สิวฮอร์โมนคืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ? รู้สาเหตุ และแนวทางการป้องกันรักษา

Reading Time: 3 minutes

รู้ครบทุกเรื่องเกี่ยวกับสิวฮอร์โมน (Hormonal Acne)

สิวฮอร์โมน

สิวฮอร์โมน คืออะไร ? เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเกิดสิวฮอร์โมน ? หมอมีข้อมูลเกี่ยวกับสิวฮอร์โมนมาแนะนำครับ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ป้องกันและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

สารบัญ สิวฮอร์โมน


สิวฮอร์โมน คืออะไร ?

สิวฮอร์โมน (Hormonal Acne) คือ สิวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศภายในร่างกายที่ไม่สมดุล และส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายสูงขึ้น เพิ่มโอกาสที่จะเกิดสิวมากขึ้น โดยสามารถเกิดสิวได้หลากหลายชนิดครับ ทั้งสิวอักเสบ สิวอุดตัน

ลักษณะสิวฮอร์โมน

สิวฮอร์โมนเป็นแบบไหน ?

สิวฮอร์โมน มีลักษณะคล้ายสิวปกติทั่วไปครับ บางรายอาจมีอาการสิวเห่อขึ้นทั่วหน้า จะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเดิมซ้ำ ๆ เป็นประจำ เช่น ช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน, ช่วงระยะเวลาที่มีความเครียดสะสม หรือช่วงที่ใช้ยาคุม ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดสิวในช่วงนี้ เพราะส่งผลกระทบให้ฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวนเช่นกัน


สิวฮอร์โมนเกิดจากสาเหตุใด ?

สาเหตุหลักของสิวฮอร์โมน เกิดจากปริมาณฮอร์โมนที่ไม่สมดุลภายในร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนครับ

ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศชาย แอนโดรเจน (Androgens) มากขึ้น หรือ ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ซึ่งสามารถกระตุ้นการผลิตไขมันในต่อมไขมันให้ผลิตไขมันส่วนเกิน (Seborrhea) เพิ่มมากขึ้น

วงจรสิว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่นหญิงช่วงก่อนและหลังรอบเดือนในแต่ละเดือน ฮอร์โมนจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้สร้างมากอย่างผิดปกติ จนเกิดการอุดตันรูขุมขน มีการอักเสบของหน่วยรูขุมขนและต่อมไขมัน (Pilosebaceous unit) กลายเป็นสิวจากฮอร์โมนในที่สุดครับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวฮอร์โมนจากภายนอกได้เช่นกัน เช่น แสงแดด ฝุ่นควันและมลภาวะต่าง ๆ


สิวฮอร์โมน ขึ้นตรงไหนบ้าง ?

สิวฮอร์โมนมักขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณ U-Zone หรือส่วนล่างของใบหน้า ซึ่งตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • บริเวณแก้มส่วนล่าง
  • บริเวณคางและรอบปาก
  • บริเวณกรอบหน้า แนวกราม
  • บริเวณลำคอ
  • บริเวณแผ่นหลังและหน้าอก

สิวฮอร์โมน รักษาอย่างไร ?

การรักษาสิวฮอร์โมน สามารถรักษาได้หลายวิธีครับ ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของแต่ละบุคคล โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดการรักษาที่แตกต่างกันออกไป แบ่งเป็น 3 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

1. รักษาสิวฮอร์โมนแบบธรรมชาติ

วิธีรักษาสิวฮอร์โมนแบบธรรมชาติ สามารถทำได้เองในกรณีที่สิวมีระดับความรุนแรงน้อย เช่น

  • ลดการกระตุ้นให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น เช่น การจับ สัมผัสบริเวณหน้าบ่อย ๆ การขัดหน้า ฟอกหน้า พอกหน้า แกะ เกา หรือการทาผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาขายตามสื่อออนไลน์แบบไม่ได้มาตรฐาน ที่ส่งผลให้สิวอักเสบมากยิ่งขึ้น
  • ทำความสะอาดใบหน้าที่เหมาะสม ไม่ขัดหรือฟอกใบหน้ามากเกินความจำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางต่าง ๆ ที่อาจเป็นตัวก่อให้เกิดการอุดตันมากยิ่งขึ้น
  • รับประทานน้ำมันปลา เนื่องจากกรดไขมันโอเมก้า 3 สามารถช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้
  • ลดการรับประทานอาหารที่กระตุ้นให้เกิดสิว เช่น นมวัว อาหารแปรรูป น้ำตาล
รักษาสิวฮอร์โมนแบบธรรมชาติ
แนะนำวิธีดูแลตัวเองเมื่อมีสิวขึ้น

2. รักษาสิวฮอร์โมนด้วยยา

วิธีรักษาสิวฮอร์โมนด้วยยามีทั้งยาทาและยารับประทานครับ

  • สิวเล็กน้อย (Mild acne) สามารถใช้ยาทาเฉพาะที่ เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของสารต่าง ๆ ดังนี้
    • Benzoly peroxide 2.5%-5% (เป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สามารถลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียได้)
    • Topical retinoids 0.01%-0.1% (เร่งการสร้างเซลล์และผลัดเซลล์โดยเฉพาะที่ผนังรูขุมขน ทำให้หัวสิวหลุดลอก ลดการเกิดสิว และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ)
    • Clindamycin 1% solution (เป็นยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ ที่ควรใช้ร่วมกับ Benzoyl Peroxide เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการดื้อยา)
    • Azelaic acid (เป็นกรดที่ได้จากสารสกัดตามธรรมชาติ สามารถเป็นยาต้านจุลชีพ(Antimicrobial) ช่วยลดการอุดตันรูขุมขน)
    • สิวปานกลาง (Mederate acne) จะพิจารณาให้ยาทาในกลุ่ม Mild acne ร่วมกับยารับประทาน กลุ่มเตตราไซคลีน (Tetracycline)
    • สิวรุนแรง (Severe acne) ในกรณีที่การรักษาไม่ตอบสนอง หรือมีความรุนแรงขึ้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังครับ
ความรุนแรงของสิว
สิวระดับรุนแรง (Severe acne)

การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและชนิดของสิวที่เกิดขึ้น เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาสิวฮอร์โมนอย่างถูกวิธีครับ โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรควรเลี่ยงยาทากลุ่ม retinoids และควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยาครับ

3. รักษาสิวฮอร์โมนด้วยหัตถการทางการแพทย์

การรักษาสิวฮอร์โมนด้วยการทำหัตถการอื่น ๆ ที่สามารถช่วยให้สิวจากฮอร์โมนลดลง เช่น

  • การทำเลเซอร์และการฉายแสงรักษาสิว

เป็นวิธีการรักษาสิวฮอร์โมนและสิวชนิดอื่น ๆ ด้วยการใช้แสงสีน้ำเงิน (Blue Light) ความยาวคลื่น 460 nm ฆ่าเชื้อสิวแบคทีเรีย C.acne ลดการอักเสบ และควบคุมการผลิตน้ำมันในผิวหน้า ทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น ปรับผิวให้สะอาดและแข็งแรงขึ้น โดยวิธีนี้เป็นการรักษาสิวที่มีความอ่อนโยนสูง ช่วยฆ่าเชื้อสิวและลดการอักเสบไปพร้อม ๆ กันครับ

ทำความรู้จัก Bellalux Lite นวัตกรรมแสง LED Therapy

Bellalux Lite สามารถทำร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เช่น Pico Laser ลดรอยสิว รอยดำ หลุมสิว หรือรอยแผลเป็นจากสิวได้ ขึ้นอยู่กับหมอประเมินเป็นรายเคสไปครับ

  • การฉีดสิว

เป็นการฉีดยาเพื่อลดการอักเสบของสิวชนิดเป็นก้อนแข็งอยู่ใต้ผิวหนัง ให้ผลการรักษาที่ดี แต่ควรใช้ยาทาอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย

  • การฉีดมาเด้คอลลาเจน-เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสมาเด้คอลลาเจน (Made Collagen) เป็นหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกออกแบบมาเพื่อการขับล้างสารพิษออกจากผิวโดยเฉพาะ สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหน้า ช่วยลดสิว ผดผื่น ลดการอักเสบ ขับสารพิษ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิว ให้สุขภาพดี ผิวแข็งแรงขึ้นครับ

ฉีดมาเด้ลดสิวฮอร์โมน

วิธีป้องกันสิวฮอร์โมน

สิวฮอร์โมน ถือเป็นสิวที่หลีกเลี่ยงได้ยากครับ แต่ป้องกันและลดอัตราความเสี่ยงในระดับรุนแรงได้ เช่น

  • งดการบีบ แคะ หรือสัมผัสบริเวณที่เกิดสิว
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ในผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เลี่ยงของหวาน ของมัน เน้นผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่อุดตันรูขุมขน
  • ทำความสะอาดใบหน้า และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย วันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่แต่งหน้าบ่อย ๆ ควรทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้าให้สะอาดทุกครั้งครับ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวและลดระดับความรุนแรงของสิวจากฮอร์โมนได้
ล้างหน้าป้องกันสิวฮอร์โมน

Q&A สิวฮอร์โมน

เป็นสิวปกติ กับ เป็นสิวฮอร์โมนสังเกตได้อย่างไร ?

สิวมีหลายประเภท แต่จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นสิวฮอร์โมน สามารถสังเกตได้ดังนี้ครับว่า สิวฮอร์โมนมักเกิดในบริเวณเดิมโดยเฉพาะบริเวณ U-Zone และเกิดในช่วงเวลาเดิมซ้ำ ๆ อย่างช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน ช่วงที่มีปัจจัยต่าง ๆ ส่งผลต่อฮอร์โมนได้ เช่น ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หากสังเกตสิวที่ขึ้นว่ามีลักษณะแบบนี้ ให้สันนิษฐานก่อนได้เลยครับว่าเป็นสิวฮอร์โมน

สิวฮอร์โมนหายตอนไหน ?

การรักษาสิวฮอร์โมนต้องอาศัยระยะเวลาครับ ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันตามสภาพผิว และระดับความรุนแรง โดยทั่วไปสิวฮอร์โมนอาจอยู่ได้เพียง 2-3 วัน แต่ในบางกรณีก็คงอยู่ได้ถึง 2-3 สัปดาห์ แล้วค่อย ๆ จางหายไป

กินยาคุมกำเนิดช่วยลดสิวฮอร์โมนไหม ?

ยาคุมกำเนิด ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสติน สามารถช่วยรักษาสิวได้ครับ เนื่องจากตัวยาจะไปลดระดับฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจนลง ทำให้การผลิตไขมันจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดลง ซึ่งช่วยลดการเกิดสิว แต่ไม่แนะนำให้ซื้อรับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานครับ เพราะยาคุมอาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้

กินยาคุมกำเนิดช่วยลดสิวฮอร์โมนไหม

ของหวาน ของทอด ทำให้สิวฮอร์โมนเห่อได้จริงไหม ?

อาหารบางชนิดที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงและใยอาหารต่ำ จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมามากครับ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวโดยตรง ดังนั้นเมื่อเกิดสิวควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ขนม เค้ก ขนมปัง เป็นต้น แต่ก็ยังไม่มีผลการวิจัยใดรองรับว่าทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งบ่อย ๆ แล้วจะทำให้เกิดสิวนะครับ

ทําไมสิวถึงเห่อตอนเป็นประจําเดือน ?

หลายคนที่มีสิวเห่อตอนเป็นประจำเดือน เป็นเพราะว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงและผันผวนของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และฮอร์โมนแอนโดรเจน รวมถึงพฤติกรรมบางอย่างช่วงก่อนมีประจำเดือน เช่น อยากรับประทานอาหารรสหวานหรือของมัน มีความเครียดสูง

รักษาสิวฮอร์โมนให้หายขาดได้ไหม ?

การรักษาสิวฮอร์โมนให้หายขาด 100% เป็นเรื่องยากครับ เนื่องจากสิวฮอร์โมนมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายที่ควบคุมได้ยาก แต่เราสามารถควบคุมไม่ให้รุนแรง หรือเห่อขึ้นมาบ่อย ๆ ได้ ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมกับการรักษาสิวที่เหมาะสม


สรุปเรื่องสิวฮอร์โมน ดูแลถูกวิธี ผิวก็กลับมาใสได้

สิวฮอร์โมนเป็นปัญหาสิวที่ค่อนข้างเลี่ยงได้ยาก แต่สามารถลดความไม่สมดุลของฮอร์โมนได้ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พยายามลดความเครียด รวมถึงการดูแลตัวเองรักษาความสะอาด

ในกรณีที่สิวเกิดแล้วและอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง ที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ และต้องการรักษาควรปรึกษากับแพทย์ด้านผิวหนังครับ เพื่อแก้ไขได้ตรงจุด สิวหายเร็วขึ้นและไม่ทิ้งรอยจุดด่างดำ หรือ หลุมสิวตามมาครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Juvelook Volume ราคาเท่าไหร่ ? 1 ขวดกี่ CC ? ราคาถูกมาก ควรระวังอะไร ?

Reading Time: 3 minutes- Juvelook Volume ราคาเท่าไหร่ ? 1 ขวดกี่ CC ? - Juvelook Volume ราคาฉีดแต่ละตำแหน่ง ใต้ตา / แก้มตอบ / หลุมสิว - Juvelook Volume ที่ V Square ราคา 17,500.-/ขวด ใช้ยาแท้ ตรวจสอบได้ - Juvelook Volume คืออะไร ? ทำไมราคาแต่ละคลินิกไม่เท่ากัน ? - Juvelook Volume อยู่ได้นานไหม คุ้มค่ากับราคาหรือไม่ ?

Volnewmer ดีไหม ? ช่วยอะไรได้บ้าง ? เหมาะกับใคร ? รีวิวผล...

Reading Time: 4 minutesVolnewmer ดีไหม ? หากคนไข้กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวที่เห็นผลชัดเจนแต่กังวลเรื่องความเจ็บ เทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่อย่าง Volnewmer คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาแน่นอิ่มฟูอีกครั้งโดยไม่ต้องพักฟื้น

Volnewmer ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไร ให้ผลลัพธ์คุ้มค่า...

Reading Time: 2 minutesVolnewmer ที่ไหนดี ? เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับและปรับผิวให้ดูแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ควรเลือกคลินิกอย่างไร ? ให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ตรงตามความคาดหวัง บทความนี้หมอได้รวบรวมเช็กลิสต์ที่ควรพิจารณาก่อนทำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจครับ

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? คลินิกไหนหมอเก่ง ฉีดสวย เต...

Reading Time: 3 minutesฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? หลายคนเริ่มมองหาคลินิกฉีดร่องแก้ม หลังจากสังเกตได้ว่าบริเวณร่องแก้มมีเส้นริ้วรอยลึกเกิดขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) สามารถเติมร่องแก้มลึก ปรับให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ แก้ปัญหาใบหน้าที่ดูโทรมและดูมีอายุ ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นได้ทันที เลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? ในกรุงเทพฯ มีหลายคลินิกครับ จุดเด่นแตกต่างกันออกไป

ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ต้องรอกี่วัน ? พร้อมข้อควร...

Reading Time: 3 minutesฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะคนไข้สายฟิตเนสหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะกลัวว่าถ้ากลับไปออกกำลังกายเร็วเกินไป จะทำให้โบท็อกไม่เห็นผล หรือเกิดผลข้างเคียงได้ บทความนี้หมอจะอธิบายให้ครบทั้งเรื่อง ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ควรรอกี่วัน ? มีความเสี่ยงอะไร ? และต้องดูแลตัวเองอย่างไร ? เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า