วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก
แนวทางการใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือวิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ควรเป็นอย่างไร ? หมอเชื่อว่ามีหลาย ๆ คนให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมากครับ เพราะปัจจุบันปากกาลดน้ำหนัก หรือปากกาฉีดลดน้ำหนักกำลังได้รับความนิยม และถูกพูดถึงในแทบจะทุกช่องทาง Social Media
ปากกาลดน้ำหนัก ช่วยเรื่องอะไร ? มีวิธีการใช้อย่างไร ? ผลลัพธ์หลังทำเป็นอย่างไร ? อะไรบ้างที่ต้องรู้และควรระมัดระวังบ้าง ? หมอมีข้อมูลเหล่านี้มาให้ศึกษาก่อนฉีดในบทความนี้ครับ
สารบัญ วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก
รู้วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม
ปากกาลดน้ำหนัก คือนวัตกรรมทางการแพทย์ ที่ปฏิวัติวิธีลดน้ำหนัก ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคอ้วน รวมทั้งโรคที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนอย่างเช่นเบาหวานประเภทที่สอง
ปากกาลดน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists ซึ่งออกแบบมาให้สามารถฉีดได้ง่าย ๆ ไม่เจ็บ ซึ่งช่วยให้การรักษามีความสะดวกและสามารถใช้ต่อเนื่องได้อย่างไม่ยากลำบากครับ
วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนักจะฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Injection) ไม่ใช่ฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ ตำแหน่งที่ได้รับความนิยมคือหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา โดยสามารถหมุนเวียนตำแหน่งการฉีดเพื่อป้องกันการระคายเคืองบริเวณเดิมได้
ขนาดยา (โดสยา) จะเริ่มจากปริมาณต่ำและค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและลดผลข้างเคียงลงครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร ?
แต่ละยี่ห้อมีวิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักต่างกันไหม ?
วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนัก แต่ละยี่ห้อจะมีกลไกการทำงานคล้ายคลึงกันครับ แต่จะมีรายละเอียดวิธีการใช้และขั้นตอนบางอย่างที่แตกต่างกันเล็กน้อย โดยยี่ห้อที่ได้รับความนิยมจะฉีดสัปดาห์ละครั้งซึ่ง saxenda วิธีใช้ต่างออกไป โดยฉีดวันละครั้ง จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมในปัจจุบัน
วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy
วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy (Semaglutide) ในเบื้องต้น จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้เสมอ โดยปากกาลดน้ำหนัก Wegovy เป็นยาฉีด GLP-1 receptor agonist ที่ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ
หมายเหตุ : ขนาดยา Wegovy จะเริ่มต้นที่ 0.25 มก. ต่อสัปดาห์ เพิ่มเป็น 0.5, 1.0, 1.7 และขนาดคงที่ 2.4 มก. ต่อสัปดาห์ โดยแต่ละขนาดจะใช้อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนปรับเพิ่ม
ขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy ตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด
ข้อดี
1. การเพิ่มขนาดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับยาได้ดีขึ้น
- ลดผลข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
- คนไข้สบายตัวมากขึ้นสามารถทนต่อยาได้ดีกว่า
2. มีความปลอดภัยสูงขึ้น
- แพทย์สามารถติดตามอาการและปรับขนาดยาได้ตามความเหมาะสม
- ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาในขนาดที่สูงเกินไปตั้งแต่เริ่มต้น
- มีการตรวจสอบอาการข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน
- คุณภาพยาหรือปากกากลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีการจัดเก็บอย่างเหมาะสม
- ขั้นตอนการฉีดปากกาลดน้ำหนัก สะอาด ปลอดเชื้อ
3. ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักดีกว่า
- การเพิ่มขนาดยาแบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อยาได้ดี
- คนไข้มีแนวโน้มที่จะใช้ยาต่อเนื่องได้นานขึ้น เพราะทนต่อผลข้างเคียงได้ดีกว่า ช่วยผลลัพธ์ดี เป็นไปตามที่คาดหวัง
วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro
Mounjaro (Tirzepatide) เป็นยาฉีดที่มีส่วนผสมของ GLP-1 และ GIP receptor agonists ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักสูง ปากกา Mounjaro ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และประสิทธิภาพที่ดี
โดยเดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20) สามารถใช้ได้ทั้ง 12.5/15 mg ตามคำแนะนำของแพทย์
หมายเหตุ : ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ได้รับการทดสอบในงานวิจัยระดับโลกหลายฉบับรวมถึง The New England Journal of Medicine ระบุว่าสามารถลดน้ำหนักในระดับที่ใกล้เคียงการผ่าตัดลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) แต่ทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า
ขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด
ข้อดี
1. ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักสูง
- สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 15-20% ของน้ำหนักตัวเดิม
- ผลการลดน้ำหนักใกล้เคียงกับการผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่ไม่ต้องผ่าตัด
2. ให้ผลลัพธ์ที่ดี มีความปลอดภัยสูง
- การเพิ่มขนาดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มต้นด้วยขนาด 2.5 มก. จะช่วยทำให้ร่างกายปรับตัวได้ดี
- ช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ที่อาจเกิดขึ้นได้ดี
- แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มใช้ยา และมีการติดตามผลใกล้ชิดจึงลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนได้
ขนาดยาเริ่มต้นคือ 2.5 มก. ต่อสัปดาห์ และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 5, 7.5, 10, 12.5 และ 15 มก. ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยแต่ละขนาดจะใช้อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนปรับเพิ่มครับ
ทั้งนี้การใช้ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนดให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก ความปลอดภัย ความสะดวก และผลต่อสุขภาพโดยรวมครับ
รวมข้อมูลยี่ห้อปากกาลดน้ำหนัก
3 ขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย
1.ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนักเสมอ
การปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนักเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและไม่ควรมองข้ามครับ เพราะปากกาลดน้ำหนักหากใช้ไม่เหมาะสมอาจเกิดผลข้างเคียงได้
แพทย์จะทำการประเมินประวัติสุขภาพโดยละเอียด รวมถึงโรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติครอบครัว และยาที่กำลังใช้อยู่ การตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณค่า BMI (Body Mass Index) และวัดรอบเอว จะช่วยประเมินความเหมาะสมในการใช้ยา
สิ่งที่ควรระวังและควรหลีกเลี่ยงการใช้คือผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด medullary หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรค Multiple Endocrine Neoplasia syndrome type 2 ไม่ควรใช้ยาเหล่านี้ รวมถึง
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้อักเสบรุนแรง
- มีประวัติตับอ่อนอักเสบ หรือมีโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย
ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ตารางฉีดปากกาลดน้ำหนักแต่ละสัปดาห์ ควรฉีดเมื่อไหร่ ? ใช้อย่างไรให้เห็นผล
2.เลือกตำแหน่งใช้ฉีดปากกากลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม
การเลือกตำแหน่งที่ถูกต้องในการฉีดปากกาลดน้ำหนักมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพของยาและความสะดวกในการฉีดโดยตำแหน่งที่แนะนำสำหรับการฉีดคือ
- บริเวณหน้าท้อง เพราะฉีดง่ายและสะดวก ควรเลือกบริเวณรอบ ๆ สะดือโดยห่างจากสะดือออกไปอย่างน้อย 2 นิ้ว หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีแผลเป็น ตุ่มไฝ หรือรอยแผล
- ต้นแขนด้านนอก บริเวณที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังพอสมควร เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกฉีดที่หน้าท้อง
- ต้นขาด้านหน้าหรือด้านนอก เป็นตำแหน่งทางเลือกที่ดี มีพื้นที่กว้างและฉีดง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าท้องน้อยหรือต้องการหมุนเวียนตำแหน่งการฉีด
หลักการหมุนเวียนตำแหน่ง
วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนักไม่ควรฉีดที่ตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ ครับ ควรเว้นระยะห่างจากจุดที่ฉีดครั้งก่อนอย่างน้อย 1 นิ้ว การหมุนเวียนตำแหน่งจะช่วยป้องกันการเกิดก้อนใต้ผิวหนัง การแข็งตัวของเนื้อเยื่อ หรือการดูดซึมยาที่ไม่สม่ำเสมอ
ทั้งนี้คนไข้ไม่ต้องกังวลใจไปครับ หากเข้ารับการใช้ปากกาลดน้ำหนักโดยแพทย์ จะมีการดูแลติดตามผลอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการจดบันทึกตำแหน่งที่ฉีดแต่ละครั้ง เพื่อไม่ให้ฉีดที่เดิมบ่อยเกินไป
3.ความถี่ในการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ
ปากกาลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ฉีดสัปดาห์ละครั้งครับ เพื่อความสะดวกและผลลัพธ์ที่ดี
- การกำหนดวันและเวลาในการฉีด
เลือกวันในสัปดาห์ที่สะดวกที่สุดสำหรับตัวคนไข้และฉีดในวันเดิมทุกสัปดาห์ เช่น ทุกวันจันทร์หรือทุกวันเสาร์ ช่วงเวลาในวันสามารถเลือกได้ตามสะดวก ไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาเดียวกันทุกครั้งครับ แต่ควรฉีดในช่วงเวลาใกล้เคียงกันเพื่อให้ระดับยาในร่างกายคงที่
หากคนไข้ลืมฉีด ให้ดูว่าผ่านไปกี่วันแล้ว ถ้ายังไม่เกิน 5 วันจากวันที่ควรฉีด ให้ฉีดทันทีที่นึกขึ้นได้ และฉีดครั้งต่อไปตามกำหนดเดิม แต่ถ้าเกิน 5 วันแล้ว ให้ข้ามมื้อนั้นไปและฉีดครั้งต่อไปตามกำหนด ไม่ควรฉีดยาเป็น 2 เท่าเพื่อชดเชย
ข้อดีของการใช้ปากกาลดน้ำหนักโดยแพทย์ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐาน จะมีการติดตามผลครับ มีเจ้าหน้าที่หรือพยาบาลโทรแจ้งเตือนทำนัดก่อนวันเข้ารับการฉีดตามกำหนด ซึ่งช่วยให้คนไข้ไม่พลาดการฉีดตามกำหนด แน่นอนว่าดีต่อผลลัพธ์ครับ
- การปรับขนาดยา
แพทย์จะเริ่มต้นด้วยขนาดต่ำและค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทุก 4 สัปดาห์ การเพิ่มขนาดแบบค่อยเป็นค่อยไปนี้ช่วยให้ร่างกายปรับตัวและลดผลข้างเคียงจากทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้และอาเจียน
การติดตามน้ำหนักและผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจว่าควรเพิ่มขนาดยาหรือคงขนาดเดิมไว้ บางครั้งแพทย์อาจปรับลดขนาดหากคนไข้มีผลข้างเคียงมากหรือน้ำหนักลดเร็วเกินไปครับ
หลังใช้ปากกาลดน้ำหนักมีอาการอย่างไรบ้างที่ควรรู้
เมื่อใช้ปากกาลดน้ำหนัก อาจมีผลข้างเคียงได้บ้างเนื่องจากตัวยามีผลต่อการบีบตัวต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ จึงอาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้ พะอืดพะอมได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อกินเร็ว หรือกินในปริมาณมาก โดยจะเป็นเฉพาะช่วงเริ่มใช้ยา หรือปรับเพิ่มขนาดยาใหม่ เช่น
- ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสียเล็กน้อย มักเกิดในช่วงแรก ๆ
- ความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แนะนำให้ดื่มน้ำเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- ท้องผูก เนื่องจากยาที่ฉีดเข้าไปจะลดอัตราการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลง จึงมีโอกาสทำให้เกิดท้องผูกได้เช่นกัน
แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคนครับ และร่างกายจะสามารถปรับตัวได้เมื่อใช้ยาต่อเนื่อง 1-2 สัปดาห์
ข้อควรปฏิบัติหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก
- ปรับพฤติกรรมการกิน รับประทานอาหารมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น จะช่วยลดอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน และควรหยุดรับประทานทันทีเมื่อรู้สึกอิ่ม
- เลือกอาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงของทอด อาหารไขมันสูง หรือรสจัด เน้นอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณเพียงพอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร โดยจิบน้ำระหว่างวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการใช้ยา เพราะอาจกระตุ้นให้คลื่นไส้หรืออาเจียนมากขึ้น
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร จะช่วยรักษาน้ำหนักที่ลดลงได้ในระยะยาว และหุ่นเฟิร์มกระชับมากขึ้น
- ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ควรนัดพบแพทย์ตามกำหนด เพื่อตรวจประเมินผลการลดน้ำหนัก และปรับขนาดยาให้เหมาะกับร่างกายในแต่ละระยะ
ใช้ปากกาลดน้ำหนักด้วยตัวเองอันตรายไหม ?
แม้ปากกาลดน้ำหนักจะออกแบบมาให้คนไข้สามารถฉีดเองได้ แต่วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี พร้อมความปลอดภัย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ
ทำไมหมอถึงเน้นย้ำ ให้ใช้ปากกาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะแพทย์มีความเชี่ยวชาญสามารถวางแผนและปรับตารางฉีดปากกาลดน้ำหนักให้เหมาะสมกับร่างกายแต่ละคน ช่วยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง และเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักให้เห็นผลชัดเจนและปลอดภัยครับ
นอกจากนี้วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่กดปากกาเข้าผิวหนัง แต่ต้องฉีดหรือกดปากกาอย่างเหมาะสม ตรงจุด ตรงเวลา ขนาดยาเหมาะสม สะอาด ปลอดเชื้อร่วมด้วยครับ
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่ออยู่ในขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
ไม่ควรใช้ยาลดน้ำหนักชนิดอื่นร่วมกับปากกาลดน้ำหนักโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกันหรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียง
หลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือรับประทานอาหารน้อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ขาดสารอาหารและสุขภาพทรุดโทรมได้ครับ
FAQ ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก
ใช้ปากกาลดน้ำหนักร่วมกับวิธีลดน้ำหนักอื่นได้ไหม ?
ใช้ได้ครับ และแพทย์แนะนำให้ใช้ปากกาลดน้ำหนักควบคู่กับวิธีลดน้ำหนักอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยั่งยืน เช่น
- การควบคุมอาหาร (ภายใต้โภชนาการที่เหมาะสม)
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้หุ่น หรือรูปร่างกระชับ
- การปรับพฤติกรรมและวิถีชีวิต เช่น การนอน การพักผ่อน การฝึกสมาธิ
- ทำหัตถการทางการแพทย์ในการปรับรูปร่าง ในกลุ่มเครื่องยกกระชับ (ควรปรึกษาแพทย์ในการทำแต่ละหัตถการ)
วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักทำให้รู้สึกเจ็บไหม ขณะฉีดรู้สึกอย่างไร ?
ด้วยขั้นตอนและวิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนัก เป็นการฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวหนัง คนไข้อาจรู้สึก เจ็บจิ๊ด ๆ ความรู้สึกอาจคล้ายมดกัด หรือเจ็บเล็กน้อยตรงที่ฉีดได้ครับ แต่ไม่เจ็บมาก เนื่องจากเข็มฉีดมีขนาดเล็กมาก และเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง คนไข้จะสามารถปรับตัวได้ร่างกายจะชินและรู้สึกเจ็บน้อยลง
ใช้ปากกาลดน้ำหนักจะหยุดใช้ตอนไหน ?
การหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคนไข้และแพทย์ครับ โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น
- เป้าหมายน้ำหนักที่บรรลุแล้ว
- ผลข้างเคียงที่รับไม่ได้
- ข้อห้ามทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นใหม่ เช่นมีการตั้งครรภ์ หรือตรวจพบโรคใหม่
ถ้าใช้ปากกาตัวใดตัวหนึ่งอยู่ เปลี่ยนมาใช้อีกตัวได้เลยไหม ?
ถ้าเคยฉีดปากกาลดน้ำหนักตัวอื่นมา ให้เว้น 1 สัปดาห์ครับ
หลังหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักจะโยโย่ไหม ควรทำอย่างไร ?
ไม่โยโย่ครับ หากฉีดต่อเนื่อง อย่างน้อย 6-12 เดือน เพราะการฉีดปากกาลดน้ำหนักจะช่วยให้กระเพาะอาหารปรับขนาดได้ถาวร
ทั้งนี้การรักษาพฤติกรรมการกินที่ดีและการออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดหลังหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักครับ ควรติดตามน้ำหนักอย่างใกล้ชิด หากน้ำหนักเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีจัดการที่เหมาะสม
ระหว่างใช้ปากกาลดน้ำหนัก ออกกำลังกายหนักได้ไหม ?
ออกกำลังกายได้ครับ และหมอส่งเสริมให้ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักด้วยครับ แต่ควรทำอย่างเหมาะสมและค่อยเป็นค่อยไป เช่นเริ่มต้นด้วยการ เดินเร็ว โยคะเบา ๆ หรือยืดเหยียด เป็นต้น
สรุป วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักได้ผลดี ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
ปากกาลดน้ำหนักวิธีใช้ที่ถูกต้อง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ช่วยลดน้ำหนักลดได้อย่างปลอดภัย ลด Visceral fat (ไขมันในช่องท้อง) ได้ประมาณ 15% ช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร ควบคุมการกิน ลดการจุกจิก และชะลอการย่อยอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น
นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ด้วย แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ครับ
อ้างอิง
- Tirzepatide Powers ‘Unprecedented’ Weight Loss in Obesity Trial https://www.medscape.com/viewarticle/975061?form=fpf
- How Much Weight Can You Expect to Lose on Mounjaro (Tirzepatide)? https://miamibariatricplasticsurgery.com/how-much-weight-lose-mounjaro-tirzepatide-dosing-weekly/
- Tirzepatide Once Weekly for the Treatment of Obesity https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2206038


