วิตามินซี (Vitamin C) คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? ทำไมร่างกายถึงห้ามขาด

Reading Time: 3 minutes

วิตามินซี

วิตามินซี

วิตามินซี (Vitamin C) เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี หรือวิตามินเสริมจึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ และการทำงานของร่างกายโดยรวม แต่การที่จะได้รับวิตามินซีเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด จำเป็นต้องรู้ข้อมูลในเบื้องต้นเกี่ยวกับวิตามินซีก่อนครับ

สารบัญ วิตามินซี


รู้จักวิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซี คือ สารอาหารในกลุ่มวิตามินที่ละลายน้ำได้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ascorbic Acid หรือกรดแอสคอร์บิก มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน การดูดซึมธาตุเหล็ก และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย การได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอจึงมีผลต่อสุขภาพในทุกมิติ

ถือเป็นการดูแลสุขภาพแบบ Wellness ที่เน้นไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดโรค หรือลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น


ประโยชน์ของวิตามินซี คืออะไร ?

ประโยชน์ของวิตามินซี ไม่เพียงเป็นวิตามินที่มีส่วนในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด ลดความรุนแรงหรือระยะเวลาในการเป็นหวัดให้สั้นลงอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่วิตามินซียังมีประโยชน์อีกหลายด้านครับ

วิตามินซี ดีอย่างไร

หมอรวบรวมประโยชน์สำคัญของวิตามินซี มีดังนี้

  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน ต่อต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
  • ป้องกันเซลล์ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ เพิ่มคอลลาเจนและโปรตีน เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก
  • ผลิตคอลลาเจน ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพผิว กระดูก ข้อต่อ และหลอดเลือด
  • ส่งเสริมการสร้างพลังงาน ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า
  • ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL ซึ่งเป็นไขมันไม่ดี หรือไขมันเลว และช่วยปกป้องหลอดเลือดจากความเสียหาย
  • สมานแผล ลดอาการบวมช้ำ อักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • บำรุงสุขภาพเหงือกและฟัน ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน แผลร้อนใน
  • ป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรค เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคโลหิตจาง โรคต้อกระจก

วิตามินซี เหมาะกับใคร ?

วิตามินซี เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีปัญหาผิวพรรณ หรือผู้ที่ต้องการป้องกันโรคต่าง ๆ แบ่งตามช่วงวัยได้ ดังนี้

  • วัยเด็ก-วัยรุ่น เสริมสร้างการเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกัน
  • วัยทำงาน ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มพลังงาน ฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย คืนความสดใส
  • วัยผู้สูงอายุ เสริมภูมิต้านทาน ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ดูดซึมธาตุเหล็ก ป้องกันโรค

วิตามินซี ช่วยอะไร ?

เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกวิตามินซี ให้ตรงกับความต้องการ หมอจัดกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

งานผิวช่วยให้ผิวดูสดใสและดูสุขภาพดี
เสริมภูมิคุ้มกันช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น
ฟื้นฟูร่างกายช่วยลดความเครียด อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ

วิตามินซี ผิวสวย VS วิตามินซี เสริมภูมิคุ้มกัน

วิตามินซีเพื่อผิวสวย มุ่งเน้นที่การผลิตคอลลาเจน ลดจุดด่างดำ และเพิ่มความกระจ่างใส ส่วนวิตามินซีเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันจะช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวและลดการอักเสบในร่างกาย ทั้งสองมีความสำคัญและควรได้รับควบคู่กัน เพื่อการดูแลสุขภาพได้อย่างครบวงจร


ถ้าขาดวิตามินซี จะมีอาการอย่างไร ?

อาการขาดวิตามินซี

ตามที่หมออธิบายไปข้างต้นครับว่าวิตามินซี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะมีอาการแสดงในเบื้องต้น เช่น

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • ป่วยบ่อย เป็นหวัดบ่อย ภูมิแพ้อากาศ
  • สมองล้า คิดงานไม่ออก
  • ขี้ลืม ความจำแย่
  • เครียด ปวดหัวไมเกรน
  • ชาปลายมือ ปลายเท้า
  • ตาล้า ตาพร่ามัว
  • ผิวหมองคล้ำ
  • ผิวแห้งกร้าน มีริ้วรอย
  • เลือดออกตามไรฟัน
  • แผลหายช้า
โปรแกรม IV Drip

ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน จะแตกต่างกันไปตามอายุ เพศ และสภาพร่างกาย

ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) วัยรุ่นและผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามินซีประมาณ 65-90 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น คลื่นไส้ ปวดเกร็งในช่องท้อง และท้องเสียได้

โดยวิตามินซีในอาหารที่รับประทาน จะพบมากในผัก ผลไม้ เช่น พริกหวาน คะน้า บรอกโคลี ถั่วพิสตาชิโอ ถั่วแระญี่ปุ่น อะโวคาโด ฝรั่ง มะขามป้อม มะขามเทศ เงาะ มะละกอ ส้ม เมล็ดเจีย ข้าวกล้อง

ไม่กินผัก กินอะไรแทนดี

แต่ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ทุกคนต้องแข่งขันกับเวลา การดูแลสุขภาพมักถูกละเลย โดยเฉพาะเรื่องโภชนาการที่ครบถ้วน ปัญหาที่พบบ่อยคือการขาดวิตามินในร่างกายครับ

แม้ในแต่ละมื้ออาหารจะมีวิตามินอยู่บ้าง แต่ด้วยปริมาณที่จำกัดและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ทำให้ร่างกายไม่ได้รับวิตามินในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการจริง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

การรับวิตามินในรูปแบบอื่น เช่น วิตามินแบบฉีด (IV Drip) และอาหารเสริม (Supplement) เพื่อแทนหรือเสริมจึงมีบทบาทสำคัญ


วิตามินซีมีกี่แบบ ?

ปัจจุบันวิตามินซีมีการพัฒนาออกมาหลายรูปแบบ มีปริมาณวิตามินซีตั้งแต่ 25-1,000 มิลลิกรัม และมีจุดเด่นหรือข้อดี ข้อด้อยที่แตกต่างกันออกไปครับ

  • วิตามินซีแบบอัดเม็ด พกพาสะดวก แต่เม็ดใหญ่ กลืนลำบาก
  • วิตามินซีแบบเม็ดอม สะดวกสำหรับคนที่ไม่ชอบกลืนเม็ดยา แต่อาจทำให้ฟันกร่อน ฟันผุได้
  • วิตามินซีแบบเม็ดเคี้ยว รสชาติอร่อย เด็กชอบ แต่ปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง เสี่ยงฟันผุ
  • วิตามินซีแบบเม็ดฟู่ สะดวกสำหรับคนที่ไม่ชอบกลืนเม็ดยา มีฟองแก๊ส อาจทำให้แน่นท้อง
  • วิตามินซีแบบแคปซูล มีทั้งแบบแคปซูลแข็ง แคปซูลนิ่ม (ซอฟต์เจล) ช่วยให้กลืนง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร
  • วิตามินแบบผงกรอกปาก พกพาสะดวก รับประทานง่าย โดยการเทกรอกปาก มีหลายรสชาติ แต่0มักมีส่วนผสมให้ความหวาน
  • วิตามินซีแบบผงชงดื่ม มีการแต่งกลิ่น สี รสชาติ และต้องผสมน้ำก่อนดื่ม
  • วิตามินแบบขวดแช่ มักมีการแต่งสารเพิ่มความหวาน กลิ่นและสี เพื่อเพิ่มรสชาติ มาในขวดพร้อมดื่ม
  • วิตามินซีแบบเจลลี่ สตริป พกพาสะดวก รับประทานง่าย มีหลายรสชาติ ควรเลือกที่ปราศจากน้ำตาล แคลอรีต่ำ
  • วิตามินซีแบบสารละลายสำหรับฉีด ดูดซึมไว ไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหาร ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที

วิตามินซีแบบกิน VS วิตามินซีแบบฉีด (IV Drip)

วิตามิน IV Drip

แม้วิตามินซีจะมีให้เลือกหลายแบบ แต่ถ้าจัดกลุ่มหลัก ๆ จะมี 2 กลุ่ม คือ วิตามินแบบกิน กับวิตามินแบบฉีด การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการของแต่ละบุคคล

วิตามินซีแบบกินเหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เป็นการดูแลในระยะยาว ส่วน IV Drip จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลตัวเองเป็นประจำ เน้นฟื้นฟูร่างกายแบบเร่งด่วน เห็นผลไว ซึ่งจะมีหลายสูตรให้เลือกครับ


Myer’s V Booster บูสต์พลัง สดชื่นทุกโมเมนต์

ประโยชน์ Myer's V Booster

IV Drip สูตร Myer’s V Booster ประกอบไปด้วยวิตามิน C, B, แร่ธาตุต่าง ๆ และสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสุขภาพ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ปรับสีผิวให้สว่างขึ้น และช่วยชะลอความแก่ ซึ่งจะนำเข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นเลือดดำโดยตรง ช่วยบูสต์พลังและเสริมภูมิคุ้มกันได้รวดเร็ว เนื่องจากร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที


ทำอย่างไรให้ร่างกายได้รับวิตามินซีคุ้มค่า

เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินซีอย่างเต็มประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญ คือการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินซีสูง แต่ถ้าไม่กินผัก ก็ยังสามารถรับวิตามินซีที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายได้

หากต้องการดริปวิตามิน หรือกินวิตามินซีเสริมให้ได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย หมอจะมีการซักประวัติ ตรวจระดับฮอร์โมน วิเคราะห์โภชนาการก่อนครับ เพื่อจะได้ให้คำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมทั้งในด้านโภชนาการ อาหารเสริม และการปรับไลฟ์สไตล์

โปรแกรม IV Drip

IV Drip ที่ V Square Wellness

IV Drip ที่ V Square Wellness ให้คำปรึกษาโดยแพทย์ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย มีวิตามินหลายสูตรให้เลือกครับ Myer’s V Booster จัดอยู่ในกลุ่ม V Healthy Booster ราคาเริ่มต้น 2,500.- และยังมีสูตร V Bright Booster สำหรับคนที่ต้องการเน้นงานผิวโดยเฉพาะ

ดริปวิตามินราคา
ดริปวิตามินผิวราคา

สรุป วิตามินซี ทำไมร่างกายห้ามขาด

วิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพ ทั้งในด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวพรรณ แต่อาจจะเป็นยากที่จะหาผักสดใบเขียว หรือส้มสดมารับประทาน เพื่อให้ได้วิตามินซีที่ครบถ้วนได้ทุกวัน และถ้าปล่อยให้ร่างกายขาดวิตามินซี ย่อมนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพและอาจนำไปสู่การเกิดโรคในอนาคต ดังนั้นวิตามินซี จึงเป็นวิตามินที่ร่างกายห้ามขาดและต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนครับ


อ้างอิง :


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Ulthera หมอไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกหมอและคลินิกให้ปลอดภัย คุ้มค่า เห็นผลจริง

Reading Time: 4 minutesเวลาที่คนไข้ตั้งคำถามว่า Ulthera หมอไหนดี ? หมอถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องและปลอดภัยมากครับ เพราะการทำหัตถการยกกระชับใบหน้านั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษาร่วมด้วย หลายครั้งที่บางคนมักจะโฟกัสไปที่ราคาโปรโมชันจนอาจลืมพิจารณาถึงความปลอดภัยและเทคนิคการรักษา บทความนี้หมอจะมาให้ข้อมูลพื่อเป็นแนวทางให้คนไข้ใช้เลือกคลินิกและแพทย์ทำ Ulthera ได้อย่างมั่นใจครับ

October 22, 2026 อ่านต่อ

Ulthera Botox Filler ทำอันไหนก่อน ทำพร้อมกันได้ไหม วางแผน...

Reading Time: 6 minutesUlthera, Botox และ Filler เป็นโปรแกรมลดริ้วรอย ปรับรูปหน้ายอดนิยมครับ เริ่มทำหัตถการความงามครั้งแรก Ulthera Botox Filler ทำอันไหนก่อน ? เบื้องต้นควรปรึกษาและประเมินใบหน้ากับแพทย์ครับ เพราะแต่ละหัตถการมีกลไก จุดเด่น และเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น Ulthera Botox Filler ทำอันไหนก่อน พิจารณาอย่างไร ? ทำพร้อมกันได้ไหม เรียงอย่างไร ? หมอสรุปให้ในบทความนี้

Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? เทียบชัด ต่างกันอย่างไร ?...

Reading Time: 5 minutesหลายคนที่เริ่มรู้สึกว่า กรอบหน้าไม่ชัด แก้มเริ่มตก เหนียงเริ่มมา มักลังเลว่าทำ Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? เครื่องไหนเหมาะกับหน้าตัวเองมากกว่า เพราะทั้ง Ulthera Prime และ Hifu เป็นเทคโนโลยียกกระชับด้วยอัลตราซาวนด์เหมือนกัน แต่มีความต่างกันที่ระดับพลังงาน ซึ่งถ้าเลือกไม่ตรงปัญหา ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเท่าที่คาดหวัง หรืออาจต้องทำซ้ำบ่อยกว่าที่จำเป็นครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ? ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ? เตรียมต...

Reading Time: 3 minutesฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ? หลายคนที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งนี้อาจมีความกังวล เนื่องจากบริเวณนี้ค่อนข้างบอบบางและอยู่ใกล้ดวงตามาก บทความนี้หมอจะมาตอบทุกข้อสงสัยว่าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ปลอดภัยไหม ? ตาบอดได้จริงไหม ? พร้อมแนะนำคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อให้คนไข้มั่นใจก่อนตัดสินใจทำหัตถการครับ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC ถึงพอดี แต่ละปัญหาใช้ปริมาณเท่...

Reading Time: 3 minutesฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC ? โดยทั่วไปมักใช้ประมาณ 2-4 CC ขึ้นอยู่กับปัญหาใต้ตาของแต่ละคนครับ ถ้าใต้ตาคล้ำเล็กน้อย ร่องน้ำตาไม่ลึกมาก อาจเริ่มที่ 1-2 CC แต่ถ้าใต้ตาลึก เบ้าตาโหล กระดูกใต้ตายุบ หรือมีถุงใต้ตาร่วมด้วย อาจต้องใช้ปริมาณมากขึ้นตามการประเมินของแพทย์ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “ใช้กี่ CC” แต่ต้องดูว่าเติมตำแหน่งไหน ชั้นผิวไหน ใช้ฟิลเลอร์รุ่นใด และควรเติมมากน้อยแค่ไหนให้ใต้ตาดูสดใส เรียบเนียน และยังคงความเป็นธรรมชาติครับ

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร ? ฉีดจุดไหน ใช้กี่ CC ? ช่วยแ...

Reading Time: 5 minutesหลายครั้งใบหน้าที่ดูโทรมหรือดูมีอายุ ไม่ได้เกิดจากผิวเสียเสมอไป แต่อาจมาจาก “สัดส่วนใบหน้า” ที่ขาดสมดุล เช่น คางสั้น ขมับตอบ แก้มยุบ ร่องแก้มลึก หรือใต้ตาลึก ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย ไม่สดใส แม้จะแต่งหน้าหรือดูแลผิวดีแล้วก็ตามครับ ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เป็นการเติมเต็มเฉพาะจุดเพื่อช่วยให้ใบหน้าดูละมุน มีมิติ และสมดุลขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ในบทความนี้หมอจะพาคนไข้ดูครบตั้งแต่ช่วยแก้ปัญหาอะไร ? ฉีดจุดไหน ใช้กี่ CC ? ราคาเท่าไหร่ ? อยู่ได้นานไหม ? ไปจนถึงวิธีดูแลตัวเองหลังฉีด เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจทำครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า