หลังฉีดฟิลเลอร์มีวิธีปฏิบัติตัวอย่างไร ห้ามทำอะไรเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น?

Reading Time: 2 minutes
หลังฉีดฟิลเลอร์มีวิธีปฎิบัติตัวอย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ต้องพักฟื้นนานเท่ากับการผ่าตัด แต่เห็นผลชัดเจนและราคาไม่แพง ในบทความนี้หมอรวบรวมข้อห้ามและข้อปฎิบัติตัวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้หน้ายุบบวมไวที่สุดและผลอยู่ได้นานที่สุดครับ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

  • ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ทันที

  1. อาจจะมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ทำเป็นปกติ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ อาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่หากหลังจาก 3 วัน อาการดังกล่าวยังเป็นมากขึ้น ให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกเพื่อรับยากินเพิ่ม
  2. หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที และทางคลินิกจะมียาแก้ปวด,ลดบวมให้กินด้วย
  3. อยู่แต่ในที่อากาศเย็น และหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม.หลังทำครับ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ ตากแดด การดื่มแอลกอฮอล์
  4. ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือนหลังทำ
  5. อย่าขยับใบหน้าเยอะโดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ฟิลเลอร์ที่ทำไว้เคลื่อนผิดตำแหน่งได้
  6. การประคบเย็นอย่างผิดวิธีอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเกิดการเคลื่อนและไม่เกาะผิวได้ ควรประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณีเท่านั้น
  7. 1 ชม.หลังทำ สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้
หลังฉีดฟิลเลอร์ แต่งหน้าได้ไหม

หลังฉีดฟิลเลอร์ แต่งหน้าได้ไหม?

สามารถทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้ และแต่งหน้าทับได้ปกติครับ แผลรูเข็มสามารถโดนน้ำได้ปกติไม่เป็นปัญหาหลังฉีดฟิลเลอร์ครับ


  • ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ 3 – 48 ชั่วโมง 

3 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์

  • รอยเข็มฟิลเลอร์สามารถโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที
  • สามารถล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ ได้

6 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์

  • ยาชาจะเริ่มหายบวม ถ้ามีจุดไหนที่ยังบวมมาก ควรประคบเย็นช่วยและควรประคบเบาๆ ไม่ควรกดแรง

24 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์

  • จะเริ่มมีอาการบวมเข็มมากขึ้น สำหรับฟิลเลอร์คนไข้บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้นและชอบแบบที่ฟูๆ นี้ แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มยุบลงก็เข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์สลายหายไป การดูผลฟิลเลอร์ควรจะดูหลังฉีดเสร็จทันทีและควรดูผลอีกทีหลังจาก 14 วันนะครับ ระหว่างนั้นไม่สามารถประเมินได้เพราะเป็นอาการบวมครับ

48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์

  • หากปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของหมอข้อก็จะช่วยให้ยุบบวมได้ไวขึ้นมากครับ

  • การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ 3-14 วัน

การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ 3 วัน  

  • อาการปวดบวมแดง ช้ำ จะเริ่มดีขึ้น หากอาการมีแนวโน้มแย่ลงให้ติดต่อคลินิกเพื่อขอรับยากินเพิ่ม
  • สามารถขยับใบหน้าได้เกือบปกติ ฟิลเลอร์จะเข้าที่แล้วประมาณ 90% แต่ยังไม่ควรกดนวดแรงๆ 

การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์หลังทำ 7-10 วัน

  • รอยเขียวช้ำอาจจะยังมีอยู่จะค่อยๆ จางลงเองใน 14 วัน และไม่ควรประคบร้อนครับ
  • ในบางเคสจะยังคลำเจอฟิลเลอร์เป็นก้อนได้ปกติ เป็นอาการบวมเข็มครับ จะค่อยๆนิ่มลงเองภายใน 2-3 อาทิตย์

การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์หลังทำ 14 วัน

  • อาการบวมจะหายไปเกือบ 100% สำหรับฟิลเลอร์จะเริ่มนิ่มลงและกลืนไปกับผิว ยกเว้นฟิลเลอร์ในรุ่นที่ฉีดในผิวชั้นลึกเพื่อยกพยุงหน้า เช่น Restylane-Perlane-Lyft หรือ Juvederm-Voluma จะคลำได้เนื้อฟิลเลอร์ในผิวชั้นลึก แต่จะมองไม่เห็นจากภายนอกเป็นปกติครับไม่ต้องกังวล
  • สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ กินอาหารได้ปกติ และพยายามหลีกเลี่ยงความร้อน

Q&A ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน นานแค่ไหนถึงจะเข้าที่?

หลังฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วมักมีคำถามว่าฉีดฟิลเลอร์กี่วันเข้าที่ ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน โดยปกติหลังฉีดฟิลเลอร์จะค่อยๆ หายบวมประมาณ 4-5 วัน และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเข้าที่ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ครับ อาจมีผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น ผื่นหรือจุดแดงบริเวณรอยเข็ม ซึ่งสามารถหายไปเอง นอกจากนี้อาจมีอาการบวมหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ หากมีอาการปวด คนไข้สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ ไม่ต้องเป็นกังวลครับ


  • การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ 1 เดือน

การดื่มน้ำ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน

หลังฉีดฟิลเลอร์

ใน particle ของฟิลเลอร์โมเลกุลของฟิลเลอร์จะค่อยๆ สลายไปและถูกแทนที่ด้วยโมเลกุลของน้ำ เป็นการสลายแบบ Isovolumetric degradation (นั่นคือแม้ฟิลเลอร์จะสลายไปบางส่วนแต่ก็จะยังมีปริมาตรเท่าเดิมได้อยู่จากน้ำที่เรากิน) ซึ่งถ้าขาดน้ำขนาด particle ก็จะเล็กลง และเพิ่มอัตราการสลายแบบทวีคูณ ดังนั้นการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตามปกติคือวันละ 1.5-2 ลิตร เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานครับ

หลังฉีดฟิลเลอร์

ลักษณะ particle ของฟิลเลอร์ชนิด HA จะคล้ายๆกับวุ้นใสๆสามารถสลายกลายเป็นน้ำได้ 100% เมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี


 

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ที่ควรระวังมีอะไรบ้าง

  • หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไรบ้าง?

หลังฉีดฟิลเลอร์อีกอย่างที่หลายคนสงสัยและกังวลคือเรื่องการรับประทานอาหารครับ อาหารที่ควรงดในระยะ 14 วันหลังทำถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ก็ควรงดอย่างน้อย 48 ชม. มีดังนี้ครับ

หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกิน
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งเหล้า เบียร์ ไวน์หรือน้ำหมัก
  • หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง
  • อาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดอาหารที่หวานจัดๆ นมวัว เพราะสามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบได้
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบจากร้านอาหารที่ไม่สะอาดเนื่องจากพยาธิบางชนิดจะทำปฏิกริยากับฟิลเลอร์แล้วเกิดการอักเสบได้
  • ควรงดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง

  • กลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์ มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไร ห้ามทำอะไรบ้าง?

หลังจากยาชาที่ฉีดไว้หมดฤทธิ์ใน 3 ชม.หลังทำ จะเริ่มปวดระบมมากขึ้น หากหลังจากกินยาแก้ปวด paracetamol ที่ทางคลินิกให้ไปทุกๆ 4 ชม. แล้วยังปวดมากอยู่ก็สามารถกินยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆช่วยเสริมได้เช่น ibruprofen, arcoxia, diclofenac แต่ถ้าไม่เคยกินยาเหล่านี้มาก่อนควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานะครับ

หลังฉีดฟิลเลอร์มีวิธีปฎิบัติตัวอย่างไร

ควรนอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 °C นอนหัวสูงกว่าหน้าอกโดยการหนุนหมอนที่ศรีษะอย่างน้อย 2 ใบ ไม่ควรนอนตะแคง ควรหาหมอนข้างมากันไว้ทั้งซ้ายและขวาใน 2-3 คืนแรกหลังทำเพื่อป้องกันการกดทับหน้า


 

ข้อห้ามในการฉีดฟิลเลอร์ที่ต้องระวัง (Contraindication)

  • มีภาวะอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์
  • เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์ที่วินิจฉัยว่าแพ้โดยแพทย์ อาการข้างเคียง (side effect) อื่นๆไม่ได้ถือว่าเป็นการแพ้ (allergy)
  • มีประวัติแพ้ยาชา (ถ้าคนไข้ไม่เคยฉีดยาชาทำฟันมาก่อนควรแจ้งแพทย์เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ยาชา)
  • อยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด (bleeding disorder) แพทย์จะพิจารณาตามดุลยนินิจ
  • ห้ามทำในผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ในกรณีให้นมบุตรควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลก่อนทำ
  • ในคนไข้ที่เคยมีประวัติเป็นเริมที่ปาก และต้องการฉีดฟิลเลอร์ปากต้องปรึกษาแพทย์เพื่อกินยาป้องกันก่อนฉีด

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ all_doctor สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ
บทความแนะนำ

หน้าผากแบนแคบ หน้าผากยุบ แก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์ดีไหม อยู่ได้นานแค่ไหน?

Reading Time: 3 minutes - หน้าผากแบนแคบ หน้าผากยุบ เกิดจากสาเหตุใด - หน้าผากแบนแคบ หน้าผากยุบ แก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์ดีไหม - ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เมื่อไหร่เห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน - วิธีแก้ไขปัญหาหน้าผากแบน ฉีดฟิลเลอร์ VS เสริมหน้าผาก - ปรับโหงวเฮ้ง แก้ไขหน้าผากแบน หน้าผากยุบที่ไหนดี?

September 30, 2020 อ่านต่อ

วิธีแก้คางบุ๋ม มีอะไรบ้าง?ผู้ชาย-ผู้หญิง ต่างกันหรือไม่ ?...

Reading Time: 2 minutes - ปรัปรูปคาง เสริมคาง แก้คางบุ๋ม เหมาะกับใคร - วิธีแก้คางบุ๋ม มีกี่แบบ วิธีไหนคุ้ม - คางบุ๋ม คางตัด หน้าสั้น ตามหลักโหวงเฮ้งไม่ดีจริงหรือ?

เบ้าตาลึก ใต้ตาคล้ำ รักษาร่องตาลึก เลือกวิธีไหนดี? ฟิลเล...

Reading Time: 2 minutes - ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (Filler) - HIFU - การฉีดด้วยไขมัน (Fat Transfer)

ฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรถึงจะปลอดภัย ...

Reading Time: 2 minutes - ฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม เลือกคลินิกฉีดฟิเลอร์จมูกที่ไหนดี? - เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย? - ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์จมูกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์? - วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ ต้องสังเกตอะไรบ้าง?

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์คาง vs ผ่าตัดคาง แต่ละวิธี มีข้อดี-ข้อเส...

Reading Time: 4 minutes - ทำไม? ฉีดฟิลเลอร์คาง มาแล้วยิ้มเป็นก้อน ดูไม่ธรรมชาติ - ฉีดฟิลเลอร์คางด้วยเทคนิคเดียวกับการผ่าตัด ดีอย่างไร? - ฟิลเลอร์คาง vs ผ่าตัดเสริมคาง? - ฟิลเลอร์คาง มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร?

10 วิธีลดริ้วรอยร่องแก้ม บอกลาหน้าแก่ก่อนวัย วิธีไหน เห็น...

Reading Time: 3 minutes - ร่องแก้มลึกเกิดจากสาเหตุใด? - 10 วิธีลดริ้วรอยร่องแก้มยอดฮิต วิธีไหนเห็นผลเร็ว - เคล็ดลับดูแลตนเองไม่ให้เกิดริ้วรอยร่องแก้ม