เมโสแฟต อยู่ได้นานแค่ไหน?
ฉีดเมโสแฟตอยู่ได้นานแค่ไหน?
ฉีดเมโสแฟตอยู่ได้นานกี่เดือน?
หลังฉีดเมโสแฟตต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
คำถามยอดฮิตเหล่านี้ หมอมีคำตอบมาฝากครับ พร้อมกับแนวทางลือกคลินิกฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) อย่างปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงในอนาคต ใครที่สนใจฉีดเมโสแฟต สามารถศึกษาข้อมูลในบทความนี้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินได้เลยครับ
ฉีดเมโสแฟต อยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่ตัวยาที่มีคุณภาพ และการดูแลตัวเองหลังฉีดด้วยครับ
ฉีดเมโสแฟต อยู่ได้นานแค่ไหน?
การฉีดเมโสแฟต เป็นอีกหนึ่งวิธีการลดไขมันส่วนเกินเฉพาะที่ได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่หลายคนนิยมฉีดเพื่อปรับหน้าเรียว ลดแก้ม เหนียง เป็นหัตถการที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องครับ การฉีดเมโสแฟตเข้าไปสลายไขมัน ตัวยาจะออกฤทธิ์ไวและให้ผลลัพธ์รวดเร็ว
ฉีดเมโสแฟต อยู่ได้นานแค่ไหน? ผลลัพธ์หลังฉีดโดยทั่วไปอยู่ได้ นาน 2-3 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันรวมด้วยครับ หากฉีดแล้วยังไม่ควบคุมพฤติกรรมการกิน อาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของผลการรักษาครับ
บทความแนะนำ
เมโสแฟตอันตรายไหม ? ฉีดแล้วหน้าบวมแก้อย่างไร ? l หมอ V Square แชร์หมดเปลือก
ฉีดเมโสแฟต เมื่อไหร่เห็นผล?
ฉีดเมโสแฟต เมื่อไหร่เห็นผล? หลังจากฉีดเมโสแฟตสลายไขมันไปแล้ว ไขมันจะสลายตัวได้ประมาณ 10-15% ต่อการฉีด 1 ครั้ง โดยจะเริ่มเห็นผลว่ายุบลงใน 5-7 วัน เห็นผลเต็มที่ 2-3 สัปดาห์ ในกรณีที่อยากเห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น สามารถกลับมาฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ที่ประเมินได้ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดเมโสแฟต กี่วันเห็นผล ลดเหนียง ลดแก้ม ให้หน้าเรียวสวยเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด
แนะนำ : หากใครอยากให้รักษาผลลัพธ์หลังฉีดเมโสแฟตได้นานขึ้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารร่วมด้วย เช่น ลดของทอด เลี่ยงของหวาน ของมัน อาหารไขมันสูง เพื่อไม่ให้ไขมันกลับมาอีก
รีวิวหลังฉีดเมโสแฟต
ตัวอย่างผลลัพธ์หลังฉีดเมโสแฟต
รีวิวหลังฉีดเมโสแฟตปรับหน้าเรียว 3 ครั้ง


รีวิวหลังฉีดเมโสแฟตลดแแก้ม
แนวทางเลือกคลินิกฉีดเมโสแฟต อย่างปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสแฟต ควรศึกษาข้อมูลคลินิกว่าได้รับใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานด้านต่าง ๆ อาทิ อาคาร สถานที่ เครื่องมือและเวชภัณฑ์ บุคลากรและการบริการ โดยสังเกตได้จาก
-
คลินิกเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง : มีชื่อคลินิกชัดเจนและเลขที่ใบอนุญาตของผู้ประกอบการ มาตรฐานตามกระทรวงสาธารณสุขติดไว้ในที่เห็นได้ รวมถึงคลินิกนั้นต้องมีป้ายรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพในคลินิกติดไว้ในที่เปิดเผย
ข้อสำคัญผู้ทำการรักษาต้องเป็นคนเดียวกับป้ายที่ติดไว้ และมีการบริการด้วยเครื่องมือพื้นฐานทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีความพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน อย่างเช่นเครื่องวัดความดันโลหิต และเครื่องตรวจสอบคลื่นหัวใจหรืออุปกรณ์กู้ชีพ เพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัยเบื้องต้น
ตัวอย่างคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะมีชื่อคลินิกและเลขใบอนุญาตแสดงให้เห็นชัดเจน
- ปลอดภัย ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวยาเมโสแฟตที่ได้มาตรฐาน : คนไข้สามารถขอดูยี่ห้อเมโสแฟตก่อนฉีดได้ครับ เพื่อจะได้มั่นใจว่าส่วนผสมไม่มีอันตราย และสามารถตรวจสอบแหล่งผลิต บริษัทผู้นำเข้าได้ชัดเจน ไม่เสี่ยงต่อยาหิ้วยาปลอมที่อันตรายครับ
- มีหมออยู่ประจำคลินิกแบบ FullTime : การฉีดเมโสแฟต ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น แนะนำว่าควรเป็นแพทย์ FullTime ประจำคลินิก เพราะหมอประจำคลินิกย่อมต้องพยายามรักษาชื่อเสียงคลินิก และมักมีรีวิวเก่า ๆ ของคลินิกนั้น ๆ
รีวิวเมโสแฟต
- อยู่ในทำเลที่ปลอดภัย : คลินิกควรอยู่ในย่านธุรกิจและอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้าหรือบริเวณที่มีคนผ่านเยอะในแต่ละวัน ไม่แออัด หรือหลบมุม แอบซ้อน เป็นจุดที่คนสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย สะดวกในการเดินทางไปใช้บริการ
- มีการบริการที่เอาใจใส่ : เมื่อลองเข้าไปสอบถาม เจ้าหน้าที่ควรยิ้มแย้มพร้อมให้บริการ และสามารถให้ข้อมูลพื้นฐานในการช่วยเหลือได้ แจ้งราคาชัดเจน ตรงไปตรงมา
- มีช่องทางในการให้ข้อมูลและติดต่อสอบถาม : มีเว็บไซต์ ไลน์ หรือ Facebook ที่มีแหล่งข้อมูลเบื้องต้น และมีช่องทางติดต่อสื่อสาร เช่น แจ้งเบอร์โทร ช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่สามารถติดต่อสอบถามได้เบื้องต้น โดยที่ยังไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
สรุป
การฉีดเมโสแฟต (Mesofat) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเสริมความงามและปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ที่สำคัญคือ เห็นผลเร็ว ปลอดภัย หากฉีดกับคลินิกที่ได้มาตฐาน
แต่อย่างที่กล่าวมาข้างต้น การฉีดเมโสแฟต อยู่ได้นานแค่ไหน? นอกจากประสิทธิภาพของตัวยาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองร่วมด้วยครับ
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ
ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? มีกี่รุ่น ? แต่ละรุ่นเหมาะกับส่วนไหน ราคาเท่าไร ? ของแท้ดูยังไง ?
Reading Time: 5 minutesฟิลเลอร์ Restylane (เรสเทอเรน) เป็นฟิลเลอร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีหลายรุ่น หลายเนื้อ เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่สงสัย ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? เหมาะกับใคร ? ฉีดส่วนไหนได้บ้าง ? ราคาแพงไหม ? ในบทความนี้หมอจะพามาทำความรู้จักฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้กันครับ
รวมข้อที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มีความเสี่ยงอะไรบ้...
Reading Time: 4 minutesการฉีดฟิลเลอร์ คือ วิธีรักษาริ้วรอย ร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า ด้วยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปเติมเต็มในชั้นผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ และมีการยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ฟิลเลอร์จะทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ใบหน้าอ่อนเยาว์ลง บวกกับคุณสมบัติอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้
skinvive คืออะไร? ช่วยเรื่องใด ? เหมาะกับใคร ? ต่างจากฟิล...
Reading Time: 5 minutesไม่ว่าจะยุคไหน การมีผิวคุณภาพดี ฉ่ำโกลว์เล่นแสง ก็ยังเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการครับ อย่าง SKINVIVE ตัวช่วยงานผิวน้องใหม่จากค่าย Allergan ที่ได้พัฒนาต่อยอดมาจากฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volite ให้กลายมาเป็นฟิลเลอร์ Skin Booster แบบเต็มตัว โดยจะเน้นเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว เรียบเนียนขึ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้า
exosome คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ตัวเลือกที่ดีที่สุด จริงไหม !
Reading Time: 5 minutesExosome กำลังได้รับการพูดถึงในวงการความงาม ในด้านการนำมาใช้ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว (Skin Rejuvenation) แก้ไขหลายปัญหาผิว เช่น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง รอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ฯลฯ โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองถึงประสิทธิภาพ ที่สามารถกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ได้ครับ
Oligio กับ Thermage อันไหนดีกว่ากัน ? เปรียบเทียบให้ชัด ก...
Reading Time: 5 minutesอยากหน้าเด็ก หน้ายก แต่ไม่รู้ว่าระหว่าง Oligio กับ Thermage จะเลือกอะไรดี ? เพราะทั้งคู่เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เหมือนกัน แต่รู้หรือไม่ครับว่าทั้ง Oligio และ Thermage ก็มีจุดที่ต่างกันอยู่ในบางประการ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนทำ Oligio แล้วประทับใจ แต่บางคนกลับรู้สึกว่าทำ Thermage คุ้มค่ากว่า
ทำhifuดีไหม ทำกี่ครั้งเห็นผล ช่วยให้หน้าเรียวจริงหรือไม่ท...
Reading Time: 3 minutesปัจจุบันคนให้ความสนใจทำ hifu (ไฮฟู่) มากขึ้น เพราะเป็นที่นิยมในหมู่ดารา นักแสดง Hifu ช่วยยกกระชับผิวได้ทั้งใบหน้า เหนียง คอ ต้นแขน ต้นขา หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สะดวกและใช้เวลาไม่นาน แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่า Hifu ดีไหม ? ดีอย่างไร ? ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล ? เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ในบทความนี้หมอจะอธิบายถึงคุณสมบัติของ hifu อย่างละเอียดครับ



