ฉีดโบท็อกลดกราม
ฉีดโบท็อกลดกราม กี่วันเห็นผล ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้น
ฉีดโบท็อกลดกราม กี่วันเห็นผล ? เป็นคำถามของหลายคนที่อยากปรับรูปหน้าแต่กลัวการผ่าตัด ต้องการความสะดวกรวดเร็วและไม่มีเวลาพักฟื้นครับ ในบทความนี้หมอจะตอบคำถามรวมถึงแนะนำข้อปฏิบัติตัวเพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวและผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นครับ
ฉีดโบท็อกลดกราม กี่วันเห็นผล?
หลังฉีดโบท็อกกรามประมาณ 14 วัน จะเริ่มเห็นผลครับ กล้ามเนื้อนิ่มลง กัดฟันแล้วกล้ามเนื้อกรามไม่เด้งและเห็นผลชัดเจนใช้เวลา 2-3 เดือนครับ
ข้อดีของการฉีดโบท็อกลดกราม คือ เห็นผลได้เร็ว สะดวกและใช้เวลาในการทำไม่นาน หากใช้โบท็อกแท้ สลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง มีความปลอดภัยมากครับ
โบท็อกลดกราม ฉีดกับใครก็ได้?
แม้การฉีดโบท็อกจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่หากฉีดกับหมอกระเป๋าหรือคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานก็อาจเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายไม่ว่าจะเป็น ยิ้มแข็ง ยิ้มไม่สุด หรือปากเบี้ยวได้ครับ
เลือกคลินิกฉีดโบท็อกอย่างไรให้ปลอดภัย
ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานจดทะเบียนถูกต้อง ดำเนินงานโดยแพทย์และคนไข้ควรศึกษาวิธีการดูโบท็อกแท้ ก่อนฉีดแพทย์ต้องแกะกล่อง เปิดขวด ผสมยาให้ดูต่อหน้าเพื่อความมั่นใจว่าปลอดภัยครับ
โบท็อกอเมริกา / เกาหลี / อังกฤษ / เยอรมัน ต่างกันอย่างไร?
โบท็อกแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการทำตัวยาให้บริสุทธิ์, ชนิด protein complex, ขนาดของ molecule และความคงทนในการเก็บรักษา ผลลัพธ์ที่ได้จึงแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการออกฤทธิ์ ความคงทนของผลลัพธ์ รวมไปถึงราคาโบท็อกแต่ละยี่ห้อครับ
วิธีดูแลหลังตัวเองฉีดโบท็อกลดกรามเพื่อให้ออกฤทธิ์ไวและผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- หลังฉีดโบท็อกในแต่ละบริเวณ ควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อจุดที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง
- ควรงดนอนราบ 3 ชม.
- ควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โบท็อกย่อยสลายไวขึ้น คือ ความร้อน และการไหลเวียนของเลือด (Metabolism)
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ อาหารหมักดองและงดสูบบุหรี่
- ควรฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะที่เหมาะสม ไม่ถี่เกินไป (ระยะเวลา 3 เดือน) และไม่ควรเว้นระยะห่างเกินไป (เกิน 5-6 เดือน)
Tips : ในงานวิจัยพบว่าการกินแร่ธาตุสังกะสี (แต่ไม่ควรเกิน 20 mg ต่อวัน) ก่อนและหลังการฉีดโบท็อก จะช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้นและอยู่ได้นานขึ้นครับ
(ในหอยนางรมมีแร่ธาตุสังกะสี 75 mg/100 g)
การฉีดโบท็อกกราม กี่วันเห็นผลนั้นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างตามที่หมอได้แนะนำ ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกลดกราม คนไข้ต้องศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจและคำนึงถึงความปลอดภัยควบคู่กันไปครับ
โบท็อกกราม เห็นผลกี่วัน
ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ ช่วยให้การปรับรูปหน้า ลดขนาดกราม ไม่ต้องเจ็บแบบในสมัยก่อน ที่ถ้ามีกรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม ต้องผ่าตัดเหลากรามออก ตัดชิ้นกล้ามเนื้อออกเพื่อให้เล็กลง แต่ตอนนี้สามารถฉีดโบท็อก ลดการทำงานของกล้ามเนื้อลง
เมื่อกล้ามเนื้อลดขนาด ใบหน้าจึงเรียวลงได้ใน 14 วัน แต่ต้องขึ้นอยู่ที่ว่าแพทย์ที่ทำการฉีดมีประสบการณ์มากพอหรือไม่ คนไข้ถึงจะสวยได้ดั่งใจนอกจากนี้โบท็อกกรามเห็นผลกี่วันนั้น ต้องดูที่รูปหน้าเดิมของแต่ละบุคคลด้วย
โดยมากคนมักรู้สึกว่าตนเองหน้าใหญ่ อยากฉีดโบท็อกเพื่อให้หน้าเรียวสวย ความจริงคือไม่ใช่ทุกคนจะสวยได้ด้วยโบท็อก การฉีดโบท็อกอาจไม่ใช้คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไปครับ ต้องพิจารณารูปหน้า ประกอบด้วย เช่น หน้าที่มีโหนกแก้มกว้างและใหญ่
เมื่อฉีดแล้วจะทำให้โหนกแก้มกว้างขึ้น หน้าบานออก ไม่ใช่หน้าเรียวเล็ก หรือคนไข้ที่หน้าสั้น เมื่อฉีดแล้วจะทำให้ได้หน้าสามเหลี่ยมฐานกว้างแทน ฉะนั้นรูปหน้าแบบไหนที่ฉีดโบท็อกแล้วเห็นผลหน้าเล็กเรียวลงได้ ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ในปรับรูปหน้าครับ
ก่อนฉีดโบท็อกลดกราม ควรรู้อะไรบ้าง
ก่อนฉีดโบท็อกลดกราม สิ่งที่ควรรู้มากที่สุดคือ รู้ว่าตัดสินใจถูกต้องแล้วหรือไม่ว่าเลือกถูกแพทย์ ถูกคลินิก เลือกโบท็อกแท้หรือไม่
การฉีดโบท็อกปลอมในครั้งแรกจะเห็นผล แต่ครั้งต่อไปผลที่ออกมาเริ่มได้ผลน้อยลง เพราะร่างกายเริ่มสร้างภูมิต้านทานมากขึ้น ทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้น้อยลง และเกิดอาการดื้อโบท็อก
ทางที่ดีก็ควรจะใช้โบท็อกแท้ครับ โดยอาจเลือกเข้ารับการบริการฉีดโบท็อกกับคลินิก หรือแพทย์ที่น่าเชื่อถือเพื่อกรองการใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อกแท้ได้ในระดับหนึ่งหรือ เช็คโบท็อกแบบไหนแท้ แบบไหนปลอม
นอกจากนี้ควรรู้ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกลดกราม เช่น ก่อนฉีดโบท็อกลดกราม 1 สัปดาห์ควรหยุดรับประทานวิตามินอี น้ำมันปลา คอลลาเจน ยาลดการแข็งตัวของเลือด และยาแก้ปวดบางชนิด
เพราะอาหารเสริมเหล่านี้ อาจทำให้มีรอยเขียวช้ำจากอาการเลือดออกใต้ผิวหนัง นอกจากนี้หากมีโรคประจำตัว เคยมีประวัติแพทย์ยา ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรควรแจ้งแพทย์ก่อน
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ
ระบบผิวหนัง สำคัญอย่างไร ? มีกี่ชั้นผิว ? อยากให้ระบบผิวหนังแข็งแรง มีวิธีไหนช่วยได้บ้าง ?
Reading Time: 6 minutes"ระบบผิวหนัง" คืออวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการปกป้องเราจากอันตรายภายนอก การดูแลระบบผิวหนังให้แข็งแรง จึงไม่เพียงช่วยให้เรามีผิวพรรณที่สวยงาม แต่ยังเป็นการรักษาสุขภาพโดยรวมของร่างกายด้วยครับ ในบทความนี้ หมอจะพาไปรู้จักกับโครงสร้าง ผิวหนังแต่ละชั้นช่วยอะไรบ้าง ? ระบบผิวหนังที่ดี แข็งแรง มีลักษณะอย่างไร ? พร้อมแชร์วิธีดูแลผิวให้แข็งแรงด้วยตัวเองและการทำหัตถการทางการแพทย์ เพื่อให้คนไข้เข้าใจและสามารถดูแลผิวหนังได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมครับ
รวมวิธีกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า ฟื้นฟูผิวหน้าให้อ่อนเยาว์อย่...
Reading Time: 5 minutes- คอลลาเจน สำคัญต่อผิวหน้าอย่างไร ? - การกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า คืออะไร ? - ทำยังไงให้หน้ามีคอลลาเจน ? - แนะนำ 8 วิธีกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า ยิ่งทำ ยิ่งเห็นผล - ใครบ้างที่เหมาะกับการกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า ?
Juvelook VS Sculptra เปรียบเทียบ 2 งานผิวตัวดัง ต่างกันอย...
Reading Time: 4 minutesJuvelook VS Sculptra เป็น 2 หัตถการงานผิวที่ถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกัน ด้วยความน่าสนใจหลายด้าน โดยเฉพาะการที่สามารถกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิว ลดเลือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว แม้จะมีความเหมือนกันอยู่ แต่ถ้าเจาะลึกดูในรายละเอียดแล้ว มีความแตกต่างกันชัดเจนครับ
รู้จัก ไหมน้ำ Juvelook (จูวีลุค) ตัวช่วยฟื้นฟูผิวเด็ก ต่า...
Reading Time: 5 minutesการมีผิวอ่อนเยาว์และสุขภาพดี ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยนวัตกรรม Juvelook ไหมน้ำตัวดังจากเกาหลีที่ให้ผลลัพธ์แบบ 2 in 1 ทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวไปพร้อม ๆ กัน สำหรับใครกำลังมองหาวิธีฟื้นฟูผิวที่เห็นผลเป็นธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนแปลงรูปหน้า และให้ผลลัพธ์ยาวนาน
ทำ Coolsculpting ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย...
Reading Time: 4 minutesหลายคนมีคำถามว่าจะเลือกทํา Coolsculpting ที่ไหนดี ? จึงได้ผลลัพธ์น่าพอใจ ไขมันลดจริง ปลอดภัย และไม่มีข้างเคียง ควรพิจารณาจากปัจจัยอะไรบ้าง ? หมอรวมข้อแนะนำมาฝากในบทความนี้ครับ
Ultraformer III vs Ulthera ต่างกันอย่างไร ? เจาะลึกจุดเด่...
Reading Time: 5 minutesระหว่าง Ultraformer III vs Ulthera เลือกเครื่องไหนดี ? เนื่องจากในปัจจุบันนวัตกรรมกลุ่ม HIFU ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและไม่ต้องพักฟื้น แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ดูคล้ายคลึงกันอาจทำให้หลายคนสับสนว่าควรเลือกใช้เครื่องยกกระชับตัวไหนถึงจะตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเองได้ดีที่สุด ทั้ง Ulthera และ Ultraformer III




