ประโยชน์จากกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) ช่วยอะไร? มีคุณสมบัติอย่างไร?



Reading Time: 2 minutes

Hyaluronic Acid ( กรดไฮยาลูรอนิค )

ในวงการด้านความงามชื่อของ กรดไฮยาลูรอนิค ( Hyaluronic Acid ) หรือ กรดไฮยาลูรอน ค่อนข้างเป็นชื่อที่คุ้นเคย เป็นอย่างดี เพราะมีส่วนสำคัญกับผิวพรรณ ช่วยในเรื่องของการชะลอวัย แต่แท้จริงแล้วประโยชน์และการทำงานของมันเป็นอย่างไร? มาดูกันว่า กรดไฮยาลูรอนิค ( Hyaluronic Acid ) หรือเรียกสั้นๆว่า HA คืออะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ช่วยจัดการกับริ้วรอยได้จริงหรือ ?

ความเป็นมาของกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid ) ประโยชน์และคุณสมบัติที่ควรรู้

กรดไฮยาลูรอนิค Hyaluronic Acid คือ สารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย เป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า polysaccharide ที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกาย และร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองตามธรรมชาติ
 
แต่แม้ว่า Hyaluronic Acid จะเป็นสารสำคัญที่ร่างกายเราสามารถสร้างขึ้นเองได้ในชั้นผิวหนังแท้ แต่ร่างกายของเรากลับผลิตสาร Hyaluronic Acid ได้ช้าลงและในปริมาณน้อย แต่โดยค่าเฉลี่ยสำหรับคนทั่วไป ผิวของคนเราจะเริ่มเสื่อมตามวัยเมื่ออายุเกิน 20 ปี และ Hyaluronic Acid ที่ร่างกายผลิตจะเริ่มลดลงตามไปด้วย ยิ่งอายุมาก ก็จะยิ่งผลิตน้อยลงเรื่อยๆ
 
ดังนั้นในทางการแพทย์จึงได้ทำการคิดค้น กรดไฮยารูโรนิคสังเคราะห์ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อนำมาใช้เป็นยาประเภทฉีดบำบัดรักษาโรค โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อม(Osteoarthritis of the knee) และภาวะอักเสบรอบข้อไหล่ (Scapulohumeral periarthritis) ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก มีประโยชน์ในการลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดบริเวณข้อ เพิ่มความยืดหยุ่นความชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิวหนัง เพราะ Hyaluronic acid มีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
 
ต่อมาทาง FDA หรือองค์การอาหารและยาสหรัฐยังได้อนุมัติให้มีการใช้ Hyaluronic Acid ระหว่างการผ่าตัดดวงตา ซอมแซมจอประสาทตาถลอก รวมถึงยังใช้เป็นฟิลเลอร์ริมฝีปากระหว่างการผ่าตัดเสริมความงาม ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่ากรดไฮยาลูโรนิค มีบทบาทในการช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และความชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิวหนัง และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

Hyaluronic acid คือ วิวัฒนาการทางการแพทย์ อีกหนึ่งตัวช่วยชะลอวัย

ด้วยคุณสมบัติขของ Hyaluronic Acid ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้แก่ผิวตามธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านของร่างกาย มีผลทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จึงถูกนำมาใช้ในวงการความงามเพื่อการชะลอวัยอย่างแพร่หลาย เป็นวิธีลัดเพื่อใช้แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวดูไม่สดใส รวมทั้งการเติมแต่งโครงหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ไม่ทำให้เกิดการแพ้ มีความคงตัว และอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังสามารถทำให้เสื่อมสลายไปได้ในกรณีที่เกิดผลข้างเคียง

 ณ ปัจจุบัน Hyaluronic Acid ถูกสกัดออกมาหลากหลายรูปแบบทั้งแบบครีม เซรั่ม เอสเซนส์ รูปแบบของวิตามินสำหรับรับประทานและรูปแบบของสารเติมเต็ม  (Filler) ที่นิยมในคลีนิคความงาม

Hyaluronic acid กับ ประโยชน์ด้านผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอย

สำหรับผิวหน้า Hyaluronic acid ถูกผลิตขึ้นและถูกหล่อเลี้ยงจากบริเวณผิวหนังชั้นล่าง และกระจายไปถึงผิวหนังชั้นบน คุณสมบัติสำคัญ คือช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปกติหลายเท่า สามารถช่วยเพิ่มปริมาตรผิว ( filler ) ให้ความชุ่มชื้นถึงผิวชั้นใน และเมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอ ผิวหน้าก็จะดูอ่อนกว่าเยาว์ ตึงกระชับ ดูเนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น นุ่มนวล และดูมีชีวิตชีวา

ในทางการแพทย์สามารถฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA (Filler) เพื่อแก้ปัญหาร่องลึกต่างๆ บนใบหน้า ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น ได้ทั้งบริเวณ ร่องแก้ม ขมับ ใต้ตา หน้าผาก รอยขมวดคิ้ว แก้ไขปัญหาแก้มตอบ คาง ริมฝีปาก เป็นต้น

อีกคุณสมบัติอย่างหนึ่งของสาร Hyaluronic Acid คือไม่เพียงแต่แค่เติมเต็มร่องลึกได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้ในการปรับแก้ไขรูปหน้าให้สวยงาม และยกกระชับใบหน้าในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อยได้ คงอยู่ในร่างกายได้นาน 6-18 เดือน โดยไม่ต้องเสี่ยงเจ็บตัวจากการผ่าตัด และยังสามารถเห็นผลการรักษาได้ทันทีอีกด้วย

Hyaluronic acid กินได้ไหม

ในของส่วนของ Hyaluronic Acid ในรูปแบบของรับประทานเป็นอาหารเสริม ในปัจจุบันก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่ค่อยแพร่หลาย จะใช้ในคนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น ผู้ป่วยโรคข้อกระดูกอักเสบที่รับประทานอาหารเสริม Hyaluronic Acid วันละ 80-200 มิลลิกรัม เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวเข่า ข้อติดได้ในระดับปานกลาง และจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ร่วมด้วย

เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เนื่องจาก Hyaluronic Acid สังเคราะห์ ได้มาจากการสกัดแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus subtilis ผู้ใช้บางรายจึงอาจเกิดอาการแพ้ยาจากโปรตีนของแบคทีเรียที่นำมาใช้สังเคราะห์ตัวสารนี้ได้ด้วย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร รวมถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือผู้ที่เคยเป็นโรคมะเร็ง เนื่องจากอาจทำให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตขึ้นเร็วกว่าปกติ

Hyaluronic acid ช่วยอะไรได้อีกบ้าง

Hyaluronic Acid  ไม่มีเพียงแต่ประโยชน์ดังที่กล่าวมาแล้วเท่านั้น Hyaluronic Acid ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ ด้วยอาทิ

รักษาตาต้อกระจก  โดยจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญการฉีด Hyaluronic Acid เข้าที่ตาเพื่อรักษาโรคต้อกระจก

รักษาแผลในปาก โดยHyaluronic Acid จะมาในรูปแบบการทาเจล มาใช้ในการรักษาแผลในปาก ซึ่งค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการรักษา

 – ช่วยสมานแผลและบรรเทาอาการแผลไฟไหม้ Hyaluronic Acid สามารถช่วยควบคุมความรุนแรงของการอักเสบที่เกิดขึ้น หากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใช้สารนี้ทาลงไปบริเวณที่เกิดแผลก็อาจช่วยลดขนาดของบาดแผล ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และช่วยเร่งให้บาดแผลหายเร็วขึ้น บรรเทาอาการปวด และอาจช่วยบรรเทาอาการของแผลไฟไหม้ได้

บรรเทาอาการตาแห้ง สาร Hyaluronic Acid อาจช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง ที่มีสาเหตุมาจากที่ร่างกายผลิตน้ำตาได้น้อยลง แพทย์อาจวินิจฉัยและให้ใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ช่วยลดอาการตาแห้งและช่วยให้สุขภาพดวงตาดีขึ้นมาได้

เรียกได้ว่า Hyaluronic Acid มีประโยชน์มากมาย อาทิ ต่อต้านริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น การรักษาบาดแผล เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว การวิจัยล่าสุดพบว่ากรดไฮยาลูโรนิคมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระซึ่งหมายความว่า สามารถทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันอนุมูลอิสระที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น มลภาวะได้อีกด้วย

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 12 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ