ฉีดวิตามินซี คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เช็กประโยชน์ข้อดีและความเหมาะสม

Reading Time: 4 minutes
ฉีดวิตามินซี

เจาะลึกเรื่องการฉีดวิตามิซี

ในยุคที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย การฉีดวิตามินซีหรือ Vitamin C IV Drip ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถส่งวิตามินซีเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ 100% ต่างจากการรับประทานทางปาก

ใครที่กำลังสนใจการฉีดวิตามินซี บทความนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับการฉีดวิตามินซีอย่างละเอียด ตั้งแต่วิธีการ ประโยชน์ สูตรดริปวิตามินซีต่าง ๆ ที่มีให้เลือกใช้ ราคา ข้อควรระวัง ไปจนถึงคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้สามารถตัดสินใจฉีดวิตามินซีได้อย่างมั่นใจ และภายใต้ความปลอดภัยครับ

สารบัญ ฉีดวิตามิมินซี


การฉีดวิตามินซีคืออะไร ?

การฉีดวิตามินซี (Vitamin C Injection หรือ IV Vitamin C) คือการนำวิตามินซีในรูปแบบสารละลาย (Ascorbic Acid Solution) เข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านทางหลอดเลือดดำ (Intravenous หรือ IV) ซึ่งแตกต่างจากการรับประทานวิตามินซีแบบทั่วไป ที่ต้องผ่านกระบวนการย่อยของระบบทางเดินอาหาร

การฉีดวิตามินซี

การรับประทานวิตามินซีทางปาก ร่างกายดูดซึมได้เพียง 20–50% เท่านั้น ในขณะที่การฉีดวิตามินซีเข้าเส้นเลือดโดยตรง ร่างกายสามารถได้รับวิตามินซีเพื่อนำไปใช้ได้ถึง 100 เท่า ส่งผลให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างรวดเร็ว

VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวิตามินซีที่ใช้ในการฉีด : ชื่อสารเคมีคือ Ascorbic Acid หรือ Sodium Ascorbate ความเข้มข้นที่ใช้ 500 mg/ml ถึง 1,000 mg/ml และต้องเป็น Pharmaceutical Grade และผ่านการรับรองจาก อย. ที่สำคัญการฉีดต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น


ประโยชน์ของการฉีดวิตามินซี

วิตามินซีในปริมาณสูงที่ฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรง มีประโยชน์หลากหลายโดยเฉพาะด้านต่อสุขภาพและความงาม ดังนี้

ประโยชน์วิตามินซี

ฉีดวิตามินซีช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

  • กระตุ้นการผลิต White Blood Cells (เม็ดเลือดขาว) ที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรค
  • ลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้อไวรัสต่าง ๆ
  • ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น
  • ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย

ฉีดวิตามินซีช่วยเรื่องของผิวพรรณและความงาม

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Synthesis) ทำให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดี
  • ยับยั้งการสร้าง Melanin ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น
  • ลดรอยดำ รอยจุดด่างดำ ฝ้า และกระที่เกิดจากแสงแดด
  • เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง ลดริ้วรอย

ฉีดวิตามินซีเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

  • เพิ่มพลังงาน ลดความเหนื่อยล้า อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ทำให้รู้สึกสดชื่น
  • ลดอาการอักเสบในร่างกาย (Anti-inflammatory Effect)
  • ช่วยในการฟื้นฟูหลังออกกำลังกายหนัก หรือหลังการผ่าตัด
  • ลดความเครียด เนื่องจากวิตามินซีช่วยควบคุมระดับฮอร์โมน Cortisol

ฉีดวิตามินซีช่วยป้องกันโรคและการชะลอวัย

  • ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเรื้อรังต่าง ๆ
  • ชะลอความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ
  • ลดระดับ C-Reactive Protein (CRP) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การอักเสบในร่างกาย
  • ช่วยลดระดับคอฃเฃสเตอรอล ชนิดLDL ป้องกันหลอดเลือดจากความเสียหาย
  • ใช้เสริมการรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง (High Dose Vitamin C Therapy) ภายใต้การดูแลของแพทย์

การฉีดวิตามินซีอยู่ในสูตรดริปวิตามินสูตรไหนบ้าง ?

ปัจจุบันคลินิกและสถานพยาบาลหลายแห่งนำวิตามินซีไปผสมในสูตรดริปวิตามิน (Vitamin Drip / IV Therapy) หลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน

สำหรับที่ V Square Clinic มีให้บริการสูตรดริปวิตามินที่มีส่วนผสมของวิตามินซี 3 กลุ่มหลัก คือ

1.V Bright Booster (วิตามินซีปริมาณสูง)

มีส่วนประกอบหลัก เป็น Vitamin C High Dose +Vitamin B Complex (B1, B2, B3, B5, B6, B12) +Antioxidants และ N-acetylcysteine เน้นฟื้นฟูผิวพรรณ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวใส ลดความหมองคล้ำ เช่น

ฉีดวิตามินซี V Bright Booster
  • สูตร Radiance Plus+ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส สุขภาพดี ไร้จุดด่างดำ ป้องกันฝ้า กระ
  • สูตร Super Health Skin ช่วยผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากรังสียูวี
  • สูตร Perfect White ช่วยให้ผิวไบรท์ ใสเร็ว ลดเม็ดสี ลดผิวคล้ำเสียสะสม
  • สูตร Extra Perfect White ช่วยผิวขาวใสไบรท์จัดเต็ม ลดการสร้างเม็ดสี

2.V Healthy Booster วิตามินซีเข้มข้น บูสต์พลัง

มีส่วนประกอบหลัก คือ Vitamin C + Vitamin B6, B12, B complex +Mineral+Antioxidants +Calcium Gluconate รวมถึง Mg SO4 เน้นฟื้นฟูร่างกาย บูสต์พลัง เพื่อให้พร้อมลุย พร้อมทำงานในแต่ละวัน เช่น

ฉีดวิตามินซี V Healthy Booster
  • สูตร Myer’ V Booster ช่วยเพิ่มความสดชื่น รีบูสต์ร่างกาย ลดความล้า พักผ่อนน้อย
  • สูตร Immune V Booster ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด ภูมิแพ้ ไมเกรน
  • สูตร Brain V Booster ช่วยบำรุงสมอง สมองสดใน ความจำแม่น โฟกัสดี
  • สูตร Liver V Booster ช่วยบำรุงตับ ปรับสมดุล ของเสียในร่างกาย

3.V Healthy Recovery รีคัฟเวอร์เร็ว บำรุง ฟื้นฟู

มีส่วนประกอบหลัก คือ Vitamin C +Vitamin B1, B12, B complex+ + Alpha Lipoic Acid (ALA) + NAD+ + Coenzyme Q10 + EDTA (Ethylene Diamine Tetra Acetic Acid) และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ เน้นการบำรุงฟื้นฟู ให้ร่างกายกลับสดใส สดชื้น รีคัฟเวอรร์เร็ว เช่น

ฉีดวิตามินซี V Healthy Recovery
  • สูตร V Anti-Hangover แก้เมาค้าง ลดปวดหัว พร้อมลุยต่อ
  • สูตร V Anti-Hangover Plus+ กู้ร่างพัง แก้เมาค้าง บำรุงสมอง ฟื้นตัวเร็วสดชื่นทันใจ
  • สูตร V Anti-Diabetes ต้านเบาหวาน ปรับสมดุลน้ำตาล บำรุงลึกถึงปลายประสาท
  • สูตร V Anti-Pollution เคลียร์มลภาวะ ฝุ่น PM 2.5 รีสตาร์ทร่างกายจากภายใน
โปรโมชันฉีดวิตามินซี

ข้อควรระวังการฉีดวิตามินซี

การฉีดวิตามินซีมีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้รวมถึงกลุ่มคนบางกลุ่ม จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

กลุ่มคนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้ป่วยโรคไต(KidneyDisease) : วิตามินซีปริมาณสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต (Oxalate Stones)
  • ผู้ป่วยโรค G6PD Deficiency : การได้รับวิตามินซีสูงอาจทำให้เม็ดเลือดแดงแตก
  • ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย : วิตามินซีสูงอาจกระตุ้นการดูดซึมธาตุเหล็กมากเกินไป
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร : ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามินซีหรือส่วนประกอบในสูตร
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัดบางชนิด : วิตามินซีอาจลดประสิทธิภาพยา

ดังนั้นก่อนฉีดวิตามินซี หรือดริปวิตามินในแต่ละสูตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเพื่อประเมินสุขภาพ เช็กโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา เพื่อแนะนำสูตรวิตามินที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล และป้องกันผลข้างเคียงและเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวิตามินซี

โดยทั่วไป การฉีดวิตามินซี (IV Drip)มีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจมีบางรายที่มีอาการข้างเคียง (พบได้น้อยมาก) เช่น

  • คลื่นไส้ เวียนหัว ในกรณีที่ดริปเร็วเกินไป
  • ระดับน้ำตาลในเลือดอาจเปลี่ยนแปลง ในผู้ป่วยเบาหวาน
  • ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากร่างกายขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะ
  • ในบางรายอาจมีอาการหนาวสั่นหรือร้อนวูบวาบชั่วคราว

การฉีดวิตามินซี ฉีดบ่อยแค่ไหน เห็นผล ?

การฉีดวิตามินซี หรือการดริปวิตามิน(IV Drip) ร่างกายจะนำวิตามินและสารที่มีประโยชน์ต่างๆ ไปใช้และบำรุงร่างกายตั้งแต่การฉีดครั้งแรก คนไข้จะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกเลย

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายหรือปัจจัยอื่น ๆของคนไข้ด้วย แนะนำฉีดต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นจำนวน 3-5 ครั้ง หลังจากนั้นสามารถทำเพื่อบำรุงสุขภาพ บำรุงร่างกาย 2-3 สัปดาห์ครั้ง ก็ได้ครับ

เคล็ดลับเพื่อผลลัพธ์ที่ดี หลังฉีดวิตามินซี

  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนและหลังการดริป อย่างน้อย 1–2 ลิตร/วัน
  • หลีกเลี่ยงการดริปในขณะที่ร่างกายขาดน้ำหรืออดอาหารมา
  • ผลลัพธ์จะดีกว่าเมื่อทำอย่างต่อเนื่องและควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและนำวิตามินไปใช้ในการซ่อมแซมได้ดียิ่งขึ้น
  • พยายามเลี่ยงแสงแดดจัด หากจำเป็นต้องออกแดดบ่อย ๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 วัน เพื่อไม่ให้ตับทำงานหนักและลดการขับวิตามินออกจากร่างกายเร็วเกินไป

ราคาการฉีดวิตามินซี แต่ละสูตร อัปเดต 2026

ราคาของการดริปวิตามินซี จะขึ้นอยู่กับสูตรที่เลือก คุณภาพของวิตามินที่นำมาให้บริการ และมาตรฐานของคลินิก ที่ V Square Clinic มีรายละเอียดราคาแต่ละสูตรดังนี้

ราคาฉีดวิตามินซี ดริปผิว
ราคาฉีดวิตามินซี ดริปวิตามิน

ขั้นตอนก่อนดริปวิตามินที่ V Square Clinic

  • ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ ประเมินสุขภาพและให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ และสูตรดริปวิตามินที่เหมาะสม
  • ให้บริการ IV drip ที่ช่วยบำรุงสุขภาพด้านต่าง ๆ
  • ให้คำปรึกษาและแนะนำอาหารเสริม, วิตามิน, Probiotics ที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละคน
  • แนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดวิตามินซี /ทำ IV Drip เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
ฉีดวิตามินที่ V Square Clinic_โดยหมอวีราภรณ์

FAQ ตอบข้อสงสัยการฉีดวิตามินซี

ฉีดวิตามินซีอาทิตย์ละกี่ครั้ง ?

สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำ 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วง 4–8 สัปดาห์แรก จากนั้นปรับเป็น 1–2 ครั้งต่อเดือนเพื่อรักษาระดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและคำแนะนำของแพทย์ ผู้ที่ต้องการผลเรื่องผิวหรือภูมิคุ้มกันอาจทำถี่กว่าผู้ที่ต้องการบำรุงทั่วไป

ฉีดวิตามินซีทางสายน้ำเกลือกับการดริปวิตามินเหมือนกันไหม ?

เหมือนกันในแง่ของวิธีการให้ คือผ่านทางหลอดเลือดดำ (IV) แต่แตกต่างกันที่ส่วนประกอบ การฉีดทางสายน้ำเกลืออาจหมายถึงวิตามินซีล้วนหรือผสมใน NSS เท่านั้น ในขณะที่ “ดริปวิตามิน” มักหมายถึงสูตรผสมหลายตัวที่ออกแบบเพื่อประโยชน์เฉพาะด้าน เช่น Myer’s Cocktail หรือ Anti-Aging Drip

ฉีดวิตามินซีเข้าเส้นเลือด อันตรายไหม ?

หากทำโดยแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อน ถือว่าปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรค G6PD หรือโรคเลือดต้องแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ เพราะอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติ

Vitamin C Injection เจ็บไหม ?

โดยทั่วไปการเจาะเส้นเลือดอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเหมือนการเจาะเลือดทั่วไป ระหว่างการดริปอาจมีความรู้สึกเย็นหรือแสบเล็กน้อยตามหลอดเลือด โดยเฉพาะถ้าดริปเร็วเกินไป คลินิกที่ได้มาตรฐานจะปรับความเร็วการดริปให้เหมาะสมและอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้คุณสบายตลอดกระบวนการ

ผู้ป่วยโรคไตสามารถฉีดวิตามินซีได้หรือไม่ ?

ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการฉีดวิตามินซีในปริมาณสูง เนื่องจากร่างกายจะเปลี่ยนวิตามินซีส่วนเกินเป็น Oxalate ซึ่งอาจสะสมและทำให้เกิดนิ่วในไตหรือทำให้ไตเสื่อมลงเร็วขึ้น หากต้องการทำจริงๆ ควรปรึกษาและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อายุรศาสตร์โรคไตโดยเฉพาะ


สรุป การฉีดวิตามินซี ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ

การฉีดวิตามินซีเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสุขภาพ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ดูแลผิวพรรณ และชะลอความแก่ในระดับเซลล์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ และเลือกทำให้คลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สรุปการฉีดวิตามินซีเหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกัน ป่วยบ่อย เหนื่อยล้าเรื้อรัง
  • ต้องการบำรุงผิวกระจ่างใส ลดฝ้า รอยดำ
  • ต้องการฟื้นฟูร่างกาย มีสุขภาพที่ดี
ปรึกษาดริปวิตามิน ฉีดผิว_โดยหมอวีราภรณ์

อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [อัปเดต 2026]

Reading Time: 5 minutesเมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง ?

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ? เลือกฉีดมาเด้ ที่ไหนดี ? เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการและปลอดภัยสูงสุดครับ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutesเมโส Depigment เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใสจากยุโรป ที่ผ่านการรับรองจากอย. มีจุดเด่นในการช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เหมาะกับปัญหาผิวของคนไทยที่ต้องเจอแดดอยู่ตลอดเวลา หลังฉีดผิวกระจ่างใสขึ้น และเนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใสจะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้เร็วกว่าการทาครีมทั่วไป หลายคนจึงนิยมฉีดอย่างต่อเนื่องแทนการทาครีม เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อ มีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามส่วนผสม สำหรับบทความนี้หมอจะเจาะลึกเรื่องเมโส Depigment ว่ามีการทำงานอย่างไร ทำไมถึงช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ และแตกต่างจากเมโสหน้าใสยี่ห้ออื่นอย่างไร

เมโส Tensonez คืออะไร ดีอย่างไร ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยอะไรได้...

Reading Time: 3 minutesเมโส Tensonez เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใส ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงผิว ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ บนใบหน้าได้ สำหรับเมโส Tensonez มีจุดเด่นที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นคือเรื่องการลดปัญหาฝ้า กระ บนใบหน้า ทำให้หน้าขาวใส ในบทความนี้หมอจะมาลงรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส รวมถึงวิธีตรวจเช็กเมโสของแท้ ว่าต้องดูอย่างไร ราคาเท่าไหร่ เลือกฉีดอย่างไรจึงปลอดภัย

ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ? ผลข้างเคียงทั่วไปมีอะไรบ้าง...

Reading Time: 3 minutesหลังฉีดเมโสหน้าใส คนไข้อาจสังเกตเห็นรอยนูนเล็ก ๆ และสงสัยว่า ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ทำอย่างไรให้หายเร็ว ๆ ? โดยทั่วไป สามารถยุบได้ใน 1-3 ชั่วโมงหลังทำ หรือไม่เกิน 1-3 วัน ในรายที่ผิวบอบบาง เพื่อคลายความกังวลใจ บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์อาการบวมหลังฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ และผลข้างเคียงที่ควรให้แพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมครับ

filorga ใต้ตาคืออะไร ? อันตรายไหม ? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอ...

Reading Time: 3 minutesFilorga ใต้ตา VS ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกวิธีไหนดี ? แก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหล ขอบตาดำ หรือมีถุงใต้ตา สองหัตถการนี้แตกต่างกันอย่างไร ? แก้ไขปัญหาใต้ตาได้เหมือนกันหรือไม่ ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและสอบถามหมอเข้ามาครับ เพื่อให้สามารถเลือกหัตถการที่เหมาะสม ผลลัพธ์ชัดเจน แก้ปัญหาได้ตรงจุด มาดูความแตกต่างของสองหัตถการนี้ก่อนตัดสินใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า