มะเร็งปอด
จากกรณีของคุณเอ๋ ที่พบมะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma และคุณแม่ของคุณนนกุลที่เป็นมะเร็งปอดรวมถึงคุณหมอที่เชียงใหม่ และคนที่ไม่สูบบุหรี่ในปัจจุบัน แต่กลับพบว่าป่วยเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น
วันนี้หมอจึงอยากให้ข้อมูลความรู้เพื่อให้ประชาชนทุกคนตระหนัก และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดมะเร็งและเรียนรู้แนวทางการป้องกันการเกิดมะเร็ง เข้ารับการตรวจเช็กร่างกายอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายในอนาคตได้
สารบัญ มะเร็งปอด
รู้จักมะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma ให้มากขึ้น
มะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma คือมะเร็งปอดที่พบได้บ่อยที่สุดใน United states พบได้ 40% ของมะเร็งปอดทั้งหมด และเป็นชนิดของเซลล์ที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่ไม่สูบบุหรี่
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด Adenocarcinoma
- การสูบบุหรี่จัดเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอดโดยรวม หรือในผู้ที่เป็น Passive smoker (บุคคลที่ไม่ได้สูบบุหรี่เอง) แต่สูดดมควันบุหรี่เป็นเวลานาน ก็พบว่ามีความเสี่ยงเช่นกัน
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งปอด
- ผู้ที่ได้รับการสัมผัสสารพิษ เช่น
- Silica : พบในอุตสาหกรรมสกัดหิน อุตสาหกรรมทราย กรวด เหมืองแร่ กาว สี พลาสติก
- Asbestos : พบในแร่ใยหิน อุตสาหกรรมผลิตกระเบื้องมุงหลังคา เครื่องเงิน เครื่องทอง วัสดุกันความ ร้อน ถุงมือ เสื้อผ้าทนไฟ การรื้อถอนอาคาร
- ก๊าซ Radon : เกิดจากการสลายตัวของแร่ยูเรเนียมซึ่งอยู่ในหิน การนำหินธรรมชาติมาใช้สร้างบ้าน นานวันจะสลายออกมาเป็นก๊าซ Radon ซึ่งไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และยังพบในบ้านที่อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้เกิดการสะสมของก๊าซชนิดนี้ เมื่อสูดดมเป็นเวลานานก็เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดได้
- โลหะหนัก : เช่น Cadmium ซึ่งมีระดับสูงใน PM 2.5, สารสีแดง เช่น ลิปสติก สีย้อมผม และน้ำมันดีเซล
- การกลายพันธุ์ของ p53 gene ซึ่งมีผลจากอาหารการกิน การอักเสบในร่างกาย มลภาวะทางน้ำและอากาศ
ชนิดของมะเร็งปอด
มะเร็งปอด Adenocarcinoma แบ่งเป็น 4 ชนิด ตามความรุนแรงหรือการลุกลาม ดังนี้
- Adenocarcinoma in situ
- Minimally invasive adenocarcinoma
- Invasive adenocarcinoma
- Variants of adenocarcinoma
เช็กอาการมะเร็งปอดต้องสงสัย
อาการและอาการแสดงขึ้นกับระยะของโรคโดยชนิดที่ 1 และ 2 หากตรวจพบและได้รับการผ่าตัดอย่างรวดเร็วก็จะได้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ดี และ สามารถหายขาดได้หากยังไม่มีการแพร่กระจาย
ส่วนชนิดอื่น ๆ อาการและอาการแสดงจะขึ้นกับระยะของโรคเช่นกัน ในระยะแรกมักจะไม่มีอาการ สามารถตรวจพบจากการส่งตรวจทางรังสี
หากเข้าสู้ระยะที่มีการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่น หลอดลม เส้นเลือด หรือมีการแพร่กระจาย มักจะมีอาการ ไอ มี หรือไม่มีเสมหะได้ ไอปนเลือดได้ น้ำหนักลด หอบเหนื่อย
การตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งปอด ทำวิธีไหนได้บ้าง ?
ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงแม้จะยังไม่มีอาการ การตรวจ Screening มีส่วนช่วยให้เจอโรคในระยะเริ่มต้น ได้ด้วยการทำ Low dose screening CT chest (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์รังสีต่ำบริเวณทรวงอก)
หากพบความผิดปกติจาก Low dose screening CT chest ที่สงสัยมะเร็ง จะพิจารณาเรื่องการตัดชิ้นเนื้อ เพื่อการวินิจฉัย ซึ่งมีหลายวิธี เช่น
- การส่องกล้อง
- การเจาะตัดชิ้นเนื้อผ่านผนังทรวงอก
- หากรอยโรคที่พบ เข้าถึงได้ยาก ในบางรายพิจารณาการผ่าตัดเพื่อให้ได้ชิ้นเนื้อและการรักษาในขั้นตอนเดียว
ในกรณีพบระยะแรกโดยประเมินระยะจากอาการและผล CT chest รวมถึงการส่งตรวจทางรังสีบริเวณอื่นเพิ่มเติม
หมายเหตุ
การตรวจพบความผิดปกติใน CT chest ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งเสมอไป เนื่องจากมีรอยโรคที่พบใน ปอดที่มีลักษณะเป็นจุด ซึ่งอาจจะเป็นรอยแผล หรือการติดเชื้อ และโรคอื่น ๆ ของปอดได้ ขึ้นกับอาการและลักษณะของรอยโรคที่พบใน CT chest นั้นด้วย
ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่แนะนำทำ Screening Low dose CT chest แม้ว่ายังไม่มีอาการ (The US Preventive Service Task Force, CDC gov., NCCN Guidelines 2022)
1. เคยสูบบุหรี่มากกว่า 20 pack-year
2 กำลังสูบบุหรี่อยู่ หรือหยุดสูบไม่เกิน 15 ปี
3 อายุระหว่าง 50-80 ปี
ข้อควรรู้ : วิธีการคำนวณปริมาณบุหรี่ที่สูบ เป็นหน่วย Pack-year
pack-year = (จำนวนมวนของบุหรี่ที่สูบต่อวัน หารด้วย 20) คูณจำนวนปีที่สูบ
แนวทางการรักษาโรคมะเร็งปอด
ขึ้นอยู่กับระยะที่พบ หากพบในระยะแรก ไม่มีการแพร่กระจาย การรักษาจะมุ่งเน้นที่การผ่าตัดเอารอยโรคนั้นออก ซึ่งเป็นการรักษาที่หายขาด สำหรับการฉายแสง การให้เคมีบำบัดร่วมด้วยหรือไม่นั้น พิจารณาเป็นราย ๆ ไป
ทั้งนี้ในระยะที่มีการแพร่กระจาย จะพิจารณาตามระยะ สภาพร่างกายของผู้ป่วย การแปรผันของ gene เพื่อพิจารณายามุ่งเป้า
คำแนะนำในการป้องกันมะเร็ง
- ไม่สูบบุหรี่ และเลี่ยงการสัมผัสบุหรี่
- เลี่ยงถึงฝุ่นควันต่าง ๆ และรวมถึง pm2.5 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ และทวีความรุนแรงมากขึ้น
ในกรณีที่ต้องทำงานหรืออาชีพที่ต้องสัมผัสฝุ่น หรือสารพิษต่าง ๆ แนะนำให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันตลอดเวลา และหมั่นตรวจ เช็กสุขภาพปอด
นอกจากนี้ การป้องกันภาวะการอักเสบในร่างกาย โดยเลือกรับประทานอาหารที่ดี ไม่แปรรูป ไม่มีรสหวาน เลี่ยงสารพิษ ยา ฆ่าแมลง รวมถึงนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความตึงเครียด เนื่องจากความเครียดเป็น สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ
ข้อมูลโดย : พญ.วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์
อ้างอิง
- Lung Adenocarcinoma, David J. Myers; Jason M. Wallen. Last update: June 12, 2023
- https://www.cdc.gov/lung-cancer/screening/index.html
- https://jnccn.org/view/journals/jnccn/20/7/article-p754.xml
- https://www.cancer.gov/types/lung/patient/lung-screening-pdq


