Fillstim B Peptide ฉีดผิวหน้าใส
ปัจจุบันผู้คนหันมาความสนใจดูแลผิวหน้ามากขึ้นครับ ทำให้หัตถการการฉีดผิวหน้าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ Fillstim B หนึ่งในนวัตกรรมผิวพรรณจากอิตาลี ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายใน ช่วยปัญหาสิว ผดผื่น รอยดำ และผิวหมองคล้ำ ได้รับความสนใจมากขึ้น
Fillstim B คือะไร มีจุดเด่นข้อดีอย่างไร ปลอดภัยแค่ไหน บทความนี้หมอจะพาทุกคยมารู้จัก Fillstim B อย่างละเอียดครับ ตั้งแต่กลไกการทำงาน สิ่งที่คาดหวังได้ ไปจนถึงข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำได้อย่างสบายใจ
สารบัญ Fillstim B
Fillstim B คืออะไร ?
Fillstim B คือผลิตภัณฑ์ฉีดบำรุงผิว (Biorevitalization) จากอิตาลี มีส่วนประกอบหลักเป็น Peptide โมเลกุลสูง ร่วมกับ สารบำรุงผิวที่ออกฤทธิ์ลึกถึงชั้น Dermis (ชั้นหนังแท้) เพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
Fillstim B เป็นหนึ่งใน 4 รุ่นของผลิตภัณฑ์ FILLSTIM™ นวัตกรรมการฟื้นฟูผิวที่เป็นอะมิโนแบบฉีด (Intradermal Amino Acid) แบรนด์แรกในประเทศไทยที่ได้รับความยินยอมจาก อย. อย่างถูกต้อง
สามารถกระตุ้นกลไกการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกายได้ โดยตัวยาของ Fillstim B จะประกอบไปด้วย
- Amino Acids ถึง 9 ชนิด ซึ่งมากที่สุดในกลุ่ม Fillstim เปรียบเสมือนอาหารผิว ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และช่วยในการทำงานของเซลล์ผิว
- Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นและช่วยในการฟื้นฟูผิว
- Sodium Bicarbonate ช่วยปรับสมดุลผิว ให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
กลไกการทำงานของ Fillstim B ตัวยาคุณภาพพรีเมียม
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน Peptide ใน Fillstim B ส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast ผลิตโปรตีนโครงสร้างผิวขึ้นใหม่
- ควบคุมการอักเสบและลดสิว สารออกฤทธิ์ช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันในผิว ลดการอักเสบที่เป็นต้นเหตุของสิวและผดผื่น
- เพิ่มความชุ่มชื้นในระดับเซลล์ ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ชั้นผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำและเต่งตึง
- ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ลดริ้วรอยก่อนวัย
- ปรับ Skin Microbiome ผิว ช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์บนผิว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยรวม
จุดเด่น ของ Fillstim B
- เสริมสร้างคอลลาเจนใหม่
- ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว
- ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น
Fillstim B ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
Fillstim B ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้หลายด้านในครั้งเดียว ได้แก่
- สิวและสิวอักเสบ : ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้น และป้องกันสิวกลับมาซ้ำ
- ผดผื่น ผิวแพ้ง่าย : ปรับสมดุลภูมิคุ้มกันผิว ลดการระคายเคือง
- ผิวหมองคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ : เพิ่มความกระจ่างใส และปรับโทนสีผิว
- รูขุมขนกว้าง : กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นและรูขุมขนดูเล็กลง
- ริ้วรอยตื้น : เพิ่มความหนาแน่นของผิว ลดเลือนริ้วรอยแรกเริ่ม
- ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น : เติมน้ำในระดับเซลล์ ผิวอิ่มน้ำยาวนาน
- รอยสิว รอยดำ : เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ ช่วยให้รอยจางเร็วขึ้น
- ผิวหมองคล้ำจากมลภาวะหรือแสงแดด : ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของผิว
Fillstim B เหมาะกับใคร ?
Fillstim B เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการผิวสุขภาพดีจากภายใน โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย มีผดผื่น เป็นสิวง่าย
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความแข็งแรงและความยืดหยุ่น
- ผู้ที่ต้องการเสริมการสร้างคอลลาเจนเพื่อคุณภาพผิวที่ดีขึ้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวเชิงป้องกันก่อนเกิดสัญญาณแห่งวัย
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรังในระยะกำเริบ
Fillstim B ต่างจากฉีดหน้าใสตัวอื่นอย่างไร ?
Fillstim B เป็น Biorevitalization ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผิวอักเสบและสิว ซึ่งไม่มีในเมโสทั่วไปครับ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ Fillstim B VS เมโสทั่วไป
| คุณสมบัติ | เมโสทั่วไป | Fillstim B |
|---|---|---|
| การรับรองจาก อย. ไทย | ไม่แน่ใจ / ไม่ครบ | ผ่านแล้ว |
| สารออกฤทธิ์หลัก | Peptide + Bioactive Complex | Vitamins/Minerals |
| กลไกหลัก | บำรุงโดยรวม | ฟื้นฟูผิว + ลดอักเสบ |
| ระยะเวลาที่เห็นผล | 2-4 สัปดาห์ | 4-5 เดือน(ครบคอร์ส) |
| ความเสี่ยงผลข้างเคียง | ขึ้นอยู่กับส่วนผสม | ต่ำ (ผ่านการรับรองระบบความปลอดภัย) |
| เทคนิคการฉีด | มาตรฐานทั่วไป | อัปเกรดด้วยเทคนิคเฉพาะ V-ID Intradermal |
| แหล่งผลิต | หลากหลาย | นำเข้าจากอิตาลี |
แนวทางการฉีด Fillstim B ฉีดกี่ครั้งเห็นผล ?
แนวทางการฉีดที่แนะนำคือฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง เว้นช่วงกัน 1 สัปดาห์ โดยจะเริ่มเห็นผล 3-4 วันหลังฉีดครั้งแรก และเห็นชัดมากขึ้นหลังฉีดครั้งที่ 2 เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มหรือมีปัญหาผิวในระดับปานกลาง–รุนแรง
ผลลัพธ์หลังฉีด Fillstim B อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังฉีดครบคอร์สจะคงผลลัพธ์อยู่ได้ 4-5 เดือน แนะนำหลังฉีดครบคอร์สแล้ว สามารถกลับมาฉีดซ้ำเดือนละครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ระยะยาว และป้องกันปัญหาผิวกลับมา
ปัจจัยที่ช่วยให้ผลอยู่นานขึ้น
- ทาครีมกันแดดทุกวัน (SPF 30 ขึ้นไป)
- ดื่มน้ำเพียงพอ (อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน)
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นสิว เช่น น้ำตาลสูง นมวัว
- ใช้สกินแคร์ที่แพทย์แนะนำร่วมด้วย
ปัจจัยที่ทำให้ผลหายเร็วกว่าปกติ
- ตากแดดจัดโดยไม่มีการป้องกัน
- ความเครียดสะสม
- การสูบบุหรี่
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ
ราคาการฉีดหน้าใส Fillstim B ที่ V Square Clinic
ราคาการฉีด Fillstim B ในประเทศไทย เฉลี่ยอยู่ที่ 3,900.- ขึ้นไป โดยแต่ละโปรแกรมการฉีดจะมีปริมาณตัวยา และส่วนประกอบอื่น ๆ แตกต่างกัน สำหรับที่ V Square Clinic จะมีการใช้ตัวยา Fillstim B ฉีดหน้าใส 3 โปรแกมคือ
- 1.โปรแกรม Glow V
ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง เติมความชุ่มชื้น ผิวโกลว์ กระชับรูขุมขน ลดผดผื่น เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เป็นสิวบ่อย
ราคา : ครั้งละ 3,900.- โปรโมชั่นคอร์ส 3 ครั้ง 10,900.-
- 2.โปรแกรม Double Glow V
ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงแบบคูณสอง ทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ช่วยให้ผิวโกลว์ รูขุมขนกระชับ สามารถลดผดผื่นได้ดี เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เป็นสิวบ่อย ๆ
ราคา : ครั้งละ 6,900.- โปรโมชั่นคอร์ส 3 ครั้ง 19,000.-
- 3.โปรแกรม Bright and Glow V
ช่วยฟื้นฟูผิวแข็งแรง เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมปรับความกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหลายด้าน ต้องการบำรุงผิวเร่งด่วน
ราคา : ครั้งละ 7,200.- โปรโมชั่นคอร์ส 3 ครั้ง 20,000.-
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมหน้าใสอื่น ๆ ที่ช่วยฟื้นฟู ปรับสภาพผิวหน้าให้ดีขึ้น อย่าง
- โปรแกรม Glass skin V
ช่วยบำรุง ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวให้ชุ่มชื้น ผิวอิ่มน้ำแบบเร่งด่วน ช่วยรักษาหลุมสิวขนาดเล็ก เสริมสร้างคอลลาเจน และปกป้องเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผิวชุ่มชื้น ฉ่ำวาว Glass skin
ราคา : ครั้งละ 9,000.- โปรโมชั่นคอร์ส 5 ครั้ง 39,000.- แถมฟรี 1ครั้ง
- โปรแกรม Double bright V
ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ปกป้องผิวจากความเสื่อมและความเสียหายสะสม ช่วยลดเม็ดสี ลดรอยสิว จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
ราคา : ครั้งละ 6,900.- โปรโมชั่นคอร์ส 3 ครั้ง 19,000.-
- โปรแกรม Bright V
ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ปกป้องผิวจากความเสื่อมและความเสียหายสะสม ช่วยลดเม็ดสี
ลดรอยสิว จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
ราคา : ครั้งละ 3,900.- โปรโมชั่นคอร์ส 3 ครั้ง 10,900.-
การเตรียมตัวก่อนฉีด Fillstim B
1-2 สัปดาห์ก่อนฉีด
- หยุดใช้ Retinol หรือ AHA/BHA เข้มข้น
- หยุดทานอาหารเสริมที่มีผล anticoagulant เช่น Fish Oil ปริมาณสูง, วิตามิน E สูง
วันที่ฉีด
- ล้างหน้าสะอาด ไม่แต่งหน้า
- แจ้งประวัติแพ้ยาหรือสารเคมีกับแพทย์ทุกชนิด
- งดแอลกอฮอล์ก่อนฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
หลังฉีด Fillstim B ดูแลตัวเองอย่างไร ?
สิ่งที่ควรปฏิบัตรทำหลังฉีด
- 24 ชั่วโมงแรก : หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น ไม่นวดหน้า
- 48-72 ชั่วโมง : หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า อ่างน้ำร้อน หรือออกกำลังกายหนัก
- สัปดาห์แรก : ทาครีมบำรุงและกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- ทุกวัน : ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน ไม่ขัดผิวแรง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังฉีด
- ไม่ควรล้างหน้าทันทีหลังฉีด (รอ 4-6 ชั่วโมง)
- เลี่ยงการแต่งหน้าหนักภายใน 12-24 ชั่วโมงแรก
- งเเล่นโยคะหรือออกกำลังกายหนักใน 24-48 ชั่วโมงแรก
- งดดื่มแอลกอฮอล์ใน 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการตากแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด
หลังฉีด Fillstim B มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
ผลข้างเคียงหลังฉีด Fillstim B ส่วนใหญ่จะเป็นผลข้างเคียงชั่วคราวและหายได้เองภายใน 24-72 ชั่วโมงครับ เช่น
- รอยแดงหรือรอยจ้ำเลือดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
- บวมตึงเล็กน้อย
- ผิวรู้สึกแน่นหรืออ่อนไหวชั่วคราว
วิธีเลือกคลินิกฉีด Fillstim B ที่ปลอดภัย
การเลือกคลินิกที่เหมาะสมมีความสำคัญไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์ ครับแนะนำให้พิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ
- ตรวจสอบใบอนุญาต : คลินิกที่เข้ารับบริการต้องได้มาตรฐาน เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง รวมถึงแพทย์ผู้ฉีดต้องมีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผ่านการฝึกอบรมด้านความงาม
- ยืนยันความแท้ของผลิตภัณฑ์ได้ : คลินิกสามารถแจ้งรายละเอียดข้อมูลตัวยาได้ หรือขอดู Lot Number และเอกสารนำเข้าได้ มีการแกะกล่องเปิดขวดให้ดูต่อหน้า
- ก่อนฉีดต้องมีการ Consult กับแพทย์ก่อนฉีดเสมอ : คลินิกที่ดีจะไม่รีบฉีดโดยไม่ประเมินสภาพผิวครับ แพทย์ต้องประเมินสภาพผิวก่อนฉีด
- ดูรีวิวจากผู้รับบริการจริง : ไม่ใช่แค่รูปโฆษณา
FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ Fillstim B
Fillstim B ปลอดภัยแค่ไหน ?
Fillstim B ผ่านมาตรฐานการผลิตจากอิตาลีและได้รับ CE Mark ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของสหภาพยุโรป ผลิตภัณฑ์ได้รับการทดสอบทางคลินิกและ Dermatologically Tested ว่าปลอดภัยสำหรับผิว และยังเป็น PEPTIDE AMINO ACIDS PROGRAM ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวอย่างตรงจุด
อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยในการใช้จริงขึ้นอยู่กับการฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ตัวผลิตภัณฑ์ครับ
ฉีด Fillstim B เจ็บไหม ? แสบหน้าหรือไม่ ?
ก่อนฉีด Fillstim B จะมีการประคบเย็น และการแปะยาชาก่อนฉีด รวมถึงเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก (Mesotherapy needle) จึงเจ็บน้อยครับ คนไข้อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยระหว่างฉีดเพราะเป็นการลงเข็ม ซึ่งหายได้เองในไม่กี่นาทีหลังทำเสร็จ
ฉีด Fillstim B แล้วออกแดดได้ไหม ?
หลังฉีด 24-48 ชั่วโมงแรก หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หากจำเป็นต้องออกแดด ต้องทาครีมกันแดด SPF 50 และสวมหมวกหรือใช้ร่ม เนื่องจากผิวหลังฉีดจะไวต่อ UV มากกว่าปกติ
ฉีด Fillstim B แล้วสามารถฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์ร่วมด้วยได้ไหม ?
ได้ครับ แต่ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเสมอ โดยทั่วไปแพทย์จะวางแผนการฉีดให้ เพื่อให้ผิวฟื้นฟูและลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการหลายอย่างพร้อมกัน
ฉีด Fillstim B แล้ว Downtime นานแค่ไหน ?
Fillstim B มี Downtime น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย หลังทำคนไข้สามารถกลับไปทำงานได้เลยในวันเดียวกัน อาจมีรอยแดงเล็กน้อยที่หายในไม่กี่ชั่วโมง บางรายอาจมีรอยจ้ำเลือดขนาดเล็กที่หายใน 2-5 วันเท่านั้นครับ
Fillstim B ทำได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ?
โดยทั่วไปแนะนำสำหรับ อายุ 18 ปีขึ้นไป สำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหาสิวรุนแรง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ผิวหนังก่อน เพื่อพิจารณาความเหมาะสม
ฉีด Fillstim B แล้วสิวจะหายขาดไหม ?
Fillstim B ช่วยลดการอักเสบและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ ไม่ใช่การรักษาสิวโดยตรง ควรทำควบคู่กับการดูแลสุขภาพผิว การจัดการฮอร์โมน และอาจใช้ยารักษาสิวตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมด้วยเพื่อผลที่ดี
สรุป Fillstim B ดีไหม คุ้มค่าแค่ไหน ?
Fillstim B เป็นตัวเลือกที่ดีครับ ถูกออกแบบเพื่อช่วยลดสิวและสิวอักเสบ สามารถฟื้นฟูผิวหน้าได้ดี อีกทั้ง Fillstim B ยังเป็นนวัตกรรมฉีดบำรุงผิวจากอิตาลีที่โดดเด่นด้วยพลัง Peptide ชั้นสูง จึงออกฤทธิ์ฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาสิว ผดผื่น ผิวหมองคล้ำ และผิวขาดน้ำได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในการฉีด Fillstim B คือการเลือก แพทย์ที่มีประสบการณ์ไว้วางใจได้ ซึ่งจะช่วยประเมินสภาพผิว เลือกโปรแกรมที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยครับ


