Potenza ยกกระชับและปรับสภาพผิวในเครื่องเดียว
ถ้าคนไข้มีทั้งผิวหย่อน รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอย และผิวไม่เรียบ การยกกระชับอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอครับ Potenza (โพเทนซ่า) จึงน่าสนใจตรงที่ไม่ได้ดูแลแค่ความกระชับ แต่สามารถปรับหัวทิป ระดับความลึก และรูปแบบพลังงาน RF ให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละจุดได้ ทั้งแบบไม่ใช้เข็มและ RF Microneedling
แล้ว Potenza Laser ต่างจากเครื่องยกกระชับทั่วไปอย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไร ? เจ็บไหม ? กี่วันเห็นผล ? ราคาเท่าไหร่ ? เหมาะกับใคร ? บทความนี้หมอจะอธิบายแบบตรงประเด็น พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า Potenza เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน และกรณีไหนควรพิจารณาเครื่องอื่นแทนครับ
สารบัญ Potenza
เครื่อง Potenza คืออะไร ?
Potenza (โพเทนซ่า) คือ เครื่องเลเซอร์ที่ช่วยฟื้นฟูและยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ Radiofrequency (RF) ที่ทำงานได้ทั้งแบบไม่ใช้เข็ม (Non-invasive RF) และแบบใช้เข็มขนาดเล็กระดับไมโคร (RF Microneedling) เพื่อนำพลังงานลงสู่ชั้นผิวตามระดับที่ต้องการ
โดยจุดเด่นของ Potenza คือรองรับทั้ง Monopolar RF และ Bipolar RF รวมถึงหัวทิปหลายรูปแบบ จึงสามารถปรับการรักษาให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละคน เช่น ผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ ริ้วรอย และหลุมสิวบางประเภท พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ครับ
Potenza ปล่อยคลื่นพลังงานฟื้นฟูผิวแบบใด ?
Potenza จะมีการปล่อยคลื่นพลังงาน Radiofrequency (RF) ลงชั้นผิวได้หลายรูปแบบครับ โดยพลังงานจะครอบคลุมทั้งในแนวลึกและแนวกว้าง ซึ่งจะมีหลักการทำงานดังนี้
- Monopolar RF : ส่งพลังงานลงลึกในแนวดิ่งสู่ชั้นผิว ช่วยให้พลังงานลงไปยังบริเวณเป้าหมายในระดับลึก
- Bipolar RF : กระจายพลังงานในแนวราบอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ ครอบคลุมพื้นที่ผิวบริเวณที่ทำ
- Monopolar + Bipolar RF : หัว Diamond Tip จะสลับการปล่อยพลังงานทั้ง 2 รูปแบบภายในหนึ่งช็อต ทำให้ได้ทั้งพลังงานแนวลึกและแนวกว้าง เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและจัดเรียงโครงสร้างผิวใหม่
ระบบการส่งพลังงานลักษณะนี้ จะเป็น Sequential Mono & Bipolar RF Delivery ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งพลังงาน โดยแพทย์จะเป็นผู้ปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละคนครับ
การทำ Potenza ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
Potenza สามารถปรับหัวทิป รูปแบบพลังงาน RF และระดับความลึกให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละคน จึงช่วยดูแลได้ทั้งเรื่องคุณภาพผิว ความเรียบเนียน และความกระชับ โดยจะช่วยแก้ปัญหาผิวในด้านต่าง ๆ เช่น
- ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย และลดความชัดของร่องแก้ม
- ช่วยลดความมันและดูแลปัญหารูขุมขนกว้าง
- ช่วยฟื้นฟูหลุมสิวและปรับผิวที่ไม่เรียบเนียน
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ช่วยดูแลปัญหาสิว ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน
- ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตาที่ดูหมองคล้ำให้ดูสดใสขึ้น
- สามารถใช้ดูแลผิวบริเวณอื่น ๆ เช่น ริ้วรอยที่ลำคอ ผิวมือที่เหี่ยวย่น และรอยแตกลายบริเวณหน้าท้องหลังคลอดได้
ยกกระชับผิวด้วยเครื่อง Potenza ทำตำแหน่งใดได้บ้าง ?
Potenza สามารถใช้ดูแลได้หลายตำแหน่ง ทั้งบริเวณที่มีผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือคุณภาพผิวลดลงครับ โดยแพทย์จะปรับหัวทิป ระดับความลึก และพลังงานให้เหมาะกับผิวของแต่ละบริเวณ เช่น
- ทั่วใบหน้า : ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน กระชับรูขุมขน ปรับผิวไม่เรียบ หลุมสิว และริ้วรอยเล็ก ๆ
- รอบดวงตาและหางตา : ช่วยฟื้นฟูผิวที่บางและเริ่มหย่อนคล้อย รวมถึงลดความชัดของริ้วรอยบริเวณหางตา
- แก้มและร่องแก้ม : ช่วยให้ผิวบริเวณแก้มดูแน่น ลดความชัดของร่องที่เกิดจากคุณภาพผิวลดลง
- กรอบหน้าและใต้คาง : ช่วยกระชับผิวบริเวณแนวกรามและใต้คาง
- ลำคอ : ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวที่เริ่มมีริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อย
- หลังมือ : ช่วยปรับคุณภาพผิวที่บาง แห้ง หรือดูเหี่ยวย่น ให้ดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น
เครื่อง Potenza เหมาะกับใคร ?
Potenza เหมาะกับคนที่มีปัญหาทั้งเรื่องความหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว เพราะสามารถปรับหัวทิป ระดับความลึก และรูปแบบพลังงานให้เหมาะกับปัญหาแต่ละแบบได้ โดยกลุ่มที่เหมาะกับการทำ Potenza ได้แก่
- คนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น คืนตัวได้ไม่ดี
- คนที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ หรือ Texture ผิวไม่สม่ำเสมอ
- คนที่มีหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นจากสิวบางประเภท
- คนที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ และต้องการกระตุ้นคอลลาเจน
- คนที่ต้องการฟื้นฟูผิวหลายปัญหาในครั้งเดียว เช่น กระชับผิวพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน
- คนที่ต้องการโปรแกรมที่สามารถปรับความลึกและพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละบริเวณได้
หัวยิง Potenza มีทั้งหมดกี่แบบ ?
Potenza มีหัวทิปให้เลือกทั้งหมด 18 แบบ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักที่มีคุณสมบัติและหน้าที่ที่ต่างกัน ดังนี้ครับ
1. Non-invasive Tip – หัวแบบไม่ใช้เข็ม
มีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ Diamond, DDR และ SFA หัวกลุ่มนี้สัมผัสกับผิวจากด้านนอก แล้วส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นผิวโดยไม่ใช้เข็ม เน้นเพิ่มความกระชับและฟื้นฟูคุณภาพผิว โดยแต่ละหัวจะมีการกระจายพลังงานต่างกันครับ
- Diamond Tip : ใช้ได้ทั้ง Monopolar และ Bipolar RF ช่วยส่งพลังงานทั้งในแนวลึกและแนวกว้าง
- DDR Tip : ใช้ Bipolar RF เน้นกระจายความร้อนสม่ำเสมอในระดับผิวที่กำหนด
- SFA Tip : เป็นหัวขนาดเล็กกว่า เหมาะกับบริเวณแคบหรือจุดที่ต้องการวางพลังงานละเอียดขึ้น
2. Multi-Needle Tip – หัวเข็มหลายเข็ม
มีทั้งหมด 12 แบบ ใช้เข็มขนาดเล็กระดับไมโครนำพลังงาน RF ลงสู่ชั้นผิว สามารถปรับความลึกได้ประมาณ 0.5-4.0 มม. ซึ่งหัวกลุ่มนี้ยังแบ่งย่อยตามลักษณะการปล่อยพลังงาน ได้แก่
- Insulated Needle : ปล่อยพลังงานบริเวณปลายเข็มเป็นหลัก
- Semi-insulated Needle : กระจายพลังงานได้มากกว่าหนึ่งระดับตามแนวเข็ม
- Pumping Tip หรือ CP Tip : ใช้ร่วมกับระบบ Microneedling เพื่อช่วยนำสารที่ใช้ในโปรแกรมเข้าสู่ผิวตามแนวทางที่แพทย์กำหนด
3. One-Needle Tip – หัวเข็มเดี่ยว
มีทั้งหมด 3 แบบ สำหรับดูแลปัญหาผิวเฉพาะจุด โดยมีระดับความลึกของเข็มประมาณ 0.8, 1.2 และ 1.5 มม. เหมาะกับบริเวณขนาดเล็กที่ต้องการส่งพลังงานอย่างเจาะจงมากกว่าการใช้หัวหลายเข็มครับ
ข้อดี-ข้อจำกัดเครื่อง Potenza
Potenza มีจุดเด่นที่สามารถปรับรูปแบบการส่งพลังงาน หัวทิป และระดับความลึกให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละแบบได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยการเลือกพารามิเตอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละคน จึงควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อจำกัดก่อนทำครับ
ข้อดีของเครื่อง Potenza
- มีทั้งแบบใช้เข็มและไม่ใช้เข็ม เลือกได้ทั้ง Invasive RF และ Non-invasive RF ตามปัญหาและบริเวณที่ต้องการรักษา
- รองรับทั้ง Monopolar และ Bipolar RF ช่วยให้แพทย์เลือกการส่งพลังงานได้ทั้งแนวลึกและแนวกว้าง
- มีหัวทิปหลายรูปแบบ รวม 18 แบบ ครอบคลุมทั้งงานยกกระชับ ปรับคุณภาพผิว และดูแลปัญหาเฉพาะจุด
- ปรับความลึกของเข็มได้หลายระดับ โดยหัว Microneedle ปรับได้ประมาณ 0.5-4.0 มม. ทำให้เลือกชั้นผิวเป้าหมายได้ละเอียดขึ้น
- ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลได้ แพทย์สามารถเลือกหัว ความลึก และรูปแบบ RF ให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละคน
- ใช้เวลาในการทำหัตถการไม่นาน ประมาณ 1 ชั่วโมง
- เห็นผลลัพธ์ได้นานมากกว่า 12 เดือน
ข้อจำกัดของเครื่อง Potenza
- หัวแบบ Microneedling มีการใช้เข็มลงสู่ผิว จึงต้องมีการเตรียมผิวและแปะยาชาก่อนทำ
- หลังทำอาจมีรอยแดงชั่วคราว โดยจะค่อย ๆ จางลงภายในประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- อาจมีสะเก็ดเล็ก ๆ จากรอยเข็ม
- หากเพิ่งมีภาวะผิวไหม้แดดหรือเพิ่งทำหัตถการบางชนิด ควรเว้นระยะก่อนทำ Potenza ตามคำแนะนำของแพทย์
- ผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่ควรตั้งค่าหรือเลือกโปรแกรมเหมือนกันทุกเคส
เปรียบเทียบ Potenza กับ เครื่องยกกระชับอื่น ๆ
เครื่องยกกระชับแต่ละชนิดใช้พลังงานและลงลึกในชั้นผิวต่างกันครับ บางเครื่องเด่นเรื่องยกโครงสร้างผิวชั้นลึก บางเครื่องเน้นกระชับคอลลาเจน หรือปรับคุณภาพผิวและรูขุมขน ดังนั้นการเลือกเครื่องควรดูจากปัญหาหลักของคนไข้ ชั้นผิวที่ต้องการแก้ และความต้องการเรื่องการใช้เข็มหรือไม่ใช้เข็ม
| เครื่อง | เทคโนโลยี | จุดเด่น | เหมาะกับปัญหา |
|---|---|---|---|
| Potenza | RF, RF Microneedling, Monopolar + Bipolar RF | มีหัวทิปหลายรูปแบบ ปรับระดับความลึกและวิธีส่งพลังงานตามปัญหาผิวได้ | ผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอย ผิวไม่เรียบ และต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวร่วมกับความกระชับ |
| Ulthera | Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) | มีจอ Ultrasound ให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะยิง เน้นส่งพลังงานเป็นจุดลงสู่โครงสร้างผิวระดับลึก | ผิวหย่อน แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง หรือคิ้วเริ่มตก |
| Thermage FLX | Monopolar RF | ให้ความร้อนเป็นบริเวณกว้างในชั้นผิว กระตุ้นการ Remodeling ของคอลลาเจนโดยไม่ใช้เข็ม | ผิวหย่อน ผิวไม่แน่น มีไขมันสะสมเฉพาะจุด มีริ้วรอย และคนที่ต้องการกระชับผิวโดยไม่ใช้เข็ม |
| Ultraformer III | Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) | มีหัวหลายระดับความลึก เลือกยิงได้ตามชั้นผิวและบริเวณที่ต้องการยกกระชับ | แก้มหย่อน กรอบหน้า เหนียง ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของใบหน้าหรือร่างกาย |
| Oligio | Monopolar RF | ส่งความร้อนลงสู่ชั้น Dermis เพื่อกระตุ้นการหดตัวและสร้างคอลลาเจน โดยไม่ใช้เข็ม | ผิวเริ่มหย่อน ไม่กระชับ รูขุมขนกว้าง และต้องการปรับผิวให้แน่นขึ้น |
| Emface | Synchronized RF + HIFES | ดูแลพร้อมกันทั้งผิวและกล้ามเนื้อใบหน้า โดย RF เน้นผิว ส่วน HIFES กระตุ้นกล้ามเนื้อ | ใบหน้าดูหย่อน ขาดความกระชับ และต้องการเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ |
| Morpheus8 | Fractional Bipolar RF Microneedling | ใช้ Microneedle นำ RF ลงได้หลายระดับ เน้นการ Remodeling และหดตัวของเนื้อเยื่อ | ผิวหย่อน Texture ไม่เรียบ ริ้วรอย หลุมสิว และปัญหาคุณภาพผิวที่ต้องการ RF Microneedling |
| Volnewmer | Monopolar RF 6.78 MHz | ส่งความร้อนครอบคลุมชั้น Dermis พร้อมระบบ Cooling ช่วยควบคุมอุณหภูมิผิวระหว่างทำ | ผิวหย่อน ความกระชับลดลง ริ้วรอย และคนที่ต้องการยกกระชับด้วย RF แบบไม่ใช้เข็ม |
ถ้าดูแบบเข้าใจง่าย หมอสรุปแนวทางเลือกเครื่องได้ดังนี้ครับ
- มีหลุมสิว รูขุมขน ผิวไม่เรียบ ร่วมกับความหย่อนคล้อย – Potenza หรือ Morpheus8 เหมาะกว่า เพราะเป็น กลุ่ม RF Microneedling ที่เน้นทั้งคุณภาพผิวและความกระชับ
- ต้องการยกผิวชั้นลึก กรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อน – Ulthera หรือ Ultraformer III เหมาะกับงาน Lifting ในชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า)
- ต้องการกระชับผิวด้วย RF แบบไม่ใช้เข็ม – Thermage FLX, Oligio หรือ Volnewmer เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา
- ต้องการดูแลทั้งผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่ใช้เข็ม – Emface จะมีจุดเด่นต่างจากเครื่องกลุ่มอื่น
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเครื่องไหน ควรให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นตื้น ชั้นลึก ไขมัน หรือกล้ามเนื้อก่อนครับ เพราะเครื่องที่เหมาะกับแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน
Potenza ราคาเท่าไหร่ ?
Potenza ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 12,000-60,000.-/ครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ จำนวนช็อต ชนิดหัวทิป โปรแกรมที่ใช้ร่วมกัน และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกครับ
การทำ Potenza อันตรายไหม ปลอดภัยหรือไม่ ?
การทำ Potenza เป็นหัตถการที่ไม่อันตรายครับ มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนแบบ 510(k) กับ US FDA ในกลุ่มอุปกรณ์ Electrosurgical สำหรับการตัดและทำให้เนื้อเยื่อแข็งตัว (Coagulation) แต่ความปลอดภัยสูงสุดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทำโดยแพทย์ที่ประเมินสภาพผิว เลือกหัวทิป ความลึก และระดับพลังงานให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน
การทำ Potenza ดีไหม คุ้มค่าหรือไม่ ?
Potenza เหมาะและคุ้มค่าสำหรับคนไข้ที่ต้องการดูแลหลายปัญหาผิวพร้อมกัน เช่น ผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอย หรือผิวไม่เรียบ เพราะสามารถปรับหัวทิป ระดับความลึก และพลังงาน RF ให้ตรงกับปัญหาแต่ละจุดได้ครับ
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน หากปัญหาหลักเป็นความหย่อนคล้อยในชั้นลึกหรือโครงสร้างใบหน้า อาจมีหัตถการอื่นที่เหมาะกว่า จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำครับ
การดูแลตัวเองก่อน-หลังทำ Potenza
การเตรียมผิวให้พร้อมก่อนทำ และดูแลผิวอย่างเหมาะสมหลังทำ Potenza จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและลดโอกาสเกิดการระคายเคืองครับ โดยมีข้อแนะนำดังนี้
ก่อนทำ Potenza
- หลีกเลี่ยงการทำในช่วงที่ผิวมีอาการไหม้แดด หรือ Sunburn
- หากเพิ่งทำเลเซอร์หรือหัตถการบนใบหน้า ควรเว้นระยะประมาณ 4 สัปดาห์ หรือตามที่แพทย์ประเมิน
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับหัตถการที่เคยทำและสภาพผิวก่อนเริ่มรักษา
หลังทำ Potenza
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
- ดูแลผิวอย่างอ่อนโยนในช่วงที่ผิวยังบอบบาง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยคงความชุ่มชื้นของผิว
- หากมีรอยแดงหลังทำ อาการมักค่อย ๆ ลดลงตามการฟื้นตัวของผิว
แนวทางการเลือกคลินิกทำ Potenza ที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกทำ Potenza ควรดูมากกว่าราคา เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาผิว การเลือกหัวทิป และการตั้งค่าพลังงานให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนครับ โดยหมอแนะนำให้พิจารณาหลัก ๆ ดังนี้
- มีแพทย์ประเมินก่อนทำ เพื่อเลือกหัวทิป ระดับความลึก และพลังงานให้ตรงกับปัญหาผิว
- ใช้เครื่อง Potenza และหัวทิปของแท้ คนไข้ควรตรวจสอบเครื่องแท้/หัวทิปแท้ทุกครั้งก่อนทำ
- มีมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย โดยเฉพาะโปรแกรมที่ใช้หัว Microneedling
- อธิบายแผนการรักษาได้ชัดเจน ว่าจะใช้หัวอะไร ช่วยเรื่องไหน และควรทำกี่ครั้ง
- มีการดูแลและติดตามผลหลังทำ พร้อมแนะนำวิธีดูแลผิวและรับมืออาการหลังทำอย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Potenza
ทำ Potenza เจ็บไหม ?
ทำ Potenza เจ็บน้อยครับ เพราะก่อนทำจะมีการแปะยาชาเพื่อลดความรู้สึกระหว่างหัตถการ คนไข้จึงอาจรู้สึกอุ่นหรือจี๊ดเล็กน้อยตามระดับพลังงานและหัวทิปที่ใช้ โดยความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันในแต่ละคน
ผลลัพธ์การทำ Potenza อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ผลลัพธ์ของ Potenza โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน และในบางคนอาจต่อเนื่องได้ราว 12-18 เดือน หลังทำครบตามแผน เนื่องจากคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นจะค่อย ๆ Remodeling ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ระยะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว จำนวนครั้งที่ทำ และการดูแลผิวของแต่ละคน อาจพิจารณาทำ Maintenance ประมาณปีละ 1 ครั้งตามการประเมินของแพทย์
ทำ Potenza ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?
สามารถวางแผนร่วมกับหัตถการอื่นได้ครับ แต่ควรให้แพทย์กำหนดลำดับและระยะห่างให้เหมาะสม หากเพิ่งทำเลเซอร์หรือหัตถการบริเวณใบหน้ามา แนะนำให้เว้นประมาณ 4 สัปดาห์ ก่อนทำ
ทำ Potenza กี่วันเข้าที่ เห็นผล ?
หลังทำอาจมีรอยแดงชั่วคราว โดยมักค่อย ๆ จางลงภายในประมาณ 2-3 ชั่วโมง ส่วนความเปลี่ยนแปลงของผิวสามารถเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ครั้งแรก และจะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามกระบวนการฟื้นฟูผิว โดยผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคนครับ
สรุป Potenza เหมาะกับใคร คุ้มไหม ก่อนตัดสินใจทำควรรู้อะไร ?
Potenza เหมาะกับคนไข้ที่มีทั้งปัญหารูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอย หรือผิวไม่เรียบร่วมด้วย แต่ถ้าคนไข้ยังลังเลระหว่าง Potenza, Morpheus8, Ulthera หรือ Thermage หมอแนะนำให้เริ่มจากการประเมินว่าปัญหาหลักอยู่ที่ผิวชั้นไหน และต้องการเน้นเรื่องไหนเป็นหลักครับ
หากยังไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับตัวเอง สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ V Square Clinic เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาแบบรายบุคคลได้ครับ จะช่วยให้เลือกเทคโนโลยีได้ตรงกับปัญหาและเหมาะกับเป้าหมายของคนไข้มากขึ้น
อ้างอิง
- Jeisys Medical Inc. POTENZA – Invasive RF & Non-invasive RF. ข้อมูลเทคโนโลยี รูปแบบพลังงาน RF หัวทิป และระดับความลึกของเข็ม.Jeisys Medical – POTENZA
- U.S. Food and Drug Administration. 510(k) Premarket Notification: POTENZA, K231287. Jeisys Medical Inc.; Decision Date: November 5, 2024. FDA – POTENZA K231287
- Kumar N, Suh DH, Lee SJ, Kasif SA, Carruthers JDA. Radiofrequency Microneedling for Facial Rejuvenation: A Systematic Review. J Cosmet Dermatol. 2026;25(4):e70845. doi:10.1111/jocd.70845. PubMed PMID: 41947517
- Niaz G, Ajeebi Y, Alshamrani HM, Khalmurad M, Lee K. Fractional Radiofrequency Microneedling as a Monotherapy in Acne Scar Management: A Systematic Review of Current Evidence. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2025;18:19-29. doi:10.2147/CCID.S502295. PubMed PMID: 39781098


