CaHA คืออะไร ? ต่างจาก HA Filler อย่างไร ? เจาะลึกสารสำคัญที่ใช้ในหัตถการงานผิว

Reading Time: 5 minutes
CaHA

เจาะลึก CaHA : กลไกทำงาน ประโยชน์ ข้อควรรู้

CaHA หรือ Calcium Hydroxyapatite เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมในงานฟื้นฟูผิว เพราะไม่ได้ช่วยเพียงเติมเต็มในทันที แต่ยังมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวค่อย ๆ แน่น กระชับ และมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น

หลายคนอาจสงสัยว่า CaHA คืออะไร ? ต่างจาก HA Filler อย่างไร ? บทความนี้หมอจะพาไปรู้จักตั้งแต่กลไกการทำงาน ผลลัพธ์ ไปจนถึงหัตถการที่มี CaHA เป็นส่วนประกอบ พร้อมราคาและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจครับ

คลิกอ่านหัวข้อ CaHA


CaHA คืออะไร ?

CaHA (คาฮ่า) ย่อมาจาก Calcium Hydroxylapatite คือ สารเติมเต็มผิว (Dermal Fillers) ที่นำมาใช้แก้ไขริ้วรอย ร่องลึก ฟื้นฟูโครงสร้างผิว โดย CaHA มีการสังเคราะห์ขึ้นมาให้คล้ายกับสารที่มีอยู่ในกระดูก ฟัน ในลักษณะไมโครสเฟียร์ (Microsphere) เป็นทรงกลมที่มีอนุภาคขนาดเล็ก

โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ สามารถช่วยกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในระยะยาว จึงนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับหัตถการความงามเพื่อเสริมคอลลาเจน ฟื้นฟูสภาพผิวครับ

CaHA คืออะไร

กลไกการทำงานของ CaHA

เมื่อฉีด CaHA เข้าสู่ผิว สารจะทำงานครอบคลุมทั้งการเติมเต็มในระยะแรกและการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว โดยสามารถแบ่งกลไกการทำงานออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่

  1. ช่วยพยุงผิวหลังฉีด : เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิว CaHA จะช่วยเติมเต็มและพยุงบริเวณที่มีปัญหา ทำให้ผิวดูเรียบเนียนหรือกระชับขึ้นในระยะแรก
  2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : อนุภาค CaHA จะทำหน้าที่คล้ายโครงร่างให้เซลล์ผิวเข้ามาทำงาน กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผิวจึงค่อย ๆ แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น
  3. ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว : เมื่อเวลาผ่านไป CaHA จะค่อย ๆ สลายไปตามกระบวนการของร่างกาย แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะยังช่วยพยุงผิว ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นครับ

CaHA ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

CaHA ช่วยทั้งการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจนในคราวเดียว สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้หลายด้าน เช่น

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว
  • ยกกระชับผิว ช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูเฟิร์ม และกระชับมากขึ้น
  • เพิ่มวอลลุ่ม เติมเต็มร่องลึก ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวเรียบเนียน ดูเต่งตึง
  • ปรับรูปหน้าให้สมส่วน เติมขมับ คาง และ Jawline ให้กรอบหน้าดูคมชัด
  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิว เพิ่มความแน่น ความเฟิร์ม และความอิ่มฟู ให้ผิวดูสุขภาพดี

การฉีด CaHA เหมาะกับใคร ?

CaHA เหมาะกับผิวแบบไหน

การฉีด CaHA เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีสัญญาณผิวเสื่อมสภาพตามวัย ดังนี้

  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องแก้ม ร่องมุมปาก ใบหน้าหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว ปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง ผิวหมองคล้ำ หน้าโทรม ไม่สดใส
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวบริเวณหลังมือหรือคอเหี่ยว คอย่น ผิวหย่อนยาน
  • ผู้ที่ผิวขาดคอลลาเจน ผิวหลวม ต้องการให้ผิวยืดหยุ่น แน่นกระชับ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เน้นการเปลี่ยนรูปหน้าชัดเจน

CaHA ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ?

CaHA ฉีดจุดไหนได้บ้าง

CaHA Biostimulator สามารถฉีดได้ทั้งบนใบหน้าและลำตัว โดยตำแหน่งที่นิยมฉีด ได้แก่

  • ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก : ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นและเรียบเนียนขึ้น
  • กรอบหน้า (Jawline) : ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ชัดเจน ดูมีมิติ
  • หน้าแก้ม / แก้มตอบ : เพิ่มวอลลุ่มและพยุงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยตามวัย
  • ลำคอและหลังมือ : ฟื้นฟูผิวเหี่ยวย่นและแก้ปัญหาผิวบางให้กลับมาดูแน่นกระชับ

ข้อดี-ข้อเสียของการฉีด CaHA

ก่อนตัดสินใจฉีด CaHA ควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้าน เพื่อให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสมและตรงกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง ดังนี้ครับ

ข้อดีของการฉีด CaHA

  • ช่วยเติมเต็ม พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่น กระชับ และยืดหยุ่นขึ้นจากภายใน
  • CaHA มีคุณสมบัติเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เรียบเนียน กลมกลืนกับผิว
  • สามารถดูดซึมและย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100% โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
  • มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในยุโรปและอเมริกา
  • ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อเสียของการฉีด CaHA

  • ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้เหมือน HA Filler หากต้องการแก้ไขผลลัพธ์ จำเป็นต้องรอให้ค่อย ๆ สลายตามธรรมชาติ หรือให้แพทย์ประเมินแนวทางที่เหมาะสมเป็นรายกรณี
  • ต้องอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ เนื่องจากการวางตำแหน่งและชั้นผิวที่ฉีดมีผลต่อผลลัพธ์ หากฉีดไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความไม่เรียบเนียนของผิวครับ

CaHA มีอยู่ในหัตถการความงามอะไรบ้าง ?

CaHA เป็นส่วนประกอบหลักในผลิตภัณฑ์ประเภท Hybrid Filler หรือ Collagen Biostimulator แม้จะใช้สารตัวเดียวกันแต่อาจต่างกันที่ขนาดของอนุภาค ความเข้มข้นของ CaHA และสารประกอบอื่น ๆ ครับ ทำให้แต่ละหัตถการมีจุดเด่นต่างกันดังนี้ครับ

Radiesse นวัตกรรมฟื้นฟูผิว

Radiesse

Radiesse คือ สารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA ช่วยฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 150%, Type 3 130%, อิลาสติน 260%, Proteoglycan และ Angiogenesis ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรง แน่นกระชับ เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า

เหมาะสำหรับฉีด : หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หลังมือ

คงผลลัพธ์ได้นาน : 2 ปี

เจาะลึก Radiesse คืออะไร ? ช่วยอะไรบ้าง ? เหมาะกับปัญหาแบบไหน ?

HArmonyCA กระตุ้นคอลลาเจน พร้อมเติมเต็มใบหน้า

HArmonyCa

HArmonyCa จัดเป็น Hybrid Filler ที่ผสาน 2 เทคโนโลยี ระหว่าง Filler กับ Biostimulator โดยมีสารประกอบหลัก ได้แก่ Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatitte (CaHA)

โดย HA ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และยกกระชับให้ผิวดูอิ่มฟูทันที และ CaHA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นกระชับ และยืดหยุ่นขึ้น ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์ และปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ กรอบหน้าคมชัดขึ้น

เหมาะสำหรับฉีด : เติมหน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กราม คาง
คงผลลัพธ์ได้นาน : 1-3 ปี (นานที่สุดในกลุ่มหัตถการงานฉีดที่มีปัจจุบัน)

มาทำความรู้จักกับ HArmonyCa คืออะไร ? มีจุดเด่นอะไรบ้าง ?

Heading Tag 3 : Neauvia ฟิลเลอร์งานผิวที่มาพร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจน

Neauvia

Neauvia หรือ Neauvia รุ่น Hydro Deluxe คือ ฟิลเลอร์งานผิวจากประเทศอิตาลีครับ มีส่วนประกอบหลักได้แก่ Non-crosslinked HA ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และมี CaHA 0.01% จึงจัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator เป็นลูกผสมระหว่างสารเติมเต็มกับสารกระตุ้นคอลลาเจน สามารถช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น กระชับ และเต่งตึง ไปพร้อม ๆ กับเติมน้ำให้ผิวฉ่ำโกลว์ กระจ่างใส

เหมาะสำหรับฉีด : ใบหน้า ลำคอ และหลังมือ
คงผลลัพธ์ได้นาน : 6-9 เดือน

เจาะลึกทุกหัตถการที่มีส่วนประกอบของ CaHA


CaHA vs HA Filler ต่างกันอย่างไร ?

ในการเลือกทำหัตถการปรับรูปหน้าและงานผิว มักมีคำถามว่าระหว่าง ฟิลเลอร์ HA vs CaHA ควรเลือกตัวไหนดี ? แม้ว่าทั้งสองจะช่วยเติมเต็มผิวได้เหมือนกัน แต่มีกลไกการทำงานและจุดประสงค์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน หมอสรุปเปรียบเทียบให้ดูแบบเข้าใจง่ายในตารางด้านล่างนี้ครับ

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง CaHA กับ HA Filler

หัวข้อเปรียบเทียบ HA (Hyaluronic Acid) CaHA (Calcium Hydroxylapatite)
ประเภทของสาร สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acidสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator)
หลักการทำงาน อุ้มน้ำและเพิ่มปริมาตรใต้ผิว ช่วยเติมเต็มทันทีเติมเต็มโครงสร้างผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
จุดเด่น ความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับรูปทรงและเติมเต็มได้อย่างแม่นยำเด่นด้านการพยุงผิวและเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างผิว
ผลลัพธ์หลังฉีด เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที และเข้าที่ชัดเจนภายในประมาณ 2 สัปดาห์ค่อย ๆ เห็นผลด้านคุณภาพผิวและความกระชับในช่วง 2-3 เดือน
ระยะเวลาคงอยู่ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ยาวนานต่อเนื่องตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน

โดยสรุป HA Filler และ CaHA มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกหัตถการที่เหมาะสมควรให้แพทย์ประเมินปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ

  • HA Filler → เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม และปรับรูปหน้าเฉพาะจุด เช่น ขมับ คาง ใต้ตา หรือร่องแก้ม
  • CaHA → เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อเพิ่มความแน่นกระชับและความยืดหยุ่นในระยะยาว
VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : ปัจจุบันได้มีการพัฒนานวัตกรรมที่เรียกว่า “Hybrid Filler” ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง HA และ CaHA ไว้ในตัวเดียว เพื่อให้ได้ทั้งการเติมเต็มที่เห็นผลทันทีและการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว เช่น HArmonyCa หรือ Neauvia ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงามครับ”


การเตรียมตัวก่อนฉีด CaHA

ก่อนฉีด CaHA ควรเตรียมความพร้อม โดยมีข้อแนะนำดังนี้

  • เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และวางแผนตำแหน่งที่เหมาะสม
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว รวมถึงยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ
  • งดใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ก่อนทำ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับการฉีด

การดูแลตัวเองหลังฉีด CaHA

หลังฉีด CaHA ควรดูแลบริเวณที่ทำอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง สามารถปฏิบัติได้ตามคำแนะนำ ดังนี้

  • สามารถประคบเย็นเบา ๆ ใน 24 ชั่วโมงแรกหากมีบวม แดง หรือระบมบริเวณที่ฉีด
  • งดแต่งหน้าหรือทาครีมบริเวณรอยเข็มอย่างน้อย 12 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก ภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการหรือทรีตเมนต์อื่น เช่น เลเซอร์, Hifu, Ulthera อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่ ช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว

การฉีด CaHA อันตรายไหม ปลอดภัยหรือไม่ ?

การฉีด CaHA มีความปลอดภัยสูง หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจาก CaHA เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาคล้ายกับแร่ธาตุในร่างกาย จึงเข้ากันกับเนื้อเยื่อได้ดี โอกาสเกิดการแพ้น้อย อีกทั้งยังสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ผ่านการรับรองจากทั้ง อย. ไทย, US.FDA และ CE มีการใช้งานในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกมาอย่างยาวนาน


ฉีด CaHA ราคาเท่าไหร่ ?

CaHA ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงโปรโมชันของแต่ละคลิกนิกในช่วงเวลานั้น ๆ โดยสามารถสรุปราคาเริ่มต้นโดยประมาณได้ดังนี้

ยี่ห้อราคาเริ่มต้น
Radiesse25,000 บาท / กล่อง
HarmonyCa20,000 บาท / ไซริงค์
Neauvia Hydro Deluxe 14,000 บาท / ไซริงค์

สำหรับที่ V Square Clinic มีโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนด้วย CaHA คุณภาพสูงอย่าง Radiesse, HarmonyCa และ Neauvia พร้อมโปรโมชันราคาพิเศษ ดังนี้ครับ

โปรโมชันราคา radiesse
โปรโมชัน Radiesse
โปรโมชัน ราคา HArmonyCa
โปรโมชัน HArmonyCa
โปรโมชัน ราคา Neauvia
โปรโมชัน Neauvia

หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันและเงื่อนไขของคลินิกในแต่ละช่วงเวลา แนะนำสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CaHA

ฉีด CaHA เจ็บไหม ?

ขณะฉีด CaHA อาจรู้สึกเจ็บหรือตึงเล็กน้อยในบางจุด แต่โดยทั่วไปอยู่ในระดับที่ทนได้ และแพทย์มักมีการทายาชาหรือใช้ยาชาช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำครับ

หลังฉีด CaHA มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

หลังฉีด CaHA อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ รู้สึกตึงผิว หรือระบมบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ผิวค่อนข้างบาง โดยอาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในประมาณ 3-7 วัน

ผลลัพธ์ของการฉีด CaHA อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ สภาพผิว การดูแลหลังทำ และการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลครับ โดย CaHA จะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้คุณภาพผิวดีขึ้น แม้ว่าตัวสารจะสลายไปตามธรรมชาติแล้ว แต่คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นจะยังคงช่วยพยุงผิวให้แน่นกระชับได้อย่างต่อเนื่อง

CaHA ฉีดได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ?

CaHA สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25-30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาคอลลาเจนลดลง ผิวขาดความกระชับ หรือมีริ้วรอยจากวัย อย่างไรก็ตาม แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ไม่ได้อ้างอิงจากอายุเพียงอย่างเดียวครับ


สรุปลงทุนกับผิวด้วย CaHA คุ้มค่าไหม ?

การฉีด CaHA เป็นหัตถการที่ให้มากกว่าเติมเต็ม แต่ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ส่งผลให้ผิวแน่น แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในการลงทุนเพื่อผิวในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวในหลายมิติครับ

ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์และเลือกหัตถการงานผิวที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของคนไข้ เพื่อความปลอดภัย และให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการครับ


อ้างอิง

  • Loghem, J. V., Yutskovskaya, Y. A., & Philip Werschler, W. (2015). Calcium hydroxylapatite: over a decade of clinical experience. The Journal of clinical and aesthetic dermatology, 8(1), 38–49.
  • Aguilera, S. B., McCarthy, A., Khalifian, S., Lorenc, Z. P., Goldie, K., & Chernoff, W. G. (2023). The Role of Calcium Hydroxylapatite (Radiesse) as a Regenerative Aesthetic Treatment: A Narrative Review. Aesthetic surgery journal, 43(10), 1063–1090. https://doi.org/10.1093/asj/sjad173

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ข้อดี-ข้อเสีย ร้อยไหม มีอะไรบ้าง ? ก่อนยกกระชับ ปรับรูปหน้า ต้องรู้ พร้อมวิธีลดความเสี่ยง

Reading Time: 4 minutesข้อดี-ข้อเสีย ร้อยไหม เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ โดยทั่วไปแพทย์ควรอธิบายให้คนไข้เข้าใจตั้งแต่ขั้นตอนประเมินใบหน้า ทั้งผลลัพธ์ที่คาดหวัง ข้อจำกัด และอาการที่อาจพบหลังทำ

October 30, 2026 อ่านต่อ

ผมร่วง ขาดวิตามินอะไร ? รู้สาเหตุ และวิธีบำรุงเส้นผมให้กล...

Reading Time: 3 minutesเมื่อเห็นผมติดหวีมากขึ้น รอยแสกเริ่มกว้าง หรือรู้สึกว่าผมบางลง หลายคนมักนึกถึงการซื้อวิตามินเสริมมาบำรุงผมเป็นอันดับแรก โดยหวังว่าจะช่วยลดการหลุดร่วงและทำให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงขึ้น แต่การเลือกวิตามินให้เหมาะกับปัญหาควรเริ่มจากรู้ว่าร่างกายขาดวิตามินอะไร เพราะผมร่วงอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วยครับ

HArmonyCa vs Sculptra ต่างกันอย่างไร ? เลือกตัวไหนดี ?

Reading Time: 4 minutesHArmonyCa vs Sculptra ต่างกันที่ส่วนประกอบหลักและระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ครับ HArmonyCa มี Hyaluronic Acids (HA) กับ Calciam Hydroxyapatite (CaHA) จึงเติมเต็มเพิ่มวอลลุ่มทันที และกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ส่วน Sculptra มี Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวจากภายในครับ

เมโสสะกิดหน้าใสทําเองได้ไหม ? อันตรายไหม ? เสี่ยงอะไรบ้าง ?

Reading Time: 3 minutesเมโสสะกิดหน้าใสทําเอง ได้จริงไหม ? ปลอดภัยหรือเปล่า ? เชื่อว่าหลายคนที่อยากมีผิวใส หน้าใส ไม่อยากไปคลินิกบ่อย ๆ คงเคยเห็นรีวิวชุดอุปกรณ์เมโสหน้าใสทำเองที่บ้าน (Home Use) ตามช่องทางออนไลน์จนรู้สึกสนใจและอยากลองซื้อมาทำเองดูบ้างครับ

Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ? ทำ Ultherapy ยกกระชับหน้าเห...

Reading Time: 6 minutesUlthera (อัลเทอร่า) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมความงามยกกระชับหน้า ที่กำลังถูกพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ในขณะนี้ เพราะมีดารา เซเลปหลายท่านใช้บริการ สำหรับใครที่สนใจว่า Ulthera คืออะไร ดีอย่างไร ? เจ็บไหม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ? ราคาแพงไหม ? ควรใช้กี่ไลน์ ? ทำไมถึงได้รับความนิยม ในบทความนี้หมอจะมาตอบทุกข้อสงสัย เพื่อให้คนไข้ที่สนใจได้ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจครับ

เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ อัปเดต 2026 ฉีดหน้าใสกี่บาท พร้อม...

Reading Time: 3 minutesเมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ ? มีกี่ยี่ห้อให้เลือก และแต่ละคลินิกราคาต่างกันอย่างไร ? ใครที่อยากมีผิวหน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดำ ห้ามพลาดครับ บทความนี้หมอจะพาไปอัปเดตราคาเมโสหน้าใสล่าสุดของปีนี้พร้อมเคล็ดลับการเลือกคลินิกที่ปลอดภัย คุ้มค่า และเห็นผลจริง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า