รวมวิธีดูแลผิวกระจ่างใส ฉ่ำวาว
การดูแลผิวให้กระจ่างใส ไม่ใช่เรื่องของความขาวอย่างเดียว แต่ผิวที่กระจ่างใส คือผิวที่ได้รับการดูแลจากภายในสู่ภายนอกครับ บทความนี้หมอจะมาอธิบายครบตั้งแต่สาเหตุของผิวหมองคล้ำ วิธีดูแลผิวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน การดริปวิตามินผิวช่วยได้จริงไหม ? ดูแลผิวให้กระจ่างใสด้วยตัวเอง ทำวิธีไหนได้บ้าง ?
สำหรับใครที่รู้สึกว่าช่วงนี้ผิวดูโทรม หมองคล้ำ ไม่สดใสเหมือนเดิม ทั้งจากการพักผ่อนน้อย ทำงานหนัก หรือเจอมลภาวะสะสมต้องอ่านครับ
สารบัญ ผิวกระจ่างใส
ผิวกระจ่างใส หมายถึงอะไร ? เป็นแบบไหน ?
ผิวกระจ่างใส (Skin Radiance) หมายถึงผิวที่มีสุขภาพดี เรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอ ไม่หมองคล้ำ มีความสมดุลระหว่างความชุ่มชื้น และมีเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) แข็งแรง ไม่ได้หมายความว่าต้องมีผิวขาวเสมอไป แต่มองแล้วดูสุขภาพดี สดใส ที่เกิดจากการดูแลผิวอย่างถูกวิธีครับ
ผิวกระจ่างใสกับผิวขาวต่างกันอย่างไร ?
ผิวกระจ่างใสกับผิวขาวไม่เหมือนกันครับ ผิวขาวคือโทนสีผิวที่มีเม็ดสีเมลานินน้อย ซึ่งเป็นเรื่องของพันธุกรรม แต่ผิวกระจ่างใส หมายถึงการมีคุณภาพผิวที่ดี แข็งแรงและมีความชุ่มชื้น ดังนั้นไม่ว่าจะมีสีผิวไหนทุกคนก็สามารถมีผิวที่กระจ่างใสและดูสุขภาพดีได้ครับ
ลักษณะของผิวกระจ่างใส
- ผิวเรียบเนียน เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเนียนนุ่ม
- สีผิวสม่ำเสมอ ไม่หมองคล้ำ
- ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ดูฟู เด้ง และยืดหยุ่น
- ผิวกระชับ เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย
- มีความเปล่งปลั่งจากธรรมชาติ ผิวดูมีชีวิตชีวา
สาเหตุที่ทำให้ผิวไม่กระจ่างใส ดูหมองคล้ำ
ปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากสภาพแวดล้อม พฤติกรรมการใช้ชีวิต หมอสรุปสาเหตุที่พบบ่อย ดังนี้
- แสงแดด (UV Radiation) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ และเกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมามากมาย เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ และเร่งให้ผิวแก่ก่อนวัยได้
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวช้าลง ทำให้เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วสะสมอยู่บนชั้นผิว ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ
- มลภาวะ ฝุ่นควัน สามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิว คอลลาเจน ทำให้ผิวดูเสื่อมสภาพก่อนวัย
- ความเครียด ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน Cortisol หากหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้มากเกินไป จะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผิว ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย
- รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ทำให้ขาดสารอาหารที่สำคัญต่อผิว หรือดื่มน้ำน้อย ไม่เพียงต่อต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้ผิวแห้ง ดูโทรม ไม่สดใส
- ขาดการดูแลผิว เช่น การไม่ทาครีมกันแดด ขาดการบำรุงจนทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน
อยากบูสต์ผิวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน ดริปวิตามินผิวดีไหม ?
มีปัญหาผิวโทรม ดูหมองคล้ำ อยากบูสต์ผิวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน การดริปวิตามิน (IV Drip) เป็นวิธีปรับผิวกระจ่างใสที่ตรงจุดครับ ด้วยการฉีดวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญต่อผิวเข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นเลือดดำโดยตรง
ทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน 100% ช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้กลับมาดูกระจ่างใส มีออร่า โดยจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทำอย่างต่อเนื่องครับ
โปรแกรมดริปวิตามินผิวที่ V Square Clinic มีสูตรวิตามินให้เลือกหลากหลาย คิดค้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านชะลอวัยและส่งเสริมสุขภาพ ตอบโจทย์ทุกความต้องการทั้งผิวกระจ่างใส ฟื้นฟูร่างกาย หรือเสริมภูมิคุ้มกันครับ
สำหรับใครที่อยากเน้นอัพผิวสวยกระจ่างใส หมอจะแนะนำเป็นโปรแกรมดริปวิตามิน V Bright Booster มีด้วยกัน 4 สูตรดังนี้ครับ
- สูตร Super Healthy Skin ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากรังสี UV
- สูตร Radiance Plus+ ปรับผิวกระจ่างใสสุขภาพดี ไร้จุดด่างดำ ป้องกันฝ้า กระ
- สูตร Perfect White ช่วยให้ผิวไบรท์ ลดเม็ดสี ลดผิวคล้ำเสียสะสม
- สูตร Extra Perfect White บูสต์ผิวใสเร่งด่วน ลดการสร้างเม็ดสี เสริมผิวแข็งแรง
รีวิวผลลัพธ์หลังดริปวิตามินผิวต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ที่ V Square Clinic
คลิกดูโปรโมชัน โปรแกรมดริปวิตามิน ที่ V Sqaure Clinic
นอกจากดริปวิตามิน มีวิธีไหนที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้อีกบ้าง ?
สำหรับใครที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใส เปล่งปลั่งแบบเร่งด่วน การดูแลผิวทั่วไปอาจไม่เพียงพอครับ ปัจจุบันจึงมีหัตถการความงามที่ออกแบบมาเพื่อกู้คืนผิวใสอย่างปลอดภัยที่เห็นผลได้ไวกว่าการบำรุงทั่วไป
เมโสหน้าใส ผิวสวยกระจ่างใส
เมโสหน้าใส เป็นหัตถการยอนนิยมที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส ด้วยการฉีดสารบำรุง และสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวเข้าสู่ผิวชั้นกลาง (Dermis) โดยตรง ต่างจากการทาครีมบำรุงทั่วไปที่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าเหมาะกับคนที่ผิวโทรมจากการพักผ่อนน้อย เจอแสงแดดทำร้ายผิวบ่อย
เลเซอร์หน้าใส แก้ปัญหาผิวหน้าอย่างครอบคลุม
เลเซอร์หน้าใส เป็นหัตถการมาแรงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมากระจ่างใส ช่วยลดเม็ดสีเมลานิน รอยแดง รอยดำจากสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ดูกระจ่างใสมากขึ้น
เทคโนโลยีเลเซอร์ในปัจจุบัน มีให้เลือกหลายเครื่องครับ เช่น Picosure Pro, Pico Plus, Fotona SP Dynamis, Sylfirm X Plus หรือ Bellalux Lite ซึ่งแต่ละเครื่องมีคุณสมบัติเด่นในการรักษาปัญหาที่ต่างกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เลเซอร์หน้าใส เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ? ลดฝ้า กระ หลุมสิว ผิวไม่เรียบ ใช้เครื่องไหนดี ?
Skinbooster บูสต์ผิวเปล่งปลั่ง ดูกระจ่างใส
การฉีด Skin Booster เข้าไปเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี คุณภาพผิวดีขึ้นสำหรับการป้องกันผิวจากมลภาวะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งขาดน้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องการให้ผิวดูโกลว์ฉ่ำวาว และชะลอการเสื่อมสภาพของผิวก่อนวัย
แนะนำยี่ห้อ Skin Booster ที่ได้รับความนิยม
- Rejuran มีส่วนประกอบหลักเป็น Polynucleotide (PN) บริสุทธิ์ เข้มข้น 2% ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายและกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่
- Filler Skinbooster เป็นการฉีดสารเติมเต็ม HA ที่มีเนื้อละเอียดเข้าสู่ชั้นผิวตื้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น คงคุณภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์
- Exosome ประกอบไปด้วยสารชีวโมเลกุลที่สำคัญต่อผิวกว่า 1,000 ชนิด ช่วยฟื้นฟูผิวและซ่อมแซมผิวหนังที่เสียหาย
Collagen Biostimulator ฟื้นฟูจากโครงสร้างผิว
Collagen Biostimulator คือ การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนลงไปชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ เป็นการฟื้นฟูถึงโครงสร้างผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง ดูอิ่มฟู กระชับขึ้น ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็จะมีสารประกอบและหลักการทำงานที่ต่างกัน เช่น
- Sculptra มีส่วนประกอบหลักเป็น PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว
- Radiesse CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เติมเต็มริ้วรอยลึก เหมาะกับผู้ที่ผิวขาดคอลลาเจน ไม่มีวอลลุ่ม
- HArmonyCa ประกอบไปด้วย Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์ดูสุขภาพดีอีกครั้ง
- Juvelook เป็นสาร PDLLA (Poly DL-Lactic Acid) ผสมกับ HA (Hyaluronic Acid) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู กระจ่างใสในเวลาเดียวกัน
เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? คลายทุกข้อสงสัยที่นี่
รวมวิธีทำให้ผิวกระจ่างใสแบบธรรมชาติที่ทำได้ทุกวัน
นอกจากการดริปวิตามินผิวและวิธีทำให้ผิวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน การดูแลตัวเองรวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นในระยะยาว และเสริมให้ผลลัพธ์จากการทำหัตถการดียิ่งขึ้น
ทาสกินแคร์อย่างสม่ำเสมอ
การทาครีมบำรุงผิวเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสมากขึ้น แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน C, Niacinamide หรือ Hyaluronic Acid ที่ช่วยฟื้นฟูผิว ทั้งนี้ควรเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และเรียงลำดับการลงอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคืองครับ
เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว
เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว หากต้องการให้ผิวดูกระจ่างใส ควรเลือกทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น
- วิตามิน C จากผลไม้ตระกูลส้ม เบอร์รี
- วิตามิน E จากอะโวคาโด ถั่วอัลมอนด์
- โอเมก้า 3 จากปลาแซลมอน ปลาทะเลน้ำลึก
- ไลโคปีน (Lycopene) จากมะเขือเทศ
และควรเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและของทอดที่มีไขมันสูง เพราะอาจเกิดการกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ทำให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิว ผิวหมองคล้ำครับ
พักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ จะช่วยให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยผิวกระจ่างใสขึ้นได้อย่างชัดเจน
หมอแนะนำให้นอนวันละ 7-8 ชม. และเข้านอนให้ตรงเวลา โดยเฉพาะช่วง 4 ทุ่มถึงตี 2 ซึ่งเป็นช่วงที่ Growth Hormone หรือฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่งได้มากที่สุดครับ
ปกป้องผิวจากแสงแดด
แสงแดดคือตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ดังนั้นการทาครีมกันแดดทุกวันจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผิวคงดูกระจ่างใส ป้องกันไม่ให้ผิวไหม้แดด หมอแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA+++ ขึ้นไป เพื่อป้องกันทั้งรังสี UVA ที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และ UVB ที่ทำให้ผิวดูคล้ำเสียครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับผิวกระจ่างใส
Q. ใช้ครีมอย่างเดียวทำให้ผิวกระจ่างใสได้ไหม ?
การใช้สกินแคร์ที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีผิวกระจ่างใส แต่สกินแคร์จะทำงานแค่ผิวชั้นนอกต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน หากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ต้องแก้ที่โครงสร้างผิวจากภายใน การทำหัตถการจะตอบโจทย์มากกว่าครับ
Q. ดริปวิตามินผิวช่วยให้ผิวกระจ่างใสจริงไหม ?
การดริปวิตามินช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นจริงครับ เพราะเป็นการนำสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน ซี วิตามิน บี เข้าสู่ร่างกายโดยตรง ทำให้เซลล์ผิวได้รับสารอาหารได้เต็มที่ ช่วยลดความหมองคล้ำและทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น
โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกว่าผิวเนียนใสขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไปครับ
Q. ดริปวิตามินผิวให้กระจ่างใส อันตรายหรือไม่ ?
ดริปวิตามินให้ผิวกระจ่างใสไม่อันตรายครับ หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่ไม่แนะนำให้ซื้อมาฉีดเองหรือทำกับหมอกระเป๋า เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้
Q. เลเซอร์หน้าใสกับดริปวิตามินผิว อะไรเห็นผลเรื่องผิวกระจ่างใสไวกว่า ?
เลเซอร์หน้าใสกับดริปวิตามินผิว มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน เลเซอร์หน้าใสจะให้ผลลัพธ์เร็วกว่าในการแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น รอยดำ ฝ้า กระ รูขุมขนกว้าง แต่ดริปวิตามินจะเป็นการฟื้นฟูผิวจากภายใน ทำให้ผิวแข็งแรง ดูกระจ่างใสสุขภาพดีในระยะยาว โดยทั้งสองสามารถทำร่วมกันได้เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น
สรุปเรื่องผิวกระจ่างใส เพราะผิวสวยเริ่มจากสุขภาพผิวที่ดี
ผิวกระจ่างใส คือผิวที่แข็งแรง มีความชุ่มชื้น เรียบเนียน และดูมีออร่าจากสุขภาพผิวที่ดีจากภายใน ซึ่งได้มาจากการดูแลผิวอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ
ในกรณีที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ปัจจุบันมีหัตถการทางการแพทย์ เช่น การดริปวิตามินผิวที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใสได้รวดเร็วและปลอดภัย หรือหัตถการอื่น ๆ เช่น เมโสหน้าใส เลเซอร์หน้าใส และ Skin Booster ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียนมากขึ้นได้ครับ


