Monopolar RF (Radio-Frequency) คืออะไร ? ยกกระชับได้แค่ไหน ? เหมาะกับใครบ้าง ?

Reading Time: 3 minutes
Monopolar RF

Monopolar RF

Monopolar RF เป็นนวัตกรรมการยกกระชับที่น่าจับตามอง ด้วยเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และความต้องการในการฟื้นฟูผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยกกระชับหลาย ๆ ยี่ห้อนำ Monopolar RF มาใช้และพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวให้ดีขึ้น

ในบทความนี้ หมอจะพาไปทำความรู้จักกับ Monopolar RF คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? หลักการทำงาน ประโยชน์ และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้คนไข้สามารถนำไปใช้ในการดูแลผิวได้อย่างเห็นผลและปลอดภัยที่สุดครับ

สารบัญ Monopolar RF


Monopolar RF คืออะไร ?

Monopolar RF (Radio-Frequency) คือ เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) แบบขั้วเดียว ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ยกกระชับผิว และสลายไขมัน ทำให้ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น


หลักการทำงานของ Monopolar RF

Monopolar RF ส่งพลังงานความถี่วิทยุแบบขั้วเดียวผ่านหัวสัมผัส สร้างความร้อนลึกใต้ชั้นผิวหนัง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้เส้นใยเดิมหดตัว เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และฟื้นฟูสภาพผิว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแต่ละชั้นผิว ดังนี้

ชั้นผิวหนัง
  • Epidermis ชั้นหนังกำพร้า เป็นผิวหนังชั้นบนสุด คลื่นวิทยุ Monopolar RF จะกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์เพิ่มขึ้น ทำให้รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวขาวใสขึ้น
  • Dermis ชั้นหนังแท้ เป็นผิวหนังชั้นถัดลงมา คลื่นวิทยุ Monopolar RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อย กระชับและยืดหยุ่นขึ้น
  • Subcutaneous Fat ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง คลื่นวิทยุ Monopolar RF จะไปสลายไขมันหรือลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน และกระชับสัดส่วน

ประโยชน์ของ Monopolar RF

Monopolar RF มีประโยชน์หลากหลายด้านในการดูแลและปรับปรุงสภาพผิว ได้แก่

  • ช่วยยกกระชับใบหน้า ลดความหย่อนคล้อยของผิว
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ลดชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
  • ช่วยปรับรูปหน้าเรียววีเชฟ กระชับกรอบหน้าให้คมชัด ดูมีมิติ
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวเฟิร์ม เด้ง เต่งตึง
  • ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ผิวเรียบเนียน ดูกระจ่างใสขึ้น

Monopolar RF มีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับ Bipolar RF

ข้อดีของ Monopolar RF (RF แบบขั้วเดียว) เมื่อเทียบกับ Bipolar RF (RF แบบสองขั้ว) หมอสรุปให้ดังนี้ครับ

  1. สามารถเจาะลึกถึงชั้นผิวที่ลึกกว่า ทำให้เหมาะสำหรับการรักษาผิวที่หย่อนคล้อยหรือการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก
  2. มีการกระจายพลังงานในพื้นที่กว้าง ซึ่งเหมาะสำหรับการรักษาบริเวณที่กว้างและหลายจุดพร้อมกัน
  3. ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า โดยการกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวที่ลึก ทำให้ผลลัพธ์ยืดหยุ่นและยาวนานขึ้น
  4. เหมาะสำหรับการรักษาหลายปัญหาผิวพร้อมกัน ทั้งกระชับผิว ลดริ้วรอย และการปรับโครงสร้างผิว
VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : คลื่นวิทยุ RF ที่นำมาใช้ในการเสริมความงาม หลัก ๆ มี 4 แบบ คือ Bipolar RF, Monopolar RF, Tripolar RF และ Multipolar RF สามารถนำมาใช้ยกกระชับผิวได้ทั้งหมด ส่วนการเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้ประเมินตามปัญหาผิวและสภาพผิวของแต่ละคนเป็นรายเคสไปครับ


Monopolar RF พบได้ในเครื่องยี่ห้อไหนบ้าง ?

เครื่อง Monopolar RF ถูกนำมาใช้ในวงการความงามและการแพทย์อย่างแพร่หลาย โดยยี่ห้อที่ได้รับความนิยม ได้แก่

Thermage FLX

Thermage FLX

เครื่อง Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ปล่อยพลังงานในแต่ละจุดบนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยมี AccuREP เซ็นเซอร์วัดความร้อนบนผิว เพื่อควบคุมการปล่อยพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกช็อตที่ยิง หัวทิปมีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ กระจายพลังงานได้ดี ลงลึกครอบคลุมทุกชั้นผิว เห็นผลหลังทำทันที 20% คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี

Oligio

Oligio นวัตกรรมยกกระชับที่ทำงานด้วยหลักการส่งคลื่นวิทยุความถี่ Monopolar RF 6.78 MHz ร่วมกับเทคโนโลยี W-SIM (Skin Impedance Matching Technology) ที่ช่วยส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังได้แม่นยำ มีหัวทิป 2 ขนาด ให้เลือกใช้งานตามบริเวณที่ต้องการปรับสภาพผิวและยกกระชับ เห็นผลหลังทำทันที 20% คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-6 เดือน

สรุปได้ว่า Monopolar RF แต่ละยี่ห้อ ทั้ง Thermage และ Oligio แม้จะมีเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป แต่หลักการทำงานของ Monopolar RF ยังคงเหมือนกันคือการใช้พลังงานคลื่นวิทยุในการกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ


เปรียบเทียบ Monopolar RF ในเครื่อง Oligio กับ Thermage แตกต่างกันอย่างไร ?

ทั้ง Oligio และ Thermage ทั้งสองใช้หลักการเดียวกันคือ Monopolar RF แต่มีความแตกต่างกันในด้านเทคโนโลยีการทำงาน, ระยะเวลาในการรักษา, ผลลัพธ์ และความรู้สึกระหว่างทำ

Monopolar RF ใน Oligio และ Thermage

สรุปความต่าง Oligio กับ Thermage

  • Oligio : โดดเด่นในด้านการกระจายพลังงานสม่ำเสมอ ทำให้ผิวไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ และเหมาะสำหรับการทำในพื้นที่กว้าง เช่น กรอบหน้า หน้าผาก และลำคอ
  • Thermage : มีหัวยิงให้เลือกใช้เยอะกว่า พลังงานสูงกว่า Oligio จึงเห็นผลชัดและนานกว่า โดยเฉพาะในเรื่องการยกกระชับหน้า ลดผิวหย่อนคล้อย เช่น รอบดวงตา และบริเวณที่มีไขมันใต้ผิวหนังมาก

ใช้ Monopolar RF ตำแหน่งไหนบนใบหน้าได้บ้าง ?

คลื่นวิทยุ Monopolar RF สามารถทำได้ทั่วหน้าครับ และในบริเวณที่ต้องการเน้น เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอบดวงตา ร่องแก้ม รอบปาก กรอบหน้า ลำคอ เหนียงใต้คาง รวมบริเวณร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง


ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ Monopolar RF

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ผิวหน้ามีปัญหาริ้วรอย ร่องแก้ม ร่องมุมปาก
  • ผู้ที่มีเหนียงใต้คาง ต้องการกระชับกรอบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับ ปรับรูปหน้าเรียว
  • ผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลท์ คุณแม่หลังคลอด
  • ผู้ที่กลัวเจ็บ ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากฉีด
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เร่งด่วน ไม่มีเวลาพักฟื้น

ใครบ้างที่ไม่เหมาะสมกับการใช้ Monopolar RF

  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคผิวหนังเฉพาะที่ เช่น โรคสะเก็ดเงิน, โรคเริม หรือการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะฝังอยู่บริเวณที่ทำการรักษา
  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรังรุนแรง เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคหัวใจขั้นรุนแรง
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)
  • ผู้ที่เพิ่งได้รับการทำหัตถการทางความงามอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน เช่น การฉีดฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์

Monopolar RF อันตรายไหม ?

Monopolar RF ไม่อันตรายหากใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน และทำหัตถการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผ่านเทรนนิงการใช้งานเครื่อง สามารถปรับค่าพลังงานได้อย่างเหมาะสม หลังทำจะได้ผลลัพธ์ที่ดี และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ครับ


ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ Monopolar RF

หลังทำอาจเกิดรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย เป็นอาการปกติจากความร้อน เกิดขึ้นได้ชั่วคราวหลังการรักษา ไม่ถือเป็นผลข้างเคียงที่อันตรายครับ โดยมักจะหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง และในบางรายอาจรู้สึกระบมใต้ผิว จะหายได้เองภายใน 3-10 วัน

ส่วนผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อันตรายจะมาจากการใช้เครื่องปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เกรดต่ำ ทำแล้วไม่เห็นผล หรือในกรณีร้ายแรงอาจทำให้เกิดความเสียหายกับผิวหน้า เช่น เกิดรอยบุ๋ม ขรุขระ ผิวหน้าไหม้ เกิดรอยดำ อักเสบ หรือใบหน้าเสียทรง หน้าเบี้ยวผิดรูปได้

ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำ ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี และต้องเช็กให้มั่นใจคลินิกนั้น ๆ ใช้ Monopolar RF แท้ ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยครับ


Monopolar RF ต่างกับเครื่อง Ulthera และ Hifu อย่างไร ?

3 เครื่องยกกระชับ! Ulthera Thermage Hifu ต่างกันอย่างไร

เครื่อง Ulthera และ Hifu สามารถใช้ยกกระชับผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และปรับรูปหน้าได้เช่นเดียวกับเครื่อง Monopolar RF ครับ แตกต่างกันที่เครื่อง Ulthera และ Hifu ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง เน้นส่งพลังงานลงลึกที่ผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ใบหน้ามีชั้นไขมันไม่มากครับ


สรุป Monopolar RF เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ

Monopolar RF (Radio-Frequency) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียวในการฟื้นฟูสภาพผิวและสลายไขมันได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือการใช้เข็ม ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น ลดริ้วรอยและยังสามารถป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคตได้ด้วยครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

เลเซอร์รอยสิว ราคาเท่าไหร่ ? เลือกทำที่ไหนดี ? อัปเดตโปรโมชันปี 2026

Reading Time: 3 minutesหลายคนสงสัยว่า เลเซอร์รอยสิว ราคา เริ่มต้นเท่าไหร่ ? ทำไมแต่ละเครื่องหรือแต่ละคลินิกถึงราคาไม่เท่ากัน และราคาที่จ่ายไปคุ้มกับผลลัพธ์จริงไหม ? บทความนี้หมอจะพามาดูปัจจัยที่มีผลต่อราคา เพื่อช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะกับปัญหารอยสิว คุ้มค่า และปลอดภัยมากขึ้นครับ

เครื่องเลเซอร์ขน ยี่ห้อไหนดี ? เปรียบเทียบเครื่องยอดนิยมใ...

Reading Time: 5 minutesก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์ขน หลายคนมักเลือกจากราคาหรือชื่อเครื่องที่คุ้นหูครับ แต่จริง ๆ แล้ว เครื่องเลเซอร์ขน ยี่ห้อไหนดี ควรดูจากความเหมาะสมกับสีผิว เส้นขน และบริเวณที่ทำ เพราะถ้าเลือกเครื่องไม่เหมาะ อาจทำให้ขนขึ้นซ้ำเร็ว ระคายเคือง หรือเห็นผลไม่ชัดได้ บทความนี้หมอจะพามาเปรียบเทียบเครื่องเลเซอร์ขนที่นิยมในไทย เช่น Long Pulse Nd:YAG, Diode, Alexandrite, Ruby และ IPL เพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร และควรเลือกแบบไหนให้ปลอดภัย คุ้มค่า และเหมาะกับผิวของตัวเองครับ

เลเซอร์หนวด ราคาเท่าไหร่ ? คุ้มค่าไหม ? อัปเดตโปรโมชันล่า...

Reading Time: 3 minutesเลเซอร์หนวด ราคาเท่าไหร่ ? เป็นข้อมูลที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจทำครับ เพราะบริเวณหนวดเป็นจุดที่เห็นชัด และหลายคนมีปัญหาหนวดเข้ม ตอเขียว หรือโกนบ่อยจนผิวระคายเคือง การทำเลเซอร์หนวด จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดการขึ้นของเส้นขน ทำให้ผิวบริเวณเหนือริมฝีปากดูสะอาดและดูแลง่ายขึ้น

เลเซอร์ขนขา กี่ครั้งเห็นผล ? เว้นกี่เดือน ? ราคาต่อครั้งก...

Reading Time: 5 minutesโกนขนขาบ่อย ๆ แล้วเป็นตอ ขนขึ้นเร็ว ผิวสาก มีขนคุด เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจเวลาต้องใส่ชุดที่โชว์เรียวขา การทำเลเซอร์ขนขาจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดการโกนซ้ำ ๆ และทำให้ขนค่อย ๆ บางลงในระยะยาว แล้วเลเซอร์ขนขา กี่ครั้งเห็นผล ? ทำครั้งเดียวขนจะหายไหม ? ต้องทำถี่แค่ไหนขนถึงจะขึ้นช้าลง

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า