โดสปากกาลดน้ำหนัก เริ่มต้นกี่ mg ? ทำไมต้องค่อย ๆ ปรับเพิ่มตามแพทย์แนะนำ ?

Reading Time: 4 minutes
โดสปากกาลดน้ำหนัก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับโดสปากกาลดน้ำหนัก

โดสปากกาลดน้ำหนัก โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้เริ่มจากปริมาณน้อยก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มโดสให้สูงขึ้นตามลำดับ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับยา และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องผูก หรือรับประทานอาหารได้น้อยเกินไป

แม้ปากกาลดน้ำหนักบางชนิดจะฉีดสัปดาห์ละครั้งเหมือนกัน แต่รายละเอียดการปรับโดสยาแตกต่างกันครับ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หมอสรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับโดสปากกาลดน้ำหนักให้ อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้

สารบัญ โดสปากกาลดน้ำหนัก


โดสปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร เริ่มต้นที่เท่าไหร่ ?

โดสปากกาลดน้ำหนัก คือ ปริมาณยาที่ใช้ต่อครั้ง มักระบุเป็นหน่วยมิลลิกรัม (mg) ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีขนาดยาเริ่มต้น ขนาดยาระหว่างปรับเพิ่ม และขนาดยาคงที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างโดสเริ่มต้นของปากกาลดน้ำหนัก

  • โดสปากกาลดน้ำหนัก Wegovy เริ่มต้นที่ 0.25 mg
  • โดสปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro เริ่มต้นที่ 2.5 mg

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับยี่ห้อปากกาลดน้ำหนัก


ทำไมต้องเริ่มจากโดสปากกาลดน้ำหนักต่ำก่อน ?

การเริ่มปากกาลดน้ำหนักจากโดสต่ำ เป็นแนวทางที่ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับยาได้ดีขึ้น เนื่องจากปากกาลดน้ำหนักออกฤทธิ์ต่อความอยากอาหาร ความอิ่ม และระบบทางเดินอาหาร หากเริ่มจากโดสสูงเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดอาการไม่สบายตัวตามมาได้ครับ

เข้าใจกลไกของปากกาลดน้ำหนัก

ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนัก

ผลข้างเคียงที่พบได้ระหว่างใช้ปากกาลดน้ำหนักมักเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย การเริ่มจากโดสต่ำแล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่ม จะช่วยลดโอกาสที่อาการเหล่านี้จะรุนแรงเกินไป

หากมีอาการมาก เช่น อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ อ่อนเพลียมาก หรือปวดท้องผิดปกติ ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรปรับโดสหรือหยุดยาเองครับ

ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับปากกาลดน้ำหนักได้ดีขึ้น

การเริ่มใช้โดสปากกาลดน้ำหนักต่ำก่อน ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับปากกาลดน้ำหนักได้ ทั้งในเรื่องความหิวที่ลดลง อิ่มเร็วขึ้น และกินได้น้อยลง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักและไขมันลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ

คนไข้บางรายอาจอยากให้น้ำหนักลดเร็ว ๆ แต่ถ้าน้ำหนักและไขมันลดลงเร็วเกินไปมักส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าครับ เพราะอาจทำให้ดูโทรม รู้สึกอ่อนเพลีย หรือผิวหย่อนคล้อยตามมาได้

หมอจึงอยากให้มองว่าปากกาลดน้ำหนักเป็นตัวช่วยให้ควบคุมแคลอรีและปรับพฤติกรรมการกินได้ง่ายขึ้น มากกว่าการเร่งให้น้ำหนักลดลงเร็วที่สุด

ความสำคัญของไขมัน
ไขมันบนใบหน้ามีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์

ช่วยให้แพทย์ประเมินการตอบสนองของแต่ละคน

แต่ละคนตอบสนองต่อปากกาลดน้ำหนักไม่เหมือนกันครับ ส่วนใหญ่แพทย์มักให้ใช้โดสปากกาลดน้ำหนักเดิมต่อจนครบเดือนก่อน เพื่อดูว่าน้ำหนักลดลงต่อเนื่องไหม คุมความอยากอาหารได้ดีหรือไม่ และมีผลข้างเคียงมากน้อยแค่ไหน

หากไม่มีอาการผิดปกติและน้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ แพทย์อาจพิจารณาปรับโดสสูงขึ้นตามแผน แต่ถ้ามีผลข้างเคียงมาก เช่น คลื่นไส้ อาเจียน กินได้น้อย หรืออ่อนเพลีย แพทย์อาจให้ใช้โดสเดิมต่อไปก่อน เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและใช้ยาได้ต่อเนื่องมากขึ้นครับ


Starting Dose และ Maintenance Dose ต่างกันอย่างไร ?

หลายคนที่หาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก น่าจะเคยเจอคำที่เกี่ยวกับโดสปากกาลดน้ำหนัก อยู่บ้าง เช่น Starting Dose หรือ Maintenance Dose หมอจึงอยากอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร และเกี่ยวข้องกับการวางแผนใช้ยาอย่างไร

คำศัพท์เกี่ยวกับโดสยาความหมายใช้ในช่วงไหน
Starting Dose (ขนาดยาเริ่มต้น)ขนาดยาเริ่มต้น มักเป็นโดสยาต่ำที่สุดของแผนการรักษา เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวกับยาช่วงเริ่มใช้ยา
Maintenance Dose (ขนาดยาคงที่)ขนาดยาที่ใช้ต่อเนื่องหลังจากแพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะสมกับผู้ใช้ช่วงใช้ยาต่อเนื่อง

ตัวอย่างโดสปากกาลดน้ำหนัก

เพื่อให้เห็นภาพว่า โดสปากกาลดน้ำหนักมีการเริ่มต้นและปรับเพิ่มอย่างไร หมอขอยกตัวอย่างเป็นตารางฉีดปากกาลดน้ำหนักของยี่ห้อ Wegovy และ Mounjaro ซึ่งเป็นยี่ห้อที่คลินิกหลายแห่งใช้ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนักครับ

ตัวอย่างการปรับโดสปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อ Wegovy

Wegovy เป็นปากกาลดน้ำหนักตัวยา Semaglutide โดยทั่วไปใช้ฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง แผนการใช้มักเริ่มจากโดสต่ำที่ 0.25 mg แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มตามลำดับในแต่ละเดือน โดยมีขนาดโดสยาคงที่อยู่ที่ 2.4 mg

โดสปากกาลดน้ำหนัก Wegovy
โดสปากกาลดน้ำหนัก Wegovy
ช่วงเวลาโดสปากกาลดน้ำหนัก Wegovyลักษณะการใช้
สัปดาห์ที่ 1-4 (เดือนที่ 1)0.25 mgขนาดเริ่มต้น
สัปดาห์ที่ 5-8 (เดือนที่ 2)0.5 mgปรับเพิ่มขนาดยา
สัปดาห์ที่ 9-12 (เดือนที่ 3)1 mgปรับเพิ่มขนาดยา
สัปดาห์ที่ 13-16 (เดือนที่ 4)1.7 mgปรับเพิ่มขนาดยา
สัปดาห์ที่ 17 เป็นต้นไป (เดือนที่ 5)2.4 mgขนาดยาคงที่ตามแผนการรักษา

ตัวอย่างการปรับโดสปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อ Mounjaro

Mounjaro เป็นปากกาลดน้ำหนักตัวยา Tirzepatide แบบฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง แต่ขนาดยาเริ่มต้นและลำดับการปรับโดสจะแตกต่างจาก Wegovy ครับ โดยเริ่มต้นที่ 2.5 mg และมีขนาดยาคงที่อยู่ที่ 10 mg หรือบางราย แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้โดสยาคงที่อยู่ที่ 12.5 mg หรือ 15 mg ครับ

โดสปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro
โดสปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro
ช่วงเวลาโดสปากกาลดน้ำหนัก Mounjaroลักษณะการใช้
สัปดาห์ที่ 1-4 (เดือนที่ 1)2.5 mgขนาดเริ่มต้น
สัปดาห์ที่ 5-8 (เดือนที่ 2)5 mgปรับเพิ่มขนาดยา
สัปดาห์ที่ 9-12 (เดือนที่ 3)7.5 mgปรับเพิ่มขนาดยา
สัปดาห์ที่ 13-16 (เดือนที่ 4)10 mgขนาดยาคงที่ตามแผนการรักษา
สัปดาห์ที่ 17-20 (เดือนที่ 5) หรือระยะยาว12.5 mgขนาดยาคงที่ตามแผนการรักษา
สัปดาห์ที่ 17-20 (เดือนที่ 5) หรือระยะยาว15 mgขนาดยาคงที่ตามแผนการรักษา

ทำไมโดสปากกาลดน้ำหนักแต่ละชนิดถึงไม่เท่ากัน ?

โดสของปากกาลดน้ำหนักแต่ละชนิดไม่เท่ากัน เพราะตัวยา กลไกการออกฤทธิ์ และแผนการใช้ยาถูกออกแบบมาต่างกัน ตัวอย่างเช่น Wegovy เริ่มที่ 0.25 mg ส่วน Mounjaro เริ่มที่ 2.5 mg แต่ไม่ได้แปลว่ายาที่มีตัวเลข mg มากกว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอไปครับ

สิ่งที่สำคัญคือปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อนั้นเหมาะกับใคร เริ่มจากโดสเท่าไร ปรับเพิ่มอย่างไร และคนไข้มีผลข้างเคียงอย่างไรระหว่างใช้ยา

ดังนั้น ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควรให้แพทย์ประเมินชนิดยาและโดสที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ไม่ควรเลือกจากตัวเลข mg หรือปรับโดสตามคนอื่น เพราะน้ำหนักตัว สุขภาพ โรคประจำตัว และการตอบสนองต่อยาแตกต่างกันครับ

ปากกาลดน้ำหนัก อันตรายไหม
ความเสี่ยงหากซื้อปากกาลดน้ำหนักมาฉีดเอง โดยไม่มีแพทย์ดูแล
แบนเนอร์ ปากกาลดน้ำหนัก(1)

แพทย์พิจารณาปรับโดสปากกาลดน้ำหนักจากอะไรบ้าง ?

การปรับโดสปากกาลดน้ำหนักไม่ได้ดูจากน้ำหนักตัวและเป้าหมายของคนไข้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้การใช้ยาเหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด

โดยทั่วไปก่อนเริ่มใช้ หรือปรับโดสยาปากกาลดน้ำหนัก แพทย์มักพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

  • น้ำหนักตัวและค่า BMI
  • เป้าหมายการลดน้ำหนักของแต่ละคน
  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
  • ยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  • ประวัติแพ้ยา หรือเคยมีผลข้างเคียงจากยาลดน้ำหนัก
  • อาการข้างเคียงหลังเริ่มใช้ยา หรือหลังปรับโดส
  • ความอยากอาหาร ความอิ่ม และพฤติกรรมการกิน
  • ผลลัพธ์หลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก มักพิจารณาจากมวลไขมัน น้ำหนัก และสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลง

หากผู้ใช้ตอบสนองต่อยาได้ดี น้ำหนักลดลงตามแผน และผลข้างเคียงน้อย แพทย์อาจพิจารณาปรับโดสตามลำดับ แต่ในรายที่มีผลข้างเคียงมาก เช่น คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย กินได้น้อยมาก หรืออ่อนเพลีย แพทย์อาจชะลอการเพิ่มโดส หรือปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมครับ

การปรับโดสปากกาลดน้ำหนัก_โดยหมอวี
การประเมินและติดตามผลการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเริ่มยาและปรับโดสปากกาลดน้ำหนัก

ในช่วงเริ่มใช้หรือช่วงปรับโดสปากกาลดน้ำหนัก คนไข้บางรายอาจมีผลข้างเคียงได้ โดยเฉพาะอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่าย เช่น

  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย
  • ความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ในเบื้องต้นให้คนไข้ดื่มน้ำให้เพียงพอ และดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ครับ แต่หากมีอาการรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้ หน้ามืดอ่อนเพลียมาก หรือปวดท้องรุนแรง ควรติดต่อคลินิกทันที เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการ

ดูแลหลังปรับโดสปปากกาลดน้ำหนัก
แนวทางการดูแลตัวเองหลังฉีดปากกาลดน้ำหนัก

ถ้ามีผลข้างเคียง ควรลดโดสปากกาลดน้ำหนักเองไหม ?

ถ้ามีผลข้างเคียงระหว่างใช้ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ควรตัดสินใจปรับลดหรือเพิ่มโดสยาปากกาลดน้ำหนักเองครับ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับแผนการรักษาที่เหมาะสม


ถ้าใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วน้ำหนักไม่ลด ควรเพิ่มโดสเองไหม ?

ถ้าใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วน้ำหนักยังไม่ลดตามที่คาดหวัง ไม่ควรเพิ่มโดสเองครับ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายจากการใช้ยาผิดวิธี เช่น อาเจียนรุนแรง มีภาวะขาดน้ำ หรือน้ำตาลในเลือดต่ำ การใช้ปากกาลดน้ำหนักที่ปลอดภัย จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นครับ

โดยทั่วไป แนะนำให้ใช้ปากกาลดน้ำหนักต่อเนื่อง 6-12 เดือน ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิต สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ประมาณ 15% ของน้ำหนักตัวเดิม หรือในบางรายน้ำหนักบนตาชั่งอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก แต่จะสังเกตได้ว่า รูปร่าง และสัดส่วนเล็กลง เพราะมวลไขมันลดลง

รีวิวผลลัพธ์โปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก เคสจริง ดูแลโดยแพทย์ V Square Clinic

วิธีใช้โดสปากกาลดน้ำหนักให้เหมาะสมและปลอดภัย

การใช้โดสปากกาลดน้ำหนักให้เหมาะสม ควรใช้ตามแผนที่แพทย์ประเมินไว้ ไม่เพิ่มหรือลดโดสเอง และควรติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอครับ

  • ใช้ตามโดสที่แพทย์กำหนด : ไม่เพิ่มโดสเองเพื่อหวังให้น้ำหนักลดเร็วขึ้น และไม่ลดโดสหรือหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
  • ฉีดตามวันที่กำหนด : สำหรับยี่ห้อ Wegovy และ Mounjaro ที่นิยมใช้กัน จะฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งครับ หากทางคลินิกมีบริการนัดหมายให้เข้าไปฉีด ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องการลืม หรือการเก็บรักษายาได้ ฉีดปากกาลดน้ำหนัก ที่ไหนดี พิจารณาจากอะไร ? อ่านเพิ่มเติมได้ครับ
  • ติดตามอาการหลังเริ่มยาและหลังปรับโดส : สังเกตอาการคลื่นไส้ แน่นท้อง ท้องผูก เบื่ออาหารมากเกินไป เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียผิดปกติครับ
  • แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ : หากอาเจียนบ่อย กินได้น้อยมาก ปวดท้องรุนแรง หรืออ่อนเพลียมาก ควรแจ้งแพทย์เสมอ
  • ดูแลอาหาร น้ำ และโปรตีนร่วมด้วย : แม้ยาจะช่วยลดความอยากอาหาร แต่ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับโปรตีนให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสอ่อนเพลียและช่วยดูแลมวลกล้ามเนื้อครับ
  • ไม่ปรับโดสตามคนอื่น : เพราะแต่ละคนมีน้ำหนัก สุขภาพ โรคประจำตัว และการตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน โดสที่เหมาะกับคนอื่นอาจไม่เหมาะกับเราครับ

ราคาโปรแกรมปากกาลดน้ำหนักเกี่ยวข้องกับโดสยาอย่างไร ?

ราคาปากกาลดน้ำหนัก เริ่มต้นที่ประมาณ 1,000-2,000.- ขึ้นอยู่กับรูปแบบบริการของแต่ละคลินิก โดยบางแห่งอาจคิดราคาเป็นรายโดส บางแห่งคิดราคาเป็นรายแท่ง หรือจัดเป็นโปรแกรมลดน้ำหนักที่รวมการติดตามผลโดยแพทย์ไว้ด้วย ในรายที่ใช้โดสสูงขึ้นและต้องใช้ปริมาณยามากขึ้น ค่าใช้จ่ายจึงอาจปรับเพิ่มตามไปด้วยครับ

เช็กราคาปากกาลดน้ำหนักแยกตามยี่ห้อ

ดังนั้น ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควรดูทั้งชนิดยา ขนาดโดส จำนวนครั้งที่ต้องฉีด ระยะเวลาของโปรแกรม และการดูแลติดตามผลร่วมด้วย ไม่ควรดูเฉพาะราคาต่อเข็มหรือต่อแท่งเพียงอย่างเดียว เพราะโดสที่เหมาะสมควรประเมินตามสุขภาพและเป้าหมายการลดน้ำหนักของแต่ละคนครับ

สนใจโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก

คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ V Square Clinic

แบนเนอร์ ปากกาลดน้ำหนัก

FAQ เกี่ยวกับโดสปากกาลดน้ำหนัก

โดสปากกาลดน้ำหนักเริ่มต้นกี่ mg ?

โดสปากกาลดน้ำหนักเริ่มต้นที่ประมาณ 0.25-2.5 mg ขึ้นตัวยาที่ใช้ครับ แต่ละยี่ห้อจะใช้ปริมาณต่างกัน ทั้งนี้ก่อนประเมินร่างกาย และปรึกษากับแพทย์ ก่อนเริ่มใช้เสมอ

ปรับโดสปากกาลดน้ำหนักทุกกี่สัปดาห์ ?

โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาปรับโดสปากกาลดน้ำหนักทุก 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ ผลลัพธ์ และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับคนไข้ร่วมด้วย ในรายที่มีผลข้างเคียงมาก แพทย์อาจพิจารณาให้คงปริมาณเดิมไปก่อน

ใช้โดสปากกาลดน้ำหนักสูงสุดแล้วน้ำหนักจะลดเร็วกว่าไหม ?

หมออยากให้มองที่โดสเหมาะสมกับตัวคนไข้มากกว่าครับ บางคนอาจตอบสนองดีตั้งแต่โดสต่ำหรือโดสกลาง ไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มให้ถึงโดสสูงสุดของตัวยาเสมอไป

ถ้ามีอาการคลื่นไส้หลังเพิ่มโดสปากกาลดน้ำหนัก ควรทำอย่างไร ?

หากอาการคลื่นไส้ไม่ได้รุนแรง คนไข้ยังสามารถรับประทานอาหาร และน้ำได้ แนะนำให้ดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ครับ ส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อร่างกายปรับตัวกับโดสยาใหม่ได้

แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น คลื่นไส้มาก กินอาหารไม่ได้ หรืออาเจียนบ่อย ๆ ควรติดต่อกับทางคลินิก/แพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

ลืมฉีดปากกาลดน้ำหนัก ต้องเพิ่มโดสชดเชยไหม ?

ไม่ควรเพิ่มโดสปากกาลดน้ำหนักเพื่อชดเชยครับ หากลืมฉีด ควรติดต่อแพทย์หรือคลินิกที่ดูแล เพื่อรับคำแนะนำตามชนิดยาที่ใช้และระยะเวลาที่ลืม เพราะยาแต่ละชนิดมีแนวทางจัดการไม่เหมือนกัน


สรุปโดสปากกาลดน้ำหนักควรเริ่มต่ำ ปรับช้า และติดตามผลกับแพทย์

โดสปากกาลดน้ำหนักควรเริ่มจากโดสต่ำก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มตามลำดับ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับยาและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง หากเป็นโปรแกรมฉีดปากกาลดน้ำหนักที่ดูแลโดยแพทย์ แพทย์จะช่วยพิจารณาว่าควรเริ่มที่โดสเท่าไร ควรปรับเพิ่มเมื่อไร หรือควรคงโดสเดิมไว้ก่อน โดยดูจากน้ำหนัก เป้าหมายการลดน้ำหนัก โรคประจำตัว ผลลัพธ์ และอาการข้างเคียงของแต่ละคนครับ

สำหรับผู้ที่สนใจลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ สามารถปรึกษา V Square Clinic ได้ครับ โดยมีโปรแกรม VSafeSlim โปรแกรมปากกาลดน้ำหนักที่ดูแลโดยแพทย์ มีการวางแผนโดสยา ติดตามผล และนัดหมายเข้ามาฉีดที่คลินิกอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดปัญหาลืมฉีด ใช้ยาไม่สม่ำเสมอ หรือใช้ยาไม่เหมาะสมกับร่างกายครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Motus AX VS Yag Laser ต่างกันอย่างไร ? แต่ละแบบเหมาะกับใคร ? เลือกเลเซอร์ขนแบบไหนดี ?

Reading Time: 6 minutesถ้ากำลังเปรียบเทียบ Motus AX VS Yag Laser ว่าเลเซอร์ขนแบบไหนดีกว่า หมออยากให้ดูมากกว่าแค่ชื่อเครื่องครับ เพราะทั้งสองแบบต่างกันทั้งความยาวคลื่น ความลึกของพลังงาน ความเหมาะกับสีผิว และลักษณะเส้นขน ดังนั้นการเลือกเลเซอร์ขนจึงไม่ควรดูแค่ว่าเครื่องไหนใหม่กว่า หรือราคาถูกกว่า แต่ควรดูให้ครบทั้ง ความยาวคลื่น สีผิว ลักษณะเส้นขน ตำแหน่งที่ทำ และอื่น ๆ

ดริปวิตามินผิว รีวิวก่อนและหลังทำ ช่วยให้ผิวขาวขึ้นแค่ไหน...

Reading Time: 4 minutesก่อนตัดสินใจซื้อคอร์สดริปวิตามินผิว หลายคนมักเริ่มจากการหาดริปวิตามินผิว รีวิว เพื่อดูว่าทำแล้วเห็นผลจริงไหม ผิวจะใสขึ้นแค่ไหน เพราะแม้หลายรีวิวจะบอกว่าผิวดูสดขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น และดูสุขภาพดีขึ้น แต่ความเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้เหมือนกันทุกคน บทความนี้หมอจึงรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ไว้ให้ครบ ทั้งเรื่องผลลัพธ์ รีวิวแต่ละสูตร ความถี่ในการทำ และข้อควรดูก่อนเลือกคอร์สครับ

ดริปวิตามิน ตัวช่วยให้ผิวกระจ่างใส มีประโยชน์อะไรบ้าง ต่า...

Reading Time: 5 minutesดริปวิตามิน เป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำและผิวแห้งเสียให้กลับมาดูกระจ่างใสอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการเติมวิตามินผิวเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ทำให้ดูดซึมไว ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีครับ บทความนี้หมอรวบรวมทุกข้อสงสัย ดริปวิตามินผิว คืออะไร ต่างจากการกินวิตามินอย่างไร ช่วยอะไรบ้าง ต้องทำบ่อยแค่ไหน พร้อมแนะนำสูตรดริปวิตามินยอดนิยม และสูตรที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ

ฉีดผิวขาวจริงไหม ? รีวิวผลหลังฉีดก่อน-หลัง และข้อควรรู้ก...

Reading Time: 3 minutesฉีดผิวขาวจริงไหม ? ปลอดภัยแค่ไหน ? ในเมื่อเทรนด์ผิวขาวกระจ่างใสและผิวมีออร่ายังคงเป็นกระแสหลัก และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในวงการความงามบ้านเรา หากพูดถึงวิธีการดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใส จริง ๆ ก็มีหลายวิธีครับ ตั้งแต่การทาครีม การทานอาหารเสริม ไปจนถึงวิธีที่เห็นผลไวอย่างการ "ฉีดผิว" หรือ ทำ IV Drip Vitamin แต่คำถามยอดฮิตที่หลายคนยังสงสัยคือหลังฉีดผิวขาวจริงไหม ?

ยกกระชับผิวด้วย Volnewmer เจ็บไหม ? ตอนทำรู้สึกอย่างไร ? ...

Reading Time: 3 minutesVolnewmer เจ็บไหม ? ระหว่างทำรู้สึกอย่างไร ? ทำไมถึงขึ้นชื่อว่าเป็นหัตถการยกกระชับที่เจ็บน้อย ? และเมื่อเปรียบเทียบกับ Thermage ต่างกันอย่างไร ? เห็นผลเมื่อไหร่ ? อยู่ได้นานแค่ไหน ? รวมถึงมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ หมอได้อธิบายไว้ครบในบทความนี้ครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า