ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว เกิดจากอะไร ? อันตรายไหม ? แบบไหนปกติ แบบไหนต้องรีบพบหมอ ?

Reading Time: 2 minutes
ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว

รู้สาเหตุที่ทำให้ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว

อาการฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว เป็นหนึ่งในความกังวลที่หมอมักจะได้รับคำถามจากคนไข้อยู่เสมอครับ หลายคนที่เพิ่งผ่านการฉีดโบท็อกมา อาจจะตกใจเมื่อรู้สึกตึงหรือปวดบริเวณศีรษะในช่วงวันแรก ๆ ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

หมออยากให้คนไข้สบายใจก่อนครับว่า อาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อกเป็นอาการที่พบได้ปกติและสามารถหายได้เองครับ บทความนี้หมอจะมาอธิบายถึงสาเหตุ พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้องและปลอดภัยครับ

สารบัญ ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว


ทำไมฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว ? เกิดจากอะไร ?

ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว เป็นอาการข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปหลังทำหัตถการครับ โดยสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากตัวยาเข้าไปทำอันตรายต่อระบบประสาท แต่เกิดจากกลไกของตัวยาเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อตึง จนคนไข้อาจรู้สึกปวดตึงบริเวณที่ฉีด

โดยตำแหน่งที่คนไข้มักพบอาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อกได้บ่อย ส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตาครับ

ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว

หลังฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว กี่วันถึงจะหาย ?

โดยทั่วไปแล้ว อาการปวดตึงหรือปวดศีรษะจะเริ่มดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-3 วัน หลังจากการฉีดครับ แต่หากเข้าสู่วันที่ 7 แล้ว อาการปวดหัวยังไม่ลดลง หรือมีความรุนแรงมากขึ้น หมอแนะนำให้คนไข้กลับมาให้แพทย์ประเมินอาการซ้ำ เพื่อความปลอดภัย


ปวดหัวหลังฉีดโบท็อก เป็นเพราะเจอ โบท็อกปลอม หรือเปล่า ?

บางคนอาจกังวลว่าฉีดโบท็อกแล้วปวดหัวเป็นเพราะว่าใช้โบท็อกปลอมหรือเปล่า ? ที่จริงแล้งอาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อก เกิดขึ้นได้แม้ใช้โบท็อกแท้ครับ เกิดจากสาเหตุที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นอาการปวดหัวจึงไม่ได้บ่งบอกได้ว่าโบท็อกที่ใช้เป็นยาปลอมเสมอไป

ทั้งนี้การใช้โบท็อกปลอมมีความเสี่ยงอื่นที่รุนแรงกว่าครับ เช่น อาการแพ้โบท็อก การอักเสบติดเชื้อ ซึ่งเป็นอันตรายที่ควรกังวลมากกว่า

คนไข้สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับโบท็อกปลอม และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ที่บทความ ข้อควรระวัง! ในการฉีดโบท็อก และวิธีสังเกตโบท็อกแท้ 100 %

อันตรายจากโบท็อกปลอม

ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว บรรเทาอย่างไรได้บ้าง ?

สำหรับคนไข้ที่มีอาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อก หมอมีวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน เพื่อบรรเทาอาการปวดครับ

  • รับประทานยาแก้ปวด: สามารถทานยาพาราเซตามอล เพื่อลดอาการปวดได้ตามปกติ
  • ประคบเย็นอย่างระมัดระวัง: หากรู้สึกปวดระบมบริเวณรอยเข็ม สามารถประคบเย็นเบา ๆ โดยหลีกเลี่ยงการออกแรงกดทับ
  • หลีกเลี่ยงการนวดคลึง: ห้ามนวด ถู หรือกดจุดบริเวณที่เพิ่งฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นที่ไม่ต้องการได้
  • พักผ่อนและผ่อนคลายสายตา: ลดการเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตาและหน้าผาก

นอกจากอาการปวดหัว ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อก มีอะไรบ้าง ?

  • รอยแดงหรือรอยช้ำ: เกิดจากเข็มสัมผัสโดนเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ถือเป็นเรื่องปกติและมักจางหายไปเองใน 3-5 วัน
  • ความรู้สึกตึงรั้งผิดปกติ: คนไข้บางรายอาจรู้สึกตึงบริเวณใบหน้ามากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วง 1-2 สัปดาห์แรกที่ยาเริ่มออกฤทธิ์อย่างเต็มที่
  • หนังตาตก: เป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อย มักเกิดจากการตอบสนองของยาที่กระจายตัว หากพบอาการนี้ควรแจ้งแพทย์ผู้ดูแลครับ

สัญญาณเตือน! อาการหลังฉีดโบท็อกแบบไหน ที่ควรกลับมาพบแพทย์ ?

แม้ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะสามารถดูแลเองได้ แต่คนไข้ไม่ควรละเลยการสังเกตความผิดปกติของร่างกายครับ หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที

  • อาการปวดหัวรุนแรงมากผิดปกติ และทานยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย
  • มีผื่นแดง ลมพิษ หายใจติดขัด หรือหน้าบวม ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของการแพ้โบท็อก
  • กล้ามเนื้อบริเวณอื่นอ่อนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการกลืนลำบาก
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น มองเห็นภาพซ้อน หรือลืมตาได้ไม่สุด

วิธีดูแลก่อน-หลังฉีดโบท็อก ลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง

การเตรียมตัวที่ดีทั้งก่อนและหลังการฉีดดบท็อก จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ รวมถึงอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก

เตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
  • งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด: ควรงดกลุ่มยาแก้ปวด NSAIDs (เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน) รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา และสารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือสครับหน้า: ควรงดการผลัดเซลล์ผิวหรือทำเลเซอร์รุนแรงบริเวณที่จะฉีดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบก่อนลงเข็ม
  • แจ้งประวัติสุขภาพและโรคประจำตัว: หากคนไข้มีโรคเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและประสาท หรือกำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร ต้องแจ้งให้หมอทราบทันที เพราะเป็นข้อห้ามสำคัญในการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ

วิธีดูแลหลังฉีดโบท็อก

วิธีดูแลหลังฉีดโบท็อก
  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบา ๆ: หมอแนะนำให้คนไข้ลองยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้วเบา ๆ ทันทีหลังฉีด เพื่อช่วยให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • ควรทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี: ช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวและออกฤทธิ์ดีขึ้น
  • ห้ามนอนราบหรือก้มหน้า: ในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หมอแนะนำให้นั่งหรือยืนในท่าที่ศีรษะตั้งตรงเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาไหลไปยังกล้ามเนื้อมัดที่ไม่ต้องการ
  • งดสัมผัส ลูบ คลำ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีด: โดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะจะทำให้ยา Botox กระจายตัวผิดตำแหน่งและเกิดผลข้างเคียงได้
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด: ควรงดกิจกรรมที่สัมผัสความร้อนโดยตรง เช่น อบซาวน่า ทำเลเซอร์หน้า หรือออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • งดอาหารรสจัด อาหารหมักดอง: อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำ หรือทำให้เกิดการอักเสบได้
  • งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด: อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดสูบฉีดเยอะ และอาจทำให้อาการบวมหายช้า

อ่านบทความเพิ่มเติม: ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก เพื่อให้โบท็อกอยู่ได้นานกว่าปกติ


สรุปฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว อันตรายไหม ?

อาการฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและไม่อันตรายครับ สาเหตุหลักเกิดจากตัวยาเข้าไปทำงานกับกล้ามเนื้อใบหน้า โดยอาการปวดตึงนี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1-3 วัน ซึ่งคนไข้สามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอได้ตามปกติครับ

ทั้งนี้หากคนไข้รู้สึกปวดหัวรุนแรง ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หนังตาตก หมอแนะนำให้รีบกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการทันทีครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดโบท็อกตาแข็งแก้ยังไง ? อันตรายไหม ? ใช้เวลากี่วันถึงจะหาย ?

Reading Time: 3 minutesฉีดโบท็อกตาแข็งแก้ยังไง ? เป็นคำถามที่หลายคนกังวลหลังฉีดโบท็อกบริเวณหน้าผาก หางตา หรือหว่างคิ้ว แล้วรู้สึกว่าดวงตาดูแข็ง ตาปรือ ตาดุ หรือยิ้มแล้วตาไม่หยีเหมือนเดิมครับ บางเคสอาจมีอาการคล้าย ฉีดโบท็อกหนังตาตก ร่วมด้วย เช่น ลืมตาได้ไม่เต็มที่ รู้สึกตาหนัก หรือคิ้วตกจนใบหน้าดูเปลี่ยนไป

August 31, 2026 อ่านต่อ

การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง รวมข...

Reading Time: 4 minutesโบท็อกอังกฤษ Dysport เป็นอีกตัวเลือกยอดนิยม ในการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า ลดกราม หรือลดน่อง Dysport Botox อยู่ได้กี่เดือน ? ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนครับ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณยา ขนาดกล้ามเนื้อ และการดูแลหลังทำ

เครื่อง Ultraformer III คืออะไร ? ทำดีไหม ? อัลตร้าฟอเมอร...

Reading Time: 7 minutesUltraformer III คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (Ultraformer III) ที่ช่วยยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลชัดเจนทั้งในด้านรูปหน้าและความแน่นของผิว

Sylfirm X คืออะไร ? ดีไหม ? เจาะลึกนวัตกรรมฟื้นฟูผิวเนียน...

Reading Time: 4 minutesในยุคที่เทคโนโลยีความงามพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว Sylfirm X ได้กลายเป็นนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะตัวช่วยดูแลปัญหาผิวแบบ All-in-one ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเม็ดสี ริ้วรอย หรือความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงช่วยปรับคุณภาพผิวให้แข็งแรงขึ้นจากภายใน

Sylfirm คืออะไร ? ช่วยอะไร ? เหมาะกับใคร ? ต่างจากเครื่อง...

Reading Time: 6 minutesฝ้าเลือด รอยแดง หลุมสิว รูขุมขนกว้าง คือปัญหาผิวเรื้อรังที่หลายคนรักษามาหลายวิธีแล้วก็ยังไม่เห็นผล แต่ล่าสุด หมอมีทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามองมาแนะนำครับ นั่นก็คือ Sylfirm X Plus เครื่องเลเซอร์ Microneedling RF ตัวใหม่ล่าสุดที่ช่วยฟื้นฟูผิวถึงระดับชั้น Basement Membrane ที่เป็นต้นตอของฝ้า เส้นเลือด และหลุมสิวที่รักษาได้ยาก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า