รู้สาเหตุที่ทำให้ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว
อาการฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว เป็นหนึ่งในความกังวลที่หมอมักจะได้รับคำถามจากคนไข้อยู่เสมอครับ หลายคนที่เพิ่งผ่านการฉีดโบท็อกมา อาจจะตกใจเมื่อรู้สึกตึงหรือปวดบริเวณศีรษะในช่วงวันแรก ๆ ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
หมออยากให้คนไข้สบายใจก่อนครับว่า อาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อกเป็นอาการที่พบได้ปกติและสามารถหายได้เองครับ บทความนี้หมอจะมาอธิบายถึงสาเหตุ พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้องและปลอดภัยครับ
สารบัญ ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว
ทำไมฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว ? เกิดจากอะไร ?
ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว เป็นอาการข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปหลังทำหัตถการครับ โดยสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากตัวยาเข้าไปทำอันตรายต่อระบบประสาท แต่เกิดจากกลไกของตัวยาเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อตึง จนคนไข้อาจรู้สึกปวดตึงบริเวณที่ฉีด
โดยตำแหน่งที่คนไข้มักพบอาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อกได้บ่อย ส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตาครับ
หลังฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว กี่วันถึงจะหาย ?
โดยทั่วไปแล้ว อาการปวดตึงหรือปวดศีรษะจะเริ่มดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-3 วัน หลังจากการฉีดครับ แต่หากเข้าสู่วันที่ 7 แล้ว อาการปวดหัวยังไม่ลดลง หรือมีความรุนแรงมากขึ้น หมอแนะนำให้คนไข้กลับมาให้แพทย์ประเมินอาการซ้ำ เพื่อความปลอดภัย
ปวดหัวหลังฉีดโบท็อก เป็นเพราะเจอ โบท็อกปลอม หรือเปล่า ?
บางคนอาจกังวลว่าฉีดโบท็อกแล้วปวดหัวเป็นเพราะว่าใช้โบท็อกปลอมหรือเปล่า ? ที่จริงแล้งอาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อก เกิดขึ้นได้แม้ใช้โบท็อกแท้ครับ เกิดจากสาเหตุที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นอาการปวดหัวจึงไม่ได้บ่งบอกได้ว่าโบท็อกที่ใช้เป็นยาปลอมเสมอไป
ทั้งนี้การใช้โบท็อกปลอมมีความเสี่ยงอื่นที่รุนแรงกว่าครับ เช่น อาการแพ้โบท็อก การอักเสบติดเชื้อ ซึ่งเป็นอันตรายที่ควรกังวลมากกว่า
คนไข้สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับโบท็อกปลอม และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ที่บทความ ข้อควรระวัง! ในการฉีดโบท็อก และวิธีสังเกตโบท็อกแท้ 100 %
ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว บรรเทาอย่างไรได้บ้าง ?
สำหรับคนไข้ที่มีอาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อก หมอมีวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน เพื่อบรรเทาอาการปวดครับ
- รับประทานยาแก้ปวด: สามารถทานยาพาราเซตามอล เพื่อลดอาการปวดได้ตามปกติ
- ประคบเย็นอย่างระมัดระวัง: หากรู้สึกปวดระบมบริเวณรอยเข็ม สามารถประคบเย็นเบา ๆ โดยหลีกเลี่ยงการออกแรงกดทับ
- หลีกเลี่ยงการนวดคลึง: ห้ามนวด ถู หรือกดจุดบริเวณที่เพิ่งฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นที่ไม่ต้องการได้
- พักผ่อนและผ่อนคลายสายตา: ลดการเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตาและหน้าผาก
นอกจากอาการปวดหัว ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อก มีอะไรบ้าง ?
- รอยแดงหรือรอยช้ำ: เกิดจากเข็มสัมผัสโดนเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ถือเป็นเรื่องปกติและมักจางหายไปเองใน 3-5 วัน
- ความรู้สึกตึงรั้งผิดปกติ: คนไข้บางรายอาจรู้สึกตึงบริเวณใบหน้ามากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วง 1-2 สัปดาห์แรกที่ยาเริ่มออกฤทธิ์อย่างเต็มที่
- หนังตาตก: เป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อย มักเกิดจากการตอบสนองของยาที่กระจายตัว หากพบอาการนี้ควรแจ้งแพทย์ผู้ดูแลครับ
สัญญาณเตือน! อาการหลังฉีดโบท็อกแบบไหน ที่ควรกลับมาพบแพทย์ ?
แม้ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะสามารถดูแลเองได้ แต่คนไข้ไม่ควรละเลยการสังเกตความผิดปกติของร่างกายครับ หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
- อาการปวดหัวรุนแรงมากผิดปกติ และทานยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย
- มีผื่นแดง ลมพิษ หายใจติดขัด หรือหน้าบวม ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของการแพ้โบท็อก
- กล้ามเนื้อบริเวณอื่นอ่อนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการกลืนลำบาก
- การมองเห็นผิดปกติ เช่น มองเห็นภาพซ้อน หรือลืมตาได้ไม่สุด
วิธีดูแลก่อน-หลังฉีดโบท็อก ลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง
การเตรียมตัวที่ดีทั้งก่อนและหลังการฉีดดบท็อก จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ รวมถึงอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
- งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด: ควรงดกลุ่มยาแก้ปวด NSAIDs (เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน) รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา และสารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือสครับหน้า: ควรงดการผลัดเซลล์ผิวหรือทำเลเซอร์รุนแรงบริเวณที่จะฉีดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบก่อนลงเข็ม
- แจ้งประวัติสุขภาพและโรคประจำตัว: หากคนไข้มีโรคเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและประสาท หรือกำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร ต้องแจ้งให้หมอทราบทันที เพราะเป็นข้อห้ามสำคัญในการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ
วิธีดูแลหลังฉีดโบท็อก
- ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบา ๆ: หมอแนะนำให้คนไข้ลองยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้วเบา ๆ ทันทีหลังฉีด เพื่อช่วยให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
- ควรทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี: ช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวและออกฤทธิ์ดีขึ้น
- ห้ามนอนราบหรือก้มหน้า: ในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หมอแนะนำให้นั่งหรือยืนในท่าที่ศีรษะตั้งตรงเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาไหลไปยังกล้ามเนื้อมัดที่ไม่ต้องการ
- งดสัมผัส ลูบ คลำ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีด: โดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะจะทำให้ยา Botox กระจายตัวผิดตำแหน่งและเกิดผลข้างเคียงได้
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด: ควรงดกิจกรรมที่สัมผัสความร้อนโดยตรง เช่น อบซาวน่า ทำเลเซอร์หน้า หรือออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
- งดอาหารรสจัด อาหารหมักดอง: อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำ หรือทำให้เกิดการอักเสบได้
- งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด: อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดสูบฉีดเยอะ และอาจทำให้อาการบวมหายช้า
อ่านบทความเพิ่มเติม: ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก เพื่อให้โบท็อกอยู่ได้นานกว่าปกติ
สรุปฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว อันตรายไหม ?
อาการฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและไม่อันตรายครับ สาเหตุหลักเกิดจากตัวยาเข้าไปทำงานกับกล้ามเนื้อใบหน้า โดยอาการปวดตึงนี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1-3 วัน ซึ่งคนไข้สามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอได้ตามปกติครับ
ทั้งนี้หากคนไข้รู้สึกปวดหัวรุนแรง ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หนังตาตก หมอแนะนำให้รีบกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการทันทีครับ


