ISEMECO 3D เครื่องสแกนผิวสามมิติ มองเห็นทุกปัญหาผิว
ปัญหาผิวส่วนใหญ่มักซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นผิวที่ตาเปล่ามองไม่เห็น การใช้เครื่อง ISEMECO 3D วิเคราะห์ผิว จะช่วยให้แพทย์เห็นปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นเม็ดสี รอยดำ รอยแดง รูขุมขน หรือโครงสร้างผิวในแต่ละจุด และวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
โดยเครื่อง ISEMECO 3D มีหลักการทำงานอย่างไร ? วิเคราะห์ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง ? ทำไมหลายคลินิกชั้นนำเลือกใช้ หมอมีคำตอบครับ
สารบัญ ISEMECO 3D
ISEMECO 3D คืออะไร ?
ISEMECO 3D คือ เครื่องสแกนผิวและจำลองโครงหน้าแบบ 3 มิติ (3D Skin Analysis System) ที่มีความละเอียดของกล้องสูงถึง 36 ล้านพิกเซล และทำงานร่วมกับ AI ในการประมวลผล
โดยจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ ISEMECO 3D ต่างจากเครื่องตรวจผิวทั่วไปคือ ความสามารถในการสแกนใบหน้าได้รอบทิศทาง และสร้างภาพจำลองใบหน้าแบบ 3D ที่หมุดดูได้ถึง 180 องศา ทำให้แพทย์มองเห็นปัญหาผิวชั้นตื้น ผิวชั้นลึก เข้าใจสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลครับ
วิเคราะห์ผิวด้วย ISEMECO 3D ต่างจากการประเมินด้วยตาอย่างไร ?
การประเมินผิวด้วยตาเปล่า จะทำให้เห็นเพียงปัญหาบนผิวชั้นนอกได้เท่านั้น แต่การวิเคราะห์ผิวด้วย ISEMECO 3D จะช่วยให้เห็นถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้ผิว ลดความคลาดเคลื่อนจากการประเมินด้วยสายตา และทำให้แพทย์นำไปใช้ประเมินปัญหาผิวและวางแผนการรักษาได้แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น
หลักการทำงานของ ISEMECO 3D
ISEMECO 3D ผสมผสานหลายเทคโนโลยีหลักในการทำงาน เพื่อสแกนและประมวลผลผิวหนังในระดับลึก ดังนี้ครับ
- ใช้แสงสเปกตรัมหลายรูปแบบ ได้แก่ RGB light / Cross-polarized light / Parallel-polarized light / UV light เพื่อเจาะลึกปัญหาผิวที่แตกต่างกัน
- กล้องความละเอียดสูง 36 ล้านพิกเซล ใช้บันทึกทุกภาพผิวหน้าได้อย่างละเอียด สามารถซูมได้ชัดทุกรูขุมขนและรอยโรคขนาดเล็ก
- ระบบ 180° Automated Scanning สร้างโมเดลใบหน้า 3 มิติ สามารถหมุนดูมิติของใบหน้า ความลึกของร่องริ้วรอย หรือความหย่อนคล้อยได้จากทุกมุมมอง
- เมื่อสแกนเสร็จ ระบบจะจำลองภาพใบหน้า 3 มิติแบบ HD เต็มจอภาพออกมาได้หลายโหมด เพื่อให้หมอวิเคราะห์ปัญหาผิวได้ครบทุกมิติ
ISEMECO 3D วิเคราะห์ปัญหาผิวด้านไหนได้บ้าง ?
ISEMECO 3D ประมวลผลความละเอียด 36 ล้านพิกเซล ผ่านสเปรกตัมแสง (RGB, UV, PL) เพื่อแยกปัญหาออกมาได้ 12 ด้าน โดยหมอขอแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
เจาะลึกปัญหาเม็ดสีและความหมองคล้ำ (Pigmentation Analysis)
- วิเคราะห์จุดด่างดำ รอยสิว กระแดด หรือฝ้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าบนผิวชั้นบน
- รอยดำจากแสงยูวี (UV Spots) ตรวจจับการสะสมของเม็ดสีที่เกิดจากรังสี UV ซึ่งซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิว และมีโอกาสพัฒนาเป็นฝ้าหรือกระในอนาคต
- วิเคราะห์เม็ดสีน้ำตาลใต้ผิวที่สะสมอยู่ในชั้นหนังกำพร้าตอนล่างและหนังแท้ เป็นสัญญาณของฝ้าลึก
ความไวของผิวและเส้นเลือด (Vascular & Sensitivity)
- ระบุพื้นที่ที่มีการอักเสบของผิว หรือมีเส้นเลือดฝอยขยายตัวผิดปกติ ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะผิวอ่อนแอและไวต่อการระคายเคือง
- ประเมินความเสียหายของโครงสร้างผิวหนังจากรังสี UV
ปัญหาสิวและรูขุมขน (Acne & Pores)
- ตรวจจับสารพอร์ไฟริน (Porphyrins) ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย P.acnes สาเหตุของการเกิดสิว โดยจะเห็นเป็นจุดเรืองแสง ทำให้รู้ว่าตรงไหนสิวกำลังจะขึ้น
- วิเคราะห์ขนาดและความกว้างของรูขุมขนว่าขยายตัวมากน้อยแค่ไหน
- ตรวจสอบความละเอียดและความสม่ำเสมอของพื้นผิว เพื่อประเมินคุณภาพผิวโดยรวม
ปัญหาริ้วรอยและโครงสร้างผิว (Aging & Structure)
- วิเคราะห์ความลึกและความยาวของริ้วรอย ทั้งริ้วรอยตื้นและร่องลึก
- ประเมินอายุผิว โดยประมวลผลข้อมูลทั้งหมด แล้วเทียบกับฐานข้อมูลว่า ผิวหน้าอายุเท่าไร
- วิเคราะห์ความสมมาตร สัดส่วนใบหน้าผ่านโมเดล 3 มิติ
การวิเคราะห์ให้เห็นปัญหาผิวอย่างละเอียด ทำให้หมอได้วางแผนการรักษาตามสาเหตุที่แท้จริง จะไม่ใช่แค่การรักษาตามอาการ ทำให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ISEMECO 3D เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำ หรือผู้มีปัญหาผิวหลายอย่างผสมกัน
- ผู้ที่กำลังวางแผนทำเลเซอร์หรือหัตถการผิว เพื่อช่วยให้แพทย์เลือกชนิดเลเซอร์และพลังงานได้เหมาะกับสภาพผิวจริง
- ผู้ที่เคยทำเลเซอร์มาแล้ว แต่ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน การวิเคราะห์ผิวด้วย ISEMECO 3D จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุของปัญหาผิวที่แท้จริง
- ผู้ที่ต้องการข้อมูลก่อนตัดสินใจรักษา จะช่วยให้เข้าใจสภาพผิวของตัวเองมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการวัดผลการรักษาที่ชัดเจน เพราะสามารถเปรียบเทียบภาพก่อน-หลังทำได้จุดต่อจุด
สแกนผิว 3 มิติ ด้วย ISEMECO 3D ทุกเคส
วิเคราะห์ผิวด้วย ISEMECO 3D ปลอดภัยไหม ?
การสแกนผิวด้วย ISEMECO 3D มีความปลอดภัย เป็นเครื่องมือช่วยประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า เพื่อประกอบการวางแผนรักษา ไม่มีอันตรายต่อร่างกายหรือผิวหนังครับ โดยเครื่องนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีแสง (Light Spectrum) ในระดับที่ปลอดภัย ไม่ใช่การฉายรังสีอันตราย ไม่ต้องสัมผัสผิวโดยตรง และไม่ทำให้ผิวบาง แดงหรือระคายเคืองแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ISEMECO 3D ได้รับรองมาตรฐานระดับสากล และมีการใช้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาล สถาบันผิวหนัง และคลินิกความงามชั้นนำทั่วโลกครับ
ที่ V Square Clinic ใช้ ISEMECO 3D วิเคราะห์ต้นตอปัญหาผิวอย่างตรงจุดก่อนทำเลเซอร์
ที่ V Square Clinic เลือกใช้ ISEMECO 3D ในการตรวจวัดคุณภาพผิวหน้าก่อนทำเลเซอร์ให้กับคนไข้ครับ โดยหมอจะใช้ ISEMECO 3D สแกนผิวเพื่อวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด ทั้งเม็ดสี รอยดำ รอยแดง รูขุมขน และโครงสร้างผิวในระดับลึกที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
โดยเหตุผลที่ทำไมถึงต้องสแกนผิวด้วย ISEMECO 3D ก่อนทำ เพราะผิวหน้าและปัญหาของแต่ละคนแตกต่างกันครับ ที่ V Square เน้นการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลตามปัญหาผิวจริง (Individualized Plan) หมอจะเลือกใช้หลายเครื่องเลเซอร์ Combine ในการรักษา ตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ขั้นตอนการตรวจสแกนผิวด้วย ISEMECO 3D
(นพ. สุรนาถ ดีสุวรรณ์ เลข ว.46313)
- เตรียมผิวด้วยการเช็ดเครื่องสำอาง ทำความสะอาดผิวให้สะอาด
- คนไข้นั่งหน้าเครื่อง วางคางบนแท่น เครื่องจะหมุนถ่ายภาพ 180 องศา อัตโนมัติ
- รอระบบประมวลผล เพื่อแยกปัญหาผิวออกมาเป็นภาพสามมิติ
- หมอเปิดผลสแกนที่หน้าจอใหญ่ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวและวางแผนการรักษาไปพร้อมกับคนไข้
หากคนไข้ท่านไหนรักษาปัญหาผิวมานานแล้วไม่เห็นผล หรืออยากวางแผนดูแลผิวด้วยเครื่อง ISEMECO 3D สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ V Sqaure Laser Center ครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องสแกนผิว ISEMECO 3D
Q. การสแกนผิวหน้า ISEMECO 3D แม่นยำแค่ไหน ?
การวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้า ISEMECO 3D มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากใช้กล้องถึง 36 ล้านพิกเซล หมุนรอบ 180 องศาร่วมเทคโลยีแสงที่ช่วยให้มองเห็นปัญหาผิวได้ทั้งผิวชั้นตื้น ผิวชั้นลึก รวมถึงปัญหาผิวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
Q. ขณะสแกนผิวด้วย ISEMECO 3D เจ็บไหม หรือมีรังสีอันตรายหรือไม่ ?
ไม่เจ็บและปลอดภัยครับ ขั้นตอนการสแกนผิวด้วยเครื่อง ISEMECO 3D เป็นการตรวจแบบไม่สัมผัสผิวโดยตรง และไม่มีการใช้รังสีที่เป็นอันตรายสะสมในร่างกาย โดยเป็นการถ่ายภาพด้วยแสง (Light Spectrum) เท่านั้น
Q. ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนสแกนผิวด้วย ISEMECO 3D ?
ไม่มีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษครับ เพียงแค่ให้ทำความสะอาดผิวหน้า ล้างเครื่องสำอาง ครีมกันแดดออกจากใบหน้าให้หมด
ทั้งนี้ควรเว้นระยะจากการทำหัตถการที่ทำให้ผิวลอกแดงหรืออักเสบในช่วง 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้เครื่องสแกนเห็นสภาพผิวที่แท้จริงครับ
สรุป ISEMECO 3D เห็นปัญหาผิวได้ชัดเจน วิเคราะห์ปัญหาได้แม่นยำ
ISEMECO 3D เป็นนวัตกรรมสแกนผิวระบบ 3 มิติ ที่ช่วยให้เห็นสภาพปัญหาผิวได้แม่นยำมากกว่าการประเมินด้วยตาเปล่า ซึ่งการใช้ ISEMECO 3D ก่อนทำเลเซอร์งานผิว เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้แพทย์สามารถออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้ตรงกับปัญหาผิวที่แท้จริงของคนไข้ ส่งผลให้การทำเลเซอร์มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความเสี่ยงจากการระคายเคือง และช่วยให้ติดตามผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
อ้างอิง
- https://easyfairsassets.com/sites/188/2025/09/ISEMECO-3D-D9_Product-Brochure2024_4.pdf
- http://th.meicet.com/news/isemeco-3d-d9-skin-image-analyzer-new-product-release/


