เมโสหน้าใส ตัวช่วยบำรุงผิวแบบเร่งด่วน
เมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง ?
สารบัญ เมโสหน้าใส
Q : เมโสหน้าใส คืออะไร ?
เมโสหน้าใส คือ ทรีตเมนต์บำรุงผิว เป็นทางลัดในการนำส่วนผสมที่มีคุณสมบัติบำรุงและฟื้นฟูผิว โดยเฉพาะตัวที่ดูดซึมได้ยากจากการทา มาทำให้สามารถฉีดเข้าในชั้นผิวได้โดยตรง เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวชั้น หนังแท้ ได้อย่างรวดเร็ว จากปกติอาจใช้เวลาเป็นเดือน ทำให้เริ่มเห็นผลได้ใน 1 อาทิตย์หลังฉีด
การฉีดเมโสหน้าใส จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว เพื่อให้ผิวเต่งตึงคล้ายผลแอปเปิลในรูป หลังฉีดหน้าขาวใส ดูเป็นธรรมชาติ
Q : คำว่า “เมโส” มีที่มาอย่างไร ?
คำว่าเมโส มาจากคำว่า meso แปลว่าตรงกลาง หมายถึงการฉีดลงใน “ชั้นกลางของผิว”
โครงสร้างผิวชั้นกลาง
ในผิวชั้นกลาง (Dermis) เป็นชั้นผิวหนังแท้ จะประกอบไปด้วยคอลลาเจน อิลาสติน เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิว และ Hyaluronic Acid ครับ
อายุที่มากขึ้นหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตจะทำให้ระดับคอลลาเจน อิลาสติน และไฮยาลูรอนในโครงสร้างผิวเสื่อมสภาพลง
การฉีดเมโสหน้าใสเข้าไปในจุดนี้ จึงเรียกได้ว่าเป็นการฟื้นฟูผิวถึงชั้นหนังแท้ เป็นวิธีบำรุงโครงสร้างผิวที่เห็นผลดีและรวดเร็ว ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง ยืดหยุ่น
Q : เมโสหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
- ฟื้นฟูผิวจากสารพิษ เช่น ภาวะผื่นแพ้ สิว
- ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน
- ให้ผิวมีความชุ่มชื้น แข็งแรง สุขภาพดี
- ลดฝ้า กระ แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
- เสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
Q : เมโสหน้าใส อันตรายไหม ?
การฉีดเมโสหน้าใส ไม่อันตรายครับ ส่วนผสมในตัวยาเมโสประกอบด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ตามหลัก Homeopathy เป็นวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุง และเสริมภูมิคุ้มกันให้ผิว ถ้าฉีดโดยใช้ตัวยาเมโสแท้ที่ผ่านอย. กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ภายในคลินิกที่ได้มาตรฐาน คนไข้ก็จะปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายครับ
เมโสหน้าใสที่ต้องระวัง คือ การฉีดเมโสปลอม เมโสที่รับฉีดตามบ้าน หรือสั่งซื้อเองทางออนไลน์ เป็นตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้แล้วอาจมีอาการแพ้ เป็นผื่น ทำให้ผิวบาง ผิวไวต่อแสง หรือเกิดการอักเสบได้ครับ
Q : เมโสหน้าใส มีกี่แบบ ? เมโสหน้าใสแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อครับ หากแบ่งกลุ่มเมโสหน้าใสตามจุดประสงค์การฉีด จะได้เป็น 3 แบบ ดังนี้
- เน้นหน้าขาวใส เติมความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของวิตามินต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส เช่น Vitamin C, HA, Amino Acids และสารต้านอนุมูลอิสระ
- เน้นปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง จะมีส่วนผสมของคอลลาเจน และ โคเอนไซม์ เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
- เน้นลดสิว-แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก คอลลาเจนยังช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลงช่วยลดสิว
Q : เมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ?
เนื่องจากผิวหน้าแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน การจะทราบว่าผิวหน้าของเรานั้น เหมาะกับใช้ เมโส ยี่ห้อไหนดี ? ควรให้หมอตรวจประเมิน เพื่อปรับสูตรเมโสให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่คนครับ
ปัจจุบันเมโสหน้าใสในตลาดความงามประเทศไทย ณ ปัจจุบัน มีกว่า 100 ยี่ห้อครับ โดยยี่ห้อชั้นนำที่ได้รับความนิยม หรือที่คุ้นหูกันดี เช่น
- Filorga ช่วยผิวขาวใส ลดฝ้า และบำรุงผิวล้ำลึก เติมความชุ่มชื้น
- FILLSTIM-B เสริมโครงสร้างผิว ผิวโกลว์ กระชับรูขุมขน ลดผดผื่น
- Fillstim-OX เพิ่มความกระจ่างใส ลดรอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
- Made Collagen ขับสารพิษตกค้าง ลดสิว ลดผื่น ปรับสมดุลผิว
- Revs กระตุ้นคอลลาเจน ต้านการอักเสบ เพิ่มความกระจ่างใส
- Tensonez ผิวขาว ใส ลดฝ้า เพิ่มความชุ่มชื้น
- Neo-Glutanex Glow กระ รอยสิว ลดริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน
- Alpha Arbutin เน้นลดฝ้าโดยตรง
Q : ฉีดเมโสหน้าใส เจ็บไหม ?
หากไม่ได้ใช้ยาชา จะมีความรู้สึกตอนฉีดแต่ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ครับ โดยปกติแล้ว การฉีดเมโสหน้าใสจะไม่ได้มีการแปะยาชา เนื่องจากฉีดชั้นผิวที่ไม่ลึก ปริมาณตัวยาไม่มากและใช้เวลาไม่นาน การประคบน้ำแข็งก่อนฉีดก็เพียงพอครับ
Q : เมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?
เมโสหน้าใส อยู่ได้นาน 1-2 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ) หากฉีดอย่างสม่ำเสมอครับ และจะอยู่ได้นานขึ้น หากคนไข้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น การตากแดดจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่
Q : หน้ามัน รูขุมขนกว้าง มีฝ้า การฉีดเมโสช่วยได้ไหม ?
ได้ครับ หมออธิบายแบบนี้ หน้าที่ของต่อมไขมัน คือ รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวครับ ถ้าเราฉีดคอลลาเจนลงในผิวก็จะทำให้ต่อมไขมันทำงานน้อยลง หน้ามันน้อยลง และรูขุมขน(ที่ไม่ใช่รอยสิว) ก็จะค่อย ๆ เล็กลงตามครับ
Q : เมโสรักษาฝ้าได้จริงไหม ?
ในกรณีฝ้า สามารถใช้เมโส เพื่อชะลอการกระจายของฝ้า และช่วยให้รอยจางลงได้ 20-50 % ในบางเคสครับ
ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์เมลาโนไซต์ผลิตเมลานิน หรือเม็ดสีออกมามากเกินจำเป็น ทำให้เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลบนผิว ซึ่งการเกิดฝ้าเป็นกลไกป้องกันผิวตามธรรมชาติ โดยมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากการแพ้ หรือจากแสงแดด
ในเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เลเซอร์ Pico ยาทา ยากิน หรือยาฉีด ยังไม่มีวิธีไหนที่ทำให้ฝ้าหายขาดได้เลยครับ การรักษาทำได้เพียงช่วยชะลอไว้ หรือในฝ้าบางประเภท อาจจะไม่ได้ผลเลยก็มี
Q : ฉีดเมโสฝ้า กี่วันเห็นผล ?
การฉีดเมโสเพื่อรักษาหรือชะลอฝ้า จะเห็นผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้มีปัญหามากน้อยแค่ไหน และมีความสม่ำเสมอในการฉีดเมโสหน้าใสหรือไม่ครับ
การที่จะให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ต้องฉีดเมโสหน้าใสต่อเนื่อง การฉีดครั้งเดียวอาจจะไม่เพียงพอครับ หมอจะแนะนำให้ฉีดคอร์ส 5 ครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ และช่วยให้ฝ้าลดลงเร็วขึ้น ปกติจะค่อย ๆ เห็นผลใน 7-14 วัน
Q : ฉีดเมโสหน้าใส มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
ฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง ? การฉีดเมโสหน้าใส เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย เนื่องจากตัวยาที่ฉีดเข้าไปเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อผิว จำพวกวิตามินช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส และแข็งแรงขึ้น สามารถย่อยสลายได้เอง ไม่ทิ้งสารตกค้างครับ
ดังนั้น ผลข้างเคียงที่มีจะเป็นในเรื่องของรอยเข็มตามใบหน้าที่เกิดจากตอนฉีดตัวยา ซึ่งรอยเข็มเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-3 วัน หลังฉีดจะมีเป็นตุ่มนูน ๆ ตรงบริเวณที่ฉีด แต่เมื่อตัวยาซึมเข้าผิวหมดแล้วก็จะยุบลงไปเองครับ ไม่เป็นอันตราย
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี บำรุงผิวหน้าอย่างปลอดภัยมีวิธีเลือกคลินิกอย่างไร
Q : หลังทำเมโสแล้วผื่นแดงขึ้น ต้องทำอย่างไร ?
ผื่นแดงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ : มักไม่บวมแดงทันทีหลังทำ แต่จะเริ่มบวมแดงมากขึ้นหลังจากวันที่ 3 หลังฉีด หากรีบรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อก็จะหายได้อย่างปลอดภัย 100% และควรระวังเรื่องความสะอาดในการฉีดครั้งต่อ ๆ ไป
- เกิดจากการแพ้ ยาชาแบบทา หรือตัวยาเมโส : จะบวมแดงทันทีหลังทำ และเป็นทั่วทุกจุดที่ฉีด หรือจุดที่ทายาชา ถ้าแพ้แบบไม่รุนแรง (ไม่อันตราย) จะหายเองใน 1 คืนหลังฉีด หากบวมแดงนานเกิน 24 ชม. ควรมาพบแพทย์เพื่อขอรับยากินเพิ่ม
- เกิดจากผื่นคนไข้กำเริบ : หรือเป็นผื่นจากโรคอื่น ๆ ที่เกิดพร้อมกันพอดี ระยะเวลาการเกิดผื่นจะไม่แน่นอน ตำแหน่งที่เกิดผื่นจะไม่ตรงกับทุกจุดที่ฉีด ควรติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามโรคนั้น ๆ ต่อไป
- ผื่นแดงจากรอยเข็ม รอยช้ำ : จะออกสีม่วงเขียวตามจุดที่ฉีด อาจเกิดทันที หรือหลังฉีด 2-3 วันได้ แก้ไขด้วยการประคบเย็นภายใน 48 ชม.แรก หลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
Q : ฉีดเมโสหน้าใส กี่วันเห็นผล ? ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?
หลังฉีดเมโสหน้าใส จะเริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน โดยปกติเมโสหน้าใส จะฉีดอาทิตย์ละครั้งใน 1 เดือนแรก และหลังจากนั้นฉีดทุก ๆ 2 อาทิตย์ เพื่อคงสภาพ เมโสหน้าใส ไม่มีแบบถาวรครับ สลายหมดไม่มีสารตกค้าง
Q : ฉีดเมโสหน้าใสดีไหม การฉีดเมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง ?
การฉีดเมโสหน้าใส เป็นเหมือนการให้อาหารผิวโดยการฉีดสารบำรุงที่มีประโยชน์ ถ้าถามว่าฉีดเมโสหน้าใสดีไหม จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคนด้วยครับ บางคนอาจจะเห็นผลไว บางคนต้องใช้เวลา ดังนั้นควรให้หมอประเมินก่อนว่าเหมาะกับการใช้ยาตัวไหน สูตรใดครับ
โดยทั่วไปการฉีดเมโสหน้าใสจะเหมาะกับคนไข้เหล่านี้
- คนที่ไม่ค่อยมีเวลาทาครีม แต่อยากเห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว
- คนที่ไม่มีเวลาดูแลตนเอง อดนอน ทำงานหนัก
- คนที่ต้องการผลแบบเร่งด่วน ก็สามารถฉีดถี่ขึ้น 3 วัน/ครั้ง ได้ครับ
การฉีดเมโสหน้าใสควบคู่กับการทาครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ
Q : นอกจากเมโสหน้าใสแล้ว มีวิธีไหนที่ช่วยให้หน้าใสได้อีก ?
หากต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ให้กระจ่างใส และสุขภาพดี ส่วนใหญ่จะนิยมใช้หัตถการทางการแพทย์ครับ ซึ่งก็มีหลายตัว เพื่อให้คนไข้ได้หัตถการที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด แนะนำให้ประเมินใบหน้าและสภาพผิวกับแพทย์ก่อนครับ
ประเมินใบหน้าและสภาพผิวกับแพทย์
เลเซอร์หน้าใส
เลเซอร์หน้าใสเป็นการใช้คลื่นแสงจำเพาะเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวต่าง ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ลดการทำงานของเม็ดสี แต่ข้อเสียคือ ไม่ว่าคลื่นแสงนั้นจะจำเพาะเพียงใด สำหรับผิวคนเอเชียจะมีเม็ดสีของผิวชั้นบน ทำให้ผิวชั้นบนหลุดออกบางส่วน
ผิวชั้นบนมีส่วนช่วยในการป้องกันแสงแดด ประกอบกับแสงแดดเมืองไทยที่ค่อนข้างแรงย่อมไม่เป็นผลดีต่อผิวในระยะยาวครับ (เทคโนโลยีและงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเลเซอร์หน้าใสจะเหมาะกับทางยุโรปที่ผิวขาวและแดดไม่แรงครับ)
ทางคลินิกจึงไม่แนะนำเลเซอร์หน้าใส จะแนะนำให้ทำเลเซอร์หน้าใสเฉพาะกรณีต้องการผลเร่งด่วน หรือหากทำเพื่อรักษาหลุมสิว กำจัดขน ลดรอยฝ้า หรือโรคอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ปกติครับ
เมโสหน้าใส ในปัจจุบัน ได้ผลใกล้เคียงกับเลเซอร์หน้าใส โดยที่ไม่ทำให้ผิวชั้นบนหลุดออกครับ
โบท็อกหน้าใส
การฉีดโบท็อกหน้าใส หรือที่เรียกว่า Skin Botox จะต่างจากการฉีดโบท็อกเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะฉีดในชั้นกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวรู้สึกตึง ขยับได้น้อยลง
ขณะที่ Skin Botox จะฉีดในผิวชั้นหนังแท้ เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมัน และกล้ามเนื้อมัดเล็ก ผลลัพธ์ที่ได้ คือ รูขุมขนกระชับ หน้ามันน้อยลง ผิวใสขึ้นครับ ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อ่านเพิ่มเติมได้ครับ
Skin Booster
ในต่างประเทศคำนี้จะใช้เรียกฟิลเลอร์งานผิว Restylane Vital Light Skin Booster ครับ ซึ่งเป็น Hyaluronic Acid ที่เข้มข้นกว่าเมโสหน้าใสทั่ว ๆ ไป อยู่ได้นานกว่า และเป็นน้ำมากกว่าฟิลเลอร์ปกติ จะสามารถแพร่กระจายในชั้นผิวได้ทั่วทุกชั้นและกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ความหย่อนของผิว มีร่องลึก และต้องการหน้าใสควบคู่กัน คล้าย ๆ การที่เราเติมนุ่นเข้าไปในหมอนให้หมอนตึง
นอกจากนี้ในปัจจุบันก็ยังมีฟิลเลอร์สำหรับงานผิวออกมาอีกหลายตัว เช่น Belotero Revive ที่มีส่วนประกอบของ HA+Glycerol และ Skinvive ที่ต่อยอดมาจาก Juvederm Volite
Hifu
Hifu (High Intensity Focused Ultrasound) เป็นคลื่นเสียง ไม่ใช่แสง จึงไม่มีผลเสียต่อผิวชั้นนอก ทำให้ชั้นหนังแท้หดตัว คล้าย ๆ การเย็บให้ผิวตึง และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวเนียนละเอียดขึ้น ถ้าให้เห็นภาพง่ายขึ้นเหมือนกับเราดึงปลอกหมอนให้หมอนตึงครับ 9 ข้อ ที่ต้องระวัง ! และควรรู้ ในการทำ Hifu
สำหรับเครื่อง Hifu ที่ได้มาตรฐานและนิยมใช้ในปัจจุบันจะมี 2 รุ่น คือ Hifu Ultraformer III และ Ultraformer MPT ซึ่งประสิทธิภาพในการยกกระชับของทั้งคู่ใกล้เคียงกันครับ แต่ Hifu Ultraformer MPT จะมีหัวยิง Ultra Booster สำหรับงานผิวโดยเฉพาะ ช่วยปรับให้ผิวใส ละเอียด รูขุมขนเล็กลง
ฉีดรีจูรัน (Rejuran)
การฉีดรีจูรัน (Rejuran) จะเป็นการนำสารสกัด Polyneucleotide (โพลินิวคลิโอไทด์) หรือ PN ที่สกัดมาจาก DNA จากปลาแซลมอน (Salmon DNA) มาฉีดเพื่อฟื้นฟูผิวหน้าในระดับชั้นผิวหนังแท้ ช่วยทำให้สีผิวกระจ่างใสดูสม่ำเสมอ ลดรอยดำ รอยแผลจากสิวให้แลดูจางลง บำรุงผิวฉ่ำวาว ผิวกระจก ผิวแลดูเรียบเนียน ผ่องใส
Q : เมโสหน้าใสแบบทา ได้ผลจริงไหม ?
เมโสหน้าใสแบบทา ที่เคยได้ยินทั่วไปในอินเทอร์เน็ต เป็นชื่อเพื่อการโฆษณาของครีมหรือเซรัมที่ใช้บำรุงผิวครับ การเห็นผลก็เหมือนกับสกินแคร์ทั่ว ๆ ไป ต้องรอให้ผิวซับตัวยาเข้าไป และอาศัยความสม่ำเสมอในการทา ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ประสิทธิภาพจะต่างจากเมโสหน้าใสแบบฉีดครับ
Q : ข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส
มี เมโสหน้าใส หลายยี่ห้อที่ไม่ผ่าน อย. นั่นหมายความว่า จะไม่สามารถยืนยัน ที่มาและแหล่งผลิตได้ รวมถึง ไม่มั่นใจว่าตัวยาที่อยู่ในเมโสนั้น ๆ จะเกิดผลเสียในระยะยาวหรือไม่ เช่น ถ้ามีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือฮอร์โมน ก็จะทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่ม แต่เมื่อฉีดไปนานๆ 1-2 ปี จะทำให้ชั้นผิวบางลง เกิดฝ้า ผิวไวต่อแดดและเกิดริ้วรอยก่อนวัย บางทีอาจจะถึงขั้นเกิดมะเร็งได้ครับ
ดังนั้น จึงแนะนำว่า ควรขอดูยี่ห้อยา ก่อนฉีดเมโสทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย
มี อย. หมายถึง เป็นยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีบริษัทที่นำเข้าชัดเจน การขนส่งยาถูกกรรมวิธี ยาไม่เสื่อมสภาพ และสามารถเช็กแหล่งผลิตได้ มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบกับ บริษัทที่นำเข้าได้ว่าคลินิกนั้น ๆ ใช้ยาแท้หรือไม่
ถ้าไม่มี อย. ก็จะไม่มั่นใจว่า ใช่ยาแท้หรือไม่ เนื่องจากมีโรงงานจำนวนมากที่จีนนิยมทำสินค้าเลียนแบบ ประเภท เมโสหน้าใส ต่าง ๆ นี้ออกมามาก เพราะแค่กล่องเล็ก ๆ ก็สามารถขายได้ราคาสูง
โดยที่เทคโนโลยีการปลอมนั้น สามารถเลียนแบบแพ็กเกจได้เหมือน 100% แม้แต่หมอก็แยกไม่ออก หมอก็ต้องสั่งจากบริษัทที่นำเข้าที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.เท่านั้นครับ (ยาหนึ่งยี่ห้อจะมีเพียงบริษัทเดียวที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง)
Q : หลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร ?
หลังฉีดเมโสหน้าใส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่มีข้อควรระวังเล็กน้อย เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคือง และให้ผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ได้นาน ดังนี้
- ไม่ควรกด หรือนวดผิวบริเวณที่ทำทันที ในช่วง 1-2 คืนแรกหลังฉีด
- งดทาครีม สกินแคร์ บริเวณรอยเข็มหลังทำทรีตเมนต์ 1 คืน
- หลีกเลี่ยงแสงแดด และมลภาวะ หมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายผิว เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น ของทอด ของมัน ของหมักดอง และอาหารรสจัด
นอกจากนี้ หมอแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณ 2 ลิตร/วัน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และฟื้นฟูได้ดีขึ้น หากคนไข้เกิดรอยแดง ช้ำ หรือปวดระบมจากรอยเข็มบริเวณที่ฉีดเมโสหน้าใส ก็สามารถกินยาแก้ปวด และประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
Q : ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี ?
ก่อนตัดสินใจ ฉีดเมโสหน้าใส ควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ดำเนินงานโดยแพทย์ ให้คำแนะนำอย่างละเอียด ราคาสมเหตุสมผล และควรตรวจสอบตัวยาและกล่องยาก่อนฉีดทุกครั้ง
โดยปกติ เมโสหน้าใส ที่ผ่าน อย. นั้น บริษัทที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง จะขายให้กับแพทย์เท่านั้นเพราะมีกฎหมายยาบังคับ ยาเมโสหน้าใสที่ลักลอบขายตามอินเทอร์เน็ตจะเป็นยาหิ้วและไม่ปลอดภัยครับ ที่ V Square Clinic จะประเมินผิวหน้าและเลือกสูตรที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด
Q : เมโสหน้าใส รีวิวควรดูอะไร ?
การดูรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยรีวิวนั้นเขียนโดยผู้ใช้บริการจริงและมีความเป็นปัจจุบัน ก็จะช่วยให้คนไข้นั้นสามารถตรวจสอบคุณภาพการทำหัตถการของแพทย์และผลการรักษาได้ดียิ่งขึ้นครับ
Q : เมโสหน้าใส V-ID Facial Program ราคา เท่าไหร่ ?
เมโสหน้าใส ราคาเริ่มต้น 3,900.- ที่ V Square Clinic มีโปรแกรมหน้าใส V-ID Facial Program ให้เลือกหลายสูตรครับ ราคามีให้เลือกทั้งแบบครั้ง และแบบคอร์ส แตกต่างกันไปตามสูตร ซึ่งหมอจะแนะนำว่าแต่ละสูตรมีข้อดีอย่างไร เหมาะกับแก้ปัญหาไหน เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจครับ
Promotion V-ID Facial Program
| สูตรเมโส | ราคาต่อครั้ง (1 ครั้ง) | โปรโมชันคอร์ส |
|---|---|---|
| สูตร Glass Skin | 9,000.- | 6 ครั้ง 39,000.- จากปกติ 54,000.- |
| สูตร Bright and Glow | 7,200.- | 3 ครั้ง 20,000.- จากปกติ 21,600.- |
| สูตร Double Bright | 6,900.- | 3 ครั้ง 19,000.- จากปกติ 19,000.- |
| สูตร Double Glow | 6,900.- | 3 ครั้ง 19,000.- จากปกติ 20,700.- |
| สูตร Bright | 3,900.- | 3 ครั้ง 10,900.- จากปกติ 10,900.- |
| สูตร Glow | 3,900.- | 3 ครั้ง 10,900.- จากปกติ 11,700.- |
สรุปเกี่ยวกับการฟื้นฟูและบำรุงผิวด้วยเมโสหน้าใส
เมโสหน้าใสเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ช่วยปรับสภาพผิวถึงชั้นหนังแท้ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอ ลดปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ และเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เห็นผลลัพธ์เร็ว แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด โดยเฉพาะเมื่อเลือกสูตรที่เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคนครับ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้บริการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวกับแพทย์ก่อนทุกครั้ง ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ได้มาตรฐาน และทำภายในคลินิกที่น่าเชื่อถือเท่านั้น


