หลังฉีดโบกราม กี่วันเห็นผล ? ดูแลตัวเองอย่างไร ? มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

Reading Time: 2 minutes
หลังฉีดโบกราม

หลังฉีดโบกราม

หลังฉีดโบกราม มีข้อห้ามอะไรบ้าง ? ควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เห็นผลเร็วและอยู่ได้นาน ?

หลายคนมีคำถามเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกลดกราม เพราะแม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้น แต่ก็มีข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม ในบทความนี้หมอจะตอบทุกข้อสงสัย พร้อมช่วยแนะนำแนวทางการดูแลอย่างถูกต้อง และข้อห้ามที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้เห็นผลชัดเจน คงผลลัพธ์ได้นานยิ่งขึ้น

สารบัญ หลังฉีดโบกราม


หลังฉีดโบกราม กี่วันเห็นผล ?

หลังฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล

หลังฉีดโบกราม 1 สัปดาห์ จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงว่ากล้ามเนื้อเริ่มนิ่มลง เวลากัดฟันแล้วกรามจะเด้งออกเพียงเล็กน้อย จากนั้นภายใน 2 สัปดาห์ กล้ามเนื้อกรามจะคลายตัวมากขึ้นจนแทบไม่เด้งออกเมื่อกัดฟัน และจะเห็นผลชัดเจนว่ากรามยุบลงเต็มที่ หน้าเรียว V Shape ใน 2-3 เดือน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ช่วยลดหน้าเรียวได้อย่างไร ? ฉีดแล้วกี่วันเห็นผล

ผลลัพธ์หลังฉีดโบกราม อยู่ได้นานแค่ไหน ?

หลังฉีดโบลดกราม ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน เมื่อโบท็อกหมดฤทธิ์จะสลายไปตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกายครับ


หลังฉีดโบกราม ดูแลตัวเองอย่างไร ?

หลังฉีดโบกราม ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ เพื่อให้ตัวยาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์ไว และอยู่ได้นาน คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

  • หลังฉีดโบท็อกบริเวณกราม ให้รีบขยับกล้ามเนื้อกรามทันทีใน 1-2 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกรามได้มีการเคลื่อนไหว ช่วยกระจายตัวยา และทำให้โบท็อกดูดซึมได้ดีขึ้น
  • งดนอนราบ 3 ชั่วโมง และงดการก้มหน้าต่ำกว่าระดับหัวใจ 3 ชั่วโมง ป้องกันไม่ให้เลือดไหลเวียนมาที่หน้าเยอะขึ้น
  • สามารถล้างหน้า แต่งหน้า ทาครีม ได้ตามปกติ แต่ให้เว้นจุดที่เป็นรอยเข็ม 1 คืน
  • กินแร่ธาตุ zinc 50 mg (ตามคำแนะนำของแพทย์) ช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้น ออกฤทธิ์ดีขึ้น
  • สังเกตอาการของตัวเอง หากรู้สึกไม่สบาย กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ หรือมีอาการอื่น ๆ ควรรีบแจ้งแพทย์ทันที

หลังฉีดโบกราม มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

หลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างในช่วง 7-14 วันแรก เนื่องจากตัวยายังอยู่ระหว่างการออกฤทธิ์ และผลลัพธ์ยังไม่คงที่ หมอแนะนำข้อห้ามหลังฉีดโบกราม ดังต่อไปนี้

ข้อห้ามและการดูแลตัวเอง หลังฉีดโบท็อกลดกราม
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น เข้าซาวน่า ตากแดด ออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • งดอาหารรสจัดและอาหารหมักดอง ในช่วง 14 วันหลังฉีด เพราะส่งผลต่อการขยายตัวของเส้นเลือด และอาจเกิดการอักเสบได้
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วง 14 วันหลังฉีด เพื่อป้องกันอาการบวมช้ำและยืดอายุของผลลัพธ์

รวม 10 คำถามที่พบบ่อยหลังฉีดโบกราม

1.หลังฉีดโบกราม รู้สึกตึงบริเวณกราม เป็นเรื่องปกติหรือไม่ ?

หลังฉีดโบกราม มีอาการตึงเล็กน้อยบริเวณกรามถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วง 3-4 วันแรกหลังฉีด ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวยาเริ่มออกฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อ อาจทำให้รู้สึกตึง เมื่อยหน้า หรือชาเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด โดยทั่วไปอาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองครับ

2.หลังฉีดโบกราม บวมไหม ?

หลังฉีดโบท็อกกราม อาจมีอาการ เช่น ผิวบวม แดง มีรอยช้ำบริเวณที่ฉีด เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและไม่เป็นอันตราย สามารถหายได้เองใน 2-3 วัน โดยหมอจะไม่แนะนำให้ประคบเย็นหลังฉีด เนื่องจากจะรบกวนกระบวนการดูดซึมของโบท็อกซ์เข้าสู่ปลายประสาท ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์

3.หลังฉีดโบกรามแล้วรูปหน้าเปลี่ยนเลยหรือไม่ ?

หลังฉีดโบท็อกซ์กราม รูปหน้าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เปลี่ยนทันทีทันใด เพราะโบท็อกซ์ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัดเจนที่สุด โดยตัวยาจะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อกรามที่หนาและใหญ่ ทำให้กรามดูเล็กลง ใบหน้าดูเรียวขึ้น และช่วยปรับรูปหน้าให้มีสัดส่วนสมดุลขึ้น

หลังฉีดโบกราม หน้าเปลี่ยนไหม

4.หลังฉีดโบกราม ต้องดูแลผิวเพิ่มเติมไหม ?

หลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม สามารถดูแลผิวตามปกติได้เลยครับ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือเรตินอล อย่างน้อย 2-3 วันหลังฉีด เพื่อป้องกันการระคายเคือง นอกจากนี้ควรงดการขัดหรือสครับผิวบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนสูง

5.หลังฉีดโบกรามแล้วไม่เห็นผลเกิดจากอะไร ?

หลังฉีดโบกรามแล้วไม่เห็นผล เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ตัวยาอาจยังไม่ออกฤทธิ์เต็มที่ ปกติผลจะเริ่มเห็นชัดภายใน 1-2 สัปดาห์หลังฉีด
  • ใช้ปริมาณโบท็อกซ์น้อยเกินไป ไม่เพียงพอที่จะลดกล้ามเนื้อกรามได้ชัดเจน
  • แพทย์ขาดประสบการณ์ เทคนิคการฉีดไม่ตรงตำแหน่งของกล้ามเนื้อกราม
  • ดื้อโบท็อกซ์ ร่างกายตอบรับด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายการฉีดโบท็อกครั้งต่อ ๆ ไป จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
  • ฉีดโบท็อกซ์ปลอม โบหิ้ว ไม่มีคุณภาพ ฉีดแล้วเห็นผลน้อยลง หรืออาจไม่เห็นผลเลย
  • หากมีการใช้งานกล้ามเนื้อกรามหนัก เช่น การเคี้ยวของแข็งหรือขบฟันบ่อย ๆ ก็อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนหรืออยู่ได้ไม่นานอย่างที่ควร

6.หลังฉีดโบกรามแล้วดื้อโบท็อกซ์ แก้ไขอย่างไร ?

หากมีอาการดื้อโบท็อกซ์หลังฉีดโบกราม ซึ่งหมายถึงร่างกายไม่ตอบสนองต่อโบท็อกซ์เหมือนเดิม หรือฉีดแล้วไม่เห็นผลเลย อาจเกิดจากร่างกายสร้าง Antibody หรือฉีดโบท็อกซ์บ่อยและถี่เกินไป หมอแนะนำแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น ดังนี้

  1. หยุดพักการฉีด อย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อให้ภูมิคุ้มกันลดลงก่อน
  2. เปลี่ยนยี่ห้อโบท็อกซ์ ที่ใช้โมเลกุลบริสุทธิ์สูง เช่น โบท็อกซ์ยี่ห้อ Xeomin
  3. เว้นระยะห่างระหว่างการฉีดให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสสร้างภูมิต้านทาน
ดื้อโบท็อก คืออะไร ? เกิดจากสาเหตุอะไร

7.ทำไมต้องเคี้ยวหมากฝรั่งหลังฉีดโบกราม ?

หลังฉีดโบกราม หมอแนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งเบา ๆ ภายใน 30 นาทีแรก จะช่วยกระจายตัวยาและทำให้โบท็อกถูกดูดซึมได้ดีขึ้น เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น และยังช่วยให้แพทย์ประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อแต่ละข้างได้อย่างแม่นยำ ลดโอกาสเกิดหน้าเบี้ยวหรือกล้ามเนื้อไม่เท่ากัน

เคี้ยวหมากฝรั่งหลังฉีดโบกราม

8.หลังฉีดโบกรามแล้วรู้สึกเคี้ยวข้าวไม่ถนัด เป็นอันตรายไหม ?

หลังฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วรู้สึกเคี้ยวข้าวไม่ถนัด ถือเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ และโดยทั่วไป ไม่เป็นอันตราย หากอาการไม่รุนแรงและเกิดขึ้นช่วงแรกหลังฉีด เนื่องจากโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อกราม ทำให้แรงในการบดเคี้ยวลดลงชั่วคราว โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์ ที่ตัวยาเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่

9.หลังฉีดโบกราม เห็นผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับอะไร ?

ระยะเวลาหลังฉีดโบกรามกี่วันเห็นผล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ปริมาณโบท็อกซ์ที่ฉีด ขนาดของกล้ามเนื้อกราม สภาพร่างกายและการตอบสนองของแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีและคงสภาพอยู่ได้นานมากขึ้น

10.หลังฉีดโบกราม ควรเว้นนานแค่ไหนจึงจะกลับมาฉีดซ้ำ ?

หลังฉีดโบท็อกกราม ควรฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะที่เหมาะสม ไม่ถี่เกินไป โดยเว้นจากการฉีดครั้งแรกประมาณ 3 เดือน และไม่ควรเว้นระยะห่างเกินไป (เกิน 5-6 เดือน)


สรุป หลังฉีดโบกราม ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

หลังฉีดโบกราม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงความร้อนและพฤติกรรมที่กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในช่วงแรกหลังฉีด เพราะจะทำให้โบท็อกสลายไวขึ้น การดูแลอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน เห็นผลชัด และลดความเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกซ์ได้ครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Oligio คืออะไร ? ยกกระชับผิว ลดไขมัน ความย่อนคล้อย เห็นผลแค่ไหน ?

Reading Time: 3 minutes- Oligio คืออะไร ? - Oligio ทำงานอย่างไร ? - Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? - Oligio เหมาะกับใครบ้าง ? - Oligio กับ Thermage อยากหน้าเด็ก ต้องรู้ก่อนเลือก

February 12, 2026 อ่านต่อ

Mounjaro รีวิวการเตรียมตัว วิธีใช้ ผลข้างเคียง และผลลัพธ์...

Reading Time: 3 minutes- รีวิวปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ทำงานอย่างไร ? ส่งผลให้รู้สึกอย่างไร ? - Mounjaro รีวิวการเตรียมตัวก่อนเริ่มใช้ - Mounjaro รีวิวขั้นตอนการใช้ - Mounjaro รีวิวอาการข้างเคียงหลังใช้ - Mounjaro รีวิวผลลัพธ์หลังใช้ เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ?

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ คืออะไร ? ป้องกันโรคอะไรได้บ้าง ? ...

Reading Time: 4 minutes- ก่อนฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ทำความเข้าใจ HPV คืออะไร ? - วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ คืออะไร ? - ฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ป้องกันอะไรได้บ้าง ? - ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ ? - ใครที่ไม่เหมาะฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์

ฉีดโบท็อก คืออะไร ? Botox ฉีดจุดไหนได้บ้าง เห็นผลคุ้มค่าไ...

Reading Time: 7 minutes- ฉีดโบท็อกดีไหม ? - ตัวยาโบท็อกมีกระบวนการออกฤทธิ์อย่างไร ? - ฉีดโบท็อกซ์ อันตรายไหม ? อยากฉีดโบท็อกอย่างปลอดภัยต้องรู้อะไรบ้าง ? - อันตรายจากโบท็อกปลอม - รวมจุดฉีดโบท็อก ฉีดตรงไหน ? ช่วยอะไรได้บ้าง ?

Phytobella Fat สลายไขมันเร่งด่วน ยุบดี เห็นผลไว ลดแก้ม เห...

Reading Time: 4 minutes- Phytobella Fat คืออะไร ? - เจาะลึกส่วนประกอบหลัก Phytobella Fat - จุดเด่นที่ทำให้ Phytobella Fat แตกต่าง - Phytobella Fat ช่วยอะไรบ้าง ? - Phytobella Fat เหมาะกับใคร ?

ทำความรู้จัก Ultraformer III เครื่องยกกระชับ คืออะไร ? ดี...

Reading Time: 7 minutesUltraformer III คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (Ultraformer III) ที่ช่วยยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลชัดเจนทั้งในด้านรูปหน้าและความแน่นของผิว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า