ทำ Ultraformer III ดีไหม
Ultraformer III ดีไหม ? สำหรับใครที่เริ่มรู้สึกว่าหน้าหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง หรือผิวดูไม่กระชับเหมือนเดิม Ultraformer III ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกเครื่องยกกระชับที่น่าสนใจ เพราะช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
บทความนี้หมอช่วยสรุปให้เข้าใจง่ายว่า Ultraformer III ดีไหม เหมาะกับใคร เห็นผลเมื่อไหร่ เจ็บไหม ราคาเท่าไหร่ และควรเลือกทำที่ไหนดี เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจได้มั่นใจขึ้นครับ
สารบัญ Ultraformer III ดีไหม
Ultraformer III ดีไหม ? ช่วยอะไรได้บ้าง ?
ถ้าถามว่า Ultraformer III ดีไหม ? ในมุมของผลลัพธ์ ต้องบอกว่าเครื่องนี้เด่นเรื่อง “ยกกระชับ” และ “กระตุ้นคอลลาเจน” โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความเข้มข้นสูงแบบเฉพาะจุด หรือ HIFU (High Intensity Focused Ultrasound)
โดยสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิว SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับขึ้นได้
Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
- ช่วยยกกระชับผิวหน้า ลำคอ และลำตัว ให้ผิวดูตึงขึ้นเป็นธรรมชาติ
- ช่วยเก็บกรอบหน้า ลดแก้มตก แนวกรามหย่อน ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น
- ช่วยลดเหนียงและคางสองชั้น ให้ช่วงใต้คางดูกระชับขึ้น
- ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ถึงปานกลาง เช่น รอบดวงตา ร่องแก้ม
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่น เรียบ และยืดหยุ่นขึ้น
หลายคนที่ถามหมอว่า Ultraformer III ดีไหม ส่วนใหญ่จะคาดหวังเรื่องหน้าเรียวและกรอบหน้าชัด ซึ่งผลลัพธ์ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยครับ โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
เครื่อง Ultraformer III ทำงานอย่างไร ?
Ultraformer III ทำงานด้วยการส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงลงไปที่ชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ผิวประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดการหดตัวของชั้นผิว และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา
โดย Ultraformer III มีหัวยิงแบบต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้สามารถยกกระชับและแก้ปัญหาผิวได้ในหลายระดับชั้นผิว เช่น
- หัวยิง 1.5 mm ใช้กับผิวชั้นตื้น เหมาะกับริ้วรอยเล็ก ๆ รอบตา หน้าผาก หรือผิวที่เริ่มไม่เรียบ
- หัวยิง 2.0 mm ใช้กับชั้นผิวหนังแท้ เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความแน่นของผิว
- หัวยิง 3.0 mm ใช้กับผิวชั้นลึก ช่วยเรื่องแก้ม กรอบหน้า แนวกราม และความหย่อนคล้อย
- หัวยิง 4.5 mm ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่เกี่ยวข้องกับการดึงหน้าทางศัลยกรรม เหมาะกับการยกกระชับบริเวณเหนียง ลำคอ และเก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
Ultraformer III ดีอย่างไร ? มีข้อจำกัดอะไรไหม ?
Ultraformer III มีจุดเด่นคือช่วยยกกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนไข้ที่อยากดูแลผิวให้แน่นขึ้น แต่ยังไม่อยากมีแผลหรือพักฟื้นนาน อย่างไรก็ตาม ทุกหัตถการมีข้อจำกัดครับ ก่อนตัดสินใจทำควรเข้าใจทั้งสองด้าน
ข้อดีของ Ultraformer III
- ยกกระชับได้ทุกชั้นผิว สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวยืดหยุ่นและแน่นขึ้นในระยะยาว
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- มีหัวยิงหลายระดับความลึก จึงปรับใช้ได้หลายปัญหา
- ทำได้ทั้งใบหน้า ลำคอ และบางตำแหน่งของลำตัว
- ผู้ที่ผิวบาง ผิวแพ้ง่าย สามารถทำได้ เพราะไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอก
- หลังทำเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที 20% และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือน
ข้อจำกัดของ Ultraformer III
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน แต่สามารถทำซ้ำได้
- ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นหรือจี๊ด ๆ ใต้ผิวเป็นบางจุด ขึ้นอยู่กับความไวของผิวแต่ละคน
- คนไข้ที่ผิวหย่อนคล้อยมาก หรือมีไขมันสะสมหนามาก อาจเห็นผลไม่ชัด
- ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลหลังทำ
- หากใช้เครื่องไม่ได้มาตรฐาน หรือยิงผิดชั้น อาจเสี่ยงผลลัพธ์ไม่ชัด หรือเกิดผลข้างเคียงได้
คลิกอ่านเพิ่มเติม : Ultraformer III ข้อเสีย มีอะไรบ้าง ? รู้ข้อจำกัด ข้อควรระวัง และข้อห้ามก่อนทำ
Ultraformer III เหมาะกับใครบ้าง ?
Ultraformer III เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และอยากยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยกลุ่มที่เหมาะ ได้แก่
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
- ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตก หรือแนวกรามเริ่มหย่อน
- ผู้ที่มีเหนียง คางสองชั้น หรือผิวใต้คางไม่กระชับ
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา หน้าผาก หรือร่องแก้ม
- ผู้ที่มีหนังตาตกหรือหางคิ้วตกเล็กน้อย
- ผู้ที่อยากยกกระชับแต่ไม่อยากผ่าตัด
- ผู้ที่กลัวเข็ม ไม่อยากฉีด หรือไม่อยากมีแผล
- ผู้ที่อยากดูแลผิวตั้งแต่ช่วงแรก เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต
ทำ Ultraformer III ตำแหน่งไหนได้บ้าง ? ใช้กี่ไลน์เห็นผล ?
สามารถทำ Ultraformer III ได้หลายตำแหน่งครับ ทั้งใบหน้าและลำตัว โดยจำนวนไลน์ขึ้นกับตำแหน่งที่ทำ และความหย่อนคล้อยของแต่ละเคส ตำแหน่งที่นิยมทำ ได้แก่
- รอบดวงตา ใต้ตา ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบตา หนังตาตก
- แก้ม ร่องแก้ม กรอบหน้า
- เหนียง ใต้คาง ลำคอ ลดคางสองชั้น
- ต้นแขน ต้นขา กระชับผิวที่หย่อนคล้อย
ส่วนจำนวนไลน์ (Line) ที่ใช้ในแต่ละตำแหน่ง สามารถประเมินได้คร่าว ๆ โดยประมาณ ดังนี้
- ใต้ตา + ร่องแก้ม ใช้ประมาณ 300 Line
- แก้ม หรือ เหนียง ใช้ประมาณ 100 Line
- แก้ม + เหนียง ใช้ประมาณ 300 Line
- ทั่วใบหน้า หรือ ต้นแขน ใช้ประมาณ 600 Line
- ทั่วหน้า + ลำคอ หรือ ต้นขา ใช้ประมาณ 1,000 Line
ทั้งนี้ จำนวนไลน์ที่เหมาะสมในแต่ละเคสไม่เท่ากัน หมอแนะนำให้ประเมินใบหน้ากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ก่อนทำ เพื่อวิเคราะห์ระดับความหย่อนคล้อย และวางแผนจำนวนไลน์ให้เหมาะกับปัญหามากที่สุดครับ
Ultraformer III กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานไหม ?
หลังทำ Ultraformer III จะสังเกตได้ว่าผิวยกกระชับขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก ประมาณ 20% เพราะพลังงานที่ยิงลงไปใต้ผิวทำให้ชั้นผิวเกิดการหดตัวทันที และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ เพราะเป็นช่วงที่ผิวเกิดกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น กระชับ และดูยืดหยุ่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ถ้าถามว่า Ultraformer III ดีไหม ในแง่ระยะเวลาของผลลัพธ์ สามารถอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน แต่ในบางเคสสามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปีเลยครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ จำนวนไลน์ พลังงานที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำด้วยครับ
Ultraformer III เจ็บไหม ? ตอนทำรู้สึกอย่างไร ?
ตอนทำ Ultraformer III จะไม่เจ็บแสบที่ผิวด้านบน แต่จะรู้สึกจี๊ด ๆ หรืออุ่นลึกใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณผิวบาง ใกล้กระดูก เช่น โหนกแก้ม กรอบหน้า และแนวกราม โดยระดับความรู้สึกแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่ทนได้ครับ หากกังวลเรื่องเจ็บ สามารถแจ้งหมอเพื่อขอแปะยาชาก่อนทำได้
ทั้งนี้ หากทำแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย อาจต้องเช็กว่าเครื่องได้มาตรฐานหรือใช้พลังงานเหมาะสมหรือไม่ เพราะการทำ Ultraformer III ควรมีความรู้สึกจากพลังงานที่ลงใต้ผิวบ้าง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นและยกกระชับอย่างมีประสิทธิภาพครับ
Ultraformer III ดีไหม ? เมื่อเทียบกับเครื่องยกกระชับอื่น
เครื่องยกกระชับแต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งเทคโนโลยี พลังงานที่ใช้ และระดับความลึกที่ลงสู่ผิว โดย Ultraformer III จะเด่นเรื่องการยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS เหมาะกับคนไข้ที่มีผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือเริ่มมีริ้วรอย ส่วนเครื่องอื่น ๆ อาจเน้นผิวแน่น ลดความย้วย หรือฟื้นฟูผิวในมิติที่ต่างกัน ตารางนี้หมอสรุปให้ดูแบบเข้าใจง่ายครับ
| เครื่องยกกระชับ | เทคโนโลยี | จุดเด่น | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| Ultraformer III | คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง | ช่วยยกกระชับ ลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน | คนที่มีริ้วรอยเล็กน้อย ผิวเริ่มหย่อนคล้อย |
| Ultraformer MPT | MMFU / MPT พัฒนาต่อยอดจาก Ultraformer III | เจ็บน้อยกว่า พลังงานสม่ำเสมอ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น | คนที่ต้องการยกกระชับ ปรับสภาพผิว และกังวลเรื่องความเจ็บ |
| Ulthera | MMFU พร้อมระบบ Visualization | เห็นชั้นผิวขณะทำ ยิงพลังงานได้แม่นยำ | คนที่ต้องการยกกระชับชัด ทำครั้งเดียวและอยู่ได้นาน |
| Thermage FLX | Monopolar RF | ช่วยให้ผิวแน่น เรียบ ลดริ้วรอย และลดไขมันบางส่วน | คนที่ผิวหย่อนเล็กน้อย มีไขมันใต้ผิว หรือผิวไม่ค่อยแน่น |
| Volnewmer | Monopolar RF | ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูฟูและแน่นขึ้น | คนที่เน้นคุณภาพผิว อยากให้ผิวแน่นขึ้น แต่ไม่ได้เน้นยกหน้ามาก |
| Oligio | Monopolar RF | ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ และลดริ้วรอยเล็ก ๆ | คนที่เริ่มมีผิวหย่อน ผิวบาง หรือริ้วรอยตื้น ๆ |
| Morpheus8 | คลื่นวิทยุ RF + Microneedling | กระชับผิว ปรับผิวให้เรียบขึ้น ช่วยเรื่องหลุมสิว ผิวไม่สม่ำเสมอ | คนที่มีผิวหย่อนคล้อยร่วมกับปัญหาหลุมสิว หรือผิวไม่เรียบ |
| Emface | คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า HIFES + RF | กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า พร้อมลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย | คนที่ต้องการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหน้า ให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น |
- ถ้ามีริ้วรอยเริ่มต้น ผิวหย่อนเล็กน้อย อยากเริ่มยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด → Ultraformer III
- ถ้าผิวหย่อนปานกลาง ไขมันน้อย ต้องการยกกระชับชัดและอยู่ได้นาน → Ulthera
- ถ้าผิวหลวม ไม่แน่น มีไขมันหรือเหนียงร่วมด้วย → Thermage FLX
- ถ้าอยากฟื้นฟูผิวให้แน่น ฟู กระชับ แต่กังวลเรื่องความเจ็บ → Volnewmer
- ถ้าต้องการกระชับผิว ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยลดไขมันใต้ผิวบางส่วน → Oligio
- ถ้ามีริ้วรอยลึก ผิวหย่อน หลุมสิว หรือผิวไม่เรียบ → Morpheus8
- ถ้าต้องการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยให้หน้าดูกระชับขึ้น → Emface
หากไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับสภาพผิว แนะนำให้ปรึกษาหมอเพื่อประเมินรายบุคคล เพราะโครงหน้า ปัญหาผิว และเป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ โดยเฉพาะคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน หรือมีผิวบาง ต้องระมัดระวังในการทำเครื่องยกกระชับครับ
รีวิวผลลัพธ์ยกกระชับหลังทำ Ultraformer III ดีไหม ?
*ใช้เป็นตัวอย่าง ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
เลือกคลินิกทำ Ultraformer III ที่ไหนดี ? ต้องดูอะไรบ้าง
สำหรับคนไข้ที่ตัดสินใจได้แล้วว่า Ultraformer III ดีไหม และอยากลองทำดูบ้าง หมอมีหลักการเลือกคลินิกง่าย ๆ มาฝากเพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่สวย ปลอดภัย และคุ้มเงินที่สุดครับ
- คลินิกได้มาตรฐานและโปร่งใส : คลินิกต้องสะอาด ได้รับอนุญาตถูกต้อง มีการเปิดเผยราคาชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- ทำโดยแพทย์ผู้มากประสบการณ์เท่านั้น : เพราะแพทย์จะเป็นประเมินว่าโครงหน้าแบบนี้ต้องยิงมุมไหน ใช้ความลึกเท่าไหร่ และใช้พลังงานกี่ Line ถึงจะเห็นผลดีที่สุด
- ตรวจสอบว่าเป็นเครื่องแท้ 100% : โดยสามารถดูสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนเครื่อง หรือนำชื่อคลินิกไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของบริษัทผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการได้
- มีรีวิวจากคนไข้จริง : หารีวิวที่เป็นรูปภาพหรือวิดีโอจากคนไข้ที่เคยเข้าไปใช้บริการจริง ๆ เพื่อดูผลลัพธ์และการบริการประกอบการตัดสินใจ
ทำ Ultraformer III ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
- ประเมินปัญหาผิวและโครงหน้าโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเครื่องยกกระชับ
- แพทย์ผ่านการเทรนนิงการใช้เครื่อง Ultraformer III อย่างถูกต้อง และอัปเดตเทคนิคอย่างต่อเนื่อง
- ใช้เครื่อง Ultraformer III แท้ นำเข้าอย่างถูกต้อง และสามารถตรวจสอบตัวเครื่องได้
- วางแผนจำนวนไลน์และระดับพลังงานแบบรายบุคคล ตามสภาพผิว ความหย่อนคล้อย และตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ
- มีโปรแกรมยกกระชับครอบคลุมทั้งใบหน้า กรอบหน้า เหนียง และลำคอ
- ไม่ยิงเกินความจำเป็น และไม่ลดจำนวนไลน์จนทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัด
- ให้คำปรึกษากับแพทย์โดยตรง ไม่มีเซลส์ขายคอร์ส และสามารถปรึกษาเบื้องต้นได้ฟรี
- มีรีวิว Before-After ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอจากผู้ใช้บริการจริง ให้ดูประกอบการตัดสินใจ
- มีช่องทางติดต่อสะดวก และติดตามผลหลังทำทุกเคส
Ultraformer III ราคาเท่าไหร่ ?
ราคา Ultraformer III ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ จำนวนไลน์ที่ใช้ และโปรโมชันของแต่ละคลินิก โดยทั่วไปเริ่มต้นประมาณ 9,xxx.- / 400 Line ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากยกกระชับ เก็บกรอบหน้า และลดความหย่อนคล้อยแบบไม่ผ่าตัดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Ultraformer III ดีไหม
Ultraformer III ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม ?
Ultraformer III ทำครั้งเดียวสามารถเห็นผลได้ครับ และจะเห็นผลชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือน บางคนทำครั้งเดียวก็พอใจผลลัพธ์ แต่ถ้าคนที่มีผิวหย่อนมาก อาจต้องทำซ้ำหรือทำร่วมกับหัตถการอื่นตามที่แพทย์ประเมิน
Ultraformer III ทำแล้วหน้าบวมไหม ?
หลังทำ Ultraformer III อาจมีอาการบวมได้เล็กน้อยในบางคน แต่ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้เป็นชั่วคราว และมักดีขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงหรือ 1-2 วัน เป็นเรื่องปกติครับ
Ultraformer III ควรทําทุกกี่เดือน ?
สามารถทำซ้ำได้ประมาณทุก 5-6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง ขึ้นกับสภาพผิว อายุ และความต้องการของคนไข้ หากต้องการคงผลลัพธ์ต่อเนื่อง หมอแนะนำให้ประเมินผิวเป็นระยะ ไม่จำเป็นต้องทำถี่เกินไปถ้ายังได้ผลลัพธ์ดีอยู่
สรุป Ultraformer III ดีไหม ? คุ้มไหมสำหรับคนอยากยกกระชับ
Ultraformer III ดีไหม คำตอบคือเป็นหัตถการที่คุ้มสำหรับคนไข้ที่อยากยกกระชับหน้า ลดเหนียง เก็บกรอบหน้า และกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูเฟิร์มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก่อนทำหมอแนะนำให้ประเมินใบหน้าก่อน เพื่อเลือกจำนวนไลน์ ตำแหน่ง และพลังงานให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนครับ


