โครงสร้างของผิวหนัง สำคัญอย่างไร ? ปัญหาผิวเกิดจากอะไร แก้ไขวิธีไหนดี ?

Reading Time: 4 minutes
โครงสร้างของผิวหนัง

เข้าใจโครงสร้างของผิวหนัง ดูแลอย่างตรงจุด

โครงสร้างของผิวหนังมีส่วนสำคัญในการปกป้องร่างกายและรักษาความชุ่มชื้น แต่การดูแลผิวอย่างผิดวิธี หรือเจอกับมลภาวะ ก็มีผลทำให้ผิวเสียและเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะผิวหน้าซึ่งเป็นจุดที่หลายคนกังวล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาริ้วรอย ฝ้า กระ สิว หรือผิวแห้งหยาบกร้าน

บทความนี้หมอจะมาอธิบายถึงโครงสร้างของผิวหนังและความสำคัญของผิวแต่ละชั้น เพื่อให้สามารถดูแลและแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดมากขึ้นครับ

สารบัญ โครงสร้างของผิวหนัง


หน้าที่ของผิวหนัง

  • ปกป้องร่างกายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น แบคทีเรีย มลภาวะ สารเคมีต่าง ๆ
  • ช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
  • เก็บสะสมไขมันและน้ำเพื่อใช้ในยามจำเป็น
  • รับรู้สัมผัสและความเจ็บปวดผ่านเส้นประสาท

โครงสร้างของผิวหนังใบหน้า ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

โครงสร้างของผิวหนังใบหน้า

โครงสร้างของผิวหนังใบหน้า ประกอบไปด้วย 3 ชั้นหลัก ๆ หมอจะอธิบายหน้าที่และความสำคัญเป็นข้อ ๆ ไปครับ

ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นผิวหนังที่อยู่นอกสุดครับ ประกอบด้วยเซลล์หลายชั้นที่ช่วยป้องกันร่างกายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก โดยชั้นหนังกำพร้าจะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกอย่างต่อเนื่องและสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน ทำให้ผิวดูสดใสและเรียบเนียน

ชั้นหนังแท้ (Dermis)

ชั้นหนังแท้ (Dermis) จะอยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า ประกอบด้วยเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึงครับ การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ส่งผลโดยตรงต่อความกระชับของผิวหน้า

ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer)

ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer) เป็นชั้นลึกสุดของผิวหนัง ประกอบด้วยไขมันและเนื้อเยื่อที่ช่วยป้องกันการกระแทกและรักษาความอบอุ่นของร่างกาย นอกจากนี้ไขมันจะช่วยเสริมสร้างโครงสร้างของผิว ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและเรียบเนียน หากมีการสูญเสียไขมันในชั้นนี้ไป จะทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อยและมีริ้วรอย


ปัญหาผิวหนังที่พบบ่อย

  • ปัญหาสิวและสิวอุดตัน
  • ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • ปัญหาผิวแห้งและลอกเป็นขุย
  • ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก
  • ปัญหาผิวหย่อนคล้อย

อ่านบทความเพิ่มเติม : รวมวิธีลดริ้วรอย แต่ละจุดแก้ไขอย่างไรดี เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า


ผิวหนังแบบไหนดีหรือไม่ดี

ผิวหนังที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
ผิวหนังที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ?

สำหรับหมอผิวหนังที่ดีควรเป็นผิวที่มีการดูแลอย่างถูกต้อง มีความสะอาด ชุ่มชื้นและได้รับการปกป้องจากแสงแดดหรือมลภาวะ จะส่งผลให้ผิวเรียบเนียน ลดการเกิดสิวหรือผื่นคัน รวมถึงชะลอการเกิดริ้วรอยและปัญหาผิวอื่น ๆ

ส่วนลักษณะผิวที่ไม่ดี อันเกิดจากการดูแลไม่ถูกต้อง หรือขาดการบำรุงรักษาอย่างเพียงพอ จะทำให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ได้แก่

  • ผิวแห้งและหยาบกร้าน เป็นขุย ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวขาดน้ำต่างจากผิวแห้งอย่างไร ? อ่านเพิ่มเติมได้ครับ
  • ผิวมันและสิวง่าย เนื่องจากการผลิตน้ำมันในผิวหนังมากเกินไป ทำให้รูขุมขนอุดตัน
  • ผิวหมองคล้ำและจุดด่างดำ จากการสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป
  • ผิวขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอย เนื่องจากผิวขาดคอลลาเจนและอีลาสติน
ลักษณะผิวที่ไม่ดี
ลักษณะผิวที่ไม่ดี แห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง มีริ้วรอย

รวมปัญหาผิวยอดนิยม พร้อมเจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้


เกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างของผิวหนัง เมื่อผิวไม่ดี ?

  • โครงสร้างผิวชั้นหนังกำพร้า มีการผลิตเซลล์ใหม่ช้าลง ทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำและหยาบกร้าน นอกจากนี้ยังอาจมีการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วมากขึ้น ทำให้ผิวหนังอุดตันและเกิดสิว
  • โครงสร้างผิวชั้นหนังแท้ คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเต่งตึง รวมถึงมีการเสื่อมสภาพของเส้นเลือดและเส้นประสาท ทำให้ผิวหนังดูเหี่ยวย่นและไม่สดใส
  • โครงสร้างผิวชั้นใต้ผิวหนัง มีการสูญเสียไขมันและน้ำ ทำให้ผิวหนังดูแห้งและหย่อนคล้อย

คอลลาเจนและบทบาทสำคัญในโครงสร้างของผิวหนัง

คอลลาเจนและบทบาทสำคัญในโครงสร้างของผิวหนัง

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกายและเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนังครับ มีบทบาทและความสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้ผิว แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะมีการสูญเสียคอลลาเจนไปเรื่อย ๆ และผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา

จะเห็นได้ในท้องตลาดไม่ว่าจะเป็นครีมหรือหัตถการความงามต่าง ๆ ก็จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคอลลาเจนและความชุ่มชื้นให้ผิว เพราะการเสริมคอลลาเจนสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ รวมถึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาผิวแทบจะทั้งหมดเลยครับ


วิธีดูแลรักษาผิวหนังจากปัญหาต่าง ๆ

วิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดในการดูแลและฟื้นฟูผิวหนัง คือ การทำหัตถการความงามครับ เพราะมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งแบบฉีด และแบบเครื่อง รวมถึงยังสามารถฟื้นฟูผิวในชั้นลึกได้อีกด้วย แต่ละหัตถการเหมาะกับปัญหาแบบไหน ช่วยอะไรบ้าง ? หมอเจาะลึกให้ทีละกลุ่มครับ

ฉีดสกินบูสเตอร์ (Skin Booster)

Skin Booster เป็นชื่อเรียกรวม ๆ ของหัตถการที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวจากภายใน โดยฉีดสารอาหาร หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) เพื่อฟื้นฟูเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้มากขึ้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง และลดเลือนริ้วรอย 

ปัจจุบันสกินบูสเตอร์กำลังได้รับความนิยมและมีหลายยี่ห้อครับ แนะนำให้ศึกษาและปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคน 

สำหรับ Filler Skin Booster จะไม่ใช่การฉีดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แต่จะใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ที่มีเนื้อละเอียด ฉีดให้เบลนไปกับผิว จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ดูฉ่ำ อิ่มน้ำ และเนียนละเอียดมากขึ้นครับ

ฉีดคอลลาเจนสด

การฉีดคอลลาเจนสด เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวหนัง ที่เสื่อมสภาพตามวัย ด้วยการฉีด Atelocollagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการตัดส่วนปลายของโมเลกุลออก เพื่อลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงเกิดโอกาสแพ้ ข้อดีคือสามารถทดแทนคอลลาเจนในชั้นผิวได้ทันที ไม่ต้องรอกระตุ้นใหม่ครับ ส่วนควรใช้ยี่ห้อไหน ก็จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินก่อน

เครื่องยกกระชับ

การใช้เครื่องยกกระชับ Hifu, Ulthera, Thermage และ Volnewmer จะส่งพลังงานที่ทำให้เกิดความร้อนเข้าไปในชั้นโครงสร้างผิว ทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและยกกระชับขึ้นจากภายใน รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ข้อดีคือไม่ต้องฉีด ไม่มีแผล แต่ก็ต้องเลือกว่าปัญหาของแต่ละคน เหมาะกับเครื่องยกกระชับเครื่องไหนครับ

ในผิวของเราจะมีชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนังและชั้นไขมัน มีบทบาทสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นและความกระชับของผิวหน้า การใช้เครื่องยกกระชับในกลุ่ม Hifu และ Ulthera สามารถส่งพลังงานไปถึงชั้น SMAS ช่วยกระชับโครงสร้างผิวให้ยกขึ้นมาจากชั้นลึกที่สุด

โปรแกรม Hifu และ Ulthera มีเครื่องไหนบ้าง ?

ฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ที่ช่วยเสริมและปรับโครงสร้างของผิวหนังได้ ใช้ในการเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก และเพิ่มปริมาตรให้กับใบหน้าได้ ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คือคนไข้เห็นผลผลลัพธ์หลังฉีดทันที ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเต่งตึงขึ้น ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

อ่านบทความเพิ่มเติม : รวมข้อที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก

ฉีดโบท็อก (Botox)

โบท็อก หรือ Botulinum Toxin Type A เป็นการฉีดสารลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อครับ เวลาเราแสดงสีหน้ากล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อให้เป็นสีหน้า เช่น ขมวดคิ้ว เลิกหน้าผาก ยิ้ม เมื่อทำบ่อย ๆ ก็จะทิ้งริ้วรอยเอาไว้ หลังฉีดโบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผิวกลับมาเรียบเนียน เห็นผลเต็มที่ใน 1-2 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 3-4 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : มีข้อควรรู้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อก

ทำทรีตเมนต์ผิวหน้า

การทำทรีตเมนต์ผิวหน้า เป็นวิธีที่ช่วยบำรุงผิวและฟื้นฟูสภาพผิวได้ในเบื้องต้นครับ ได้ผลในเรื่องทำให้ผิวดูสดใสขึ้น แต่จะให้เห็นผลชัดเจนควรทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เช่น การผลัดเซลล์ผิว การนวดหน้า มาส์กบำรุงผิว

เลเซอร์ผิวหนัง

การทำเลเซอร์เป็นการใช้แสงเลเซอร์เพื่อแก้ไขปัญหาผิว โดยเลเซอร์สามารถเจาะลึกลงไปในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ช่วยรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง หรือรอยแผลเป็นได้ครับ

VSqare Tips (VSQ Tips)

การดูแลรักษาโครงสร้างของผิวหนัง ด้วยหัตถการความงามเป็นวิธีที่เห็นผลได้ชัดเจน แต่การเลือกใช้หัตถการต่าง ๆ ควรคำนึงถึงปัญหาผิวหนังและความต้องการของแต่ละบุคคล และควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อให้ได้คำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมครับ


สรุป ความสำคัญของโครงสร้างผิวหนัง

การที่เราเข้าใจความสำคัญในโครงสร้างของผิวหนังแต่ละชั้น จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลผิวได้อย่างตรงจุดกับปัญหาที่เป็นมากขึ้นครับ นอกจากหัตถการความงามที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว การดูแลตัวเองง่าย ๆ อย่างรักษาความสะอาด ป้องกันแสงแดด และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยรักษาผิวให้สุขภาพดี และคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [อัปเดต 2026]

Reading Time: 5 minutesเมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง ?

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ? เลือกฉีดมาเด้ ที่ไหนดี ? เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการและปลอดภัยสูงสุดครับ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutesเมโส Depigment เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใสจากยุโรป ที่ผ่านการรับรองจากอย. มีจุดเด่นในการช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เหมาะกับปัญหาผิวของคนไทยที่ต้องเจอแดดอยู่ตลอดเวลา หลังฉีดผิวกระจ่างใสขึ้น และเนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใสจะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้เร็วกว่าการทาครีมทั่วไป หลายคนจึงนิยมฉีดอย่างต่อเนื่องแทนการทาครีม เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อ มีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามส่วนผสม สำหรับบทความนี้หมอจะเจาะลึกเรื่องเมโส Depigment ว่ามีการทำงานอย่างไร ทำไมถึงช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ และแตกต่างจากเมโสหน้าใสยี่ห้ออื่นอย่างไร

เมโส Tensonez คืออะไร ดีอย่างไร ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยอะไรได้...

Reading Time: 3 minutesเมโส Tensonez เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใส ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงผิว ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ บนใบหน้าได้ สำหรับเมโส Tensonez มีจุดเด่นที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นคือเรื่องการลดปัญหาฝ้า กระ บนใบหน้า ทำให้หน้าขาวใส ในบทความนี้หมอจะมาลงรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส รวมถึงวิธีตรวจเช็กเมโสของแท้ ว่าต้องดูอย่างไร ราคาเท่าไหร่ เลือกฉีดอย่างไรจึงปลอดภัย

ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ? ผลข้างเคียงทั่วไปมีอะไรบ้าง...

Reading Time: 3 minutesหลังฉีดเมโสหน้าใส คนไข้อาจสังเกตเห็นรอยนูนเล็ก ๆ และสงสัยว่า ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ทำอย่างไรให้หายเร็ว ๆ ? โดยทั่วไป สามารถยุบได้ใน 1-3 ชั่วโมงหลังทำ หรือไม่เกิน 1-3 วัน ในรายที่ผิวบอบบาง เพื่อคลายความกังวลใจ บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์อาการบวมหลังฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ และผลข้างเคียงที่ควรให้แพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมครับ

filorga ใต้ตาคืออะไร ? อันตรายไหม ? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอ...

Reading Time: 3 minutesFilorga ใต้ตา VS ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกวิธีไหนดี ? แก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหล ขอบตาดำ หรือมีถุงใต้ตา สองหัตถการนี้แตกต่างกันอย่างไร ? แก้ไขปัญหาใต้ตาได้เหมือนกันหรือไม่ ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและสอบถามหมอเข้ามาครับ เพื่อให้สามารถเลือกหัตถการที่เหมาะสม ผลลัพธ์ชัดเจน แก้ปัญหาได้ตรงจุด มาดูความแตกต่างของสองหัตถการนี้ก่อนตัดสินใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า