ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda หนึ่งทางเลือก ควบคุมน้ำหนัก ปรับรูปร่าง

Reading Time: 4 minutes

รู้จัก Saxenda ปากกาลดน้ำหนัก

รู้จัก-Saxenda-ปากกาลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักด้วยปากกาลดน้ำหนัก เป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ เพราะดูเหมือนเป็นวิธีที่สะดวกและราคาไม่สูงมาก ซึ่งปัจจุบันมีปากกาลดน้ำหนักหลายยี่ห้อ หนึ่งในนั้นคือ ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีหลักการทำงานอย่างไร ? ข้อดี วิธีใช้ ไปจนถึงข้อควรระวังต่าง ๆ รวมถึงความแตกต่างของปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ หมอมีข้อมูลมาให้ศึกษาในบทความนี้ครับ

สารบัญ ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda


ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คืออะไร ?

Saxenda (แซกเซนดา) คือปากกาลดน้ำหนัก ที่มีตัวยาสารสำคัญชื่อ Liraglutide ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ

ลักษณะปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ตัวยา Liraglutide ในปากกาลดน้ำหนัก Saxenda จะทำงานโดยกระตุ้นตัวรับ GLP-1 ในสมอง ช่วยควบคุมความรู้สึกหิว ความอยากอาหารและอิ่มนานขึ้น

ลักษณะการทำงานของ Liraglutide ในปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

การทำงานของปากกาลดน้ำหนัก Saxenda
กลไกการทำงานหลักของ Liraglutide ใน Saxenda
  • เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 : Liraglutide เป็นสารกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist ที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้มีความคล้ายคลึงกับฮอร์โมน GLP-1 ตามธรรมชาติในร่างกายถึง 97%
  • ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนควบคุมความหิว : ยาจะไปส่งสัญญาณที่สมองส่วนไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) เพื่อเพิ่มความรู้สึกอิ่ม ลดความรู้สึกหิว และลดความอยากอาหาร
  • ชะลอการย่อยอาหาร : ยาช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร (Gastric emptying) ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนานขึ้นและกินอาหารได้น้อยลง
  • ปรับสมดุลระดับน้ำตาล : ช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินและลดฮอร์โมนกลูคากอนเมื่อระดับน้ำตาลสูง (เช่น หลังอาหาร) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่

ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ของปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

Saxenda
  • แหล่งผลิต : ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Novo Nordisk ซึ่งเป็นบริษัทยาชั้นนำระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเดนมาร์ก
  • มาตรฐาน : Saxenda ได้รับการพัฒนาและผลิตโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ทันสมัยและผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล ยาได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ในปี 2014 และจากองค์การอาหารและยาแห่งยุโรป (EMA) เพื่อใช้เป็นยาลดน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • ความปลอดภัยในการใช้งาน : ปัจจุบัน Saxenda ได้รับการอนุญาตให้จำหน่ายและใช้ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึประเทศไทย โดยในประเทศไทย Saxenda ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสามารถจำหน่ายได้ภายใต้ใบสั่งแพทย์เท่านั้น

จุดเด่นปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดหนัก Saxenda หรือ ยาฉีดลดความอ้วน Saxenda ที่หลาย ๆ คนรู้จัก มีจุดเด่นหลายประการ เช่น  

  • ช่วยลดความรู้สึกหิวและควบคุมความอยากอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทำให้รับประทานอาหารน้อยลงโดยไม่รู้สึกทรมาน
  • ช่วยชะลอการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น สามารถลดน้ำหนักได้
  • ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง

ทั้งนี้การใช้ปากกาลดหนัก Saxenda ควรทำร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำตาล ติดของหวาน หรือชอบกินจุบจิบ ช่วยให้ปรับพฤติกรรมการกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เหมาะกับใครบ้าง ?

ใครเหมาะกับปากกาลดน้ำหนัก
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินและโรคอ้วน มีค่า BMI ตามเกณฑ์ที่กำหนด BMI > 30 หรือ BMI > 27 ร่วมกับมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ผู้ที่พยายามคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัวช่วยในการคุมหิว ทำให้อิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานขึ้น ต้องการควบคุมความอยากอาหารและลดปริมาณการรับประทานอาหาร
  • ผู้ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

นอกจากนี้ Saxenda ยังเหมาะกับที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยต้องการลดน้ำหนักด้วยวิธีทางการแพทย์ ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ไม่ซื้อปากกาลดน้ำหนักมาใช้เอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ เนื่องจากเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
  • ห้ามใช้ปากการ่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด
อย่าซื้อปากกาลดน้ำหนักใช้เอง

ใครบ้างควรหลีกเลี่ยงการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

  • ผู้ที่มีประวัติ มะเร็งต่อมไทรอยด์ ชนิด Medullary หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้
  • มีประวัติ Multiple Endocrine Neoplasia syndrome type 2 (MEN 2)
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้อย่างรุนแรง หรือเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease (IBD)
  • แพ้ Liraglutide หรือส่วนประกอบของยา
  • มีประวัติ ตับอ่อนอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ใช้อย่างไร ?

  • จำนวนครั้งในการฉีด : ฉีดวันละ 1 ครั้ง ในเวลาใดก็ได้ของวัน (แนะนำให้ฉีดเวลาเดิมทุกวัน) สามารถฉีดได้ทั้งก่อนหรือหลังอาหาร
  • ปริมาณและการปรับขนาดยา : ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ต้องเพิ่มขนาดยาทีละน้อยเพื่อลดผลข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหาร เช่นอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ ท้องอืด ท้องเสีย หรือ ท้องผูก เป็นต้น
    • สัปดาห์ที่ 1: 0.6 มก. ต่อวัน
    • สัปดาห์ที่ 2: 1.2 มก. ต่อวัน
    • สัปดาห์ที่ 3: 1.8 มก. ต่อวัน
    • สัปดาห์ที่ 4: 2.4 มก. ต่อวัน
    • สัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป: 3.0 มก. ต่อวัน (ขนาดบำรุงรักษา)

ปริมาณการใช้ในแต่ละวันควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด

  • ตำแหน่งที่ฉีด : สามารถฉีดได้ 3 บริเวณ (ฉีดใต้ผิวหนัง) เช่น
    • หน้าท้อง – บริเวณรอบสะดือ (ห่างจากสะดืออย่างน้อย 5 ซม.)
    • ต้นขา – ด้านหน้าของต้นขา
    • แขน – ด้านหลังของต้นแขนส่วนบน

ทั้งนี้ควรหมุนเวียนตำแหน่งที่ฉีดในแต่ละวันเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิวหนัง


ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda แตกต่างจากยาลดความอ้วนทั่วไปอย่างไร ?

เปรียบเทียบกลุ่มยาปากกาลดน้ำหนักยอดนิยม
Liraglutide vs Semaglutide vs Tirzepatide

ตัวยา 
(ชื่อทางการค้า)
กลไกการออกฤทธิ์จุดเด่นช่วงเวลาการออกฤทธิ์ความถี่ในการฉีด
Liraglutide (Saxenda)GLP-1 Receptor Agonistควบคุมความหิวและน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นใช้24 ชั่วโมงทุกวัน
Semaglutide (Wegovy, OzempicGLP-1 Receptor Agonistอิ่มนาน ใช้งานสะดวก มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก1 สัปดาห์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
Tirzepatide (Mounjaro)GLP-1 และ GIP Receptor Agonistคุมหิวได้ดี กระตุ้นการเผาผลาญมากขึ้น ลดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้1 สัปดาห์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

จากตารางเปรียบเทียบข้างต้นจะเห็นว่า Saxenda มีความแตกต่างปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่น ๆ โดยเฉพาะความถี่ในการฉีด ที่ต้องฉีดทุกวัน ขณะที่  Wegovy และ Mounjaro ฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น

ปรึกษาใช้ปากกาลดน้ำหนัก

นอกจากนี้ปากกาลดน้ำหนักยังแตกต่างไปจากยาลดความอ้วน ที่ต้องกินทุกวันเช่นกัน โดยปากากาลดน้ำหนัก Saxenda จะทำงานผ่านการกระตุ้นฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย ไม่ใช่การบล็อกการดูดซึมไขมันหรือกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางเหมือนยาลดความอ้วนทั่วไปครับ จึงมีความปลอดภัยมากกว่า

ทั้งนี้ยาลดน้ำหนัก หรือยากินลดอ้วน หลาย ๆ ตัวยังผิดกฏหมายและเป็นยาควบคุม เพราะมีความเสี่ยงต่อหัวใจและระบบประสาทส่วนกลาง สามารถทำให้เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพจิตรวมถึงความวิตกกังวล และโรคซึมเศร้า หมอจึงไม่แนะนำให้ซื้อหามากินครับ

ปากกาลดน้ำหนัก vs ยาลดอ้วน

เช็กความปลอดภัยปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ( Liraglutide )เป็นตัวยาสัญชาติสวีเดน ปัจจุบันได้รับการรับรองจากทั้ง USFDA ( องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ), EMA ( องค์การยาสหภาพยุโรป ), KFDA (องค์การอาหารและยาเกาหลีใต้), FDA Thai FDA ( องค์การอาหารและยาแห่งประเทศไทย )

ในด้านของประสิทธิภาพตัวยา มีรายงานตามงานวิจัยระบุว่าสามารถลดน้ำหนักได้กว่า 9.2% และสามารถลดรอบเอวได้ถึง 8.2 เซ็นติเมตร หรือประมาณ 4 นิ้ว พบว่าจำนวนคนส่วนใหญ่ น้ำหนักลดลงประมาณ 3 – 4 กิโลกรัม เมื่อใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย


ปากกา Saxenda ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาของปากกา Saxenda อาจแตกต่างกันไปตามสถานที่จำหน่ายโดยทั่วไปราคาต่อปากกา (ขนาด 3 ml / 18 มก.) จะอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 5,500 บาท ต่อปากกา

สำหรับการรักษา 1 เดือน โดยใช้ขนาด 3.0 มิลลิกรัมต่อวัน จะต้องใช้ปากกาประมาณ 5 แท่ง ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 17,500-25,000 บาท (*ราคาดังกล่าวเป็นราคาโดยประมาณการเท่านั้น)

ผู้ที่สนใจควรซื้อจากคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีใบอนุญาตถูกต้องและมีแพทย์ให้คำปรึกษาเท่านั้น ไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือทางออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ เพราะอาจได้รับของปลอมหรือของที่เก็บรักษาไม่ถูกวิธี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ


เมื่อเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

การใช้ปากกาลดน้ำหนักควรทำคู่กับการดูแลตัวเอง เช่น

  1. การรับประทานอาหาร แนะนำ
    • รับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อยขึ้น
    • หยุดทานทันทีเมื่อรู้สึกอิ่ม
    • หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ของทอด และอาหารรสจัด
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 1.5-3 ลิตร เพื่อลดอาการคลื่นไส้
    • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการใช้ยา
  2. การออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร
  3. ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ควรนัดพบแพทย์ตามกำหนด เพื่อตรวจประเมินผลการลดน้ำหนัก และปรับขนาดยาให้เหมาะกับร่างกายในแต่ละระยะ

หลังเลิกใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

เมื่อลดน้ำหนักได้ตามที่หวังแล้ว การหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเองทันที จำเป็นต้องค่อย ๆ ลดขนาดยาลง เพื่อป้องกันอาการโยโย่หรือน้ำหนักตีกลับ (Yo-Yo Effec)

โดยหลังจากหยุดใช้ Saxenda แล้ว การรักษาน้ำหนักไม่ให้กลับมาเพิ่มอีกเป็นสิ่งสำคัญมากครับ โดยควรดูแลตัวเองดังนี้

  • รักษาพฤติกรรมการกินที่ดีไว้ต่อเนื่อง ไม่กลับไปรับประทานอาหารมากเกินไปหรือเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์
  • ควรคงการควบคุมปริมาณอาหารและเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มระดับความหนักของการออกกำลังกายขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเผาผลาญพลังงานและรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • ติดตามน้ำหนักตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าน้ำหนักเริ่มเพิ่มขึ้น ควรปรับพฤติกรรมทันที
  • จัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม เพราะความเครียดอาจทำให้รับประทานอาหารมากขึ้นหรือเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
  • ควรหาวิธีผ่อนคลาย เช่น ทำสมาธิ โยคะ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ
  • พักผ่อนให้เพียงพอและมีคุณภาพ

FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

การฉีดปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เจ็บหรือไม่ ?

โดยทั่วไปแล้ว การฉีดปากกาลดน้ำหนัก Saxenda รวมถึงยี่ห้ออื่น ๆ จะไม่ค่อยเจ็บมากนัก เพราะเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กและบาง การฉีดจะทำใต้ผิวหนัง ไม่ใช่เข้าในกล้ามเนื้อหรือเส้นเลือด จึงทำให้รู้สึกเจ็บน้อยครับ

อย่างไรก็ตาม ระดับความเจ็บแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แนะนำให้เลือกฉีดในตำแหน่งที่เจ็บน้อยก่อนเมื่อเริ่มใช้ เช่น บริเวณหน้าท้องมักจะรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด ในขณะที่บริเวณแขนหรือขาอาจรู้สึกเจ็บมากกว่าเล็กน้อย

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda สามารถลดไขมันส่วนใดบ้าง ?

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda สามารถช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของร่างกายได้ แต่ไม่ได้เจาะจงว่าลดไขมันเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งได้ครับ เนื่องจากกลไกการทำงานของยาคือการควบคุมความอยากอาหารและลดปริมาณกินลง

ผลข้างเคียงหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก เกิดกับทุกคนหรือไม่ ?

ผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนครับ แต่ก็พบได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการเริ่มยาหรือปรับขนาดยามากขึ้น อาการที่พบบ่อยที่สุด

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย ท้องผูก หรือปวดท้อง

อาการเหล่านี้มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ อย่างไรก็ตามควรใช้ปากกาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะหากมีอาการรุนแรงแพทย์สามารถปรับยาและดูแลได้ทันท่วงที


สรุป ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ดีไหม ?

Saxenda ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดน้ำหนักได้ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากกว่ายาลดความอ้วนทั่วไป แต่หากเทียบกับปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่น ๆ ที่ฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้ง อาจจะสะดวกกว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ครับ

ใครที่สนใจใช้ปากกาลดน้ำหนัก ปรับรูปร่าง ลดอ้วน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ยี่ห้อไหนดี สามารถปรึกษาแพทย์ ประเมินความเหมาะสมในแต่ละเคสได้ครับ

ปากกาลดน้ำหนักลดอ้วน

อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักดีไหม ? รีวิวความจริง ผลลัพธ์ และข้อควรระวังก่อนใช้

Reading Time: 4 minutesต้องยอมรับว่ากระแสในช่วงนี้ ปากกาลดน้ำหนักค่อนข้างมาแรง มีคนไข้เข้ามาสอบถามข้อมูลเยอะมากครับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีคำถาม " ปากกาลดน้ำหนักดีไหม ลดจริงไหม ? " และที่สำคัญคือ " ปลอดภัยแค่ไหน ? " เมื่อมีแพทย์และองค์การอาหารและยา (อย.) ออกมาเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง

February 27, 2026 อ่านต่อ

ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ? ใช้อย่างปลอดภัย ลดจริง ไม่เสี่ยง...

Reading Time: 3 minutesในยุคที่การลดน้ำหนักกลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายคน ปากกาลดน้ำหนักหรือที่เรียกว่า GLP-1 agonist ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการช่วยลดน้ำหนักได้จริง อย่างไรก็ตาม คำถามที่ผู้ใช้สนใจมากที่สุดคือ " ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม " หลังจากหยุดใช้

Sculptra รีวิวหลังฉีด เห็นผลแค่ไหน ? อายุเท่าไหร่ ควรใช้ก...

Reading Time: 3 minutesSculptra รีวิว บทความนี้ หมอจะพาไล่ตั้งแต่คำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดว่า “ฉีดแล้วเห็นผลจริงไหม ต้องใช้อายุเท่าไหร่ ใช้กี่ขวดถึงจะคุ้ม” ไปจนถึงการเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนฉีด-หลังฉีดแบบเป็นขั้นเป็นตอน พร้อม Timeline จริงหลังทำ เพื่อให้เข้าใจว่า Sculptra เป็นหัตถการสายฟื้นฟูผิวที่ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป และเหมาะกับใครบ้างครับ

ฟิลเลอร์หน้าผาก ยี่ห้อไหนดี 2026 มีรุ่นไหนบ้าง ? เลือกอย่...

Reading Time: 4 minutesฟิลเลอร์หน้าผาก ยี่ห้อไหนดี ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจฉีดหน้าผาก เนื่องจากปัจจุบันมี Filler หลากหลายยี่ห้อและหลายรุ่น การเลือกให้เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของยี่ห้อ แต่ต้องพิจารณาให้เหมาะกับสภาพผิว ลักษณะหน้าผาก และผลลัพธ์ที่ต้องการ ในบทความนี้ หมอรวบรวมแนวทางการเลือกยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับบริเวณหน้าผาก พร้อมข้อควรรู้ก่อนฉีด เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ไหนดี ? 10 เกณฑ์การเลือกคลินิกให้ปลอดภั...

Reading Time: 3 minutesฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ไหนดี ? ไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว ต้องดูมาตรฐานคลินิก และประสบการณ์แพทย์เป็นหลัก เนื่องจากการเติมขมับ เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะในการฉีด ถึงจะออกมาละมุนสวย ดูเป็นธรรมชาติ และรับกับโครงหน้าโดยรวม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า