Rejuran Healer คืออะไร ? รู้จักรีจูรันกล่องดำ ช่วยอะไรบ้าง ? ราคาเท่าไหร่ ? และข้อควรรู้ก่อนฉีด

Reading Time: 6 minutes
Rejuran Healer

รู้จัก Rejuran Healer รีจูรันกล่องดำ

Rejuran Healer หรือที่หลายคนเรียกว่า Rejuran กล่องดำ เป็นหัตถการ Skin Booster ที่มี PN หรือ Polynucleotide เป็นส่วนประกอบหลัก โดยเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว เหมาะกับคนที่ผิวแห้ง ผิวโทรม ผิวไม่เรียบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือความยืดหยุ่นของผิวลดลง โดยไม่ได้เน้นการเติม Volume หรือปรับรูปหน้าเหมือนการฉีดฟิลเลอร์ครับ

หลายคนสนใจ Rejuran Healer เพราะอยากฟื้นฟูคุณภาพผิว แต่ก่อนฉีดยังมีหลายเรื่องที่ควรรู้ครับ ทั้ง PN แต่ละสูตรต่างกันอย่างไร ใช้กี่ CC ทำกี่ครั้ง ราคาเท่าไหร่ บทความนี้หมอสรุปให้ครบ เพื่อให้คนไข้รู้ว่าควรคาดหวังอะไร และเลือกฉีดได้เหมาะกับผิวตัวเองมากขึ้นครับ

สารบัญ Rejuran Healer


Rejuran Healer คืออะไร ? ทำไมจึงเรียกว่า Rejuran กล่องดำ

Rejuran Healer หรือที่หลายคนเรียกว่า Rejuran กล่องดำ เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Skin Booster ของแบรนด์ Rejuran บริษัท PharmaResearch ประเทศเกาหลีใต้ โดยตัวยาจะมี PN (Polynucleotide) เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีงานวิจัยหลายฉบับสนับสนุนว่ากลุ่ม PN มีแนวโน้มช่วยลดริ้วรอย ปรับ Texture และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้ครับ

เหตุผลที่เรียกว่า “Rejuran กล่องดำ” เป็นการเรียกตามสีของบรรจุภัณฑ์ของรุ่น เพื่อให้แยกออกจาก Rejuran สูตรอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น Rejuran I, Rejuran S และ Rejuran HB Plus โดยในประเทศไทยยังพบการเรียก Rejuran Healer ว่า Rejuran Classic หรือ รีจูรันคลาสสิกด้วยครับ

Rejuran Healer คืออะไร

Polynucleotide หรือ PN คืออะไร ?

Polynucleotide (โพลีนิวคลีโอไทด์) หรือ PN เป็นโมเลกุล DNA สายยาวที่สกัดจากเซลล์ปลาแซลมอนที่อยู่ในทะเลธรรมชาติ ผ่านเทคโนโลยีเฉพาะ DOT™ จนได้สารลักษณะเป็นเจลใส ไม่มีสี และผ่านกระบวนการลดสิ่งกระตุ้นที่อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อระบบภูมิคุ้มกัน

จุดเด่นของ PN คือมีส่วนช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สนับสนุนการทำงานของ Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนและองค์ประกอบของผิว รวมถึงช่วยลดการอักเสบและความเครียดจากอนุมูลอิสระ พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวค่อย ๆ แข็งแรง เรียบเนียน และมีคุณภาพผิวดีขึ้นจากภายในครับ

Polynucleotide หรือ PN ที่สกัดจากเซลล์ปลาแซลมอน

PN กับ PDRN ต่างกันอย่างไร ?

PN (Polynucleotide) และ PDRN (Polydeoxyribonucleotide) เป็นสารที่ได้จาก DNA เช่นเดียวกัน แต่มีโครงสร้างและขนาดโมเลกุลต่างกันครับ แต่หลายคนมักเข้าใจว่าว่าเป็นสารตัวเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่ออธิบายผลิตภัณฑ์อย่าง Rejuran Healer ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม PN หมอจึงจะมาเทียบความต่างให้เห็นกันชัด ๆ ครับ

ข้อเปรียบเทียบPN (Polynucleotide) PDRN (Polydeoxyribonucleotide)
โครงสร้างสาย DNA ยาวกว่าชิ้นส่วน DNA สั้นกว่า
ขนาดโมเลกุลใหญ่กว่าเล็กกว่า
บทบาทหลักเน้นฟื้นฟูคุณภาพและโครงสร้างผิวเน้นสนับสนุนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
จุดเด่นฟื้นฟู Skin Quality, Extracellular Matrix, ความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวช่วยในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและภาวะอักเสบบางส่วน

แม้ PN และ PDRN จะมีพื้นฐานมาจาก DNA เหมือนกัน แต่มีโครงสร้าง ขนาดโมเลกุล และบริบทการนำมาใช้ต่างกัน สำหรับ Rejuran Healer จุดเด่นอยู่ที่ PN ซึ่งเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวและช่วยสนับสนุนโครงสร้างผิวจากภายในครับ


เปรียบเทียบ Rejuran Healer กับโปรแกรม PN (Polynucleotide) ยี่ห้ออื่น ๆ

โปรแกรม PN (Polynucleotide) แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันทั้งแหล่งที่มาของ Polynucleotide ปริมาณ PN ต่อหลอด และส่วนประกอบเพิ่มเติมครับ สามารถสรุปความแตกต่างได้ดังนี้

โปรแกรม PN ส่วนประกอบหลัก จุดเด่น
Rejuran HealerPolynucleotide จากปลาแซลมอนเน้นฟื้นฟูให้ผิวดูแข็งแรงและเรียบเนียน
Rejuran HB PlusPolynucleotide จากปลาแซลมอนเน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี
VITARANPolynucleotide จากปลาเทราต์ช่วยลดผิวอักเสบ ผิวเรียบเนียน และดูกระจ่างใส
PlinestPolynucleotide จากปลาเทราต์เน้นฟื้นฟูให้ผิวดูแข็งแรง เรียบเนียน และกระจ่างใส

สรุปแบบเข้าใจง่าย โปรแกรม PN แต่ละตัวเหมาะกับใคร

  • VITARAN : เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการดูแลผิวที่มีแนวโน้มอักเสบ ผิวไม่เรียบเนียน และต้องการให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น
  • Rejuran Healer : เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม เน้นผิวแข็งแรง เรียบเนียน และดูสุขภาพดีขึ้น
  • Rejuran HB Plus : เหมาะกับคนไข้ที่มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และต้องการฟื้นฟูผิวพร้อมเติมความชุ่มชื้นจาก Hyaluronic Acid
  • Plinest : เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูแข็งแรง เรียบเนียน และกระจ่างใสขึ้น

ทั้งนี้ ไม่ควรเลือกจากปริมาณ PN หรือราคาเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละสูตรมีองค์ประกอบและปริมาณต่อ Syringe ต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินปัญหาผิว เป้าหมาย และบริเวณที่ต้องการรักษาก่อน พร้อมตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำครับ

เปรียบเทียบโปรแกรม PN (Polynucleotide) แต่ละยี่ห้อ

Rejuran Healer ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Rejuran Healer จะเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมมากกว่าการเปลี่ยนโครงหน้า โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับความแห้ง ความไม่เรียบเนียน และความยืดหยุ่นของผิว ซึ่งสามารถสรุปประโยชน์หลัก ๆ ได้ดังนี้ครับ

  • ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก
  • ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น
  • ช่วยให้ผิวดูยืดหยุ่นและแน่นขึ้น
  • ช่วยปรับ Texture ผิวและรูขุมขนให้ดูละเอียดขึ้น
  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่ดูโทรมให้มี Skin Quality ดีขึ้น

Rejuran Healer เหมาะกับใคร ?

Rejuran Healer เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการปรับคุณภาพผิวโดยไม่ต้องการเปลี่ยนรูปหน้าอย่างชัดเจน เช่น

  • ผู้ที่มีผิวหน้าแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น
  • ผิวดูโทรม หมองคล้ำจากแสงแดด
  • มี Texture ไม่เรียบเนียน
  • มีริ้วรอยตื้น ๆ ตามบริเวณใบหน้า
  • รูขุมขนเห็นชัดร่วมกับคุณภาพผิวที่ไม่เรียบ
  • ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการ Skin Booster ที่ไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเติม Volume
  • ผู้ที่ต้องการวางแผนฟื้นฟู Skin Quality ร่วมกับหัตถการอื่น
Rejuran Healer เหมาะกับใคร

Rejuran Healer ไม่เหมาะกับใคร ? ใครควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด

ก่อนฉีด Rejuran Healer คนไข้ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และหัตถการที่ทำมาก่อนให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • เคยมีประวัติแพ้ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง
  • มีโรคประจำตัวที่อาจมีผลต่อการทำหัตถการ
  • ใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือยาประจำบางชนิด
  • มีประวัติทำหัตถการฉีด เลเซอร์ หรือเครื่องยกกระชับมาไม่นาน
  • มีประวัติอาการแพ้รุนแรง

ไม่ควรหยุดยาประจำหรือยาที่แพทย์สั่งด้วยตัวเองเพียงเพื่อเตรียมฉีด Rejuran ครับ หากมีข้อสงสัยควรแจ้งแพทย์ที่รักษาอยู่และแพทย์ผู้ทำหัตถการก่อน


Rejuran Healer ต่างจาก Rejuran รุ่นอื่นอย่างไร ?

ปัจจุบัน Rejuran มีด้วยกัน 4 รุ่นครับ แต่ละรุ่นออกแบบมาให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวต่างกัน โดย Rejuran Healer เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ส่วนรุ่นอื่นจะเหมาะกับจุดหรือปัญหาที่เฉพาะมากขึ้น ซึ่งสามารถเทียบความต่างได้ดังนี้ครับ

รุ่น Rejuran จำนวน CC/Syringeจุดเด่น เหมาะกับบริเวณ/ปัญหา
Rejuran Healer (กล่องดำ)2.7 CC/Syringeฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟู และช่วยกระชับรูขุมขนเหมาะสำหรับฉีดทั่วใบหน้า
Rejuran I (กล่องขาว)1 CC/ Syringeเน้นฟื้นฟูผิวรอบดวงตา ช่วยดูแลรอยดำคล้ำใต้ตาและริ้วรอยเล็ก ๆรอบดวงตาและใต้ตา
Rejuran S (กล่องน้ำเงิน)1 CC/ Syringeเน้นฟื้นฟูผิวบริเวณที่มีรอยแผลเป็นและรอยหลุมสิวรอยหลุมสิวและแผลเป็นบางลักษณะ
Rejuran HB Plus (กล่องแดง)1 CC/Syringeมีส่วนผสมของ HA ช่วยปรับปรุงสภาพผิว เติมความชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆฉีดทั่วหน้าในบริเวณที่ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และมีริ้วรอยเล็ก ๆ

โดยสรุป Rejuran Healer เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมและฉีดได้ทั่วหน้า ส่วน Rejuran I, Rejuran S และ Rejuran HB Plus จะมีจุดเด่นที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทั้งบริเวณรอบดวงตา รอยหลุมสิว หรือการเพิ่มความชุ่มชื้น ดังนั้นควรเลือกสูตรให้ตรงกับปัญหาผิว และให้แพทย์ประเมินก่อนฉีดเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ

Rejuran มีกี่รุ่น

Rejuran Healer ฉีดตรงไหนได้บ้าง ?

Rejuran Healer สามารถใช้ฟื้นฟูผิวได้หลายบริเวณ โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหาผิวแห้ง ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือความยืดหยุ่นลดลง โดยสามารถฉีดได้หลัก ๆ 3 บริเวณ ดังนี้

  • ใบหน้า : ฉีดได้ทั่วหน้า เช่น หางตา ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก และหน้าผาก เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวในบริเวณที่มีริ้วรอยหรือผิวไม่เรียบเนียน
  • ลำคอ : ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณลำคอ และช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำมากขึ้น
  • หลังมือ : ช่วยปรับสภาพผิวมือที่แห้งกร้าน ลดริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
Rejuran Healer ฉีดตรงไหนได้บ้าง

Rejuran Healer ใช้กี่ CC ?

โดยทั่วไปมักใช้ประมาณ 2-4 CC/ครั้งครับ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและสภาพผิวของแต่ละคน สำหรับตำแหน่ง

ที่ฉีดจะใช้ปริมาณดังนี้

  • ทั่วหน้า : ประมาณ 4 CC
  • หน้าแก้ม : ประมาณ 2 CC
  • ลำคอ : ประมาณ 2 CC
  • หลังมือ : ประมาณ 2 CC

Rejuran Healer ฉีดกี่ครั้งเห็นผล ? ควรเว้นแต่ละครั้งนานแค่ไหน ?

Rejuran Healer สามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ตั้งแต่ 3-5 วัน โดยผิวจะค่อย ๆ ดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น ส่วนผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องประมาณ 4 ครั้ง โดยเว้นระยะครั้งละ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งในแต่ละช่วงอาจสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 : ประมาณ 3-5 วันหลังทำ ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น
  • ครั้งที่ 2 : ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำ ผิวดูเต่งตึงขึ้น ริ้วรอยลดลง และรูขุมขนดูกระชับขึ้น
  • ครั้งที่ 3 : ประมาณ 4-6 วันหลังทำ ผิวดูแน่นและแข็งแรงขึ้น
  • ครั้งที่ 4 : ประมาณ 6-8 วันหลังทำ ผลลัพธ์ชัดขึ้น ทั้งความเรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอ ริ้วรอยลดลง และผิวดูสุขภาพดีขึ้น

ทั้งนี้ ระยะเวลาเห็นผลและจำนวนครั้งที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ และการตอบสนองของแต่ละบุคคลครับ จึงควรให้แพทย์ประเมินแผนการฉีดให้เหมาะกับแต่ละคนครับ

Rejuran Healer ฉีดกี่ครั้งเห็นผล

ผลลัพธ์หลังฉีด Rejuran Healer อยู่ได้นานกี่เดือน ?

ผลลัพธ์หลังฉีด Rejuran Healer โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือนครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การตอบสนอง และการดูแลตัวเองของแต่ละคน หากดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เช่น ใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว ก็มีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น


ก่อนฉีด Rejuran Healer ควรเตรียมตัวอย่างไร ?

ก่อนฉีด Rejuran Healer ควรเตรียมร่างกายและผิวให้พร้อม เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือการระคายเคือง และช่วยให้ขั้นตอนการรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสมครับ โดยสามารถเตรียมตัวเบื้องต้นได้ดังนี้

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Rejuran Healer ทั้งข้อดี ข้อจำกัด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ประเมินก่อนฉีด และตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ประมาณ 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายและผิวอยู่ในภาวะที่เหมาะสม
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันทำหัตถการ
  • หากมีโรคประจำตัว แพ้ยา ใช้ยาประจำ หรือเพิ่งทำหัตถการอื่นบริเวณใบหน้า ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน

หลังฉีด Rejuran Healer ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

หลังฉีด Rejuran Healer ควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยนในช่วงแรก เพื่อลดการระคายเคือง บวม หรือรอยช้ำ และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีครับ โดยสามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด: ในช่วง 1-2 คืนแรก ไม่ควรนวด คลึง หรือกดบริเวณรอยเข็ม
  • งดแต่งหน้า: ควรงดเครื่องสำอางประมาณ 24 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อลดการระคายเคืองบริเวณจุดเข็ม
  • ล้างหน้าและทาสกินแคร์ได้: สามารถล้างหน้าและใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ตามปกติ โดยเลือกสูตรที่อ่อนโยน
  • ประคบเย็นได้หากมีอาการบวม: หากมีอาการบวม สามารถประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อช่วยให้อาการลดลง
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่: ควรงดในช่วงหลังฉีด เพราะอาจรบกวนการฟื้นตัวของผิว
  • อยู่ในที่อากาศเย็น: ช่วยลดอาการบวมและความร้อนบริเวณผิวในช่วงแรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว
  • ทาครีมกันแดด: ควรใช้ครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป และหลีกเลี่ยงแดดจัด
หลังฉีด Rejuran Healer ควรดูแลตัวเองอย่างไร

หลังฉีด Rejuran Healer มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

หลังฉีด Rejuran Healer อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยจากการฉีดเข้าสู่ชั้นผิว ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองครับ อาการที่พบได้ เช่น

  • ตุ่มนูนบริเวณจุดฉีด: ลักษณะคล้ายตุ่มยุงกัด มักค่อย ๆ ยุบลงภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง
  • รอยแดงหรือบวมเล็กน้อย: อาจเกิดขึ้นทันทีหลังฉีด และมักลดลงภายใน 1-2 วัน
  • แสบ คัน หรือตึงผิวเล็กน้อย: บางรายอาจรู้สึกระคายเคืองบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
  • รอยช้ำเล็ก ๆ: อาจเกิดจากรอยเข็ม สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการได้

หากอาการบวม แดง ปวด หรือช้ำไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นลมพิษ หน้าบวม ปวดมากขึ้น หรือมีอาการแพ้รุนแรง ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันทีครับ


Rejuran Healer ของแท้ดูอย่างไร ? ตรวจสอบอะไรบ้างก่อนฉีด

ก่อนฉีด Rejuran Healer คนไข้ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นยาที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและข้อมูลการจำหน่ายได้ครับ โดยจุดสำคัญที่ควรเช็กมีดังนี้

  • มี Sticker Hologram: บนกล่องควรมีสติกเกอร์ Hologram สำหรับใช้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์
  • ตรวจสอบเลขใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์: จากข้อมูลในภาพระบุเลขที่ 65-2-1-2-0011893
  • สแกน Sticker Hologram: เมื่อสแกนแล้ว ระบบจะแสดงหน้าสำหรับตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ตรวจสอบชื่อ SW และชื่อคลินิก: ระบบสามารถแสดงข้อมูลผู้จำหน่ายหรือคลินิกที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น
  • ตรวจสอบรหัสการขาย ล็อตการผลิต และวันหมดอายุ: ควรเช็กให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะใช้ก่อนฉีด
  • เปิดกล่องต่อหน้าคนไข้: เพื่อให้เห็นผลิตภัณฑ์และรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ก่อนทำ

หมอแนะนำให้ตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำ เพราะข้อมูลสำคัญอย่าง Hologram, Lot, วันหมดอายุ และรายละเอียดในระบบตรวจสอบ จะช่วยยืนยันตัวผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนกว่าครับ

วิธีเช็ก Rejuran Healer ของแท้

Rejuran Healer ราคาเท่าไหร่ ?

ฉีด Rejuran Healer ราคาเริ่มประมาณ 9,900.-/ไซริงค์ ขนาด 2.7 CC โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และบริเวณที่ต้องการฉีด แพทย์จะประเมินสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคนก่อนแนะนำจำนวน CC ที่เหมาะสม หากคนไข้มีงบประมาณจำกัด สามารถวางแผนหรือทยอยฉีดตามความเหมาะสมได้ครับ

Rejuran Healer ราคาโปรโมชันที่ V Square Clinic

Rejuran Healer ราคาเท่าไหร่
รวมหัตถการราคาโปรโมชันที่ V Square Clinic

ฉีด Rejuran Healer ที่ไหนดี ? เช็กลิสต์ 6 ข้อก่อนเลือกคลินิก

ถ้าคนไข้กำลังตัดสินใจว่าจะฉีด Rejuran Healer ที่ไหนดี ที่ปลอดภัย คลินิกใช้ของแท้ และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ หมอมีจุดที่ควรเช็ก 6 ข้อก่อนเลือกคลินิกดังนี้ครับ

  1. มีแพทย์ประเมินก่อนฉีด : เพื่อดูว่าปัญหาหลักของคนไข้เหมาะกับ Rejuran Healer หรือควรใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย
  2. ระบุรุ่นและปริมาณชัดเจน : ควรรู้ก่อนทำว่าใช้ Rejuran รุ่นไหน กี่ CC และฉีดบริเวณใด
  3. ตรวจสอบยาแท้ได้: ควรมี Sticker Hologram, Lot, วันหมดอายุ และข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยควร ตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำ
  4. เปิดผลิตภัณฑ์ต่อหน้าคนไข้ : ช่วยให้คนไข้ตรวจสอบกล่อง ไซริงค์ และรายละเอียดก่อนฉีดได้ด้วยตัวเอง
  5. คลินิกได้มาตรฐาน : มีใบอนุญาตสถานพยาบาล มีขั้นตอนการรักษาความสะอาด และมีอุปกรณ์พร้อมดูแลหากเกิดอาการผิดปกติ
  6. มีการติดตามหลังทำ : ควรมีช่องทางให้คนไข้สอบถามอาการหลังฉีด และสามารถกลับมาพบแพทย์ได้หากมีอาการที่น่ากังวล

ฉีด Rejuran Healer ที่ V Square Clinic ดูแลครบตั้งแต่ประเมินผิวถึงหลังทำ

ที่ V Square Clinic การฉีด Rejuran Healer หมอจะประเมินปัญหาผิว วางแผนปริมาณและตำแหน่งฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล พร้อมให้คนไข้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนทำ และมีคำแนะนำหลังฉีดอย่างต่อเนื่อง โดยจุดที่คนไข้จะได้รับเมื่อมาฉีดที่นี่ ได้แก่

  • แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนฉีด : ดูปัญหาหลักของผิวและเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน
  • แนะนำปริมาณ Rejuran Healer ตามจริง : ประเมินจำนวน CC ตามบริเวณและสภาพผิว ไม่จำเป็นต้องใช้ปริมาณเท่ากันทุกคน
  • เลือกฉีดหรือทยอยทำตามงบประมาณได้ : สามารถวางแผนจำนวนครั้งและปริมาณให้สอดคล้องกับงบประมาณ โดยยังยึดความเหมาะสมของผิวเป็นหลัก
  • ตรวจสอบ Rejuran Healer ก่อนฉีดได้ : คนไข้สามารถเช็กกล่อง Sticker Hologram, Lot และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ก่อนทำ
  • เปิดผลิตภัณฑ์ต่อหน้าคนไข้ : เพื่อให้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงและตรวจสอบข้อมูลได้ก่อนเริ่มฉีด
  • มีคำแนะนำดูแลหลังทำ : แนะนำการดูแลผิว อาการที่อาจพบหลังฉีด และแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เหมาะสม
  • มีช่องทางติดตามอาการหลังฉีด : หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ สามารถติดต่อทีมคลินิกเพื่อประเมินและให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้ครับ
ฉีด Rejuran Healer ที่ V Square Clinic โดย หมอซี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rejuran Healer

Rejuran Healer ฉีดครั้งเดียวเห็นผลไหม ?

หลังฉีดครั้งแรก คนไข้อาจเริ่มสังเกตว่าผิวดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้นภายในประมาณ 3-5 วันครับ แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องตามแผนที่แพทย์ประเมิน

Rejuran Healer ต้องฉีดกี่ครั้ง ?

โดยทั่วไปมักแนะนำประมาณ 4 ครั้ง เว้นระยะครั้งละ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้การฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคลครับ

Rejuran Healer อยู่ได้นานกี่เดือน ?

ผลลัพธ์หลังฉีด Rejuran Healer โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ Lifestyle และการดูแลตัวเองของแต่ละคนครับ

Rejuran Healer ฉีดแล้วเป็นตุ่มกี่วัน ?

หลังฉีดอาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ บริเวณจุดฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ยุบลงภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง หากมีอาการบวม แดง หรือปวดมากขึ้นผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์เพื่อประเมินครับ

ฉีด Rejuran เจ็บไหม ?

ขณะฉีดคนไข้จะรู้สึกเจ็บและแสบเล็กน้อย แต่ก่อนทำสามารถทายาชาเพื่อลดความรู้สึกระหว่างฉีดได้

หลังฉีดอาจรู้สึกตึง แสบ หรือกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณจุดฉีดในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองครับ

Rejuran Healer ฉีดใต้ตาได้ไหม ?

สามารถใช้บริเวณรอบดวงตาได้ในบางกรณี แต่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนครับ เพราะ Rejuran มีหลายรุ่น และ Rejuran I จะออกแบบมาให้เหมาะกับบริเวณผิวบางอย่างรอบดวงตามากกว่าในบางเคส

Rejuran Healer ต่างจาก Filler อย่างไร ?

Rejuran Healer เน้นฟื้นฟู Skin Quality เช่น ความเรียบเนียน ความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นของผิว ขณะที่ Filler มีเป้าหมายหลักในการเติม Volume เติมร่องลึก หรือปรับรูปหน้า จึงเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ต่างกันครับ


สรุป Rejuran Healer ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว เหมาะกับใครบ้าง ?

Rejuran Healer เป็น Skin Booster กลุ่ม PN ที่เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวโทรม Texture ไม่เรียบ ริ้วรอยตื้น หรือความยืดหยุ่นของผิวลดลง โดยไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเติม Volume หรือปรับรูปหน้าแบบฟิลเลอร์ครับ

หากคนไข้ยังไม่แน่ใจว่า Rejuran Healer เหมาะกับปัญหาผิวหรือควรใช้ปริมาณเท่าไร สามารถส่งรูปให้ทีมแพทย์ V Square Clinic ช่วยประเมินเบื้องต้น หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่สาขาใกล้บ้าน เพื่อวางแผนการฉีดให้เหมาะกับสภาพผิวและงบประมาณของแต่ละคนครับ


อ้างอิง

  • Lampridou, S., Bassett, S., Cavallini, M., & Christopoulos, G. (2025). The Effectiveness of Polynucleotides in Esthetic Medicine: A Systematic Review. Journal of Cosmetic Dermatology, 24(2), e16721. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39645667/ (Accessed on September 25, 2026).
  • Lee, Y. J., Kim, H. T., Lee, Y. J., Paik, S. H., Moon, Y. S., Lee, W. J., Chang, S. E., Lee, M. W., Choi, J. H., Jung, J. M., & Won, C. H. (2022). Comparison of the Effects of Polynucleotide and Hyaluronic Acid Fillers on Periocular Rejuvenation: A Randomized, Double-Blind, Split-Face Trial. Journal of Dermatological Treatment, 33(1), 254-260. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32248707/ (Accessed on September 25, 2026). PubMed
  • Lee, K. W. A., Chan, K. W. L., Lee, A., Lee, C. H., Wan, J., Wong, S., & Yi, K. H. (2024). Polynucleotides in Aesthetic Medicine: A Review of Current Practices and Perceived Effectiveness. International Journal of Molecular Sciences, 25(15), 8224. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39125793/ (Accessed on September 25, 2026). PubMed
  • Alhussain, A. M., Albusayys, S. T. M., Alfhadi, M. A., Bu Mozah, S. A., AlShammari, S. S. S., Alanazi, H. A. M., Alqazanli, S. A., Alabdullah, A. N., ALrashidi, N. M., Almazrou, A. A., & Alshehri, A. F. (2026). Polynucleotides and Polydeoxyribonucleotides for Skin Rejuvenation, Postoperative Scar Prevention, and Wound Healing: A Systematic Review of Randomized Clinical Trials. Cureus, 18(7), e112403. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/42572627/ (Accessed on September 25, 2026). PubMed

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Polynucleotide (PN) คืออะไร ? ช่วยอะไร ? เหมาะกับใคร ? ราคาเท่าไหร่ 2026

Reading Time: 3 minutesถ้าพูดถึง Polynucleotide หรือ PN หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้ผ่านหูมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะในวงการความงามที่กำลังพูดถึงสารตัวนี้กันอย่างกว้างขวาง จนเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์งานผิวที่น่าจับตา บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจ Polynucleotide (PN) คืออะไร ? มีส่วนประกอบหลักมาจากอะไร ? กลไกการทำงาน ผลลัพธ์ และราคาล่าสุดกันครับ

October 20, 2026 อ่านต่อ

เลเซอร์ขนทั้งตัว ราคาเท่าไหร่ ? โปรโมชัน 2026 เลือกอย่างไ...

Reading Time: 4 minutesสำหรับผู้ที่สนใจทำ เลเซอร์กำจัดขน หลายบริเวณพร้อมกัน ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบรายครั้งและแบบคอร์ส ในบทความนี้จะพาไปดูว่า เลเซอร์ขนทั้งตัว ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ ? ราคาถูก-แพง ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงบประมาณและคุ้มค่าในระยะยาวครับ

ฉีดหน้าใส V-ID Skin คืออะไร ? ไขทุกข้อสงสัยก่อนตัดสินใจฟื...

Reading Time: 6 minutesถ้าใครกำลังมองหาวิธีดูแลผิวหน้าให้ขาวใส รูขุมขนกระชับ และลดปัญหาสิวแบบเห็นผลจริง ฉีดหน้าใส V-ID Skin คือหนึ่งในโปรแกรมฟื้นฟูผิวตอบโจทย์ครบทุกปัญหาผิวได้ตรงจุดในแต่ละบุคคล โปรแกรมฉีดหน้าใส V-ID Skin คืออะไร ? มีกี่แบบ ทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร ต้องฉีดกี่ครั้ง ฉีดถี่แค่ไหน รวมถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฉีดเป็นอย่างไร ? สามารถศึกษาข้อมูลได้ในบทความนี้ครับ

รู้จักหัว Sylfirm คืออะไร ? มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร ? แต่...

Reading Time: 4 minutesหัว Sylfirm เป็นหัว Microneedle ที่มีบทบาทสำคัญในการนำส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นผิว โดยแต่ละหัวมีจำนวนเข็ม ขนาด และพื้นที่ครอบคลุมแตกต่างกัน การเลือกหัวให้เหมาะสมจึงช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ตรงกับบริเวณและปัญหาผิวของคนไข้แต่ละรายครับ

เจาะลึก Potenza คืออะไร ? ช่วยอะไรบ้าง ? ต่างจากเครื่องยก...

Reading Time: 4 minutesถ้าคนไข้มีทั้งผิวหย่อน รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอย และผิวไม่เรียบ การยกกระชับอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอครับ Potenza (โพเทนซ่า) จึงน่าสนใจตรงที่ไม่ได้ดูแลแค่ความกระชับ แต่สามารถปรับหัวทิป ระดับความลึก และรูปแบบพลังงาน RF ให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละจุดได้ ทั้งแบบไม่ใช้เข็มและ RF Microneedling

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า