ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ก่อนฉีดควรพิจารณาอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากดื้อโบท็อกต้องอ่าน !



ฉีดโบท็อกที่ไหนดี

การฉีดโบท็อกได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่ความงามก็ว่าได้ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่เคยเติมเสริมแต่งอะไรบนใบหน้ามาก่อนเลย ก็มักจะเริ่มด้วยการทำโบท็อก เพราะเป็นหัตถการที่ราคาไม่แพง มีความปลอดภัยสูง และเห็นผลชัดเจน ทั้งในเรื่องของการลดริ้วรอยและการปรับหน้าเรียว

รวมถึงการฉีดเพื่อให้หน้าตึง หน้าใส กระตุ้นคอลลาเจน เป็นหัตถการพื้นฐานที่หมอมักจะแนะนำให้ทำเป็นอันดับแรกๆ สำหรับคนที่ต้องการเสริมสวยเสริมหล่อ

แต่การฉีดโบท็อก ถ้าไม่ได้ศึกษาข้อมูลว่าควรเลือก ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ฉีดที่คลินิกไหนดี เลือกอย่างไร มีข้อควรระวังอะไรบ้าง บางครั้งอาจจะเจอปัญหาต่างๆดังนี้

1. เจอโบท็อกปลอม
2. เจอหมอกระเป๋า พยาบาล หรือหมอที่ขาดประสบการณ์
3. ไม่ได้ดูรีวิวที่แท้จริงของคลินิก
4. ไม่ได้เตรียมการปฎิบัติตัวก่อนฉีดให้ถูกต้อง ทำให้โบท็อกอยู่ได้สั้นลง


1.โบท็อกปลอม

สำหรับโบท็อกปลอม อาจจะได้ผลดีในการฉีดครั้งแรกๆ แต่ด้วยตัวยาที่ไม่บริสุทธิ์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานต่อต้านโบท็อกขึ้นมาได้ (คล้ายๆตอนที่เราฉีดวัคซีนที่มีเชื้อโรคเพื่อกระตุ้นภูมิต้านทาน) เรียกว่า การดื้อโบท็อก เมื่อฉีดครั้งต่อๆ มาถึงแม้ว่าจะใช้ของแท้ที่บริสุทธิ์ ก็อาจจะไม่ได้ผล และการดื้อโบท็อกยังเป็นภาวะที่ยังไม่มีทางรักษา

ส่วนมากถ้าดื้อแล้วจะดื้อทุกยี่ห้อ ต้องรอเวลา 3-5 ปี จนกว่าภูมิต้านทานจะหายไปเอง แล้วค่อยสามารถกลับมาฉีดได้ใหม่ บางเคสอาจจะดื้อเป็น 10-20 ปี ไม่สามารถรักษาริ้วรอยด้วยโบท็อกได้ ต้องทนหน้าเหี่ยวหน้าบานไปตลอด

ก่อนตัดสินใจว่าจะ ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ทางที่ดีคนไข้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับจุดสังเกตโบท็อกของแท้ยี่ห้อต่างๆ และก่อนฉีดขอให้หมอแกะกล่องเปิดขวด ผสมยาให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง(โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อจะมาในลักษณะผลึกขาวๆแห้งๆเคลือบที่ก้นขวด จะไม่มีน้ำอยู่ในขวด หมอต้องใส่น้ำเกลือลงไปในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อละลายโบท็อกออกมาฉีด

ถ้าหมอผสมให้ดูแล้วดูดยาออกมาจนหมดขวด ก็จะมั่นใจได้ว่าเราได้ยาครบ100ยูจริงๆ ไม่หายไปไหน) และหลังฉีดควรจะขอกล่องและขวดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโบท็อกแท้จริงๆ

ในกรณีที่ฉีดไม่ถึง 100 ยู ควรจะชวนเพื่อนมาหารให้ครบ100 ยู เพื่อจะได้เห็นตอนเปิดขวดผสมยา

โบท็อกแท้ยี่ห้อ Allergan

โบท็อกแท้ยี่ห้อ Botulax

โบท็อกแท้ยี่ห้อ Nabota

โบท็อกแท้ยี่ห้อ Neuronox

มีบางคลินิกไม่ได้เปิดขวดผสมยาให้ดู ก็จะไม่สามารถมั่นใจได้ว่าน้ำใสๆที่อยู่ในขวดที่ฉีดนั้นคือโบท็อกแท้หรือไม่ ผสมน้ำเกลือเจือจางมากน้อยแค่ไหน แอบขโมยยูนิตออกไปก่อนหรือเปล่า ร้ายกว่านั้นอาจจะเป็นขวดโบท็อกแท้ที่ใช้หมดแล้ว แต่ใส่โบท็อกปลอมจากจีนเติมเข้ามาแทน การฉีดโบท็อกเจือจางหรือโบท็อกปลอมที่ไม่บริสุทธิ์ จะทำให้ผลอยู่ได้สั้นลง ต้องฉีดบ่อยขึ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้ดื้อยาได้ครับ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีดูโบท็อกแท้ยี่ห้อต่างๆ (Allergan/Nabota/Botulax/Neuronox)


2.เจอหมอกระเป๋า พยาบาล หรือหมอที่ขาดประสบการณ์

ฉีดโบท็อกเหมือนจะฉีดง่ายแต่จะเลือก ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ให้ปลอดภัยและเห็นผล? โบท็อกหิ้วก็หาซื้อง่ายราคาถูก ตามอินเตอร์เน็ต พยาบาล หมอกระเป๋า ก็มีรับฉีดมากมาย ราคาก็ถูกกว่าปกติหลายเท่าตัว นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนทั่วไปจึงมักบอกว่าถ้าฉีดโบท็อกแล้ว หน้าจะแข็ง ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด คิ้วกระดก ตาตก คือฉีดแล้วจะดูออกทันทีว่า ฉีดโบท็อกมา

เพราะคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นแก่ราคาถูก ฉีดโบท็อกโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน (โบท็อกปลอม โบท็อกหิ้ว*) หรือฉีดกับคนที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ เช่น หมอกระเป๋า พยาบาล หรือหมอที่ขาดประสบการณ์ จึงทำให้ผลการฉีดโบท็อกไม่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ

*โบท็อกแท้ของประเทศอื่นที่หิ้วเข้ามา หลายคนอาจจะสงสัยว่า ไม่ดีอย่างไร ทีกระเป๋า นาฬิกา น้ำหอม ยังหิ้วมาใช้ได้ดี ไม่ต้องเสียภาษี แต่โบท็อกในขวดนั้นต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 2-8 °C ตลอดเวลา เย็นเกินก็สลาย ร้อนเกินก็สลาย เพราะเป็นโปรตีน ดังนั้นในกระบวนการหิ้วที่ต้องหลบซ่อน และรอการ shipping ในตู้คอนเทนเนอร์ บางครั้งต้องรอหลายสัปดาห์ โบท็อกแท้ที่ลักลอบนำเข้าเหล่านี้ไม่สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิ 2-8 °C ได้ตลอดเวลา คุณสมบัติจึงเสื่อมลง ฉีดแล้วจะอยู่ได้สั้นลงและดื้อยาง่ายขึ้นครับ

*สำหรับโบท็อกปลอมนั้น นอกจากตัวยาที่ไม่บริสุทธิ์และเสี่ยงต่อการดื้อยาแล้ว คุณสมบัติการกระจายของตัวยายังไม่คงที่ บางครั้งกระจายกว้าง บางครั้งกระจายแคบ ทำให้ไม่สามารถคาดคะเนการกระจายของโบท็อกที่ฉีดได้อย่างแม่นยำ จึงมีโอกาสเกิดปัญหาตามมาได้ง่าย เช่น หน้าแข็ง ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด คิ้วกระดก ตาตก

สำหรับ หมอกระเป๋า พยาบาล ที่รับฉีดโบท็อก โดยปกติ โบท็อกแท้ที่นำเข้าโดย official distributer จะขายให้กับแพทย์หรือโรงพยาบาลเท่านั้น ดังนั้นยาที่หมอกระเป๋าหรือพยาบาลใช้นั้น จึงมักเป็นยาหิ้วและยาปลอมที่หาซื้อได้ง่ายตามอินเตอร์เน็ต อาจจะได้ผลในการฉีดครั้งแรก แต่ครั้งต่อๆ มาจะเริ่มดื้อโบท็อกอย่างรวดเร็ว

ในกรณี เจอหมอที่ขาดประสบการณ์ ในบางคลินิก ไม่ว่าจะตั้งราคาถูกหรือแพง ต้องดูว่าหมอที่จะฉีดให้เรานั้น เป็นหมอประจำคลินิกนั้นๆ (full-time) หรือไม่ ประสบการณ์กี่ปี ถ้าเป็นหมอที่ประจำคลินิกย่อมต้องพยายามรักษาชื่อเสียงคลินิก สามารถดูจากรีวิวเก่าๆของคลินิกนั้นๆ ที่ผ่านมาได้ ว่าหมอชื่อนี้ มีผลรีวิวตอบรับของคนไข้เป็นอย่างไร

หมอ full-time มักจะเป็นหมอที่มีประสบการณ์สูง แต่สำหรับหมอที่มาตรวจชั่วคราว(part-time) บางคนก็อาจจะมีประสบการณ์สูงแต่ชอบงาน part-time แต่ก็มีความเสี่ยงว่าอาจจะเป็นหมอที่ประสบการณ์น้อย บางคนกำลังเรียนสาขาอื่นอยู่แล้วมารับ job ทำด้านความงามชั่วคราวก็มี ในกรณีนี้คนไข้จะไม่สามารถดูรีวิวได้ว่าหมอคนที่กำลังจะฉีดให้เรานี้มีผลตอบรับเป็นอย่างไร

ทีมแพทย์ V Square Clinic มีเลขประกอบวิชาชีพทุกคน.jpg


3.รีวิวของคลินิก

สำหรับการหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่า ฉีดโบท็อกที่ไหนดี การดูรีวิวที่ถูกต้องนั้น ไม่ควรจะดูรีวิวที่คลินิกโพสเพียงฝ่ายเดียว เพราะอาจจะคัดมาเฉพาะเคสที่สวยๆ แต่ของจริงอาจจะมีเคสหลุดเยอะ ทางที่ดีควรดูรีวิวจากที่คนไข้มาโพส feedback ในแหล่งที่เป็นกลาง (เป็นกลาง ในที่นี้หมายถึงแหล่งที่หากมีเคสหลุดมาโพสแล้วทางคลินิกไม่สามารถลบออกได้ เช่น รีวิวติดดาวในเฟสบุ๊ค รีวิวติดดาวใน google map รีวิวตาม website ต่างๆ เช่น wongnai pantip)

เพื่อเราจะได้ดู feedback จากเคสจริงๆ และดูความรับผิดชอบของคลินิก ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องฟังความทั้งสองฝ่ายด้วย บางครั้งโพสที่ complain ก็เป็นการกลั่นแกล้ง ควรอ่านข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของทางคลินิกด้วย จึงจะสามารถประเมินคลินิกได้อย่างแท้จริง

ควรดูรีวิวก่อนเลือก ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ควรดูรีวิวก่อนเลือก ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ควรดูรีวิวก่อนเลือก ฉีดโบท็อกที่ไหนดี


4.ไม่ได้เตรียมการปฎิบัติตัวก่อนฉีดโบท็อกให้ถูกต้อง

ข้อปฎิบัติในการฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกให้ได้ผลอยู่ได้นาน เพื่อลดความถี่ในการฉีด และลดโอกาสดื้อยานั้น จะต้องมีการเตรียมตัวก่อนฉีดดังนี้

  • ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ "โบท็อกแท้" ตาม ข้อ 1
  • ควรเลือกหาข้อมูล ฉีดโบท็อกที่ไหนดี โดยดูจากรีวิวของคลินิก และเลือกหมอที่มีประสบการณ์ตาม ข้อ 2, ข้อ 3
  • หากมีคอร์สทำหน้า นวดหน้า หรือคอร์สเลเซอร์ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรถือโอกาสทำมาก่อนฉีดโบท็อก เพราะหลังฉีดจะต้องงดไป 2 อาทิตย์ จึงจะทำต่อได้
  • ควรงดยาในกลุ่มที่ลดการแข็งตัวของเลือดเช่น NSAIDs, แอสไพริน และงดสครับหน้า 2-3 วันก่อนฉีด จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเขียวช้ำ
  • หากมีข้อห้ามในการฉีดโบท็อกให้ปรึกษาแพทย์
  • หากมีอาการขาดธาตุสังกะสี (ผมร่วงแตกปลาย, เป็นแผลเรื้อรัง, ผิวแห้งลอก, เป็นผื่นง่าย, เล็บแห้งเปราะหักง่าย) ควรเริ่มกินอาหารที่มีธาตุสังกะสี หรือกินอาหารเสริม แต่ไม่ควรกินเกิน 20 mg/วัน ซึ่งจะช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ไวขึ้น อยู่ได้นานขึ้น (ไม่จำเป็นต้องกินก่อนฉีด สามารถกินหลังฉีดก็ได้ ก็สามารถช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นเช่นกัน)

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 11 สาขา หรือสามารถปรึกษา คุณหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ คุณหมอตอบเองครับ
ปรึกษาปัญหาปรับรูปหน้าลดริ้วรอยกับคุณหมอได้ฟรี หมอตอบเองครับ


 

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ