เจาะลึก เทคนิคการเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty) ดีอย่างไร ?

Reading Time: 4 minutes

เสริมจมูกแบบโอเพ่น

เสริมจมูกแบบโอเพ่น

เทคนิคการเสริมจมูก แบบ OPEN เหมาะกับใคร แก้ปัญหาใดได้บ้าง ?

ปัจจุบันการทำศัลยกรรมเสริมจมูก ได้มีการพัฒนาไปมาก มีเทคนิคใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ผลลัพธ์หลังเสริมจมูกสามารถสร้างความพึงพอใจ และความปลอดภัยให้กับคนไข้มากขึ้น สำหรับใครที่ต้องการเสริมจมูก และต้องการข้อมูลเพื่อเตรียมตัว ในบทความนี้หมอมีข้อมูลมาแนะนำ โดยเฉพาะการเสริมจมูกแบบโอเพ่น ซึ่งเป็นวิธีการเสริมจมูกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นคืออะไร? เหมาะกับใครบ้าง? สามารถช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง? ติดตามอ่านได้ในบทความนี้พร้อมขั้นตอนการเตรียมตัวและการดูแลหลังเสริมจมูกอย่างครบถ้วนครับ

สารบัญ เสริมจมูกแบบโอเพ่น


เสริมจมูกแบบโอเพ่น คืออะไร ?

การเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty) เป็นการผ่าตัดเสริมจมูกแบบเปิด หรือที่หลายคนคุ้นกับชื่อการเสริมจมูกเกาหลี เป็นการผ่าตัดเสริมจมูกภายนอกเพื่อปรับโครงสร้างจมูก สร้างรูปทรงจมูกที่ต้องการขึ้นมาใหม่ ซึ่งการสริมจมูกหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 วิธี คือ

  • การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty)
  • การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty)

ทั้ง 2 วิธีนี้แตกต่างกันที่การเปิดแผล โดยการเสริมจมูกแบบโอเพ่นจะเป็นการเปิดแผล เพื่อให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้ทั้งหมด ทั้งกระดูกจมูก, ผนังกั้นโพรงจมูก, กระดูกอ่อนจมูก และปลายจมูกโดยจะเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูก และกรีดผ่าเป็นแนวดิ่งจนเห็นแกนจมูก ทำให้มีรอยผ่าตัดบริเวณด้านหน้าจมูก ( Columellar incision )

โครงสร้างจมูก

การผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น (เปิดแผล) ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมด

วิธีนี้แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างตรงจุด สามารถแยกผิวหนังออกจากโครงสร้างของจมูกทำให้เห็นโครงสร้างชัดเจน สามารถแก้ไขตอกฐานจมูกโครงสร้างภายในจมูกที่มีปัญหาได้ รวมถึงวางเนื้อเยื่อเทียมรองปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุได้ทั้งหมดในคราวเดียวกัน

วางเนื้อเยื่อเทียมรองปลายจมูก

การผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่นสามารถวางเนื้อเยื่อเทียมรองปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุ

เป็นวิธีแก้ปัญหาที่สามารถตัดแต่งกระดูกจมูกเดิมที่คดเบี้ยว การตะไบกระดูกสันจมูกนูน (ฮัมพ์) ได้ ส่วนการเสริมจมูกแบบปิดเป็นการเปิดแผลด้านในรูจมูก เหมาะกับคนที่โครงสร้างฐานจมูกเดิมดีอยู่แล้ว และต้องการเสริมเพิ่มโด่งอีกไม่มากนัก


การเสริมจมูกแบบโอเพ่นมีแบบไหนบ้าง ?

  • เสริมจมูกโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง : วิธีนี้เป็นการแก้จมูกโดยการใช้กระดูกอ่อนบริเวณซี่โครง ซึ่งมีทั้งกระดูกอ่อนซี่โครงเทียมหรือกระดูกอ่อนซี่โครงที่มาจากการบริจาค และกระดูกอ่อนบริเวณซี่โครงของคนไข้เอง โดยทั่วไปใช้ของคนไข้เองครับ เพราะกระดูกอ่อนซี่โครงเทียมมีข้อจำกัดหลายด้านเช่น ชิ้นเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เปราะแตกง่าย

    เมื่อใช้กระดูกอ่อนซี่โครงของคนไข้ ก็จะมีขั้นตอนการเปิดแผลใต้ราวนมเพื่อผ่าตัดเลาะนำกระดูกอ่อนซี่โครงออกมา จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะหากทำโดยไม่มีความชำนาญมากพอ อาจจะเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นได้ครับ เหมาะคนไข้ที่เคยมีปัญหาการทำจมูกมาก่อน จมูกมีปัญหาเยอะ มีความซับซ้อนในการแก้ไข
วัสดุที่ใช้เสริมจมูก
  • เสริมจมูกโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนหลังหู : วิธีนี้เป็นการเสริมจมูกโดยการใช้กระดูกอ่อนบริเวณหลังใบหู สามารถนำมาใช้แก้ไขโครงสร้างได้ละเอียด เหมาะสำหรับคนไข้ที่เคยผ่านการทำจมูกมาแล้วมีปัญหา เช่น เกิดอาการอักเสบ ติดเชื้อ เสี่ยงต่อการทะลุ รวมถึงเคสที่ร่างกายต่อต้านซิลิโคนครับ

ใครบ้างเหมาะกับการเสริมจมูกแบบโอเพ่น ?

ปัจจุบันการเสริมจมูกด้วยเทคนิคผ่าตัดเสริมจมูกแบบเปิด เป็นวิธีที่ได้รับควานิยมมากขึ้น เพราะเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้เป็นอย่างดี เช่น ผู้ที่ต้องการให้จมูกยาวขึ้น หรืออยากปรับให้แกนจมูกตรงสวยก็ทำได้ครับ โดยใช้กระดูกอ่อนหรือ เนื้อเยื่อสังเคราะห์เป็นตัวช่วยหลัก ซึ่งแพทย์สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกได้โดยตรง ทั้งในส่วนสันจมูก จมูกมีฮัมพ์ จมูกเบี้ยว หรือ จะตกแต่งแค่เฉพาะส่วนของปลายจมูก เพื่อแก้ไขให้ปลายจมูกยาวขึ้น เชิดขึ้น ปลายพุ่งขึ้น ทำหยดน้ำ เป็นต้น

แก้ไขโครงสร้างจมูก

การแก้ไขโครงสร้างจมูกเดิม โดยการเสริมจมูกแบบโอเพ่น

ถือได้ว่าการเสริมจมูกแบบโอเพ่นเหมาะสำหรับการแก้ไขทรงจมูกในหลายรูปแบบ สามารถเสริมจมูกได้หลายทรง จึงเหมาะกับผู้มีปัญหาจมูกที่ซับซ้อน

นอกจากนี้การเสริมจมูกแบบโอเพ่นยังเหมาะกับเคสแก้ หรือผู้ที่ต้องการแก้ไขจมูกกรณีเสริมมาก่อนหน้าแล้วเกิดปัญหาขึ้น กลัวการทะลุ หรือมีประวัติทะลุมาก่อน เนื้อจมูกน้อย เคสแก้ไขที่เคยเสริมจมูกปกติแล้วมี ปัญหาหดรั้ง ผิวหนังบาง ผิดรูป แพทย์สามารถวางโครงสร้างใหม่ปรับทรงจมูกให้กลับมาดูโด่งสวยและดูเป็นธรรมชาติอีกครั้ง


ลักษณะของจมูกที่ควร เสริมจมูกแบบโอเพ่น

ลักษณะจมูกแก้ไขได้โดยวิธีเสริมจมูกแบบโอเพ่น

ลักษณะของจมูกที่ควร เสริมจมูกแบบโอเพ่นได้แก่

  1. ผู้ที่มีเนื้อจมูกมีน้อย หรือ จมูกสั้น จมูกหมู จมูกเดิมไม่มีหยดน้ำ ต้องการจมูกที่ยาวขึ้น
  2. ผู้ที่มีปัญหากระดูกจมูกเบี้ยวคดผิดรูป จมูกฮัมพ์สูง (สันจมูกปูด) พบมากในทรงจมูกผู้ชาย หรือปลายจมูกงุ้มเหมือนปากนก (Polly beak Deformity)
  3. ผู้ที่ต้องการเสริมปลายจมูกให้พุ่งสวยกว่าการเสริมจมูกปกติ
  4. ผู้ที่มีปัญหาปลายจมูกหนา ใหญ่ จมูกกว้าง จมูกชมพู่ ไม่ได้สัดส่วน
  5. มีแผ่นกลางจมูกเอียง รูจมูกไม่เท่ากัน หรือ มีปัญหาทางเดินหายใจ หายใจลำบากด้านใดด้านหนึ่ง

เสริมจมูกแบบโอเพ่น อันตรายไหม ?

การเสริมจมูกแบบโอเพ่น ถือเป็นการเสริมจมูกที่ทำแล้วจมูกจะดูสมส่วน ลดการเสี่ยงเนื้อทะลุได้อย่างดี และให้ผลลัพธ์เป็นน่าพอใจในระยะยาว ที่สำคัญคือลดโอกาสการทะลุจากการเสริมด้วยซิลิโคนลงได้อย่างมากหรือแทบจะไม่มีโอกาสทะลุเลย

แต่การเสริมจมูกแบบโอเพ่นจะอันตรายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเสริมกับใคร ที่ไหนครับ การทำศัลยกรรมเสริมจมูกเพื่อให้เกิดความปลอดภัย และผลลัพธ์เป็นไปตามความคาดหวัง ควรเลือกสถานพยาบาล โรงพยาบาล หรือคลินิกศัลยกรรมที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อป้องกันอันตรายหรือการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้การจะเลือกเสริมจมูกด้วยเทคนิคใด ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในการประเมินโครงสร้างของจมูก ลักษณะโดยรวมของจมูกว่าเหมาะสมกับวิธีการใด รวมถึงการดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก หากมีการสัมผัสหรือกระทบ กระแทก อาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรืออักเสบได้ เพื่อให้ได้รูปจมูกที่สวยและถูกใจ ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ครับ


ข้อดีของการเสริมจมูกแบบโอเพ่น

  • สามารถแก้ไขปัญหาได้แทบทุกรูปแบบ อย่างตรงจุด
  • สามารถทำได้หลายทรง โดยทำได้ทั้งทรงจมูกผู้ชายและทรงจมูกผู้หญิง เช่น ทรงหยดน้ำ, ทรงจมูกสโลปปลายพุ่ง, ทรงจมูกเกาหลี, ทรงบาร์บี้ไลน์ เป็นต้น
  • แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้อย่างชัดเจน สามารถตะไบหรือตอก ฮัมพ์ ( Humpectomy ) ได้แม่นยำ และแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนอย่าง ปัญหาพังผืด จมูกบิดเบี้ยว รูปทรงไม่ได้ตามต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถปรับกระดูกคดและกระดูกโป่ง ที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือจากอุบัติเหตุ กระดูกจมูกหัก ( Twisted nose ,Crooked nose deformity, External deviated nose ) ได้เป็นอย่างดี โดยการตอกกระดูกจมูก ( Osteotomy )และการเย็บปรับแต่งให้ผนังกั้นจมูกตรงขึ้น ( Clocking suture )
ข้อดีของการเสริมจมูกแบบโอเพ่น

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างจมูกชัดเจน แก้ไขได้ตรงจุด

  • ช่วยป้องกันปัญหาจมูกทะลุในอนาคต รวมถึงลดโอกาสการเบี้ยวและเอียงได้
  • สามารถตกแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนให้พุ่งขึ้น หรือยาวขึ้นได้โดยไม่เสี่ยงทะลุ
  • ช่วยปรับทรงจมูกให้โด่งพุ่งได้ โดยเฉพาะในผู้ที่โครงสร้างจมูกไม่แข็งแรง สามารถปรับโครงสร้าง ด้วยการเสริมจมูกยืดผนังกั้นจมูก ซึ่งทำให้พื้นฐานจมูกแข็งแรงขึ้น และจมูกโด่งพุ่งสวยงามอย่างปลอดภัย
  • ช่วยแก้ปัญหาคนไข้ที่มีปัญหาทางเดินหายใจ มีอาการหายใจลำบาก คัดจมูก จากผนังกั้นจมูกคด และกระดูกคด หรือมีการตีบของวาล์วด้านในจมูก ( Internal Valve collapse-IVC ) ก็สามารถใช้การผ่าตัดแบบโอเพ่นปรับแต่งแก้ไขได้
  • เป็นการผ่าตัดเสริมจมูกที่ได้รับความนิยมระดับมาตรฐานสากล ทั้งในและต่างประเทศ

ข้อจำกัดของการเสริมจมูกแบบโอเพ่น

  • ขั้นตอนการทำซับซ้อน ใช้เวลาในการผ่าตัดนาน
  • อาจมีแผลผ่าตัดภายนอกที่มองเห็นได้บริเวณด้านหน้าจมูก ( Columellar incision )
  • มีการใช้ยาสลบในการผ่าตัด จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง
  • แพทย์ที่จะทำต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ เท่านั้น
  • ใช้เวลาพักฟื้นนาน

ราคาเสริมจมูกแบบโอเพ่น

การผ่าเสริมจมูกแบบโอเพ่น จะช่วยปรับโครงสร้างทั้งหมด จึงมีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ 60,000 – 200,000 บาทขึ้นไป ซึ่งแตกต่างกันตามแต่ละสถานบริการ และยังขึ้นอยู่กับเทคนิค วัสดุที่ใช้ ความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ครับ


การเตรียมตัวก่อนการเสริมจมูกแบบโอเพ่น

ก่อนทำการผ่าตัดเสริมจมูกคนไข้ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด ว่ามีโรคประจำตัว มีประวัติแพ้ยา หรือทานยาตัวใดอยู่บ้าง โดยเฉพาะยากลุ่มแอสไพริน หรือไอบิวโพรเฟน เพื่อให้ศัลยแพทย์ทราบประวัติและวางแผนการผ่าตัดอย่างปลอดภัย (หากมีประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ควรนำมาในวันปรึกษาด้วย) นอกจากนี้ควรดูแลสุขภาพของตนเองให้พร้อม เช่น

  • งดสูบบุหรี่ 4 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนผ่าตัด
  • งดรับประทานทานอาหารประเภทของหมักดอง และอาหารทะเล
  • งดทานวิตามินทุกชนิดก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก โดยเฉพาะวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันรำข้าว, โสม, เมล็ดองุ่น, ใบแปะก๊วย อย่างน้อย1 เดือนก่อนผ่าตัด
  • ควรสระผมให้สะอาดเรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด และงดแต่งหน้า ในวันผ่าตัด
  • งดใส่คอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด หากมีปัญหาด้านสายตาให้สวมแว่นสายตาแทน
  • ทำความสะอาดเล็บมือเล็บเท้าให้สะอาด งดการทาเล็บมือ เล็บเท้า และงดการต่อเล็บทุกชนิด
  • ควรงดอาหารและน้ำ 6-8 ชม.ก่อนการผ่าตัด แต่สำหรับการผ่าตัดแบบฉีดยาเฉพาะที่ ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร
  • เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ควรตื่นเต้นมากเกินไป
  • เนื่องจากการเสริมจมูกแบบโอเพ่น เป็นการผ่าตัดร่วมกับยานอนหลับ คนไข้จะรู้สึกมึน ๆ หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ดังนั้นควรมีญาติหรือเพื่อนมาด้วย เพื่อพากลับบ้านครับ

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบโอเพ่น

ในขั้นตอนแรกก่อนเข้ารับการผ่าตัด แพทย์จะทำการตรวจสอบโครงสร้างใบหน้าและจมูกอีกครั้ง เพื่อการประเมินการผ่าตัดที่แม่นยำ ให้จมูกที่ออกมาเข้ากับใบหน้ามากที่สุด และต่อมาจึงทำการกำหนดตำแหน่งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัด

ขั้นตอนการเสริมจมูกโอเพ่น

หลังจากที่คนไข้ทำประวัติกับทางคลินิก ปรึกษาเรื่องทรงกับคุณหมอเรียบร้อยแล้ว จะมีการนัดเข้ามาผ่าตัด โดยเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่คลินิกเตรียมไว้ให้ จากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาและดมยาสลบให้กับคนไข้ รอให้ยาออกฤทธิ์ประมาณ 15 นาที เมื่อคนไข้หลับ เจ้าหน้าที่พาเข้าห้องผ่าตัด

  1. แพทย์จะทำการเปิดแผลจากด้านหน้าตรงบริเวณฐานรูจมูกทั้งสองข้างจนเห็นแกนจมูก เพื่อทำการแก้ไขโครงสร้างจมูกจากด้านในโดยตรง
  2. กรณีที่มีเนื้อจมูกเยอะ ปลายหนา ต้องลดขนาดจมูก จะมีการเลาะไขมันปริเวณปลายจมูก (Defatting) เพื่อให้จมูกเรียวเล็กลง
  3. หากคนไข้เคยเสริมจมูกแบบไม่ผ่าตัด ด้วยการฉีดฟิลเลอร์จมูกมาก่อน แพทย์จะทำการเลาะสารเหลว เลาะสารตกค้าง ซิลิโคนเหลว หรือพังผืดที่เกาะตามผิวจมูกออก
  4. แพทย์ทำการแก้ไขปรับโครงสร้างจมูก ตามความเหมาะสมในแต่ละเคส และเทคนิคที่เหมาะสม
  5. หลังจากแก้ไขจมูกเสร็จเรียบร้อยแพทย์จะทำการเย็บจมูกปิดแผล ดามเฝือกจมูก และให้ยาปฏิชีวนะ
  6. เมื่อคนไข้รู้สึกตัว ดีขึ้น สามารถเดินทางกลับบ้านได้ ไม่ต้องค้างคืน
  7. หลังจากนั้นแพทย์จะนัดติดตามผล ตัดไหม 7 วันขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังเสริมจมูก

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้มีดังนี้

  • แผลติดเชื้อ อักเสบ สามารถเกิดขึ้นหากมีการกระทบกระแทกที่จมูก
  • มีเลือดออกที่บริเวณผ่าตัด
  • ปวดและบวมช้ำ โดยจะเกิดขึ้นได้ในช่วง 2-3 วัน แต่ถ้าหากผ่านไป 7-14 วันแล้วยังบวมขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบพบแพทย์
  • ตึงที่บริเวณจมูก แต่อาการจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเริ่มเข้าที่
  • ได้กลิ่นเลือดในจมูก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อแผลเริ่มหายอาการจะดีขึ้น
  • คันแผลหลังทำจมูก ไม่ควรเกาหรือขยี้ เพราะอาจทำให้ติดเชื้อ

การดูแลหลังเสริมจมูกแบบโอเพ่น

  • ในช่วง 1 – 2 วันแรกหลังผ่าตัด ให้ประคบเย็น เพื่อลดอาการบวม ช่วยให้เลือดหยุดไหล
  • ควรนอนศีรษะสูงเพื่อให้ยุบหายบวมเร็วขึ้น งดการนอนคว่ำและนอนตะแคงเพื่อป้องกันจมูกที่เพิ่งทำมาได้รับความเสียหาย
  • หลังการผ่าตัดคนไข้จะต้องสวมเฝือกอ่อนตลอดเวลา งดการจับ กด แกะบริเวณจมูก ลดการทำกิจกรรมที่เสี่ยงจมูกได้รับการกระทบกระเทือน เช่น การวิ่ง การกระโดด
  • ในช่วง 4-5 วันหลังผ่าตัด เมื่อแผลเริ่มสนิท เลือดหยุดไหล สามารถประคบอุ่นเพื่อลดรอยช้ำได้
  • หลีกเลี่ยงฝุ่นละออง เพื่อป้องกันการไอหรือจาม
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้หน้าบวมแดง เช่น อาหารที่ร้อนจัด เผ็ด เค็ม รวมถึงแอลกอฮอล์ และบุหรี่
  • หากมีอาการปวดให้รับประทานยาแก้ปวดได้ และพบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหม
  • ห้ามสั่งน้ำมูกแรง ๆ ให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก
  • ไม่ควรสวมแว่นบนสันจมูก

ข้อห้ามการเสริมจมูก Open

  • สตรีตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่อายุไม่ถึง 18 ปี หรือยังมีการเจริญเติบโตของใบหน้าไม่เต็มที่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการผ่าตัด ได้แก่ ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV
  • ผู้ที่เป็นหวัด มีแผลติดเชื้อ (ควรรักษาให้หายก่อน)
  • ผู้ที่มีแพลนจะจัดฟัน ควรจัดฟันให้เรียบร้อยเสร็จก่อน เพราะการจัดฟันมีส่วนทำให้จมูกดูโด่งขึ้นจากการที่แนวฟันถูกบีบให้เล็กลงได้ครับ
  • ผู้ที่มีการใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดผิดปกติต่าง ๆ เช่น เส้นเลือดตีบ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อการผ่าตัด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

เสริมจมูกแบบโอเพ่นที่ไหนดี ?

การศัลยกรรมเสริมจมูกแบบโอเพ่น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาได้สมบูรณ์แบบและปลอดภัย จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลของคลินิกเสริมจมูกให้ดีรวมถึงตัวศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โดยมีหลักพิจารณาดังนี้

1.คลินิกหรือสถานพยาบาลได้รับใบอนุญาต เปิดให้บริการอย่างถูกต้องหรือไม่

สามารถดูจากเลขที่ใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาล ได้รับการรับรองจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการยืนยันมาตรฐานของคลินิก เพราะการเสริมจมูก ถือเป็นการผ่าตัดหนึ่งที่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์และห้องผ่าตัดที่ป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ การเสริมจมูกกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะทำให้ลดความเสี่ยงในการแผลติดเชื้อได้

2.ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมจมูกจะต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ และควรมีประสบการณ์ในการผ่าตัดมากกว่า 10 ปี สามารถให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม มีใบอนุญาต โดยสามารถตรวจสอบชื่อเเพทย์ที่จะเสริมจมูกด้วยได้จากรายชื่อเว็บเเพทยสภา ไม่แนะนำให้ผ่าตัดเสริมจมูกกับแพทย์ที่ค้นหาข้อมูลไม่ได้ เพราะมีโอกาสเสี่ยงจมูกพัง หรือมีผลข้างเคียงอื่นตามมา

นอกจากนี้ควรมีเทคนิคการเสริมจมูกให้เลือกหลายแบบ เช่น การเติมปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียมหรือกระดูกอ่อนหลังหู ตัดและเย็บปีกจมูก, เหลากระดูกฮัมพ์ และการปรับโครงสร้างจมูก Nose Reconstruction รวมถึงมีการใช้วัสดุคุณภาพดี ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเกาหลีเกรดพรีเมี่ยม, ซิลิโคนอเมริกา เป็นต้น

3.มีรีวิวที่น่าเชื่อถือเเละราคาที่เหมาะสม

คลินิกหรือแพทย์ที่มีริวจากคนไข้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยตัดสินใจในการเข้าใช้บริการ โดยควรเลือกดูรีวิวที่น่าเชื่อถือ ส่วนราคาควรเปรียบเทียบจากหลาย ๆ คลินิก หาราคาที่เหมาะสม ไม่ควรถูกจนเกินไป

4.มีการติดตามผล

หลังการผ่าตัดเสริมจมูก ควรมีการติดตามผล หรือมีการรับประกัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ว่าคลินิกจะไม่ทอดทิ้งคนไข้ สามารถให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นมือออาชีพ ทั้งก่อน-หลังรับการผ่าตัด


รีวิวเสริมจมูก Open

ตัวอย่างรีวิวเสริมจมูกแบบโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนหลังหู

เสริมจมูกโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนหลังหู

(เคสนี้เสริมจมูกแบบโอเพ่นใช้วัสดุทางการแพทย์วางช่วงสันด้านบน ส่วนครึ่งล่างจะเป็นกระดูกกลางทำดั้งและกระดูกอ่อนหลังหูของคนไข้เอง)

ตัวอย่างรีวิวเสริมจมูกแบบโอเพ่นแบบปรับโครงสร้าง

เสริมจมูกแบบโอเพ่นปรับโครงสร้าง

ตัวอย่างรีวิวเสริมจมูกแบบโอเพ่นเทคนิคต่าง ๆ

รีวิวเสริมจมูกแบบโอเพ่น
รีวิวเสริมจมูกแบบโอเพ่น2
รีวิวเสริมจมูกแบบโอเพ่น3

รวมคำถามก่อนเสริมจมูก Open

1.เสริมจมูกกี่วันตัดไหม ?

หลังผ่าตัดเสริมจมูกแพทย์จะนัดหมายติดตามผล ในระยะการตัดไหมจะขึ้นกับวิธีการเสริมแต่ละแบบ และแพทย์เป็นผู้นัดวันเวลา แต่โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่1- 2 สัปดาห์

2.เสริมจมูกแบบโอเพ่นกี่เดือนเข้าที่ ?

โดยทั่วไปหลังเสริมจมูกแบบโอเพ่น อาจจะมีอาการบวม มีรอยเขียวช้ำในบางเคส โดยอาการบวมสามารถหายได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังผ่าตัด หลังจากนั้นประมาณ 14 วัน จมูกจะเริ่มยุบลง ช่วง 1 เดือนหลังทำจะสามารถเห็นทรงจมูกชัดเจนขึ้น แพทย์มักนัดมาพบอีกครั้งเพื่อติดตามผล

3.ผ่าตัดเจ็บมากไหม ต้องพักนานแค่ไหน ?

ในขั้นตอนการผ่าตัดเสริมจมูกโดยทั่วไป แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบ ๆ จมูก เพื่อลดอาการเจ็บปวดระหว่างการผ่าตัด แต่ในกรณีที่ผ่าตัดแบบโอเพ่น แพทย์จะใช้การดมยาสลบ ในระหว่างการผ่าตัดคนไข้จึงไม่รู้สึกเจ็บ เมื่อผ่าตัดเสร็จอาจมีอาการบวมในสัปดาห์แรกร่วมกับอาการเจ็บในช่วง 2 วันแรก หลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ

4.อาหารที่ควรเลี่ยงหลังเสริมจมูก ?

อาหารที่รับประทานเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ ดังนั้นหลังผ่าตัดเสริมจมูก ควรละเว้นอาหารประเภท อาหารรสจัด อาหารแสลง เช่น อาหารทะเล รวมถึงอาหารประเภทหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้อาจมีการปนเปื้อน หรือกระตุ้นทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ทำให้เลือดออกตามแผลได้ง่าย ซึ่งเสี่ยงต่อการอักเสบของแผล หรือติดเชื้อครับ

5.เสริมจมูกแบบโอเพ่น หมอไหนดี ?

การผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่นมีความซับซ้อน ควรเลือกทำกับทีมแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางที่มีประสบการณ์การผ่าตัดตกแต่งมากกว่า 10 ปี ขึ้นไป เนื่องจากปัญหาจมูกแต่ละเคสยากง่ายต่างกัน แพทย์

จึงต้องใช้เทคนิคการแก้ปัญหาตามเฉพาะแต่ละบุคคล เพื่อแก้ไขปัญหาจมูกแบบต่าง ๆ หรือมีการจำลองภาพ 3 มิติก่อนผ่าตัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

6.ตัดปีกจมูกพร้อมเสริมจมูกได้ไหม ?

ในกรณีที่คนไข้มีปลายจมูกที่บานต้องการลดปีกจมูก สามารถทำได้ครับ ทั้งนี้การเสริมจมูกแบบโอเพ่นจะช่วยลดปัญหาของจมูกที่มีลักษณะเนื้อปลายหนา ไม่ได้ช่วยเรื่องของจมูกบานและกาง การตัดปีกจมูกแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละเคสครับ


สรุป

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูกแบบโอเพ่น เป็นวิธีการผ่าตัดเสริมจมูกที่ได้รับความนิยม เพราะมีข้อดี สามารถแก้ไขปัญหาจมูกแบบต่าง ๆ ได้ดี แพทย์สามารถปรับแก้โครงสร้างจมูกได้ทั้งหมด จึงทำให้ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดเป็นที่พึงพอใจ แต่ทั้งหมดนั้นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ดังนั้นใครที่สนใจผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น ควรศึกษาข้อมูลที่หมอแนะนำไว้เบื้องต้นอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงตามความต้องการของคนไข้มากที่สุดครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา_หมอ27คน

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

โบท็อกซ์อังกฤษ Dysport ลดกราม ลิฟท์กรอบหน้า มีข้อดี ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ?

Reading Time: 3 minutes ถ้าเราสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์จากอินเทอร์เน็ตหรือสื่อโฆษณาต่าง ๆ จะพบว่าโบท็อกซ์มีหลายยี่ห้อ นำเข้ามาจากหลายประเทศและราคาก็แตกต่างกันไป โบท็อกซ์ Dysport ก็เป็นโบท็อกซ์ยี่ห้อหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งดารานักแสดง คนดัง รวมถึงคลินิกเสริมความงามชั้นนำในประเทศไทย

โบท็อกซ์ Aestox ดีอย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Reading Time: 3 minutes - Aestox Botox คืออะไร ? - Aestox Botox ดีอย่างไร ? - Aestox Botox กับโบท็อกยี่ห้ออื่น ? - Aestox Botox ช่วยอะไรได้บ้าง ? - การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก Aestox

ฉีดวิตามินผิวขาว เสริมภูมิคุ้มกัน อันตรายไหม? ฉีดวิตามินผ...

Reading Time: 4 minutes - การฉีดวิตามินผิวใสคืออะไร ? - การฉีดวิตามินผิวใส อันตรายไหม ? - ฉีดวิตามินผิวใส ดีไหม ? - ฉีดวิตามินผิวแล้วดูกระจ่างใสขึ้นจริงไหม ?

ฉีดโบท็อกลดกรามที่ไหนดีที่สุด ! เลือกคลินิกปรับรูปหน้าอย่...

Reading Time: 3 minutes - ร้อยไหมหน้าเรียว ในกรุงเทพฯ ที่ไหนดี ? - ร้อยไหมหน้าเรียว ที่ไหนดี ? ก่อนร้อยไหมควรพิจารณาอะไรบ้าง ? - คลินิกร้อยไหมหน้าเรียวที่ได้มาตรฐาน สังเกตได้จากอะไร ? - วิธีการเลือกการร้อยไหมกับคลินิกร้อยไหม - ร้อยไหมหน้าเรียวกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ดีอย่างไร ?

Botox Nabota ดีไหม ?
ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ? พร้อม...

Reading Time: 3 minutes - ทำความรู้จัก botox nabota - โบท็อก nabota ดีไหม ? - คุณสมบัติ nabota botox แตกต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ? - nabota botox ราคาเท่าไร ? - วิธีดูโบท็อกซ์นาโบตะ ของแท้

โบท็อกเกาหลีดีไหม ต่างจากโบท็อกอเมริกาอย่างไร ฉีดแล้วเห็น...

Reading Time: 2 minutes -ฉีดโบท็อกเกาหลี ดีไหม มียี่ห้ออะไรบ้าง? เห็นผลจริงไหม? -โบท็อเกาหลีกับโบท็อกอเมริกาต่างกันอย่างไร แบบไหนคุ้มกว่ากัน? -โบท็อกเกาหลีราคา