ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?
เมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ? หลังทำผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน ? ผลที่ได้รับจะคุ้มค่าและอยู่ได้นานไหม ? หมอจะอธิบายทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับผลลัพธ์หลังฉีดเมโสหน้าใส เพื่อให้คนไข้ หรือผู้วางแผนทำหน้าใสสามารภตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น
สารบัญ ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?
เข้าใจการทำเมโสหน้าใส ให้มากขึ้น
สำหรับการฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) คือการนำสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อผิว ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน คอลลาเจน หรือสารลดเม็ดสี ฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อบำรุงและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส และช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำได้เร็ว
คำว่า “เมโส” มาจากคำว่า Meso ที่แปลว่าตรงกลาง หมายถึงการฉีดสารลงในชั้นกลางของผิวหนัง หรือที่เรียกว่าชั้น Dermis ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังแท้ที่ประกอบด้วยคอลลาเจน อิลาสติน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และไฮยาลูโรนิกแอซิด
เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว สารเหล่านี้จะเสื่อมสภาพลง การฉีดเมโสตรงเข้าชั้นนี้จึงเป็นวิธีบำรุงโครงสร้างผิวที่เห็นผลดีและรวดเร็ว เพราะเป็นการนำส่งสารโดยตรง ไม่ต้องรอให้ดูดซึมผ่านผิวชั้นบนเหมือนการทาครีม
เมโสหน้าใสช่วยได้ในเรื่องหลัก ๆ ดังนี้
- ฟื้นฟูผิวจากสารพิษที่สะสม ลดการอักเสบ ลดสิว
- ทำให้ผิวกระจ่างใส ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
- เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดี
- ลดฝ้า กระ แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
- เสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
หลังฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?
การฉีดเมโสหน้าใสสามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างเร่งด่วน หลังฉีดเมโสหน้าใส โปรแกรมฉีดหน้าใส V-ID Facial Program ที่ V Square Clinic แบบครบคอร์ส สามาถอยู่ได้นาน 4-5 เดือน หรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองครับ
ระยะเวลาเห็นผลและความคงทนของผลลัพธ์
หลังจากฉีดเมโสหน้าใสครั้งแรก ผิวหน้าจะเริ่มสดใสขึ้นได้ในราว 3-4วัน และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 7-14 วันหลังฉีด โดยมีรายละเอียดดังนี้
| จำนวนการฉีด | เริ่มเห็นผลลัพธ์ | ระยะเวลาอยู่ได้นาน |
|---|---|---|
| ฉีดครั้งเดียว | 3-4 วัน | สั้น ขั้นอยู่กับสภาพผิว |
| ฉีด 3 ครั้ง | หลังครั้งที่ 2-3 | 4-5 เดือน |
| ฉีดต่อเนื่อง-บำรุง | ทันทีหลังเริ่ม | มากกว่า 5 เดือนขึ้นไป |
สิ่งที่หมออยากให้คนไข้ทำความเข้าใจก่อนทำ คือผลลัพธ์ของเมโสหน้าใสไม่ใช่การรักษาถาวร เนื่องจากสารที่ฉีดจะสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ช่วยให้คงผลลัพธ์ได้นานขึ้น
โดยคงผลลัพธ์อยู่ได้ 4-5 เดือนเมื่อฉีดครบคอร์ส 3 ครั้ง
ปัจจัยที่กำหนดว่าเมโสหน้าใสจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?
ผลลัพธ์จากการฉีดเมโสหน้าใสจะอยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ เช่น
- ชนิดของตัวยาเมโสหน้าใสที่ฉีด
- สภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน
- ความสม่ำเสมอในการฉีด
- พฤติกรรมหลังฉีด เช่น การโดนแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ปัจจัยด้านฮอร์โมนและพันธุกรรม
สารบางชนิด เช่น กรดไฮยาลูโรนิกและคอลลาเจน มีคุณสมบัติคงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ขณะที่วิตามินซีจะสลายตัวเร็วกว่า จึงต้องฉีดซ้ำบ่อยขึ้นเพื่อรักษาผลลัพธ์
เมโสหน้าใส มีกี่แบบ ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อและหลายสูตร โดยแบ่งตามจุดประสงค์ในการฉีดที่ V Square Clinic จะมี 3 กลุ่มหลักคือ
- กลุ่มที่ 1 เน้นหน้าขาวใส เติมความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของวิตามิน C ,Sodium Bicarbonat ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
- กลุ่มที่ 2 เน้นปรับสมดุลผิวและเสริมความแข็งแรง มีคอลลาเจน สารต้านอนุมูลอิสรและ HA + poly revitalisante เป็นหลัก ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ผิวฟูขึ้น รูขุมขนกระชับ
- กลุ่มที่ 3 เน้นลดสิวและแก้ผื่น มี Amino Acids ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวและสนับสนุนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ ลดการอักเสบ รวมถึงมีคอลลาเจนช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลง
โปรแกรมฉีดหน้าใส V-ID Facial Program ที่ V Square Clinic
- 1. โปรแกรม Glow V
ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง เติมความชุ่มชื้น ผิวโกลว์ กระชับรูขุมขน ลดผดผื่น เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เป็นสิวบ่อย - 2. โปรแกรม Double Glow V
ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงแบบคูณสอง ทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ช่วยให้ผิวโกลว์ รูขุมขนกระชับ สามารถลดผดผื่นได้ดี เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เป็นสิวบ่อย ๆ - 3. โปรแกรม Bright and Glow V
ช่วยฟื้นฟูผิวแข็งแรง เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมปรับความกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหลายด้าน ต้องการบำรุงผิวเร่งด่วน - 4. โปรแกรม Glass skin V
ช่วยบำรุง ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวให้ชุ่มชื้น ผิวอิ่มน้ำแบบเร่งด่วน ช่วยรักษาหลุมสิวขนาดเล็ก เสริมสร้างคอลลาเจน และปกป้องเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผิวชุ่มชื้น ฉ่ำวาว Glass skin - 5. โปรแกรม Double bright V
ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ปกป้องผิวจากความเสื่อมและความเสียหายสะสม ช่วยลดเม็ดสี ลดรอ ยสิว จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น - 6. โปรแกรม Bright V
ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ปกป้องผิวจากความเสื่อมและความเสียหายสะสม ช่วยลดเม็ดสี ลดรอยสิว จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
เนื่องจากผิวหน้าแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน ควรให้แพทย์ตรวจประเมินก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคนโดยเฉพาะครับ
อยากให้ผลลัพธ์ของเมโสหน้าใสอยู่ได้นานควรทำอย่างไร?
กรณีที่คนไข้อยากให้อยู่นานถาวร แบบนั้นไม่มีนะครับ เพราะตัวยาฉีดเมโสเหน้าใสเป็นอาหารผิวจำพวกวิตามิน จึงสามารถสลายหมดโดยไม่มีสิ่งตกค้าง แต่หากอยากฉีดเมโสหน้าใสอยู่ได้นานขึ้นควรปฎิบัติดังนี้
- ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งเมื่อออกแดด เพราะแสงแดดทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและลดประสิทธิภาพของเมโส
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำมากเพียงพอจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและส่งเสริมการฟื้นฟูของผิว ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการนอนหลับที่ดีช่วยให้ผิวฟื้นฟูและคงความสดใส
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและเพิ่มประสิทธิภาพของการฉีดเมโส
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
- งดแตะหรือนวดบริเวณที่ฉีด ในช่วง 1-2 คืนแรก
- งดทาครีมสกินแคร์บริเวณรอยเข็ม 1 คืนหลังฉีด
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวหมองคล้ำและลดประสิทธิภาพของเมโส
- หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น ของทอด ของมัน ของหมักดอง และอาหารรสจัด
อ่านบทความเพิ่มเติม เมโสหน้าใส คืออะไร? อันตรายหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโส
แนวทางฉีดบำรุงที่แนะนำ
แนะนำให้ฉีดเมโสทุกสัปดาห์ใน 1 เดือนแรก หลังจากนั้นฉีดทุก 2 สัปดาห์เพื่อคงสภาพ เมื่อผิวเริ่มแข็งแรงและฟื้นตัวเต็มที่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดถี่เหมือนช่วงแรก สามารถเว้นระยะห่างได้มากขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์
อยากฉีดเมโสฝ้า กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?
สำหรับการฉีดเมโสเพื่อรักษาหรือชะลอฝ้า ผลลัพธ์ไม่ต่างไปจากการฉีดเมโสหน้าใสครับ โดยจะเห็นผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาผิวมีมากน้อยเพียงใด และมีความสม่ำเสมอในการฉีดหรือไม่
โดยปกติจะค่อย ๆ เห็นผลใน 7-14 วัน เช่นกัน แต่เพื่อให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ต้องฉีดต่อเนื่อง โดยหมอแนะนำให้ฉีดประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป หรือฉีดครบคอร์ส เพื่อรักษาผลลัพธ์และช่วยให้ฝ้าลดลงเร็วขึ้น การฉีดเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอครับ
เมโสฝ้า ดีไหม ? ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำได้จริงไหม ?
เมโสหน้าใสสามารถช่วยชะลอการกระจายของฝ้า และทำให้รอยจางลงได้ 20–50% ในบางเคส ซึ่งการเกิดฝ้าเป็นกลไกป้องกันผิวตามธรรมชาติ โดยเซลล์เมลาโนไซต์ผลิตเมลานินออกมามากเกินจำเป็น เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลบนผิว
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ในปัจจุบันไม่มีวิธีการรักษาใดไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ ยาทา ยากิน หรือยาฉีด ที่ทำให้ฝ้าหายขาดได้ การรักษาทำได้เพียงช่วยชะลอและลดความเข้มของฝ้า ดังนั้นการดูแลอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งจำเป็น
เมโสหน้าใสของแท้ของปลอมดูอย่างไร ?
ปัจจุบันเมโสหน้าใสของปลอมมีเยอะมากครับ หาซื้อได้ง่ายในตลาดออนไลน์แบบไม่ผ่านอย.ไม่สามารถยืนยันแหล่งผลิตที่มา ไม่มีอะไรการันตีว่าปลอดภัย จากข้อมูลที่หมอทราบมาเมโสหน้าใสของปลอมมักมีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือฮอร์โมน หลังฉีดก็จะทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่ม แต่อยู่ไปสักระยะผิวจะบางลง เกิดฝ้า ผิวไวต่อแดดและเกิดริ้วรอยก่อนวัย เสี่ยงเกิดมะเร็งผิวหนังครับ
วิธีสังเกตเมโสหน้าใสที่ได้มาตรฐาน
เมโสที่มีเลข อย. หมายถึงเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีบริษัทนำเข้าชัดเจน การขนส่งถูกกรรมวิธี ยาไม่เสื่อมสภาพ และสามารถตรวจสอบแหล่งผลิตได้
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนฉีดทุกครั้งคือ ขอดูยี่ห้อยาและเลขทะเบียน อย. บนบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากโรงงานในต่างประเทศหลายแห่งสามารถปลอมแพ็กเกจได้เหมือน 100% แม้แต่แพทย์ก็แยกไม่ออก ดังนั้นแพทย์ที่ดีจะสั่งยาจากบริษัทนำเข้าที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. เท่านั้น
เพื่อความปลอดภัยหมอแนะนำฉีดเมโสหน้าใสต้องเป็นตัวยาของแท้เท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบได้ แพทย์แกะกล่องยาใหม่ให้ดูต่อหน้า และคนไข้สามารถขอนำกล่องกลับบ้านหรือสแกน QR Code ตรวจสอบเลข Lot. ได้
ความเสี่ยงจากเมโสที่ไม่ได้มาตรฐาน
อันตรายจากเมโสหน้าใสส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการฉีดซ้ำ แต่มาจากตัวยาที่มีส่วนผสมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น สเตียรอยด์ ปรอท พาราเบน หรือฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งฉีดในช่วงแรกอาจเห็นว่าได้ผลดี ผิวขาว จุดด่างดำจางลงอย่างรวดเร็ว แต่อันตรายต่อร่างกายในระยะยาว ทำให้ผิวบางลง เกิดการอักเสบ ระคายเคือง สารเคมีสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้
ซึ่งเมโสหน้าใสของแท้ไม่ได้ทำให้ผิวบางลงนะครับ ยังสามารถออกแดดได้แต่ควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเท่านั้น
ทำไมควรฉีดเมโสหน้าใสกับแพทย์ที่มีประสบการณ์
แพทย์ที่มีประสบการณ์จะประเมินผิวหน้าก่อนทำการรักษาทุกครั้ง เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคน ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน เช่น
- ผิวหน้าหมองคล้ำ แก้ไขด้วยการฉีดเน้นหน้าขาว โดยจะมีส่วนผสมของวิตามินต่าง ๆ ที่ทำให้หน้าขาว
- ผิวแห้ง แก้ไขด้วยการการฉีดเพิ่มความชุ่มชื้น ตัวยาจะมีส่วนผสมของคอลลาเจน HA เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
- ผิวผื่นแพ้ แก้ไขด้วยเน้นฉีดลดสิว-แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก คอลลาเจนยังช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลงช่วยลดสิว
หมอที่มีประสบการณ์จะสามารถนำเข็มเข้าในชั้นผิวได้เหมาะสม ลดเสี่ยงการเกิดแผลเป็น และตัวยาสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ V Square Clinic เราจะให้หมอตรวจประเมินผิวหน้าคนไข้ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้จะได้สูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวคนไข้มากที่สุด
ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย ?
ก่อนตัดสินใจหมอแนะนำว่าควรเลือกใช้บริการกับคลินิกที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง ได้รับอนุญาตเปิดให้บริการ อย่างถูกต้อง ใช้ผลิตภัณฑ์เมโสแท้ และทำหัตถการโดยหมอที่มีประสบการณ์และชำนาญด้านการฉีด เพื่อให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น
วิธีเลือกคลินิก และหมอที่ไว้ใจได้สามารถตรวจเช็คได้ดังนี้
- คลินิกนั้นดำเนินงานโดยหมอที่มีประสบการณ์สูง พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด
- ยินยอมให้ควรตรวจสอบตัวยาและกล่องยาก่อนฉีดทุกครั้ง ปกติเมโสหน้าใสที่ผ่าน อย. บริษัทที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง จะขายให้กับหมอเท่านั้นเพราะมีกฏหมายยาบังคับ ยาเมโสหน้าใสที่ลักลอบขายตามอินเทอร์เน็ตจะเป็นยาหิ้วและไม่ปลอดภัยครับ
- มีรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยรีวิวนั้นเขียนโดยผู้ใช้บริการจริงและมีความเป็นปัจจุบัน ก็จะช่วยให้คนไข้นั้นสามารถตรวจสอบคุณภาพการทำหัตถการของหมอได้ดียิ่งขึ้น
- หลังฉีดเมโสหน้าใส เพื่อให้ผลดีต้องฉีดหลายครั้ง คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผลหลังทำเสมอ หมอต้องให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อน -หลัง ทำหัตถการอย่างใกล้ชิด
- มีช่องทางออนไลน์ไว้ติดต่อ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรง
- ราคาสมเหตุสมผล
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส
หลังฉีดเมโสหน้าใส ฝ้าจะกลับมาไหม ?
ฝ้ามีโอกาสกลับมาได้หากไม่ป้องกันแสงแดดและดูแลผิวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ที่มีฝ้าจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมน แต่หากดูแลอย่างเหมาะสมและฉีดบำรุงตามที่แพทย์แนะนำ สามารถควบคุมฝ้าไม่ให้กลับ
อยากคงผลลัพธ์นาน ฉีดเมโสหน้าใสซ้ำบ่อย ๆ อันตรายไหม ?
หากใช้ตัวยาแท้ที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในคลินิกมาตรฐาน ไม่มีอันตราย เพราะตัวยาสลายตัวได้เองโดยธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง อันตรายมักเกิดจากยาที่มีสเตียรอยด์หรือสารอันตรายแอบแฝงเท่านั้น
ฉีดเมโสหน้าใสกี่ครั้งถึงจะพอ อยู่ได้นานที่สุด ?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี แพทย์มักแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้งในช่วงแรก หลังจากนั้นฉีดคงสภาพทุก 2-3 สัปดาห์ ครับ
เมโสหน้าใส กับ สกินบูสเตอร์ ต่างกันอย่างไร อันไหนอยู่ได้นานกว่ากัน ?
เมโสหน้าใสเน้นลดฝ้า กระ และใช้สารต้านเมลานินเป็นหลัก ส่วนสกินบูสเตอร์ เช่น Belotero Revive หรือ Skinvive เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว โดยใช้ไฮยาลูโรนิกแอซิดเข้มข้นเป็นหลัก ถ้าดูเฉพาะผลลัพธ์สกิรบูสเตอร์อยู่ได้นานกว่า แต่เป้าหมายการใช้งานของ เมโสหน้าใส กับ สกินบูสเตอร์ กันครับ บางกรณีแพทย์อาจแนะนำทั้งสองอย่างร่วมกันได้
ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน คุ้มค่าหรือไม่ ?
การฉีดเมโสหน้าใส ถือว่าเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งช่วยกู้ผิวให้กลับมาสุขภาพดี ดูกระจ่างใส เห็นผลไวกว่าการทาครีมและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยการคงผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนอยู่ที่แนวทางการฉีดและการดูแลตัวเองครับ
หากฉีดครบคอร์ส 3 ครั้งจะอยู่ได้นานประมาณ 4-5 เดือน และยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดูแลผิวอย่างถูกต้องและฉีดบำรุงต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์
สำหรับที่ V Square Clinic จะเลือกใช้เมโสหน้าใสแท้เท่านั้น และมีให้เลือกหลายโปรแกรม หมอจะตรวจประเมินใบหน้าคนไข้และเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมสำหรับในแต่ละเคสให้ครับ


