปนี้ ถือว่าพลาดอย่างแน่นอน

ร้อยไหมอะไรดีที่สุด ? ร้อยไหมแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ?

ไหมก้างปลาเส้นใหญ่ เงี่ยงใหญ่ จะละลายช้า อยู่ได้นานขึ้น

เปรียบเทียบขนาดไหม
ตารางเปรียบเทียบขนาดของเส้นไหมตามหน่วยวัดสากล USP
ขนาดเส้นไหมก้างปลา

วิธีดูขนาดของเส้นไหมก้างปลา เราสามารถสังเกตได้จากสีของเข็มที่ใช้ ร้อยไหมก้างปลา ตามรูปด้านบนไล่จากซ้ายไปขวาดังนี้

  • เข็มสีเทา 27G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 5-0
  • เข็มสีส้ม 25G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 4-0
  • เข็มสีฟ้า 23G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 3-0
  • เข็มสีเขียว 21G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 2-0 (คลินิกทั่วๆไปนิยมใช้เนื่องจากเข็มเล็ก ร้อยง่าย บวมช้ำน้อย ไม่ต้องใช้ความชำนาญสูงก็ทำได้ แต่ไหมจะเส้นเล็กและอยู่ได้ไม่นาน)
  • เข็มสีเหลืองอ่อน 20G ใช้ร้อยไหมขนาด USP0
  • เข็มสีน้ำตาล 19G ใช้ร้อยไหมขนาด USP1
  • เข็มสีชมพู 18G ใช้ร้อยไหมขนาด USP2 (เป็นไหมก้างปลาเส้นใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน)
เข็มร้อยไหมก้างปลา

ไหมก้างปลาในคลินิกทั่ว ๆ ไปจะมีขนาด USP 3/0 , 2/0 สังเกตได้จากสีของเข็มที่ใช้ร้อยไหมจะเป็น สีฟ้า(23G) หรือ สีเขียว (21G)

ไหมก้างปลาเส้นใหญ่

ที่ V Square Clinic หมอจะเลือกใช้ไหมก้างปลาเส้นที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ USP2 USP1 USP0 เข็มที่ใช้ร้อยไหมจะเป็นเข็มสี สีชมพู (18G) สีน้ำตาล (19G) หรือ สีเหลืองอ่อน (20G)

ไหมก้างปลา ควรความยืดหยุ่นสูง

ตามที่หมออธิบายไว้ข้างต้น จะเห็นว่า ไหม PCL จะมีความยืดหยุ่นสูงที่สุด ทนต่อการขยับได้ดี ไม่เปราะและขาดง่าย ส่วนไหม PLLA จะแข็งทนต่อแรงดึงได้ดีที่สุด แต่เปราะและขาดง่ายเมื่ออยู่ในหน้าคนที่มีการขยับตลอดเวลา

ไหมก้างปลา ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

PLLA จะสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen และ elastin ได้สูงที่สุด จึงนำ PLLA มาผสมในไหม PCL รุ่นล่าสุดเพื่อช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นหลังจากที่ร้อยไหม


นอกจากไหมก้างปลา มีไหมประเภทอื่นหรือไม่ ?

ลักษณะเส้นไหม

นอกจากไหมก้างปลาที่นิยมใช้ในการยกกระชับ ยังมีไหมอีกหลายประเภทที่ใช้แก้ปัญหาผิวแตกต่างกันครับ

  • ร้อยไหมก้างปลา หรือ ไหมเงี่ยง เป็นไหมละลายที่มีเงี่ยงยื่นออกมา เพื่อช่วยเกี่ยวผิวให้ยกกระชับขึ้น แบ่งออกตามขนาดของเส้นไหม คือ ไหมเงี่ยงใหญ่ และไหมเงี่ยงเล็ก
  • ไหมมิ้นท์ (Mint Lift) เป็นไหมที่มีเงี่ยงรูปสามมิติ ตัวไหมมีความแข็งแรง ไม่เปราะง่าย เหมาะกับเคสที่มีแก้มห้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัด ช่วยปรับรูปหน้าให้เล็กเรียว V-Shape
  • ไหมตาข่าย (Tesslift Soft) มีโครงตาข่ายรอบเส้นไหม ช่วยพยุงเนื้อเยื่อและคอลลาเจนได้ทั่วบริเวณ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดและอยู่ได้นาน
  • ไหมเกลียว (Screw Thread) ลักษณะพันเป็นเกลียว ช่วยเพิ่มวอลลุ่มและความยืดหยุ่นให้ผิว เหมาะกับผิวบางหรือขาดความเต่งตึง
  • ไหมกรวย (Cone Thread) มีกรวยขนาดเล็กช่วยยึดเกาะแน่นขึ้น ยกผิวได้ชัดและคงผลลัพธ์ได้นาน
  • ไหมเรียบ (Mono Thread) ไม่มีเงี่ยง เน้นกระตุ้นคอลลาเจนทั่วหน้า เหมาะกับผู้ที่มีผิวบางหรือริ้วรอยตื้น ๆ

โดยแพทย์จะเลือกใช้ชนิดไหมให้เหมาะกับปัญหา เช่น ริ้วรอย ผิวหย่อน หรือยกกระชับรูปหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาธรรมชาติที่สุดครับ

ทำไมบางคนบอกว่าร้อยไหมไม่ได้ผล

เมื่อ 5-10 ปีก่อน การร้อยไหมยังใช้เทคนิคแบบเดิม โดยใช้ไหมเรียบซึ่งเป็นเส้นเล็กและร้อยตื้น ช่วยเรื่องริ้วรอยแต่ไม่สามารถยกกระชับผิวได้จริง และยังมีอาการบวมชั่วคราวในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ทำให้หลายคนรู้สึกว่าร้อยไหมแล้วไม่ได้ผล

แต่ปัจจุบันเทคนิคพัฒนาไปมาก ส่วนใหญ่จะใช้ไหมก้างปลาซึ่งมีเงี่ยงช่วยยึดผิวและดึงให้ยกขึ้นจริง เห็นผลได้ชัดและอยู่ได้นานกว่า ทำให้การร้อยไหมกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะได้ผลลัพธ์ดีครับ

ไหม mono

จากภาพด้านบนเป็น ภาพเปรียบเทียบไหมเรียบ (Mono) เส้นบน กับไหมก้างปลา (Barb) เส้นล่าง การร้อยไหม Mono ในสมัยก่อนไม่ค่อยเห็นผลเนื่องจากไหม Mono ไม่มีเงี่ยงที่ช่วยในการดึงผิวที่หย่อนคล้อย

ร้อยไหมก้างปลา ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้า

การร้อยไหมก้างปลา สามารถช่วยปรับรูปหน้า ให้เรียวขึ้น ยกกระชับขึ้น สามารถแก้ปัญหาแก้มหย่อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้ไหมก้างปลาร้อยไหมจมูก เสริมจมูกให้โด่งสวย รวมถึงช่วยลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวได้

ควรร้อยไหมก้างปลา กี่เส้น ?

หมอจะเป็นผู้ประเมินก่อนทำทุกเคส ว่าคนไข้เคสนั้น ๆ ควรจะใช้ไหมก้างปลาข้างละกี่เส้น โดยปกติจะร้อยไหมก้างปลาข้างละ 3-10 เส้นครับ โดยขึ้นอยู่กับ

  1. ขนาดเนื้อแก้มของคนไข้
  2. ความแน่นของผิว
  3. จุดไหนบ้างที่คนไข้ต้องการดึง

หมอจะประเมินจำนวนเส้นตามความเหมาะสม แต่ถ้าหากคนไข้ต้องการให้อยู่ได้นานขึ้นกว่าปกติ ก็สามารถใช้จำนวนเส้นที่เยอะขึ้นได้ คล้ายๆ การยกของด้วยเชือกหลาย ๆ เส้นย่อมมั่นคงแข็งแรงขึ้น อยู่ได้นานขึ้นครับ


เปรียบเทียบร้อยไหมก้างปลา กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ

การยกกระชับหน้าในปัจจุบันมีหลายเทคนิคให้เลือก ทั้งแบบร้อยไหมและเครื่องยกกระชับต่าง ๆ ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ และผลลัพธ์ที่คาดหวังครับ

Ulthera SPT / Ulthera Prime

Ulthera ใช้พลังงานคลื่นเสียง Focused Ultrasound ส่งลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่และทำให้ผิวหดตัวทันที ช่วยยกกระชับทั่วใบหน้า เหนียง และหางตา เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง และต้องการผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงการผ่าตัดแต่ไม่ต้องพักฟื้น

  • จุดเด่น : ยกทั่วหน้าได้ชัด กรอบหน้าคม หน้าเรียวขึ้น เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
  • อยู่ได้นาน : 1 ปี

Ultraformer MPT / Ultraformer III

Hifu ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์พลังงานจุดเล็กลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น ค่อย ๆ ยกกระชับ เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนหรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2-3 เดือน ให้ความรู้สึกเจ็บน้อยกว่าการทำ Ulthera และมีราคาย่อมเยากว่า

  • จุดเด่น: ผิวยกแน่น หน้าเรียวขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น
  • อยู่ได้นาน: 5-6 เดือน

Thermage FLX

Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency: RF) ส่งลงลึกถึงชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิว ทำให้คอลลาเจนหดตัวทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ที่มีไขมันแก้มเยอะ แก้มหย่อน หรือเริ่มมีเหนียง เพราะช่วยกระชับผิวพร้อมลดไขมันในจุดเดียว

  • จุดเด่น: ยกแน่น เฟิร์มขึ้น ผิวเรียบเนียน เห็นผลชัดใน 2-3 เดือน
  • อยู่ได้นาน: 1-2 ปี

Volnewmer

Volnewmer ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ยิงพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบนและล่าง สร้างความร้อน 40–60°C เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันใต้ผิว เหมาะกับผู้ที่มีแก้มใหญ่หรือผิวไม่กระชับ หลังทำจะเห็นผลทันทีบางส่วน และค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน

  • จุดเด่น : ยกกระชับพร้อมสลายไขมัน ปรับผิวให้เรียบแน่น
  • อยู่ได้นาน : 6-8 เดือน

ถ้าต้องการผลที่ชัดและอยู่ได้นานที่สุด แนะนำให้ทำ Combination Treatment คือทำเครื่องยกกระชับก่อน แล้วร้อยไหมเพิ่มในจุดที่หย่อนมาก เพื่อผลลัพธ์ที่ยกชัด ใบหน้าเรียว และอยู่ได้นานครับ


ร้อยไหมก้างปลา ราคาเท่าไร ?

ที่ V Square Clinic จะเลือกใช้ ไหมก้างปลา ที่ดีที่สุด เท่านั้นครับ เส้นใหญ่ที่สุด โดยมีให้เลือก 2 วัสดุคือ PDO กับ PCL มีราคาโปรโมชันดังนี้

ร้อยไหม ราคา

ร้อยไหมกี่วันเห็นผล ร้อยไหมก้างปลา หน้าบวมกี่วัน ?

ร้อยไหมก้างปลาเห็นผลได้ทันทีหลังทำ ผิวจะยกกระชับขึ้นประมาณ 20-30% และจะเข้าที่เต็มที่ภายใน 2-3 สัปดาห์ครับ

โดยในช่วง 3-4 วันแรก จะค่อย ๆ ยุบลงจนหายเป็นปกติภายใน 7-14 วัน หากบวมแดงมากหรือปวดมากขึ้นหลังวันที่ 4 ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินครับ

คนไข้สามารถศึกษาเกี่ยวกับข้อปฎิบัติตัวก่อน-หลังร้อยไหมที่ถูกต้อง จากบทความที่หมอเคยเชียนไว้ได้ครับ


ร้อยไหมก้างปลาเจ็บไหม ?

ก่อนร้อยไหมก้างปลา หมอจะมีการฉีดยาชาให้ก่อนครับ เมื่อยาออกฤทธิ์แล้วจึงเริ่มทำการร้อยไหม ระหว่างร้อยก็จะไม่เจ็บ แต่จะรู้สึกถึงเส้นไหมตอนกำลังร้อยเข้าไปเป็นปกติ


ร้อยไหมก้างปลา ซ้ำได้เมื่อไหร่ ?

การร้อยไหมก้างปลา สามารถร้อยซ้ำได้ครับเมื่อรู้สีกว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อยลง โดยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วง 4-5 เดือน สำหรับไหม PDO และ 12 เดือน สำหรับไหม PCL สามารถปรึกษาหมอให้ช่วยประเมินการร้อยไหมได้ตามความเหมาะสมครับ


หลังร้อยไหมก้างปลา จะเกิดพังผืดหรือไม่ ?

การเกิดพังผืด มีสาเหตุจากการใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพครับ เช่นไหมทองคำ หรือไหมชนิดที่ไม่ละลาย ซึ่งปัจจุบันมีการยกเลิกและห้ามใช้ครับ


สรุป ร้อยไหมก้างปลาดีไหม ?

การร้อยไหมก้างปลา ดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในการร้อยไหม สามารถวิเคราะห์ปัญหา แนะนำแนวทางในการแก้ไขได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้คนไข้แต่ละเคสได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

สำหรับใครที่สนใจการร้อยไหมก้างปลา แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกไหมแบบไหนดี ร้อยไหมอะไรดีที่สุด ต้องร้อยไหมกี่เส้น สามารถปรึกษาหมอก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [อัปเดต 2026]

Reading Time: 5 minutesเมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง ?

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ? เลือกฉีดมาเด้ ที่ไหนดี ? เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการและปลอดภัยสูงสุดครับ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutesเมโส Depigment เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใสจากยุโรป ที่ผ่านการรับรองจากอย. มีจุดเด่นในการช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เหมาะกับปัญหาผิวของคนไทยที่ต้องเจอแดดอยู่ตลอดเวลา หลังฉีดผิวกระจ่างใสขึ้น และเนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใสจะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้เร็วกว่าการทาครีมทั่วไป หลายคนจึงนิยมฉีดอย่างต่อเนื่องแทนการทาครีม เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อ มีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามส่วนผสม สำหรับบทความนี้หมอจะเจาะลึกเรื่องเมโส Depigment ว่ามีการทำงานอย่างไร ทำไมถึงช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ และแตกต่างจากเมโสหน้าใสยี่ห้ออื่นอย่างไร

เมโส Tensonez คืออะไร ดีอย่างไร ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยอะไรได้...

Reading Time: 3 minutesเมโส Tensonez เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใส ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงผิว ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ บนใบหน้าได้ สำหรับเมโส Tensonez มีจุดเด่นที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นคือเรื่องการลดปัญหาฝ้า กระ บนใบหน้า ทำให้หน้าขาวใส ในบทความนี้หมอจะมาลงรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส รวมถึงวิธีตรวจเช็กเมโสของแท้ ว่าต้องดูอย่างไร ราคาเท่าไหร่ เลือกฉีดอย่างไรจึงปลอดภัย

ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ? ผลข้างเคียงทั่วไปมีอะไรบ้าง...

Reading Time: 3 minutesหลังฉีดเมโสหน้าใส คนไข้อาจสังเกตเห็นรอยนูนเล็ก ๆ และสงสัยว่า ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ทำอย่างไรให้หายเร็ว ๆ ? โดยทั่วไป สามารถยุบได้ใน 1-3 ชั่วโมงหลังทำ หรือไม่เกิน 1-3 วัน ในรายที่ผิวบอบบาง เพื่อคลายความกังวลใจ บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์อาการบวมหลังฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ และผลข้างเคียงที่ควรให้แพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมครับ

filorga ใต้ตาคืออะไร ? อันตรายไหม ? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอ...

Reading Time: 3 minutesFilorga ใต้ตา VS ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกวิธีไหนดี ? แก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหล ขอบตาดำ หรือมีถุงใต้ตา สองหัตถการนี้แตกต่างกันอย่างไร ? แก้ไขปัญหาใต้ตาได้เหมือนกันหรือไม่ ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและสอบถามหมอเข้ามาครับ เพื่อให้สามารถเลือกหัตถการที่เหมาะสม ผลลัพธ์ชัดเจน แก้ปัญหาได้ตรงจุด มาดูความแตกต่างของสองหัตถการนี้ก่อนตัดสินใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า