วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนฉีด เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

Reading Time: 3 minutes
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV Vaccine)

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัคซีน HPV เป็นวัคซีนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถช่วงลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกสำคัญแค่ไหน ? ฉีดอย่างไร ? มีกี่ประเภท ? ต้องฉีดกี่เข็ม ? หมอรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไปจนถึงข้อควรระวัง เพื่อให้สามารถตัดสินใจฉีดได้อย่างได้เหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพมาก ที่สุด

สารบัญวัคซีนมะเร็งปากมดลูก


วัคซีนมะเร็งปากมดลูกคืออะไร ?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV Vaccine) คือ วัคซีนที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกถึง 99% ของผู้ป่วยทั้งหมด การฉีดวัคซีนจึงเป็นการสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

รู้จักมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) คือมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูก ซึ่งเป็นส่วนล่างของมดลูกที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด มะเร็งชนิดนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่พัฒนาเป็นเซลล์มะเร็ง

ข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก

  • เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม
  • ในไทยพบผู้ป่วยใหม่มากกว่า 9,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตกว่า 5,000 รายต่อปี
  • เกิดจากเชื้อ HPV กว่า 99% โดยสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกถึง 70%
  • ระยะแรกมักไม่มีอาการ จึงมักถูกค้นพบเมื่อเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้นแล้ว
  • สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน HPV และการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสำคัญอย่างไร ?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก เป็นวัคซีนที่ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งได้อีกหลายชนิด จึงไม่ควรมองข้าม หรือละเลยในการฉีด เพราะสามารถ

  • ป้องกันได้สูงถึง 70–99% วัคซีน HPV สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์หลักที่ก่อมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ป้องกันได้ก่อนสัมผัสเชื้อ วัคซีนทำงานได้ดีที่สุดก่อนที่จะเคยมีเพศสัมพันธ์หรือสัมผัสเชื้อ HPV
  • ลดความเสี่ยงโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับ HPV เช่น มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งคอหอย และหูดหงอนไก่
  • ปลอดภัยและผ่านการรับรอง ผ่านการรับรองโดย FDA (สหรัฐอเมริกา) และ อย. (ไทย) รวมทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO)
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ค่ารักษาพยาบาลมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าค่าวัคซีนหลายสิบเท่า

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกมีแบบไหนบ้าง?

ปัจจุบันวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ที่ได้รับการรับรองและใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทยมี 3 ชนิดหลัก ดังนี้

ชื่อวัคซีนสายพันธุ์ที่ป้องกันกลุ่มอายุจุดเด่น
Cervarix
(2 สายพันธุ์)
HPV 16, 189–25 ปีป้องกันมะเร็งปากมดลูกชนิดหลัก
Gardasil 4
(4 สายพันธุ์)
HPV 6, 11, 16, 189–26 ปีป้องกันมะเร็ง + หูดหงอนไก่
Gardasil 9
(9 สายพันธุ์)
HPV 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 589–45 ปีป้องกันได้ครอบคลุมมากที่สุด 90%

แนะนำ Gardasil 9 เป็นวัคซีนที่แนะนำมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากครอบคลุมสายพันธุ์ HPV ที่ก่อมะเร็งได้กว้างที่สุดถึง 9 สายพันธุ์

สำหรับที่ V Square Clinic ให้บริการ ฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ Gardasil® 9 ในราคา 1 เข็ม 6,500.- และ 3 เข็ม 16,990.-

วัคซีน HPV ราคา

ให้คำปรึกษาดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์ หากสนใจจองฉีดวัคซีนหรือมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาแพทย์เบื้องต้นได้ครับ


วัคซีนมะเร็งปากมดลูกต้องฉีดตรงไหน ?

วัคซีน HPV ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular Injection) บริเวณต้นแขนด้านบน (กล้ามเนื้อเดลทอยด์) ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับวัคซีนทั่วไปหลายชนิดครับ วิธีการฉีดนี้ช่วยให้วัคซีนถูกดูดซึมและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ตำแหน่งฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการฉีด

  • ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน ไม่ใช่ใต้ผิวหนังหรือเส้นเลือด
  • กระบวนการฉีดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
  • หลังฉีดควรนั่งพักที่คลินิก ประมาณ 15–30 นาที เพื่อสังเกตอาการ
  • อาจรู้สึกเจ็บบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกต้องฉีดกี่เข็ม ? และฉีดตอนไหนบ้าง ?

จำนวนเข็มและตารางการฉีดวัคซีน HPV ขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มฉีดเป็นหลัก ดังนี้

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกฉีดตอนไหน

กลุ่มอายุ 9–14 ปี : ฉีด 2 เข็ม

  • เข็มที่ 1 : ตามกำหนดนัดแรก
  • เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 6–12 เดือน
  • ช่วงอายุนี้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองได้ดีมากจนไม่จำเป็นต้องฉีดเข็มที่ 3

กลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป : ฉีด 3 เข็ม

  • เข็มที่ 1 : ตามกำหนดนัดแรก
  • เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 1–2 เดือน
  • เข็มที่ 3 : ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน

หมายเหตุ : แม้จะเริ่มฉีดช้า ก็ยังสามารถฉีดให้ครบตามจำนวนเข็มที่กำหนดได้ และยังคงได้รับประโยชน์จากวัคซีน


ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างไรให้ได้ผลดี

เพื่อให้วัคซีน HPV ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้

  • ฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ได้ผลดีที่สุดเมื่อยังไม่เคยสัมผัสเชื้อ HPV ดังนั้นควรเริ่มในวัยรุ่น (9–14 ปี)
  • ฉีดให้ครบตามจำนวนเข็ม อย่าหยุดกลางคัน เพราะภูมิคุ้มกันจะไม่สมบูรณ์หากฉีดไม่ครบ
  • ฉีดตรงตามระยะเวลา รักษาช่วงเวลาระหว่างเข็มให้ถูกต้อง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เต็มที่
  • เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรตรวจสุขภาพร่วมด้วย โดยควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear / HPV Test) แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว

ผู้ชายก็ควรฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก (วัคซีน HPV)

แม้ชื่อจะบ่งบอกว่าเป็น วัคซีนมะเร็งปากมดลูก แต่วัคซีน HPV ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับผู้หญิงเท่านั้นครับ ผู้ชายก็ควรฉีดวัคซีนนี้ด้วยเช่นกัน+

ผู้ชายกับวัคซีนมะเร็งปากมดลูก
  • เชื้อ HPV แพร่กระจายผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ ผู้ชายสามารถเป็นพาหะนำเชื้อไปยังคู่นอนได้
  • ผู้ชายมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งคอหอย มะเร็งอวัยวะเพศ
  • ป้องกันหูดหงอนไก่ (Genital Warts) ซึ่งเกิดจาก HPV สายพันธุ์ 6 และ 11
  • การฉีดวัคซีนในผู้ชายช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในสังคมโดยรวม (Herd Immunity)
  • แนะนำในผู้ชายอายุ 9–26 ปี และอาจพิจารณาได้ถึงอายุ 45 ปีในบางกรณี

ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

วัคซีน HPV มีความปลอดภัยสูง แต่มีบางกรณีที่ควรระวัง แจ้งข้อมูลเหล่านี้กับแพทย์

  • ผู้ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีอยู่ในช่วงไม่สบาย มีไข้ ควรเลื่อนออกไปก่อน
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนมะเร็งงปากมดลูก

หลังฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก อาจเกิดผลข้างเคียงได้ โดยผลข้างเคียงเหล่านี้เป็นอาการปกติ ที่สามารถเกิดขึ้น ไม่อันตราย

  • ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด (พบบ่อยที่สุด)
  • มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลียเล็กน้อย
  • คลื่นไส้หรือวิงเวียนศีรษะในบางราย
  • อาการเป็นลมหลังฉีด (พบน้อยมาก) จึงควรนั่งพักหลังฉีด

การป้องกันมะเร็งปากมดลูกเพิ่มเติม

การฉีดวัคซีน HPV เป็นขั้นแรกที่สำคัญ แต่ยังมีมาตรการป้องกันเพิ่มเติมที่ควรทำควบคู่กันไป

  • ตรวจ Pap Smear / HPV Test เป็นประจำ สำหรับผู้หญิงที่อายุ 21 ปีขึ้นไป ควรตรวจทุก 3–5 ปี เพื่อตรวจหาเซลล์ผิดปกติก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง
  • ใช้ถุงยางอนามัย ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
  • ลดจำนวนคู่นอน ลดโอกาสสัมผัสเชื้อ HPV สายพันธุ์ต่าง ๆ
  • ไม่สูบบุหรี่ บุหรี่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกาย กินอาหารมีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มที่

FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนและต้องการทราบข้อมูลก่อนตัดสินใจ

ฉีดวัคซีนแล้วยังเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ไหม ?

วัคซีน HPV ป้องกันสายพันธุ์หลักที่ก่อมะเร็งได้ถึง 70–90% แต่ไม่ได้ป้องกัน HPV ได้ 100% ทุกสายพันธุ์ ดังนั้นแม้ฉีดวัคซีนแล้ว ยังคงควรตรวจ Pap Smear / HPV Test ต่อไปตามกำหนด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อายุเท่าไหร่ฉีดได้บ้าง ? เกิน 26 ปีแล้วยังฉีดได้ไหม ?

วัคซีน HPV ได้รับการรับรองให้ใช้ในกลุ่มอายุ 9–45 ปี (สำหรับ Gardasil 9) ผู้ที่อายุ 27–45 ปีสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดได้ โดยแพทย์จะประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับเป็นรายบุคคล แม้ประสิทธิภาพอาจลดลงบ้างหากเคยสัมผัสเชื้อแล้ว แต่ยังคงมีประโยชน์ในการป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยติด

ฉีดวัคซีน HPV แล้วต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะมีภูมิคุ้มกัน ?

หลังจากฉีดวัคซีนครบตามจำนวนเข็มที่กำหนด ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้เต็มที่ภายใน 2–4 สัปดาห์หลังเข็มสุดท้าย การฉีดครบทุกเข็มจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่าหยุดกลางคันเด็ดขาด

ฉีดวัคซีน HPV ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน HPV นั้นง่ายมาก

  • ไม่ต้องอดอาหาร สามารถกินอาหารได้ตามปกติ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีนให้แพทย์ทราบ
  • หากมีไข้หรือป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนนัดออกไปก่อน
  • สวมเสื้อที่เปิดต้นแขนได้ง่ายสำหรับการฉีด
  • หลังฉีดนั่งพักสังเกตอาการอย่างน้อย 15–30 นาที

สรุป ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้ ฉีดง่าย คุ้มค่า

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV คือหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง การฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุน้อยจะให้การป้องกันที่ดีที่สุด แต่ในทุกช่วงอายุก็ยังคงมีประโยชน์

อย่าปล่อยให้ความกลัว ความไม่รู้ หรือการผัดผ่อน มาเป็นอุปสรรคต่อสุขภาพของคุณ วัคซีนมะเร็งปากมดลูกฉีดง่าย ใช้เวลาไม่นาน และคุ้มค่ากว่าการรักษาโรคมะเร็งหลายร้อยเท่าปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อนัดฉีดวัคซีน HPV วันนี้ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการป้องกัน


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักราคาเท่าไร ? เลือกแบบไหนเห็นผลและปลอดภัย

Reading Time: 3 minutes- ปากกาลดน้ำหนัก ราคาที่คุ้มค่ากับผลลัพธ์เลือกยี่ห้อไหนดี ? - อยากผอม น้ำหนักลด ใช้ปากกาลดหนักแบบไหน เห็นผล ปลอดภัย - ปากกาลดน้ำหนักราคา ที่ V Square Clinic - ขั้นตอนการใช้ปากลดน้ำหนักที่เหมาะสม - FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาปากกาลดน้ำหนัก

August 11, 2026 อ่านต่อ

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

สูตรดริปผิวขาว มีกี่แบบ ? อะไรบ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ? เลื...

Reading Time: 4 minutesสูตรดริปผิวขาว มีให้เลือกหลายสูตร หลายคนอาจสงสัยว่าแต่ละสูตรต่างกันอย่างไร ? สูตรไหนช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ผิวอิ่มฟู หรือฟื้นฟูผิวโทรมได้ดีที่สุด ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า สูตรดริปผิวขาว แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง พร้อมแนะนำวิธีเลือกดริปวิตามินอย่างไรให้เห็นผลและปลอดภัยครับ

ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? เจาะลึกผลลัพธ์ ลดเร็ว ลงลิฟต์ ...

Reading Time: 4 minutesในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และคำถามหลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? และที่สำคัญกว่านั้น คือ การลดน้ำหนักแบบ “ลงลิฟต์" ปลอดภัยหรือเปล่า ? ใครที่กำลังวางแผนใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอมีข้อมูลแนวทางการใช้อย่างปลอดภัยมาแนะนำครับ

ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปรียบเทียบชัด ก่อนตัด...

Reading Time: 4 minutesปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปปไทด์คือตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ ส่วนปากกาคืออุปกรณ์ที่ใช้ฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย โดยภายในปากกาจะบรรจุตัวยากลุ่มเปปไทด์ เช่น ยากลุ่ม GLP-1 หรือ GIP/GLP-1 receptor agonist ซึ่งมีผลต่อความหิว ความอิ่ม การบีบตัวของกระเพาะอาหาร และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในบทความนี้หมอจะอธิบายว่า ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และแนวทางเริ่มต้นลดน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละคนครั

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า