ฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี ? มีกี่ยี่ห้อ ให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร ?

Reading Time: 3 minutes
ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน

ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?

เมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ? หลังทำผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน ? ผลที่ได้รับจะคุ้มค่าและอยู่ได้นานไหม ? หมอจะอธิบายทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับผลลัพธ์หลังฉีดเมโสหน้าใส เพื่อให้คนไข้ หรือผู้วางแผนทำหน้าใสสามารภตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น

สารบัญ ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?


เข้าใจการทำเมโสหน้าใส ให้มากขึ้น

สำหรับการฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) คือการนำสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อผิว ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน คอลลาเจน หรือสารลดเม็ดสี ฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อบำรุงและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส และช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำได้เร็ว

ฉีดเมโสหน้าใส

คำว่า “เมโส” มาจากคำว่า Meso ที่แปลว่าตรงกลาง หมายถึงการฉีดสารลงในชั้นกลางของผิวหนัง หรือที่เรียกว่าชั้น Dermis ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังแท้ที่ประกอบด้วยคอลลาเจน อิลาสติน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และไฮยาลูโรนิกแอซิด

เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว สารเหล่านี้จะเสื่อมสภาพลง การฉีดเมโสตรงเข้าชั้นนี้จึงเป็นวิธีบำรุงโครงสร้างผิวที่เห็นผลดีและรวดเร็ว เพราะเป็นการนำส่งสารโดยตรง ไม่ต้องรอให้ดูดซึมผ่านผิวชั้นบนเหมือนการทาครีม

เมโสหน้าใสช่วยได้ในเรื่องหลัก ๆ ดังนี้

  • ฟื้นฟูผิวจากสารพิษที่สะสม ลดการอักเสบ ลดสิว
  • ทำให้ผิวกระจ่างใส ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
  • เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดี
  • ลดฝ้า กระ แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
  • เสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

หลังฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดเมโสหน้าใสสามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างเร่งด่วน หลังฉีดเมโสหน้าใส โปรแกรมฉีดหน้าใส V-ID Facial Program ที่ V Square Clinic แบบครบคอร์ส สามาถอยู่ได้นาน 4-5 เดือน หรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองครับ

ระยะเวลาเห็นผลและความคงทนของผลลัพธ์

หลังจากฉีดเมโสหน้าใสครั้งแรก ผิวหน้าจะเริ่มสดใสขึ้นได้ในราว 3-4วัน และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 7-14 วันหลังฉีด โดยมีรายละเอียดดังนี้

จำนวนการฉีดเริ่มเห็นผลลัพธ์ ระยะเวลาอยู่ได้นาน
ฉีดครั้งเดียว3-4 วันสั้น ขั้นอยู่กับสภาพผิว
ฉีด 3 ครั้งหลังครั้งที่ 2-34-5 เดือน
ฉีดต่อเนื่อง-บำรุงทันทีหลังเริ่มมากกว่า 5 เดือนขึ้นไป

สิ่งที่หมออยากให้คนไข้ทำความเข้าใจก่อนทำ คือผลลัพธ์ของเมโสหน้าใสไม่ใช่การรักษาถาวร เนื่องจากสารที่ฉีดจะสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ช่วยให้คงผลลัพธ์ได้นานขึ้น

ผลลัพธ์หลังฉีดหน้าใส
หลังฉีดผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟู สุขภาพดีขึ้น ดูอ่อนวัย
โดยคงผลลัพธ์อยู่ได้ 4-5 เดือนเมื่อฉีดครบคอร์ส 3 ครั้ง

ปัจจัยที่กำหนดว่าเมโสหน้าใสจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ผลลัพธ์จากการฉีดเมโสหน้าใสจะอยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ เช่น

  • ชนิดของตัวยาเมโสหน้าใสที่ฉีด
  • สภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน
  • ความสม่ำเสมอในการฉีด
  • พฤติกรรมหลังฉีด เช่น การโดนแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ปัจจัยด้านฮอร์โมนและพันธุกรรม

สารบางชนิด เช่น กรดไฮยาลูโรนิกและคอลลาเจน มีคุณสมบัติคงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ขณะที่วิตามินซีจะสลายตัวเร็วกว่า จึงต้องฉีดซ้ำบ่อยขึ้นเพื่อรักษาผลลัพธ์


เมโสหน้าใส มีกี่แบบ ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อและหลายสูตร โดยแบ่งตามจุดประสงค์ในการฉีดที่ V Square Clinic จะมี 3 กลุ่มหลักคือ

  • กลุ่มที่ 1 เน้นหน้าขาวใส เติมความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของวิตามิน C ,Sodium Bicarbonat ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
  • กลุ่มที่ 2 เน้นปรับสมดุลผิวและเสริมความแข็งแรง มีคอลลาเจน สารต้านอนุมูลอิสรและ HA + poly revitalisante เป็นหลัก ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ผิวฟูขึ้น รูขุมขนกระชับ
  • กลุ่มที่ 3 เน้นลดสิวและแก้ผื่น มี Amino Acids ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวและสนับสนุนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ ลดการอักเสบ รวมถึงมีคอลลาเจนช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลง

โปรแกรมฉีดหน้าใส V-ID Facial Program ที่ V Square Clinic

  • 1. โปรแกรม Glow V
    ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง เติมความชุ่มชื้น ผิวโกลว์ กระชับรูขุมขน ลดผดผื่น เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เป็นสิวบ่อย
  • 2. โปรแกรม Double Glow V
    ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงแบบคูณสอง ทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ช่วยให้ผิวโกลว์ รูขุมขนกระชับ สามารถลดผดผื่นได้ดี เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เป็นสิวบ่อย ๆ
  • 3. โปรแกรม Bright and Glow V
    ช่วยฟื้นฟูผิวแข็งแรง เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมปรับความกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหลายด้าน ต้องการบำรุงผิวเร่งด่วน
  • 4. โปรแกรม Glass skin V
    ช่วยบำรุง ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวให้ชุ่มชื้น ผิวอิ่มน้ำแบบเร่งด่วน ช่วยรักษาหลุมสิวขนาดเล็ก เสริมสร้างคอลลาเจน และปกป้องเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผิวชุ่มชื้น ฉ่ำวาว Glass skin
  • 5. โปรแกรม Double bright V
    ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ปกป้องผิวจากความเสื่อมและความเสียหายสะสม ช่วยลดเม็ดสี ลดรอ ยสิว จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
  • 6. โปรแกรม Bright V
    ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ปกป้องผิวจากความเสื่อมและความเสียหายสะสม ช่วยลดเม็ดสี ลดรอยสิว จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
โปรแกรมหน้าใส

เนื่องจากผิวหน้าแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน ควรให้แพทย์ตรวจประเมินก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคนโดยเฉพาะครับ


อยากให้ผลลัพธ์ของเมโสหน้าใสอยู่ได้นานควรทำอย่างไร?

กรณีที่คนไข้อยากให้อยู่นานถาวร แบบนั้นไม่มีนะครับ เพราะตัวยาฉีดเมโสเหน้าใสเป็นอาหารผิวจำพวกวิตามิน จึงสามารถสลายหมดโดยไม่มีสิ่งตกค้าง แต่หากอยากฉีดเมโสหน้าใสอยู่ได้นานขึ้นควรปฎิบัติดังนี้

  • ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งเมื่อออกแดด เพราะแสงแดดทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและลดประสิทธิภาพของเมโส
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำมากเพียงพอจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและส่งเสริมการฟื้นฟูของผิว ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการนอนหลับที่ดีช่วยให้ผิวฟื้นฟูและคงความสดใส
  • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและเพิ่มประสิทธิภาพของการฉีดเมโส

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ย

  • งดแตะหรือนวดบริเวณที่ฉีด ในช่วง 1-2 คืนแรก
  • งดทาครีมสกินแคร์บริเวณรอยเข็ม 1 คืนหลังฉีด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวหมองคล้ำและลดประสิทธิภาพของเมโส
  • หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น ของทอด ของมัน ของหมักดอง และอาหารรสจัด

อ่านบทความเพิ่มเติม เมโสหน้าใส คืออะไร? อันตรายหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโส

แนวทางฉีดบำรุงที่แนะนำ

แนะนำให้ฉีดเมโสทุกสัปดาห์ใน 1 เดือนแรก หลังจากนั้นฉีดทุก 2 สัปดาห์เพื่อคงสภาพ เมื่อผิวเริ่มแข็งแรงและฟื้นตัวเต็มที่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดถี่เหมือนช่วงแรก สามารถเว้นระยะห่างได้มากขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์


อยากฉีดเมโสฝ้า กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?

สำหรับการฉีดเมโสเพื่อรักษาหรือชะลอฝ้า ผลลัพธ์ไม่ต่างไปจากการฉีดเมโสหน้าใสครับ โดยจะเห็นผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาผิวมีมากน้อยเพียงใด และมีความสม่ำเสมอในการฉีดหรือไม่

โดยปกติจะค่อย ๆ เห็นผลใน 7-14 วัน เช่นกัน แต่เพื่อให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ต้องฉีดต่อเนื่อง โดยหมอแนะนำให้ฉีดประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป หรือฉีดครบคอร์ส เพื่อรักษาผลลัพธ์และช่วยให้ฝ้าลดลงเร็วขึ้น การฉีดเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอครับ


เมโสฝ้า ดีไหม ? ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำได้จริงไหม ?

เมโสหน้าใสสามารถช่วยชะลอการกระจายของฝ้า และทำให้รอยจางลงได้ 20–50% ในบางเคส ซึ่งการเกิดฝ้าเป็นกลไกป้องกันผิวตามธรรมชาติ โดยเซลล์เมลาโนไซต์ผลิตเมลานินออกมามากเกินจำเป็น เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลบนผิว

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ในปัจจุบันไม่มีวิธีการรักษาใดไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ ยาทา ยากิน หรือยาฉีด ที่ทำให้ฝ้าหายขาดได้ การรักษาทำได้เพียงช่วยชะลอและลดความเข้มของฝ้า ดังนั้นการดูแลอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งจำเป็น


เมโสหน้าใสของแท้ของปลอมดูอย่างไร ?

ปัจจุบันเมโสหน้าใสของปลอมมีเยอะมากครับ หาซื้อได้ง่ายในตลาดออนไลน์แบบไม่ผ่านอย.ไม่สามารถยืนยันแหล่งผลิตที่มา ไม่มีอะไรการันตีว่าปลอดภัย จากข้อมูลที่หมอทราบมาเมโสหน้าใสของปลอมมักมีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือฮอร์โมน หลังฉีดก็จะทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่ม แต่อยู่ไปสักระยะผิวจะบางลง เกิดฝ้า ผิวไวต่อแดดและเกิดริ้วรอยก่อนวัย เสี่ยงเกิดมะเร็งผิวหนังครับ

วิธีสังเกตเมโสหน้าใสที่ได้มาตรฐาน

เมโสที่มีเลข อย. หมายถึงเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีบริษัทนำเข้าชัดเจน การขนส่งถูกกรรมวิธี ยาไม่เสื่อมสภาพ และสามารถตรวจสอบแหล่งผลิตได้

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนฉีดทุกครั้งคือ ขอดูยี่ห้อยาและเลขทะเบียน อย. บนบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากโรงงานในต่างประเทศหลายแห่งสามารถปลอมแพ็กเกจได้เหมือน 100% แม้แต่แพทย์ก็แยกไม่ออก ดังนั้นแพทย์ที่ดีจะสั่งยาจากบริษัทนำเข้าที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. เท่านั้น

เพื่อความปลอดภัยหมอแนะนำฉีดเมโสหน้าใสต้องเป็นตัวยาของแท้เท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบได้ แพทย์แกะกล่องยาใหม่ให้ดูต่อหน้า และคนไข้สามารถขอนำกล่องกลับบ้านหรือสแกน QR Code ตรวจสอบเลข Lot. ได้

ความเสี่ยงจากเมโสที่ไม่ได้มาตรฐาน

อันตรายจากเมโสหน้าใสส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการฉีดซ้ำ แต่มาจากตัวยาที่มีส่วนผสมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น สเตียรอยด์ ปรอท พาราเบน หรือฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งฉีดในช่วงแรกอาจเห็นว่าได้ผลดี ผิวขาว จุดด่างดำจางลงอย่างรวดเร็ว แต่อันตรายต่อร่างกายในระยะยาว ทำให้ผิวบางลง เกิดการอักเสบ ระคายเคือง สารเคมีสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้

ซึ่งเมโสหน้าใสของแท้ไม่ได้ทำให้ผิวบางลงนะครับ ยังสามารถออกแดดได้แต่ควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเท่านั้น


ทำไมควรฉีดเมโสหน้าใสกับแพทย์ที่มีประสบการณ์

แพทย์ที่มีประสบการณ์จะประเมินผิวหน้าก่อนทำการรักษาทุกครั้ง เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคน ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน เช่น

  1. ผิวหน้าหมองคล้ำ แก้ไขด้วยการฉีดเน้นหน้าขาว โดยจะมีส่วนผสมของวิตามินต่าง ๆ ที่ทำให้หน้าขาว
  2. ผิวแห้ง แก้ไขด้วยการการฉีดเพิ่มความชุ่มชื้น ตัวยาจะมีส่วนผสมของคอลลาเจน HA เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
  3. ผิวผื่นแพ้ แก้ไขด้วยเน้นฉีดลดสิว-แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก คอลลาเจนยังช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลงช่วยลดสิว

หมอที่มีประสบการณ์จะสามารถนำเข็มเข้าในชั้นผิวได้เหมาะสม ลดเสี่ยงการเกิดแผลเป็น และตัวยาสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ V Square Clinic เราจะให้หมอตรวจประเมินผิวหน้าคนไข้ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้จะได้สูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวคนไข้มากที่สุด

หมอประเมินปัญหาผิว_โดยหมอกรกนก
(พญ.กรกนก กันทา เลข ว.48666)

ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย ?

ก่อนตัดสินใจหมอแนะนำว่าควรเลือกใช้บริการกับคลินิกที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง ได้รับอนุญาตเปิดให้บริการ อย่างถูกต้อง ใช้ผลิตภัณฑ์เมโสแท้ และทำหัตถการโดยหมอที่มีประสบการณ์และชำนาญด้านการฉีด เพื่อให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น

วิธีเลือกคลินิก และหมอที่ไว้ใจได้สามารถตรวจเช็คได้ดังนี้

  • คลินิกนั้นดำเนินงานโดยหมอที่มีประสบการณ์สูง พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด
  • ยินยอมให้ควรตรวจสอบตัวยาและกล่องยาก่อนฉีดทุกครั้ง ปกติเมโสหน้าใสที่ผ่าน อย. บริษัทที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง จะขายให้กับหมอเท่านั้นเพราะมีกฏหมายยาบังคับ ยาเมโสหน้าใสที่ลักลอบขายตามอินเทอร์เน็ตจะเป็นยาหิ้วและไม่ปลอดภัยครับ
  • มีรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยรีวิวนั้นเขียนโดยผู้ใช้บริการจริงและมีความเป็นปัจจุบัน ก็จะช่วยให้คนไข้นั้นสามารถตรวจสอบคุณภาพการทำหัตถการของหมอได้ดียิ่งขึ้น
  • หลังฉีดเมโสหน้าใส เพื่อให้ผลดีต้องฉีดหลายครั้ง คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผลหลังทำเสมอ หมอต้องให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อน -หลัง ทำหัตถการอย่างใกล้ชิด
  • มีช่องทางออนไลน์ไว้ติดต่อ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรง
  • ราคาสมเหตุสมผล

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส

หลังฉีดเมโสหน้าใส ฝ้าจะกลับมาไหม ?

ฝ้ามีโอกาสกลับมาได้หากไม่ป้องกันแสงแดดและดูแลผิวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ที่มีฝ้าจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมน แต่หากดูแลอย่างเหมาะสมและฉีดบำรุงตามที่แพทย์แนะนำ สามารถควบคุมฝ้าไม่ให้กลับ

อยากคงผลลัพธ์นาน ฉีดเมโสหน้าใสซ้ำบ่อย ๆ อันตรายไหม ?

หากใช้ตัวยาแท้ที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในคลินิกมาตรฐาน ไม่มีอันตราย เพราะตัวยาสลายตัวได้เองโดยธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง อันตรายมักเกิดจากยาที่มีสเตียรอยด์หรือสารอันตรายแอบแฝงเท่านั้น

ฉีดเมโสหน้าใสกี่ครั้งถึงจะพอ อยู่ได้นานที่สุด ?

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี แพทย์มักแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้งในช่วงแรก หลังจากนั้นฉีดคงสภาพทุก 2-3 สัปดาห์ ครับ

เมโสหน้าใส กับ สกินบูสเตอร์ ต่างกันอย่างไร อันไหนอยู่ได้นานกว่ากัน ?

เมโสหน้าใสเน้นลดฝ้า กระ และใช้สารต้านเมลานินเป็นหลัก ส่วนสกินบูสเตอร์ เช่น Belotero Revive หรือ Skinvive เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว โดยใช้ไฮยาลูโรนิกแอซิดเข้มข้นเป็นหลัก ถ้าดูเฉพาะผลลัพธ์สกิรบูสเตอร์อยู่ได้นานกว่า แต่เป้าหมายการใช้งานของ เมโสหน้าใส กับ สกินบูสเตอร์ กันครับ บางกรณีแพทย์อาจแนะนำทั้งสองอย่างร่วมกันได้


ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน คุ้มค่าหรือไม่ ?

การฉีดเมโสหน้าใส ถือว่าเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งช่วยกู้ผิวให้กลับมาสุขภาพดี ดูกระจ่างใส เห็นผลไวกว่าการทาครีมและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยการคงผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนอยู่ที่แนวทางการฉีดและการดูแลตัวเองครับ
หากฉีดครบคอร์ส 3 ครั้งจะอยู่ได้นานประมาณ 4-5 เดือน และยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดูแลผิวอย่างถูกต้องและฉีดบำรุงต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์

สำหรับที่ V Square Clinic จะเลือกใช้เมโสหน้าใสแท้เท่านั้น และมีให้เลือกหลายโปรแกรม หมอจะตรวจประเมินใบหน้าคนไข้และเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมสำหรับในแต่ละเคสให้ครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่ควรรู้ เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่นานขึ้น แต่ละจุดดูแลอย่างไร ?

Reading Time: 5 minutesเพื่อให้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์มีประสิทธิภาพ เห็นผลได้อย่างเต็มที่ การดูแลตัวเองหลังฉีด Filler นับว่ามีส่วนสำคัญมาก ๆ ครับ อะไรที่ต้องระวัง ? หลังฉีดฟิลเลอร์มีข้อปฏิบัติอะไรบ้าง ? หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร ? หลังฉีดเสร็จทันทีเป็นอย่างไร ? ใน 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

บูสต์ผิวขาวใส สุขภาพดี มีวิธีไหนบ้าง ? ดูแลอย่างไร ไม่ให้...

Reading Time: 5 minutesผิวขาว เป็นโทนสีผิวที่ได้รับความนิยมตามเทรนด์บิวตี้ เนื่องจากเป็นเฉดสีที่ดูสะอาดสะอ้าน มองแล้วสบายตา จึงเป็นสีผิวที่หลายคนปรารถนาและพยายามทำวิถีทุกทางเพื่อให้ขาวขึ้น สำหรับใครที่อยากมีผิวขาว ในบทความนี้หมอจะมาแจกทริคบูสต์ผิวขาวด้วย 9 วิธีที่คัดมาแล้วว่าดีและเห็นผลเร็ว พร้อมทั้งแนะนำการดูแลให้ผิวขาวใสเป็นธรรมชาติ และการป้องกันไม่ให้ผิวกลับมาคล้ำเสีย บอกเลยว่าห้ามพลาดครับ

สิวไม่มีหัว เกิดจากอะไร รู้แนวทางการรักษา พร้อมวิธีดูแลป้...

Reading Time: 3 minutesสิวไม่มีหัว เป็นหนึ่งในปัญหาสิวที่หลายคนคงเคยพบเจอ บางคนเป็นแล้วเป็นอีก อักเสบบวมแดง แข็งเป็นไต สุดท้ายก็ทิ้งรอยดำจากสิวไว้บนใบหน้า ใครที่พบปัญหาลักษณะนี้ และต้องการรักษา หรือหาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ หมอมีข้อมูลมาแนะนำครับ

คลินิกฉีดโบท็อกที่ไหนดี ? มีเกณฑ์เลือกอย่างไร ? ให้ปลอดภั...

Reading Time: 4 minutes การเลือกคลินิกฉีดโบท็อก ที่ไหนดี ? คำตอบคือควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและฉีดทุกเคส ใช้โบท็อกแท้ที่ผ่าน อย.ไทย มากกว่าการตัดสินใจจากราคาถูกหรือโปรโมชันเพียงอย่างเดียวครับ

สิวที่คาง คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? วิธีรักษาสิวที่คางให้หา...

Reading Time: 4 minutes“สิวที่คาง” มองเห็นได้ชัดบนใบหน้า ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ เพราะเป็นนตำแหน่งที่ใคร ๆ ก็มองเห็นได้ง่าย อยากรักษาสิวที่คางให้หาย แบบไม่ทิ้งรอยแผลสิว รอยดำสิว การเลือกวิธีการรักษามีความสำคัญ แต่การที่รู้ว่าสิวของเรานั้นเกิดจากอะไร เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุนั้นสำคัญกว่าครับ

วิตามินบี (Vitamin B) สำคัญอย่างไร ? มีกี่ประเภท ? จะเพิ่...

Reading Time: 4 minutesเคยรู้สึกอ่อนเพลียแม้จะนอนครบ 8 ชั่วโมง หรือป่วยบ่อยจนสงสัยว่าภูมิคุ้มกันลดลงหรือไม่ ? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินบี (Vitamin B) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพลังงาน เสริมสร้างสมอง และบำรุงจิตใจให้สดใสครับ นอกจากนี้วิตามินบียังช่วยลดความเสี่ยงของไมเกรน และปรับสมดุลร่างกายโดยไม่ต้องพึ่งยาได้ด้วย เราจะได้รับวิตามินบีจากไหน ?

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า