ฉีดเมโสหน้าใสคืออะไร? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [ อัพเดท 2022 ]

Reading Time: 5 minutes

เมโสหน้าใส

เมโสหน้าใส

รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ เมโสหน้าใส

เมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่างๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง?

สามารถศึกษาได้ในหัวข้อต่อไปนี้ครับ

สารบัญเมโสหน้าใส


Q : เมโสหน้าใส คืออะไร?

เมโสหน้าใสคือ ทรีทเม้นท์บำรุงผิว เป็นทางลัดในการนำส่วนผสมที่มีอยู่ในครีมต่างๆ โดยเฉพาะตัวที่ดูดซึมจากการทาได้ยาก มาทำให้สามารถฉีดเข้าในชั้นผิวได้โดยตรง และออกฤทธิ์ไวขึ้น จากปกติอาจใช้เวลาเป็นเดือน ทำให้เริ่มเห็นผลได้ใน 1 อาทิตย์หลังฉีด

เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใส จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิวเพื่อให้ผิวเต่งตึงคล้ายผลแอปเปิ้ลในรูป หลังฉีดหน้าขาวใสดูเป็นธรรมชาติ

Q : คำว่า “เมโส” มีที่มาอย่างไร?

คำว่าเมโส มาจากคำว่า meso แปลว่าตรงกลาง หมายถึงการฉีดลงใน “ชั้นกลางของผิว”

โครงสร้างผิวชั้นกลาง

โครงสร้างผิวชั้นกลางที่ใช้ฉีดเมโส

ในผิวชั้นกลาง (Dermis) เป็นชั้นผิวหนังแท้ จะประกอบไปด้วยคอลลาเจน อิลาสติน เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิว และ hyaluronic acid ซึ่งอายุที่มากขึ้นหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตจะทำให้ระดับคอลลาเจน อิลาสติน และโครงสร้างผิวเสื่อมสภาพลง

การฉีดเมโสหน้าใสเข้าไปในจุดนี้ จึงเป็นวิธีบำรุงโครงสร้างผิวที่เห็นผลดีและรวดเร็ว ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง ยืดหยุ่น

Q : เมโสหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

  • ฟื้นฟูผิวจากสารพิษ เช่น ภาวะผื่นแพ้ สิว
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน
  • ให้ผิวมีความชุ่มชื้น แข็งแรง สุขภาพดี
  • ลดฝ้า กระ แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
  • เสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
ฉีดวิตามินผิวแล้วดูกระจ่างใสขึ้นจริงไหม

หลังฉีดเมโสหน้าใส ผิวจะค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพ ให้กลับมาแข็งแรงและมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น

Q : เมโสหน้าใส อันตรายไหม?

การฉีดเมโสหน้าใส ไม่อันตรายครับ ส่วนผสมในตัวยาเมโสประกอบด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ตามหลัก Homeopathy เป็นวิตามินต่างๆ ที่ช่วยบำรุง และเสริมภูมิคุ้มกันให้ผิว ถ้าฉีดโดยใช้ตัวยาเมโสแท้ที่ผ่านอย. กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย 100%

ฉีดเมโสหน้าใสของแท้-กับแพทย์ที่มีประสบการณ์

การฉีดเมโสหน้าใสในคลินิกที่ได้มาตรฐาน กับหมอที่มีประสบกาณ์
จะช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัยของตัวยาครับ

เมโสหน้าใสที่ต้องระวังคือการฉีดเมโสปลอม เมโสที่รับฉีดตามบ้าน หรือสั่งซื้อเองทางออนไลน์ เป็นตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้แล้วอาจมีอาการแพ้ เป็นผื่น ทำให้ผิวบางหรือเกิดการอักเสบได้ครับ


Q : เมโสหน้าใส มีกี่แบบ? เมโสหน้าใสแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร?

แบ่งเมโสหน้าใสได้เป็น 3 แบบ ดังนี้

  1. ฉีดหน้าขาวใส มีส่วนผสมของวิตามินต่างๆที่ทำให้หน้าขาว เช่น vitamin ABCE, Transamin, Glutathione
  2. เน้นหน้าใส จะมีส่วนผสมของคอลลาเจน และ โคเอนไซม์ เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
  3. เน้นลดสิว-แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก คอลลาเจนยังช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลงช่วยลดสิว เมโสยี่ห้อที่มีจุดเด่นด้านนี้คือ มาเด้-คอลลาเจน ครับ

Q : เมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี?

เนื่องจากผิวหน้าแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน การจะทราบว่าผิวหน้าของเรานั้น เหมาะกับใช้ เมโส ยี่ห้อไหนดี? ควรให้หมอตรวจประเมินเพื่อปรับสูตรเมโสให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่คนครับ

  • Made Collagen ลดสิว ลดผื่น
  • Tensonez ผิวขาว ใส ลดฝ้า
  • Depigment ช่วยลดฝ้า
  • Filorga ช่วยผิวขาวใส ลดฝ้า และบำรุงผิวล้ำลึก
  • Alpha arbutin เน้นลดฝ้าโดยตรง

ที่ V Square Clinic เราจะให้แพทย์ตรวจประเมินผิวหน้าคนไข้ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้จะได้สูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวคนไข้มากที่สุด


Q : เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด vs แบบ 16 จุด

การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

แต่เดิมการฉีดเมโส จะใช้เข็มฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็กๆ ในผิวชั้นตื้นทั่วทั้งหน้าเรียกว่า mesotherapy ข้อดีของการใช้เข็มจิ้มเป็นจุดเล็กๆ ทั่วหน้า จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปด้วยในตัว แต่ข้อเสียคือ อาจเกิดรอยช้ำรอยแดง และถ้าระหว่างฉีดไม่สะอาดพอจะเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ (ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้ที่ซื้อเมโสมาฉีดเอง)

เมโสหน้าใส

ในรูปนี้จะเป็นการทำเมโสหน้าใสแบบสะกิดครับ

การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

ต่อมาที่ประเทศอิตาลีมีการค้นพบเทคนิคการฉีดวิตามินหน้าใส 16 จุด โดยจะฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง การฉีดเมโสหน้าใส แบบนี้ มีข้อดีคือ เป็นแผลน้อยกว่า รอยช้ำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า ตัวยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า เปรียบเทียบคล้ายเราฝังตัวยาไว้ที่ต้นน้ำแล้วปล่อยให้ยาค่อย ๆ ไหลกระจายออกมา เทคนิคนี้จะออกฤทธิ์ได้นานกว่าแบบสะกิด เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

ภาพแสดงการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองที่นำมาใช้ในเทคนิคการฉีดเมโสแบบ 16 จุด

Q : ฉีดเมโสหน้าใส เจ็บไหม?

หากไม่ได้ใช้ยาชา จะมีรู้สึกตอนฉีดแต่ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ครับ โดยปกติแล้ว การฉีดเมโสหน้าใสจะไม่ได้มีการแปะยาชา เนื่องจากฉีดผิวชั้นกลาง ปริมาณตัวยาไม่มากและใช้เวลาไม่นาน การประคบน้ำแข็งก่อนฉีดก็เพียงพอครับ

Q : เมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน?

เมโสหน้าใส อยู่ได้นาน 1-2 เดือน หากฉีดอย่างสม่ำเสมอครับ และจะอยู่ได้นานขึ้น ที่สำคัญคือดูแลตัวเองและไม่ทำพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น การตากแดดจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอลล์หรือสูบบุหรี่


Q : หน้ามัน รูขุมขนกว้าง มีฝ้า การฉีดเมโสช่วยได้ไหม?

หน้าที่ของต่อมไขมันคือรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวครับ ถ้าเราฉีดคอลลาเจนลงในผิวก็จะทำให้ต่อมไขมันทำงานน้อยลง หน้ามันน้อยลง และรูขุมขน(ที่ไม่ใช่รอยสิว) ก็จะค่อย ๆ เล็กลงตามครับ

เมโสหน้าใส

การทำเมโสหน้าใสด้วยคอลลาเจนจะช่วยให้ความชุ่มชื้นและลดความมันของใบหน้าลงได้

Q : เมโสรักษาฝ้าได้จริงไหม?

ในกรณีฝ้า สามารถใช้เมโส เพื่อชะลอการกระจายของฝ้า และ ช่วยให้จางลงได้ 20-50 % ในบางเคสครับ ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์เมลาโนไซต์ผลิตเมลานิน หรือเม็ดสีออกมามากเกินจำเป็น ทำให้เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลบนผิว ซึ่งการเกิดฝ้าเป็นกลไกป้องกันผิวตามธรรมชาติ โดยมีหลายสาเหตุไม่ว่าจะจากการแพ้ หรือจากแสงแดด

ซึ่งในเทคโนโลยีล่าสุดปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เลเซอร์ pico ยาทา ยากิน ยาฉีด ยังไม่มีวิธีไหนที่ทำให้ฝ้าหายขาดได้เลยครับ การรักษาทำได้เพียงช่วยชะลอไว้ หรือในฝ้าบางประเภท อาจจะไม่ได้ผลเลยก็มีครับ

Q : ฉีดเมโสฝ้า กี่วันเห็นผล?

การฉีดเมโสเพื่อรักษาหรือชะลอฝ้า จะเห็นผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้มีปัญหามากน้อยแค่ไหน และมีความสม่ำเสมอในการฉีดเมโสหน้าใสหรือไม่ครับ

การที่จะให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ต้องฉีดเมโสหน้าใสต่อเนื่อง การฉีดครั้งเดียวอาจจะไม่เพียงพอครับ หมอจะแนะนำให้ฉีดคอร์ส 5 ครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ และช่วยให้ฝ้าลดลงเร็วขึ้น ปกติจะค่อยๆ เห็นผลใน 7-14 วัน

Q : ฉีดเมโสหน้าใส มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง? การฉีดเมโสหน้าใส เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากตัวยาที่ฉีดเข้าไปเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อผิว จำพวกวิตามินช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส

ดังนั้น ผลข้างเคียงที่มีจะเป็นในเรื่องของรอยเข็มตามใบหน้าที่เกิดจากตอนฉีดตัวยา ซึ่งรอยเข็มเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-3 วัน หลังฉีดจะมีเป็นตุ่มนูนๆ ตรงบริเวณที่ฉีด แต่เมื่อตัวยาซึมเข้าผิวหมดแล้วก็จะยุบลงไปเองครับ

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.vsquareclinic.com/tips/must-know-about-meso/


Q : หลังทำเมโสแล้วผื่นแดงขึ้น ต้องทำอย่างไร?

ผื่นแดงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  1. เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ มักจะไม่บวมแดงทันทีหลังทำทันที จะเริ่มบวมแดงมากขึ้นหลังจากวันที่ 3 หลังฉีด หากรีบรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อก็จะหายได้อย่างปลอดภัย 100% และควรระวังเรื่องความสะอาดในการฉีดครั้งต่อ ๆ ไป
  2. เกิดจากการแพ้ ยาชาแบบทา หรือตัวยาเมโส จะบวมแดงทันทีหลังทำ และเป็นทั่วทุกจุดที่ฉีด หรือ จุดที่ทายาชา ถ้าแพ้แบบไม่รุนแรง(ไม่อันตราย) จะหายเองใน 1 คืนหลังฉีด หากบวมแดงนานเกิน 24 ชม ควรมาพบแพทย์เพื่อขอรับยากินเพิ่ม
  3. เกิดจากผื่นคนไข้กำเริบ หรือเป็นผื่นจากโรคอื่น ๆ ที่เกิดพร้อมกันพอดี ระยะเวลาการเกิดผื่นจะไม่แน่นอน ตำแหน่งที่เกิดผื่นจะไม่ตรงกับทุกจุดที่ฉีด ควรติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามโรคนั้น ๆ ต่อไป
  4. ผื่นแดงจากรอยเข็ม รอยช้ำ จะออกสีม่วงเขียวตามจุดที่ฉีด อาจเกิดทันที หรือหลังฉีด 2-3 วันได้ แก้ไขด้วยการประคบเย็นภายใน 48 ชม.แรก หลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

Q : ฉีดเมโสหน้าใส กี่วันเห็นผล? ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

หลังฉีดเมโสหน้าใส จะเริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน โดยปกติ เมโสหน้าใส จะฉีดอาทิตย์ละครั้งใน 1 เดือนแรก และหลังจากนั้นฉีดทุกๆ 2 อาทิตย์เพื่อคงสภาพ เมโสหน้าใส ไม่มีแบบถาวรครับ สลายหมดไม่มีสารตกค้าง


Q : ฉีดเมโสหน้าใสดีไหม การฉีดเมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง?

การฉีดเมโสหน้าใส เป็นเหมือนการให้อาหารผิวโดยการฉีดสารบำรุงที่มีประโยชน์ ถ้าถามว่าฉีดเมโสหน้าใสดีไหม จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคนด้วยครับ บางคนอาจจะเห็นผลไว บางคนต้องใช้เวลา ดังนั้นควรให้หมอประเมินก่อนว่าเหมาะกับการใช้ยาตัวไหน สูตรใดครับ

  • คนที่ขี้เกียจทาครีม และต้องการผลที่ไวกว่าการทาครีม
  • คนที่ไม่มีเวลาดูแลตนเอง อดนอน ทำงานหนัก
  • คนที่ต้องการผลแบบเร่งด่วน ก็สามารถฉีดถี่ขึ้น 3 วัน/ครั้ง ได้ครับ

Q : นอกจากเมโสหน้าใสแล้ว มีวิธีไหนที่ช่วยให้หน้าใสได้อีก?

เมโสหน้าใส

ดาราหลายๆคนก็นิยมทำ เมโสหน้าใส เป็นประจำ

เลเซอร์หน้าใส

เป็นการใช้คลื่นแสงจำเพาะเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวต่าง ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ลดการทำงานของเม็ดสี แต่ข้อเสียคือ ไม่ว่าคลื่นแสงนั้นจะจำเพาะเพียงใด สำหรับผิวคนเอเชียจะมีเม็ดสีของผิวชั้นบน ทำให้ผิวชั้นบนหลุดออกบางส่วน ผิวชั้นบนมีส่วนช่วยในการป้องกันแสงแดด ประกอบกับแสงแดดเมืองไทยที่ค่อนข้างแรงย่อมไม่เป็นผลดีต่อผิวในระยะยาวครับ (เทคโนโลยีและงานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวกับเลเซอร์หน้าใสจะเหมาะกับทางยุโรปที่ผิวขาวและแดดไม่แรงครับ)

ทางคลินิกจึงไม่แนะนำเลเซอร์หน้าใสครับ จะแนะนำให้ทำเลเซอร์หน้าใสเฉพาะกรณีต้องการผลเร่งด่วน หรือหากทำเพื่อรักษาหลุมสิว กำจัดขน ลดรอยฝ้า หรือโรคอื่นๆ ก็สามารถทำได้ปกติครับ

เมโสหน้าใส ในปัจจุบัน ได้ผลใกล้เคียงกับเลเซอร์หน้าใส โดยที่ไม่ทำให้ผิวชั้นบนหลุดออกครับ

โบท็อกหน้าใส

ในชั้นผิวนอกจะมีเส้นใยเล็ก ๆ ที่เชื่อมลงไปสู่ชั้นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไป เมื่อกล้ามเนื้อดึงจะทำให้เกิดริ้วรอย ในคนที่อายุ 20 ปีขึ้นไปคอลลาเจนและไขมันเริ่มลดลง จะทำให้เส้นใยเหล่านี้ดึงผิวเราได้ชัดขึ้น วิธีการเลือกใช้โบท็อก และโบท็อก อเมริกา vs เกาหลี vs อังกฤษ แตกต่างกันอย่างไร ?

เมโสหน้าใส

เราใช้โบท็อกฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อให้ดึงผิวเราน้อยลง ก็จะทำให้ ผิวชั้นบนเรียบเนียนขึ้น และใสขึ้นครับ

Skin booster

ในต่างประเทศคำนี้จะถูกใช้เรียก Restylane vital light skin booster จะเป็น Hyaluronic acid ที่เข้มข้นกว่า เมโสหน้าใส ทั่ว ๆ ไป อยู่ได้นานกว่า และเป็นน้ำมากกว่าฟิลเลอร์ปกติ จะสามารถแพร่กระจายในชั้นผิวได้ทั่วทุกชั้นและกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ความหย่อนของผิว มีร่องลึก และต้องการหน้าใสควบคู่กัน คล้าย ๆ การที่เราเติมนุ่นเข้าไปในหมอนให้หมอนตึง

Hifu

เป็นคลื่นเสียง ไม่ใช่แสง จึงไม่มีผลเสียต่อผิวชั้นนอก ทำให้ชั้นหนังแท้หดตัว คล้าย ๆ การเย็บให้ผิวตึง และใสขึ้น ถ้าให้เห็นภาพง่ายขึ้นเหมือนกับเราดึงปลอกหมอนให้หมอนตึงครับ 9 ข้อ ที่ต้องระวัง ! และควรรู้ ในการทำ Hifu

เมโสหน้าใสแบบทา ได้ผลจริงไหม?

เมโสหน้าใสแบบทา ที่เคยได้ยินทั่วไปในอินเทอร์เน็ตเป็นครีมหรือเซรั่มที่ใช้บำรุงผิวครับ การเห็นผลก็เหมือนกับครีมทั่วๆ ไป ต้องรอให้ผิวซับตัวยาเข้าไป ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ประสิทธิภาพจะต่างจากเมโสหน้าใสแบบฉีดมากครับ


Q : ข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส

มี เมโสหน้าใส หลายยี่ห้อที่ไม่ผ่าน อย. นั่นหมายความว่า จะไม่สามารถยืนยัน ที่มาและแหล่งผลิตได้ รวมถึง ไม่มั่นใจว่าตัวยาที่อยู่ในเมโสนั้น ๆ จะเกิดผลเสียในระยะยาวหรือไม่ เช่น ถ้ามีส่วนผสมของ สเตียรอยด์หรือฮอร์โมน ก็จะทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่ม แต่เมื่อฉีดไปนานๆ 1-2 ปี จะทำให้ชั้นผิวบางลง เกิดฝ้า ผิวไวต่อแดดและเกิดริ้วรอยก่อนวัย บางทีอาจจะถึงขั้นเกิดมะเร็งได้ครับ

ดังนั้น จึงแนะนำว่า ควรขอดูยี่ห้อยา ก่อนฉีดเมโสทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย

มี อย. หมายถึง เป็นยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีบริษัทที่นำเข้าชัดเจน การขนส่งยาถูกกรรมวิธี ยาไม่เสื่อมสภาพ และสามารถเช็คแหล่งผลิตได้ มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบกับ บริษัทที่นำเข้าได้ว่าคลินิกนั้นๆใช้ยาแท้หรือไม่

ถ้าไม่มี อย. ก็จะไม่มั่นใจว่า ใช่ยาแท้หรือไม่ เนื่องจากมีโรงงานจำนวนมากที่จีนนิยมทำสินค้าเลียนแบบ ประเภท เมโสหน้าใส ต่าง ๆ นี้ออกมามาก เพราะแค่กล่องเล็ก ๆ ก็สามารถขายได้ราคาสูง

โดยที่เทคโนโลยีการปลอมนั้น สามารถเลียนแบบแพคเกจได้เหมือน 100% แม้แต่หมอก็แยกไม่ออก หมอก็ต้องสั่งจากบริษัทที่นำเข้าที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.เท่านั้นครับ (ยาหนึ่งยี่ห้อจะมีเพียงบริษัทเดียวที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง)

Q : หลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร?

  1. ไม่ควรนวดผิวบริเวณที่ทำทันที
  2. งดทาครีมบริเวณรอยเข็มหลังทำทรีทเม้นท์ 1 คืน
  3. หากเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี?

ก่อนตัดสินใจ ฉีดเมโสหน้าใส ควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ดำเนินงานโดยแพทย์ ให้คำแนะนำอย่างละเอียด ราคาสมเหตุสมผล และควรตรวจสอบตัวยาและกล่องยาก่อนฉีดทุกครั้ง

โดยปกติ เมโสหน้าใส ที่ผ่าน อย. นั้น บริษัทที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง จะขายให้กับแพทย์เท่านั้นเพราะมีกฏหมายยาบังคับ ยาเมโสหน้าใสที่ลักลอบขายตามอินเทอร์เน็ตจะเป็นยาหิ้วและไม่ปลอดภัยครับ ที่ V Square Clinic จะประเมินผิวหน้าและเลือกสูตรที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด


เมโสหน้าใส รีวิว

เมโสหน้าใส รีวิว

เมโสหน้าใส รีวิว การฉีดที่ V Square Clinic หมอมือเบา ไม่เจ็บ ผิวชุ่มชื้น แข็งแรงขึ้น

รีวิวหน้าใส

รีวิวจากผู้ใช้จริงใน Facebook Fanpage

การดูรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยรีวิวนั้นเขียนโดยผู้ใช้บริการจริงและมีความเป็นปัจจุบัน ก็จะช่วยให้คนไข้นั้นสามารถตรวจสอบคุณภาพการทำหัตถการของแพทย์และผลการรักษาได้ดียิ่งขึ้นครับ


เมโสหน้าใส ราคา เท่าไหร่?

ที่ V Square Clinic เมโสหน้าใส ราคาแตกต่างกันไปตามสูตร ซึ่งหมอจะแนะนำว่าแต่ละสูตรมีข้อดีอย่างไร เหมาะกับแก้ปัญหาไหน เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจครับ

Promotion เมโสหน้าใส

เมโสหน้าใส
  • มาเด้ คอลลาเจน
    1 ครั้ง ราคา 2,500.-
    คอร์ส 5 ครั้ง 9,900.-
  • Revs
    1 ครั้ง ราคา 6,000.-
    คอร์ส 5 ครั้ง 25,000.-
  • Neo Glutanex Glow / Tensonez / Alpha arbutin
    1 ครั้ง ราคา 3,500.-
    คอร์ส 5 ครั้ง 15,000.-

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

filorga ใต้ตาคืออะไร? อันตรายไหม? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไร?

Reading Time: 2 minutes - filorga ใต้ตา คืออะไร? - filorga ใต้ตา vs ฟิลเลอร์ใต้ตา - filorga ใต้ตา อันตรายไหม? - filorga ใต้ตา อยู่ได้นานไหม ? - สรุป filorga ใต้ตา ดีไหม ?

September 26, 2022 อ่านต่อ

วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ บนใบหน้า มีอะไรบ้าง วิธีไหนเห็...

Reading Time: 4 minutes -ฝ้า เกิดจากอะไร ? -ฝ้า มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร ? -วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วยเมโสฝ้า -รีวิว รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ -เลือกคลินิกรักษาฝ้า ที่ไหนดี ? -รวมวิธีรักษาฝ้า มีอะไรบ้าง ? -วิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุด ด่างดำ

ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สาเหตุ วิธีการป้องกันและการรักษา

Reading Time: 3 minutes - สาเหตุการเกิดฝ้า กระ - วิธีรักษาฝ้า กระ - วิธีป้องกันฝ้า กระ

เมโส Tensonez คืออะไร ดีอย่างไร ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยอะไรได้...

Reading Time: 3 minutes - เมโสหน้าใส คืออะไร ? - เมโส Tensonez ดีอย่างไร ? - เมโส Tensonez ต่างจากเมโสสูตรอื่นอย่างไร ? - วิธีดูเมโส Tensonez ของแท้ - เมโส Tensonez ราคาเท่าไหร่ ?

สิวผด รักษาอย่างไร รู้สาเหตุพร้อมวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้ก...

Reading Time: 3 minutes - สิวผด คืออะไร ? - สิวผด เกิดจากอะไร ? - ลักษณะของสิวผด ? - ประเภทของสิวผด - การดูแลตนเองเมื่อเป็นสิวผด

สิวอักเสบเกิดได้อย่างไร มีกี่แบบ ดูแล-ป้องกัน และรักษาวิธ...

Reading Time: 4 minutes - สิวอักเสบ คืออะไร ? - ลักษณะของสิวอักเสบ - สาเหตุสิวอักเสบ - สิวอักเสบมีกี่แบบ - สิวอักเสบเกิดในตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า