เจาะลึก CaHA : กลไกทำงาน ประโยชน์ ข้อควรรู้
CaHA หรือ Calcium Hydroxyapatite เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมในงานฟื้นฟูผิว เพราะไม่ได้ช่วยเพียงเติมเต็มในทันที แต่ยังมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวค่อย ๆ แน่น กระชับ และมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น
หลายคนอาจสงสัยว่า CaHA คืออะไร ? ต่างจาก HA Filler อย่างไร ? บทความนี้หมอจะพาไปรู้จักตั้งแต่กลไกการทำงาน ผลลัพธ์ ไปจนถึงหัตถการที่มี CaHA เป็นส่วนประกอบ พร้อมราคาและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจครับ
คลิกอ่านหัวข้อ CaHA
CaHA คืออะไร ?
CaHA (คาฮ่า) ย่อมาจาก Calcium Hydroxylapatite คือ สารเติมเต็มผิว (Dermal Fillers) ที่นำมาใช้แก้ไขริ้วรอย ร่องลึก ฟื้นฟูโครงสร้างผิว โดย CaHA มีการสังเคราะห์ขึ้นมาให้คล้ายกับสารที่มีอยู่ในกระดูก ฟัน ในลักษณะไมโครสเฟียร์ (Microsphere) เป็นทรงกลมที่มีอนุภาคขนาดเล็ก
โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ สามารถช่วยกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในระยะยาว จึงนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับหัตถการความงามเพื่อเสริมคอลลาเจน ฟื้นฟูสภาพผิวครับ
กลไกการทำงานของ CaHA
เมื่อฉีด CaHA เข้าสู่ผิว สารจะทำงานครอบคลุมทั้งการเติมเต็มในระยะแรกและการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว โดยสามารถแบ่งกลไกการทำงานออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่
- ช่วยพยุงผิวหลังฉีด : เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิว CaHA จะช่วยเติมเต็มและพยุงบริเวณที่มีปัญหา ทำให้ผิวดูเรียบเนียนหรือกระชับขึ้นในระยะแรก
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : อนุภาค CaHA จะทำหน้าที่คล้ายโครงร่างให้เซลล์ผิวเข้ามาทำงาน กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผิวจึงค่อย ๆ แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น
- ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว : เมื่อเวลาผ่านไป CaHA จะค่อย ๆ สลายไปตามกระบวนการของร่างกาย แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะยังช่วยพยุงผิว ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นครับ
CaHA ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
CaHA ช่วยทั้งการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจนในคราวเดียว สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้หลายด้าน เช่น
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว
- ยกกระชับผิว ช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูเฟิร์ม และกระชับมากขึ้น
- เพิ่มวอลลุ่ม เติมเต็มร่องลึก ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวเรียบเนียน ดูเต่งตึง
- ปรับรูปหน้าให้สมส่วน เติมขมับ คาง และ Jawline ให้กรอบหน้าดูคมชัด
- ฟื้นฟูโครงสร้างผิว เพิ่มความแน่น ความเฟิร์ม และความอิ่มฟู ให้ผิวดูสุขภาพดี
การฉีด CaHA เหมาะกับใคร ?
การฉีด CaHA เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีสัญญาณผิวเสื่อมสภาพตามวัย ดังนี้
- ผู้ที่มีริ้วรอยร่องแก้ม ร่องมุมปาก ใบหน้าหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว ปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น
- ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง ผิวหมองคล้ำ หน้าโทรม ไม่สดใส
- ผู้ที่มีปัญหาผิวบริเวณหลังมือหรือคอเหี่ยว คอย่น ผิวหย่อนยาน
- ผู้ที่ผิวขาดคอลลาเจน ผิวหลวม ต้องการให้ผิวยืดหยุ่น แน่นกระชับ
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เน้นการเปลี่ยนรูปหน้าชัดเจน
CaHA ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ?
CaHA Biostimulator สามารถฉีดได้ทั้งบนใบหน้าและลำตัว โดยตำแหน่งที่นิยมฉีด ได้แก่
- ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก : ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นและเรียบเนียนขึ้น
- กรอบหน้า (Jawline) : ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ชัดเจน ดูมีมิติ
- หน้าแก้ม / แก้มตอบ : เพิ่มวอลลุ่มและพยุงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยตามวัย
- ลำคอและหลังมือ : ฟื้นฟูผิวเหี่ยวย่นและแก้ปัญหาผิวบางให้กลับมาดูแน่นกระชับ
ข้อดี-ข้อเสียของการฉีด CaHA
ก่อนตัดสินใจฉีด CaHA ควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้าน เพื่อให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสมและตรงกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง ดังนี้ครับ
ข้อดีของการฉีด CaHA
- ช่วยเติมเต็ม พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่น กระชับ และยืดหยุ่นขึ้นจากภายใน
- CaHA มีคุณสมบัติเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เรียบเนียน กลมกลืนกับผิว
- สามารถดูดซึมและย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100% โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
- มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในยุโรปและอเมริกา
- ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ข้อเสียของการฉีด CaHA
- ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้เหมือน HA Filler หากต้องการแก้ไขผลลัพธ์ จำเป็นต้องรอให้ค่อย ๆ สลายตามธรรมชาติ หรือให้แพทย์ประเมินแนวทางที่เหมาะสมเป็นรายกรณี
- ต้องอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ เนื่องจากการวางตำแหน่งและชั้นผิวที่ฉีดมีผลต่อผลลัพธ์ หากฉีดไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความไม่เรียบเนียนของผิวครับ
CaHA มีอยู่ในหัตถการความงามอะไรบ้าง ?
CaHA เป็นส่วนประกอบหลักในผลิตภัณฑ์ประเภท Hybrid Filler หรือ Collagen Biostimulator แม้จะใช้สารตัวเดียวกันแต่อาจต่างกันที่ขนาดของอนุภาค ความเข้มข้นของ CaHA และสารประกอบอื่น ๆ ครับ ทำให้แต่ละหัตถการมีจุดเด่นต่างกันดังนี้ครับ
Radiesse นวัตกรรมฟื้นฟูผิว
Radiesse คือ สารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA ช่วยฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 150%, Type 3 130%, อิลาสติน 260%, Proteoglycan และ Angiogenesis ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรง แน่นกระชับ เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า
เหมาะสำหรับฉีด : หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หลังมือ
คงผลลัพธ์ได้นาน : 2 ปี
HArmonyCA กระตุ้นคอลลาเจน พร้อมเติมเต็มใบหน้า
HArmonyCa จัดเป็น Hybrid Filler ที่ผสาน 2 เทคโนโลยี ระหว่าง Filler กับ Biostimulator โดยมีสารประกอบหลัก ได้แก่ Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatitte (CaHA)
โดย HA ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และยกกระชับให้ผิวดูอิ่มฟูทันที และ CaHA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นกระชับ และยืดหยุ่นขึ้น ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์ และปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ กรอบหน้าคมชัดขึ้น
เหมาะสำหรับฉีด : เติมหน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กราม คาง
คงผลลัพธ์ได้นาน : 1-3 ปี (นานที่สุดในกลุ่มหัตถการงานฉีดที่มีปัจจุบัน)
Heading Tag 3 : Neauvia ฟิลเลอร์งานผิวที่มาพร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจน
Neauvia หรือ Neauvia รุ่น Hydro Deluxe คือ ฟิลเลอร์งานผิวจากประเทศอิตาลีครับ มีส่วนประกอบหลักได้แก่ Non-crosslinked HA ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และมี CaHA 0.01% จึงจัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator เป็นลูกผสมระหว่างสารเติมเต็มกับสารกระตุ้นคอลลาเจน สามารถช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น กระชับ และเต่งตึง ไปพร้อม ๆ กับเติมน้ำให้ผิวฉ่ำโกลว์ กระจ่างใส
เหมาะสำหรับฉีด : ใบหน้า ลำคอ และหลังมือ
คงผลลัพธ์ได้นาน : 6-9 เดือน
เจาะลึกทุกหัตถการที่มีส่วนประกอบของ CaHA
CaHA vs HA Filler ต่างกันอย่างไร ?
ในการเลือกทำหัตถการปรับรูปหน้าและงานผิว มักมีคำถามว่าระหว่าง ฟิลเลอร์ HA vs CaHA ควรเลือกตัวไหนดี ? แม้ว่าทั้งสองจะช่วยเติมเต็มผิวได้เหมือนกัน แต่มีกลไกการทำงานและจุดประสงค์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน หมอสรุปเปรียบเทียบให้ดูแบบเข้าใจง่ายในตารางด้านล่างนี้ครับ
ตารางเปรียบเทียบระหว่าง CaHA กับ HA Filler
| หัวข้อเปรียบเทียบ | HA (Hyaluronic Acid) | CaHA (Calcium Hydroxylapatite) |
|---|---|---|
| ประเภทของสาร | สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid | สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) |
| หลักการทำงาน | อุ้มน้ำและเพิ่มปริมาตรใต้ผิว ช่วยเติมเต็มทันที | เติมเต็มโครงสร้างผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน |
| จุดเด่น | ความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับรูปทรงและเติมเต็มได้อย่างแม่นยำ | เด่นด้านการพยุงผิวและเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างผิว |
| ผลลัพธ์หลังฉีด | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที และเข้าที่ชัดเจนภายในประมาณ 2 สัปดาห์ | ค่อย ๆ เห็นผลด้านคุณภาพผิวและความกระชับในช่วง 2-3 เดือน |
| ระยะเวลาคงอยู่ | 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ | ยาวนานต่อเนื่องตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน |
โดยสรุป HA Filler และ CaHA มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกหัตถการที่เหมาะสมควรให้แพทย์ประเมินปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ
- HA Filler → เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม และปรับรูปหน้าเฉพาะจุด เช่น ขมับ คาง ใต้ตา หรือร่องแก้ม
- CaHA → เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อเพิ่มความแน่นกระชับและความยืดหยุ่นในระยะยาว
ข้อควรรู้ : ปัจจุบันได้มีการพัฒนานวัตกรรมที่เรียกว่า “Hybrid Filler” ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง HA และ CaHA ไว้ในตัวเดียว เพื่อให้ได้ทั้งการเติมเต็มที่เห็นผลทันทีและการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว เช่น HArmonyCa หรือ Neauvia ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงามครับ”
การเตรียมตัวก่อนฉีด CaHA
ก่อนฉีด CaHA ควรเตรียมความพร้อม โดยมีข้อแนะนำดังนี้
- เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และวางแผนตำแหน่งที่เหมาะสม
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว รวมถึงยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ
- งดใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ก่อนทำ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับการฉีด
การดูแลตัวเองหลังฉีด CaHA
หลังฉีด CaHA ควรดูแลบริเวณที่ทำอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง สามารถปฏิบัติได้ตามคำแนะนำ ดังนี้
- สามารถประคบเย็นเบา ๆ ใน 24 ชั่วโมงแรกหากมีบวม แดง หรือระบมบริเวณที่ฉีด
- งดแต่งหน้าหรือทาครีมบริเวณรอยเข็มอย่างน้อย 12 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก ภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการหรือทรีตเมนต์อื่น เช่น เลเซอร์, Hifu, Ulthera อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่ ช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว
การฉีด CaHA อันตรายไหม ปลอดภัยหรือไม่ ?
การฉีด CaHA มีความปลอดภัยสูง หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจาก CaHA เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาคล้ายกับแร่ธาตุในร่างกาย จึงเข้ากันกับเนื้อเยื่อได้ดี โอกาสเกิดการแพ้น้อย อีกทั้งยังสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ผ่านการรับรองจากทั้ง อย. ไทย, US.FDA และ CE มีการใช้งานในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
ฉีด CaHA ราคาเท่าไหร่ ?
CaHA ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงโปรโมชันของแต่ละคลิกนิกในช่วงเวลานั้น ๆ โดยสามารถสรุปราคาเริ่มต้นโดยประมาณได้ดังนี้
| ยี่ห้อ | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| Radiesse | 25,000 บาท / กล่อง |
| HarmonyCa | 20,000 บาท / ไซริงค์ |
| Neauvia Hydro Deluxe | 14,000 บาท / ไซริงค์ |
สำหรับที่ V Square Clinic มีโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนด้วย CaHA คุณภาพสูงอย่าง Radiesse, HarmonyCa และ Neauvia พร้อมโปรโมชันราคาพิเศษ ดังนี้ครับ
หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันและเงื่อนไขของคลินิกในแต่ละช่วงเวลา แนะนำสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CaHA
ฉีด CaHA เจ็บไหม ?
ขณะฉีด CaHA อาจรู้สึกเจ็บหรือตึงเล็กน้อยในบางจุด แต่โดยทั่วไปอยู่ในระดับที่ทนได้ และแพทย์มักมีการทายาชาหรือใช้ยาชาช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำครับ
หลังฉีด CaHA มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
หลังฉีด CaHA อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ รู้สึกตึงผิว หรือระบมบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ผิวค่อนข้างบาง โดยอาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในประมาณ 3-7 วัน
ผลลัพธ์ของการฉีด CaHA อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ สภาพผิว การดูแลหลังทำ และการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลครับ โดย CaHA จะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้คุณภาพผิวดีขึ้น แม้ว่าตัวสารจะสลายไปตามธรรมชาติแล้ว แต่คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นจะยังคงช่วยพยุงผิวให้แน่นกระชับได้อย่างต่อเนื่อง
CaHA ฉีดได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ?
CaHA สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25-30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาคอลลาเจนลดลง ผิวขาดความกระชับ หรือมีริ้วรอยจากวัย อย่างไรก็ตาม แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ไม่ได้อ้างอิงจากอายุเพียงอย่างเดียวครับ
สรุปลงทุนกับผิวด้วย CaHA คุ้มค่าไหม ?
การฉีด CaHA เป็นหัตถการที่ให้มากกว่าเติมเต็ม แต่ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ส่งผลให้ผิวแน่น แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในการลงทุนเพื่อผิวในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวในหลายมิติครับ
ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์และเลือกหัตถการงานผิวที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของคนไข้ เพื่อความปลอดภัย และให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการครับ
อ้างอิง
- Loghem, J. V., Yutskovskaya, Y. A., & Philip Werschler, W. (2015). Calcium hydroxylapatite: over a decade of clinical experience. The Journal of clinical and aesthetic dermatology, 8(1), 38–49.
- Aguilera, S. B., McCarthy, A., Khalifian, S., Lorenc, Z. P., Goldie, K., & Chernoff, W. G. (2023). The Role of Calcium Hydroxylapatite (Radiesse) as a Regenerative Aesthetic Treatment: A Narrative Review. Aesthetic surgery journal, 43(10), 1063–1090. https://doi.org/10.1093/asj/sjad173


