ผู้ที่สนใจฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่ ? หมอมีข้อมูลที่ควรมาอธิบายให้ทราบอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา เพื่อให้คนไข้มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ
เพราะรู้ดีว่าริ้วรอยบนใบหน้าเป็นเรื่องที่คนไข้หลายคนกังวล ไม่ว่าจะเป็นรอยตีนกา รอยหน้าผาก หรือรอยระหว่างคิ้ว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น แต่ปัจจุบันการฉีดโบท็อก ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแก้ปัญหาริ้วรอยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
สารบัญ ฉีดโบลดริ้วรอย ราคา
ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาอัปเดตปี 2026
ราคาฉีดโบท็อกในประเทศไทยมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้
ตารางราคาฉีดโบลดริ้วรอยแต่ละบริเวณ
| บริเวณที่ฉีด | ราคา | ปริมาณตัวยา (ยูนิต) |
|---|---|---|
| ระหว่างคิ้ว | 2,500.- | 25 ยูนิต |
| หางตา/ใต้ตา | 2,500.- | 25 ยูนิต |
| ปีกจมูก | 2,500.- | 25 ยูนิต |
| หน้าผาก | 3,000.- | 30 ยูนิต |
| ลดโหนกแก้ม | 2,500.- | 25 ยูนิต |
หมายเหตุ : ปริมาณตัวยาโบท็อกฉีดลดริ้วรอยแต่ละตำแหน่ง ในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลระดับความรุนแรงของปัญหาริ้วรอย โดยแพทย์จะประเมินให้ก่อน เพื่อแนะนำปริมาณที่เหมาะสมให้
บทความแนะนำ
ต่างยี่ห้อฉีดโบลดริ้วร้อย ราคาต่างกัน
โบท็อกในตลาดมีหลายแบรนด์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทยและ FDA สากล ได้แก่
- Allergan – แบรนด์ดั้งเดิม ราคาสูง เสถียรภาพดี
- Dysport – กระจายตัวได้กว้าง เหมาะบริเวณหน้าผาก
- Xeomin – บริสุทธิ์สูง ลดโอกาสเกิดภูมิต้านทาน
- Nabota ,Aestox,Neuronox,BIENOX หรือ INBO – ทางเลือกราคาประหยัดที่ผ่านการรับรอง
ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ฉีดโบลดริ้วร้อย ราคาแตกต่างกัน
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
แพทย์ผิวหนังหรือศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์สูงมักมีค่าบริการสูงกว่า แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักเป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่า ซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
สถานที่และมาตรฐานของคลินิก
คลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ประจำ และใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อถูกต้อง ย่อมมีต้นทุนสูงกว่า ซึ่งสะท้อนในราคาค่าบริการ
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จากการฉีดโบลดริ้วรอย
ระยะเวลาเห็นผลลัพธ์
- 3-5 วันแรก : เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง
- 7-14 วัน : เห็นผลเต็มที่ ริ้วรอยจางลงชัดเจน
- 3-6 เดือน : ผลคงอยู่โดยเฉลี่ย ขึ้นอยู่กับบริเวณและแต่ละบุคคล
ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดโบลดริ้วรอย ?
- ผู้ที่มีริ้วรอยแบบ Dynamic Wrinkles (ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ)
- อายุ 25 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิง
- ต้องการป้องกันริ้วรอยก่อนที่จะลึกขึ้นในอนาคต
ใครควรหลีกเลี่ยง ?
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อบางชนิด
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของโบท็อก
- ผู้ที่กำลังใช้ยาบางประเภท (ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ)
ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่ควรรู้ ก่อนฉีดโบลดริ้วรอย
โบท็อกเป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ ได้แก่
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (ชั่วคราว)
- รอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด สามารถหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง
- รู้สึกตึงเล็กน้อย
- รอยช้ำ (พบได้ในบางราย)
ผลข้างเคียงที่ควรระวัง (พบได้น้อย)
- หนังตาตก (Ptosis) : มักเกิดจากการฉีดผิดตำแหน่ง หายเองใน 4–6 สัปดาห์
- ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ หรือแข็งเกินไป : เกิดจากปริมาณหรือตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง ควรตัดสินใจฉีดโบท็อกลดริ้วรอยกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ตัวยาโบท็อกแท้ ภายใต้การดูแลของคลินิกที่ได้มาตรฐาน
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบลดริ้วรอย
สิ่งที่ควรทำ
- นั่งตัวตรง อย่านอนราบ 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
- ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบา ๆ ตามคำแนะนำแพทย์
- หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีด 24 ชั่วโมง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ออกกำลังกายหนักในวันแรก
- ดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนและหลังการฉีด
- โดนความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อ่างน้ำร้อน ใน 24-48 ชั่วโมงแรก
วิธีเลือกคลินิกและแพทย์ที่ไว้วางใจได้
การเลือกสถานที่ทำหัตถการมีความสำคัญไม่แพ้ตัวขั้นตอนเลย ควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้
เช็กลิสต์ก่อนเลือกคลินิก
- ควรตรวจสอบใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือของคลินิก คลินิกฉีดโบลดริ้วรอยต้องมีใบอนุญาต 11 หลัก มีป้ายชื่อสถานพยาบาลแสดงชัดเจน
- ตรวจสอบคุณสมบัติของแพทย์ แพทย์ที่ฉีดโบท็อกต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ใบอนุญาตแพทย์) ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถตรวจสอบบรายชื่อและเลขที่ใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ได้ที่ฐานข้อมูลของแพทยสภา checkmd.tmc.or.th
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์โบท็อก ต้องมั่นใจว่าคลินิกนั้น ๆ ใช้โบท็อกแท้ และเป็นยี่ห้อที่เป็นที่ยอมรับ แพทย์ควรเปิดขวดโบท็อกและดึงยาให้คนไข้เห็นก่อนทำการฉีด และมีการแจ้งยี่ห้อของโบท็อกที่ใช้ให้คนไข้ทราบอย่างชัดเจน
- ดูรีวิวและความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ควรดูรีวิวจากแหล่งที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือ เช่น Facebook Review, Pantip ซึ่งคลินิกไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้
- มีบริการติดตามผลและการดูแลหลังฉีด แพทย์ควรให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองก่อน-หลังการฉีดโบท็อกอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา มีการนัดติดตามผลเพื่อประเมินผลลัพธ์และให้การดูแลที่เหมาะสม
- ราคาโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น
หากพบราคาถูกผิดปกติมาก (เช่น ต่ำกว่า 1,000 บาท สำหรับทั้งหน้า) ควรระวัง เนื่องจากอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผู้ฉีดไม่ใช่แพทย์ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับราคาฉีดโบลดริ้วรอย
ฉีดโบลดริ้วรอยทั่วหน้า หน้าจะดูแข็งหรือเปล่า ?
ไม่ครับ หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสมโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ แสดงอารมณ์ได้ปกติ ความกังวลเรื่อง “หน้าแข็ง” มักเกิดจากการฉีดมากเกินไปหรือผิดตำแหน่งครับ
ฉีดบ่อยแล้วจะดื้อยาไหม ?
สามารถเกิดได้ในบางกรณีที่ฉีดปริมาณมากและบ่อยเกินไป แต่หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสมทุก 4–6 เดือน โอกาสเกิดภาวะดื้อยาน้อยมากครับ
ถ้าหยุดฉีดโบท็อก ริ้วรอยจะกลับมาแย่กว่าเดิมไหม ?
ไม่ครับ เมื่อหยุดฉีด กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ และริ้วรอยจะกลับมาในระดับเดิมก่อนทำ ไม่ได้แย่กว่าเดิมครับ
ฉีดโบท็อกกับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร ?
- โบท็อก → แก้ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ (Dynamic Wrinkles) ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ
- ฟิลเลอร์ → เติมปริมาตร แก้ร่องลึก ร่องแก้ม ริ้วรอยแบบถาวร (Static Wrinkles)
บางครั้งแพทย์อาจแนะนำใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สรุปฉีดโบลดริ้วรอย คุ้มค่าแค่ไหน ?
การฉีดโบลดริ้วรอยเป็นหนึ่งในหัตถการความงามที่คุ้มค่า ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ การฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเริ่มต้น 2,500 บาทขึ้นไป สำหรับจุดเดียว หรือ 5,000-12,000 บาท สำหรับแพ็กเกจหน้าบนครบ 3 จุด โดยใช้เวลาทำหัตถการเพียง 15-30 นาที ไม่มีระยะพักฟื้น และเห็นผลภายในสัปดาห์เดียว
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การหาราคาถูกที่สุด แต่คือการเลือก แพทย์ที่มีประสบการณ์และ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัย
หากใครกำลังพิจารณาการฉีดโบท็อกริ้วรอย ขั้นตอนแรกที่ดีที่สุดคือ นัดปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่ตรงกับความต้องการของคนไข้โดยเฉพาะ


