RF (Radio-Frequency) คืออะไร ? รู้จักคลื่นวิทยุความถี่สูง ยกกระชับผิว

Reading Time: 3 minutes

RF (Radio-Frequency)

RF (Radio-Frequency)

RF (Radio-Frequency) คืออะไร ? เทียบความแตกต่าง เครื่องยกกระชับผิว

RF (Radio-Frequency) หรือคลื่นวิทยุความถี่สูง ซึ่งมีการนำมาใช้ในด้านความสวยความงาม ปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่อง RF ออกมาอย่างต่อเนื่อง หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ให้สามารถแก้ปัญหาปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยแห่งวัย

ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวก และรวดเร็ว ในการยกกระชับผิว หรือปรับรูปหน้า เช่น ลดแก้ม ลดเหนียง กระชับกรอบหน้า และลดริ้วรอยต่าง ๆ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวยืดหยุ่น แน่นกระชับ ดูอ่อนเยาว์ขึ้น รวมทั้งยังสามารถสลายไขมันส่วนเกินได้

ในบทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกการทำงานของเครื่อง RF (Radio-Frequency) ดีอย่างไร ? เหมาะกับใคร ? ทำจุดไหนได้บ้าง ? รวมถึงข้อควรระวังในการใช้ เปรียบเทียบกับเครื่องมือยกกระชับอื่น ๆ ที่ใช้คลินิกเสริมความงามชั้นนำ ติดตามได้ในบทความนี้ครับ


RF (Radio-Frequency) คืออะไร ?

RF (Radio-Frequency) คือ เทคโนโลยีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อน ๆ ในรูปแบบของคลื่นวิทยุที่มีความถี่ในช่วง 0.3-0.5 MHz (เมกะเฮริตซ์) ที่ได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ว่า มีความปลอดภัย และช่วยในการยกกระชับผิวให้ดูอ่อนวัยโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม


คลื่นวิทยุความถี่สูง RF ทำงานอย่างไร ?

เครื่อง RF จะทำงานโดยการนวด พร้อมกับปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูง RF (Radio-Frequency) ช่วงความถี่ 0.3-0.5 MHz เข้าสู่ผิวหนังชั้นบน ผ่านแท่งโลหะ หรือหัวโลหะขนาดต่าง ๆ เพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นที่ลึกลงไป ส่งผลให้เกิดการไหลเวียนของเลือด น้ำเหลือง และของเหลวในร่างกาย

นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 3-5 °C ซึ่งมีความปลอดภัย เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นไม่เกิน 42 °C มาดูการทำงานของ RF (Radio-Frequency) กันครับว่าส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละชั้นผิว

ชั้นผิวหนัง

ชั้นผิวหนัง

  1. Epidermis ชั้นหนังกำพร้า เป็นผิวหนังชั้นบนสุด คลื่นวิทยุ RF (Radio-Frequency) จะกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์เพิ่มขึ้น ทำให้รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวขาวใสขึ้น
  2. Dermis ชั้นหนังแท้ เป็นผิวหนังชั้นถัดลงมา คลื่นวิทยุ RF (Radio-Frequency) จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อย กระชับและยืดหยุ่นขึ้น
  3. Subcutaneous Fat ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง คลื่นวิทยุ RF (Radio-Frequency) จะไปสลายไขมันหรือลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน และกระชับสัดส่วน

ประโยชน์ของคลื่นวิทยุความถี่สูง RF

  • รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • ยกกระชับ แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • ปรับรูปหน้าเรียว V Shape
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวยืดหยุ่น
  • สลายไขมันส่วนเกิน ลดไขมันสะสมในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง RF ตำแหน่งไหนบนใบหน้าได้บ้าง ?

คลื่นวิทยุความถี่สูง RF (Radio-Frequency) สามารถทำได้ทั่วหน้าครับ และในบริเวณที่ต้องการเน้น เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอบดวงตา ร่องแก้ม รอบปาก กรอบหน้า ลำคอ เหนียงใต้คาง รวมบริเวณร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง

ทำ RF (Radio-Frequency)

ทำ RF (Radio-Frequency)


ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ RF

  • คนที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ
  • คนที่ผิวหน้ามีปัญหาริ้วรอยก่อนวัย
  • คนที่มีเหนียงใต้คาง ต้องการกระชับกรอบหน้า
  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียว V Shape
  • คนที่กลัวเจ็บ กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่มีเวลาพักฟื้น
  • คนที่กลัวเข็มมาก ๆ ไม่กล้าฉีดโบท็อก ฟิลเลอร์ ร้อยไหม
  • คนที่ไขมันส่วนเกินสะสม คุณแม่หลังคลอด ที่อยากจะปรับรูปร่างให้เข้าที่เร็วขึ้น

เครื่องที่ใช้ในการทำ RF

เครื่อง RF (Radio-Frequency) มีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น แบ่งออกได้เป็น 4 แบบ ตามหลักการทำงาน ดังนี้ครับ

  1. Bipolar RF ส่งพลังงาน RF แบบสองขั้ว ส่วนใหญ่จะใช้บริเวณใบหน้ากับชั้นผิวหนังส่วนบน จึงเหมาะกับการยกกระชับผิวหน้า และขณะที่ทำจะไม่รู้สึกเจ็บ
  2. Monopolar RF ส่งพลังงาน RF แบบขั้วเดียว โดยจะมี Plate รองที่ด้านล่าง จะใช้ยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย กำจัดไขมันส่วนเกินตามลำตัวได้ดีในระดับหนึ่ง จะออกฤทธิ์ได้ในชั้นผิวที่ลึกกว่าแบบ Bipolar RF เวลาทำอาจจะเจ็บ ต้องทายาชาก่อนทำ
  3. Tripolar RF เป็นเครื่อง RF ที่มีการทำงานด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Bipolar RF และ Monopolar RF ในเครื่องตัวเดียวกัน
  4. Multipolar RF ส่งพลังงานแบบหลายขั้ว จะใช้หลักการทำงานแบบผสมผสานของ คลื่น RF ที่สามารถลงลึกได้ดีกว่า Bipolar RF ควบคุมทิศทางได้ดีกว่า Monopolar RF ขณะที่ทำจะไม่เจ็บมากเท่ากับแบบ Monopolar RF เนื่องจากใช้พลังงานน้อยกว่า

ความแตกต่างระหว่าง RF และ Thermage

นอกจากเครื่อง RF โดยทั่วไปแล้ว ยังมีการพัฒนาเครื่องมือยกกระชับใหม่ ๆ และมีการนำใช้ในคลินิกเสริมความงามชั้นนำ เช่น เครื่อง Thermage ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง แบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ซึ่งประสิทธิภาพของเครื่อง ความลึก ความแม่นยำที่ลงสู่ผิวจะมีความแตกต่างกันครับ

ที่ V Square Clinic ใช้เครื่อง Thermage FLX เป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดของ Thermage ซึ่งปล่อยพลังงานในแต่ละจุดบนใบหน้าได้อย่างที่แม่นยำ โดยมี AccuREP เซ็นเซอร์วัดความร้อนบนผิว เพื่อควบคุมการปล่อยหลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุก shot ที่ยิง หัวทิปรุ่นใหม่ กระจายพลังงานดีขึ้นมาก ลงลึกขึ้นกว่าเดิม และใช้เวลาในการทำน้อยลง 25% ครับ

Thermage FLX

หน้าตาเครื่อง Thermage FLX

ข้อดีของ Thermage FLX

  • ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ใช้เวลาทำไม่นาน ประมาณ 40-90 นาที
  • ผิวตึงกระชับทันทีและจะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือนที่ 2 ขึ้นไป
  • เห็นผลยาวนาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
Thermage

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราทำ Thermage จริง ๆ ไม่ได้ถูกคลินิกหลอกให้ทำ RF หมอแนะนำให้ดูที่ตัวเครื่องก่อนเลยครับ เพราะหน้าตาเครื่องทำ RF ทั่วไปกับเครื่อง Thermage จะต่างกัน รวมถึงราคาก็ต่างกัน ราคาจะแพงกว่าครับ เพราะเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดที่แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิวได้ชัดเจนที่สุดครับ


การดูแลหลังใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง RF

หลังทำ RF สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าได้ อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ แต่ประมาณ 15-60 นาที จะหายได้เองครับ แต่บางครั้งรอยแดงอาจอยู่นานถึง 1-2 วัน


ข้อปฎิบัติ - ข้อควรระวัง ในการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง RF

ข้อปฏิบัติหลังทำ RF

  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ หลังทำ RF ภายใน 24 ชั่วโมง แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่า 3-4 ลิตร เพื่อขับของเสียและไขมันสะสมในร่างกาย หลังจากนั้นควรดื่มน้ำเปล่าวันละ 2 ลิตร
  • ควบคุมอาหาร ลด ละ เลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมัน เพื่อป้องกันไขมันส่วนเกินกลับมาสะสมได้ใหม่
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการขับของเสียออกจากร่างกาย
  • อาจเสริมด้วยหัตถการอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ตามคำแนะนำของแพทย์ครับ

ข้อควรระวังในการทำ RF

  • ผู้ที่สูญเสียความรู้สึก หรือการรับความรู้สึกบกพร่องหรือช้า
  • ผู้ที่เป็นโรคไต ผู้ที่มีโรคที่เกิดจากระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเลือด
  • หญิงมีครรภ์ และหลังคลอดบุตร 6 เดือน
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นลมชัก
  • ไม่แนะนำให้ทำในบริเวณที่มีการอักเสบ แผลถลอก หรือบริเวณที่เคยได้รับการผ่าตัดมาน้อยกว่า 6 เดือน หรือแผลผ่าตัดยังหายไม่สนิท
  • ถอดอุปกรณ์และเครื่องประดับที่เป็นโลหะก่อนทำทุกครั้ง เพราะจะรบกวนการส่งคลื่นได้

สรุป

เครื่อง RF (Radio-Frequency) เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ลดริ้วรอย และสลายไขมันที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัด เพราะกลัวเจ็บ หรือกลัวเข็ม แต่เนื่องจากปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวมีหลายระดับ และเครื่องมือยกกระชับผิวในปัจจุบันก็มีการพัฒนาให้ทันสมัย ทั้งประสิทธิภาพของเครื่อง ความลึกถึงชั้นผิว และความแม่นยำ

Thermage FLX ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) และ อย.ไทย มีใช้ในคลินิกเสริมความงามชั้นนำ สามารถยกกระชับผิวได้ทันที 20% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เห็นผลชัดเจนใน 2-3 เดือน และอยู่ได้นาน 1 ปี สามารถให้แพทย์ประเมินปัญหาและสภาพผิวก่อนได้ครับ เพื่อเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม แก้ปัญหาที่ตรงจุดและได้ผลลัพธ์ที่ดี


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา_หมอ27คน

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

โบท็อกซ์อังกฤษ Dysport ลดกราม ลิฟท์กรอบหน้า มีข้อดี ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ?

Reading Time: 3 minutes ถ้าเราสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์จากอินเทอร์เน็ตหรือสื่อโฆษณาต่าง ๆ จะพบว่าโบท็อกซ์มีหลายยี่ห้อ นำเข้ามาจากหลายประเทศและราคาก็แตกต่างกันไป โบท็อกซ์ Dysport ก็เป็นโบท็อกซ์ยี่ห้อหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งดารานักแสดง คนดัง รวมถึงคลินิกเสริมความงามชั้นนำในประเทศไทย

โบท็อกซ์ Aestox ดีอย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Reading Time: 3 minutes - Aestox Botox คืออะไร ? - Aestox Botox ดีอย่างไร ? - Aestox Botox กับโบท็อกยี่ห้ออื่น ? - Aestox Botox ช่วยอะไรได้บ้าง ? - การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก Aestox

ฉีดวิตามินผิวขาว เสริมภูมิคุ้มกัน อันตรายไหม? ฉีดวิตามินผ...

Reading Time: 4 minutes - การฉีดวิตามินผิวใสคืออะไร ? - การฉีดวิตามินผิวใส อันตรายไหม ? - ฉีดวิตามินผิวใส ดีไหม ? - ฉีดวิตามินผิวแล้วดูกระจ่างใสขึ้นจริงไหม ?

ฉีดโบท็อกลดกรามที่ไหนดีที่สุด ! เลือกคลินิกปรับรูปหน้าอย่...

Reading Time: 3 minutes - ร้อยไหมหน้าเรียว ในกรุงเทพฯ ที่ไหนดี ? - ร้อยไหมหน้าเรียว ที่ไหนดี ? ก่อนร้อยไหมควรพิจารณาอะไรบ้าง ? - คลินิกร้อยไหมหน้าเรียวที่ได้มาตรฐาน สังเกตได้จากอะไร ? - วิธีการเลือกการร้อยไหมกับคลินิกร้อยไหม - ร้อยไหมหน้าเรียวกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ดีอย่างไร ?

Botox Nabota ดีไหม ?
ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ? พร้อม...

Reading Time: 3 minutes - ทำความรู้จัก botox nabota - โบท็อก nabota ดีไหม ? - คุณสมบัติ nabota botox แตกต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ? - nabota botox ราคาเท่าไร ? - วิธีดูโบท็อกซ์นาโบตะ ของแท้

โบท็อกเกาหลีดีไหม ต่างจากโบท็อกอเมริกาอย่างไร ฉีดแล้วเห็น...

Reading Time: 2 minutes -ฉีดโบท็อกเกาหลี ดีไหม มียี่ห้ออะไรบ้าง? เห็นผลจริงไหม? -โบท็อเกาหลีกับโบท็อกอเมริกาต่างกันอย่างไร แบบไหนคุ้มกว่ากัน? -โบท็อกเกาหลีราคา