ทำความรู้จัก เครื่องยกระชับผิว Oligio Kiss
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยียกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด ต้องยอมรับว่าปัจจุบันได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีเครื่องยกระชับใหม่เกิดขึ้น รวมถึงมีการอัปเกรดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ยกตัวเครื่อง Oligio Kiss ที่หมอจะให้ข้อมูลในบทความนี้
จากเครื่อง Oligio รุ่นแรกที่สร้างกระแสด้วยพลังงาน Monopolar RF สู่ Oligio X ที่พัฒนาต่อยอด และล่าสุดกับ Oligio Kiss รุ่นใหม่ที่ผสานพลัง RF และ HIFU เข้าด้วยกันเป็นครั้งแรกในตระกูล Oligio
Oligio Kiss แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไร ? และเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ? หมอรวบรวมข้อมูลครบในทุกด้านมาให้ศึกษากันก่อนที่จะตัดสินใจทำครับ
สารบัญ Oligio Kiss
Oligio Kiss คืออะไร ?
Oligio Kiss คือนวัตกรรมยกกระชับผิวรุ่นล่าสุดจากบริษัท Wontech ประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวในปี 2026 โดยเป็นเครื่องแรกในตระกูล Oligio ที่ผสาน 2 เทคโนโลยีสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ RF (Radio Frequency) หรือคลื่นวิทยุความถี่สูง และ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูง ทำให้สามารถส่งพลังงานได้ครบทุกชั้นผิว ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ระดับตื้นสุดจนลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS
จุดเด่น Oligio Kiss
จุดเด่นที่ทำให้ Oligio Kiss แตกต่างออกไปคือ ระบบ RF สามโหมด ได้แก่ T-Mode (True Dermal ผิวชั้นตื้น), G-Mode (ผิวชั้นกลาง) และ X-Mode (ชั้นลึก) ควบคู่กับ HIFU Cartridge ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS จึงทำให้ Oligio Kiss เป็นเครื่องที่สามารถเข้าถึงผิวได้ 4 ระดับชั้นในการรักษาครั้งเดียว
Oligio Kiss ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร ?
Oligio Kiss เป็นรุ่นที่สาม สืบต่อจาก Oligio รุ่นแรก (RF ธรรมดา 2 Mode) และ Oligio X (RF ที่เพิ่ม GXG Dual-Mode + Intensive Cooling) โดยการพัฒนาประสิทธิภาพแต่ละรุ่น จะมุ่งเน้นแก้จุดด้อยของรุ่นก่อน ดังนี้
เปรียบเทียบ 3 รุ่นในตระกูล Oligio
- Oligio รุ่น 1 : ทำงานด้วยระบบ RF Monopolar 2 Mode (G-Mode + X-Mode) สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้และไขมัน
- Oligio X (รุ่น 2) : ทำงานด้วยระบบ RF Monopolar 3 Mode (GXG Dual-Mode), มีการระบบ Cooling ให้ดีขึ้น และแพทย์สามารถออกแบบการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้นขึ้น เห็นผลชัดขึ้น
- Oligio Kiss (รุ่นที่ 3 ล่าสุด) : ได้พัฒนาต่อยอด รวม 2 เทคโนโลยีไว้ด้วยกัน ทั้ง RF 3 Mode (T, G, X) รวมกับ HIFU ในเครื่องเดียว
เรียกได้ว่า Oligio Kiss ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวอย่างครอบคลุม โดยได้มีการพัฒนาเพิ่มโหมด T ที่นอกเหนือจากโหมด X และ G ที่มีอยู่เดิม จึงช่วยปัญหาผิวได้ตั้งแต่ริ้วรอยตื้น ๆ รูขุมขนกว้างไปจนถึงการยกกระชับปรับรูปหน้า
นอกจากนี้ Oligio Kiss ยังมี Intensive Cooling Systemหรือ ระบบทำความเย็นขั้นสูง เพิ่มขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 2.25 เท่า ลดความรู้สึกเจ็บร้อนระหว่างทำ และ ระบบตรวจวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ (Real-Time Temperature Monitoring ) ป้องกันผิวไหม้อัตโนมัติ มีความปลอดภัยสูง ปัจจุบันผ่านการรับรองมาตรฐาน FDA ไทย, สหรัฐอเมริกา, ยุโรป และเกาหลีใต้
หากเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน ๆ Oligio Kiss จะให้ผลลัพธ์ครอบคลุมกว่า จาก 2 ชั้นผิว (รุ่นแรก) → 3 ชั้นผิว (Oligio X) → 4 ชั้นผิว (Oligio Kiss)
เจาะลึกการทำงานของ Oligio Kiss
การทำงานของ Oligio Kiss จะสามารถส่งพลังงาน 2 ชนิดลงสู่ผิวในระหว่างหัตถการเดียวกัน ทำให้เกิด Synergy Effect หรือผลเสริมฤทธิ์กันระหว่าง RF และ HIFU ดังนี้
- RF (Radio Frequency) คลื่นวิทยุ
RF ความถี่ 6.78 MHz แบบ Monopolar ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิว 40–60 องศาเซลเซียส กระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมให้แน่นขึ้น และกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น และช่วยสลายไขมันสะสมใต้ชั้นผิวพร้อมกัน
- HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) คลื่นอัลตราซาวด์
HIFU สร้างจุดความร้อนเฉพาะจุดที่ 65–75 องศาเซลเซียส ในชั้น SMAS ที่ความลึก 4.5 มม. ทำให้โครงสร้างพังผืดของใบหน้าหดตัวและยกตัวขึ้น คล้ายกับผลที่ได้จากการผ่าตัดดึงหน้า แต่ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้นนาน ผลลัพธ์คือกรอบหน้าชัดขึ้น คางกระชับ เหนียงลดลง
การที่ RF และ HIFU ทำงานควบคู่กันทำให้ผิวได้รับการรักษาครบทุกระดับ ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อยอย่างริ้วรอยตื้น รูขุมขน ไปจนถึงการยกโครงหน้าในชั้นลึกที่ RF ทำได้ยาก
Oligio Kiss เหมาะกับใคร ?
เนื่องจาก Oligio Kiss ครอบคลุมการรักษาหลายระดับชั้น จึงตอบโจทย์ปัญหาผิวได้กว้างกว่ารุ่นก่อนหน้า โดยเหมาะกับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาดังนี้
- ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป และเริ่มสังเกตเห็นผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือริ้วรอยเล็กน้อย
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับทั้งผิวชั้นบนและชั้นลึกในครั้งเดียว โดยไม่ต้องทำ 2 หัตถการแยกกัน
- ผู้ที่เคยทำ Oligio หรือ HIFU แล้วต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนยิ่งขึ้น
- ผู้ที่กลัวเจ็บ ต้องการหัตถการที่สบายกว่า HIFU ทั่วไป เนื่องจากระบบ Cooling ของ Oligio Kiss แรงกว่าฃ
- ผู้ที่มีปัญหาเหนียง คางสองชั้น ไขมันแก้ม หรือกรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน สามารถกลับมาใช้ชีวิตและแต่งหน้าได้ทันทีหลังทำ
ผู้ที่ไม่เหมาะกับ Oligio Kiss
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- ผู้ที่มีโลหะฝังในบริเวณที่ต้องการรักษา
- ผู้ที่มีผิวอักเสบหรือแผลเปิดในบริเวณที่ต้องการรักษา
- ผู้ที่มีโรคเลือดหรือระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ
อ่านบทความเพิ่มเติม : 10 วิธียกกระชับใบหน้า หน้าตึง หน้าเด็ก หมดปัญหาผิวหย่อนคล้อย
เช็กผลลัพธ์หลังทำ Oligio Kiss กี่วันเห็นผล ?
หลังทำ Oligio Kiss สามารถเห็นผลทันทีหลังทำ 10-30% คนไข้จะรู้สึกผิวตึงกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายในช่วง 3-6 เดือน เนื่องจากมีการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่อย่าง สมบูรณ์
หลังทำ Oligio Kiss ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม ?
ผลลัพธ์หลังทำ Oligio Kiss จะอยู่ได้นาน 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเอง
แนวทางการดูแลตัวเองหลังทำ Oligio Kiss
- งดผลิตภัณฑ์ที่มีกรด AHA, BHA หรือเรตินอลอย่างน้อย 3–5 วัน
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดด SPF50+ ทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการยกกระชับอื่นในบริเวณเดียวกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูงเพื่อเสริมผลลัพธ์
เปรียบเทียบ Oligio Kiss เทียบกับเทคโนโลยีอื่นอย่างไร ?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าควรทำ Oligio Kiss ดีหรือไม่ และ Oligio Kiss ต่างจากเครื่องยกกระชับอื่น ๆ อย่างไร หมอมีสรุปเปรียบเทียบกับตัวเลือกเครื่องยกกระชับยอดนิยม ดังนี้
Oligio Kiss vs Oligio X
- Oligio X : RF 3 Mode เท่านั้น ไม่มี HIFU เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวชั้น Dermis และไขมัน
- Oligio Kiss : RF 3 Mode + HIFU ยกได้ถึงชั้น SMAS ผลชัดและยั่งยืนกว่า เหมาะกับผิวที่ต้องการ Full-Layer Lifting
Oligio Kiss vs Thermage FLX
- Thermage FLX : Monopolar RF พลังงานสูง ยกกระชับชั้น Dermis ได้ดี ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ของการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลหลังทำทันที 20% ผลลัพธ์ได้นานกว่า1 ปี เหมาะผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัด ลดแก้ม ลดเหนียง
- Oligio Kiss : ผสม RF + HIFU Cooling เจ็บน้อย ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวได้ดดี เมื่อเทียบกับ Thermageแล้ว Oligio Kiss พลังงานเบากว่า คงผลลัพธ์ได้สั้นกว่า
Oligio Kiss vs HIFU/Ulthera
- HIFU/Ulthera : เน้นยกชั้น SMAS โดยเฉพาะ ให้ผลลัพธ์ในการช่วยยกกระชับในชั้นลึกชัดเจน โดยเฉพาะเครื่อง Ulthera ที่เป็นเครื่องยกกระชับผิว Original ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ และยังเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยม คนไข้กลับมาทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยทำให้ผิวแน่น ผิวเฟิร์ม คงผลลัพธ์ได้นาน 1 ปี เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อย
- Oligio Kiss : ทำได้ทั้ง HIFU (ชั้นลึก) และ RF (ผิวชั้นตื้น-กลาง) ในครั้งเดียว สะดวกหากคนไข้มีปัญหาผิวหลาย ๆ แบบ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio Kiss
หลังทำ Oligio Kiss ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน ?
เนื่องจาก Origio KISS เป็นวิธีการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด จึงแทบไม่มีระยะเวลาพักฟื้น หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อย แต่โดยปกติจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันและแต่งหน้าได้ทันทีหลังทำ
Origio Kiss เจ็บไหม ?
เครื่อง Origio KISS ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เจ็บน้อย โดยมีระบบระบายความร้อนขั้นสูงที่ควบคุมอุณหภูมิผิวหนังได้อย่างเหมาะสมระหว่างการรักษา ช่วยลดความเจ็บปวดได้
อย่างไรก็ตาม การรับรู้ความเจ็บปวดแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และคนไข้บางรายอาจรู้สึกเจ็บ และปวด ๆ ขณะทำ แต่เป็นความเจ็บที่ทนได้ครับ
ควรทำ Oligio Kiss บ่อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด
แนะนำให้ทำการรักษาทุก ๆ 3 ถึง 6 เดือน
สรุป ทำ Oligio Kiss ดีไหม ?
Oligio Kiss เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวอย่างครบถ้วนโดยไม่ผ่าตัด สามารถดูแลผิวได้ครอบคลุมในเครื่องเดียว ตั้งแต่ริ้วรอยตื้น รูขุมขน ไขมันสะสม ไปจนถึงการยกโครงหน้าจากชั้น SMAS สิ่งที่รุ่นก่อนหน้าไม่สามารถทำได้ในครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม การเลือกหัตถการยกกระชับผิวที่เหมาะสมควรขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับปัญหา และคำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากแต่ละคนมีโครงสร้างผิวและความต้องการที่แตกต่างกัน การปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเสมครับ
อ้างอิง
- Oligio เครื่องยกกระชับผิว ด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF
- https://oligio.com/
- “Radio Frequency (RF) Skin Tightening: Benefits & Dangers.
- Radiofrequency in Facial Rejuvenation: A Comprehensive Review. SciVision Publishing


