เจาะลึกทุกประเด็น! Profhilo vs Juvelook ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร ?

Reading Time: 4 minutes
Profhilo VSJuvelook

เปรียบเทียบ 2 งานผิวตัวดัง Profhilo vs Juvelook

การเปรียบเทียบระหว่าง Profhilo vs Juvelook ตัวไหนดีกว่ากัน ? เป็นคำถามที่หมอพบบ่อยในช่วงนี้ครับ เพราะมีคนไข้หลายคนอยากรู้ว่าควรเลือกฉีดตัวไหนถึงจะตอบโจทย์กับปัญหาผิวของตัวเองได้อย่างตรงจุดที่สุด

บทความนี้หมอจึงอยากมาเจาะลึกรายละเอียดของสารกระตุ้นคอลลาเจนทั้งสองตัวนี้ เพื่อให้คนไข้เข้าใจถึงกลไกการทำงาน จุดเด่น และคุณสมบัติของแต่ละตัว สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนทำครับ

สารบัญ Profhilo vs Juvelook


Profhilo vs Juvelook คืออะไร ? ต่างกันอย่างไร ?

Profhilo และ Juvelook จัดอยู่ในกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ทั้งคู่ครับ แต่จะมีสารประกอบหลัก กลไกการทำงานฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

Profhilo นวัตกรรมฟื้นฟูผิวด้วย HA เข้มข้น

โปรแกรม Profhilo คืออะไร ดีไหม ช่วยอะไร และเหมาะกับใครบ้าง ?

Profhilo (โปรฟิโล) คือ นวัตกรรมบำรุงผิวที่โดดเด่นด้วยการใช้สาร Hyaluronic Acid (HA) เข้มข้นสูง ที่นำมาผ่านเทคโนโลยีชื่อว่า NAHYCO® เป็นการควบคุมอุณหภูมิเพื่อเกิดการผสานโมเลกุลแบบ Hybrid Cooperative Complex (HCC) ทำให้เข้ากับเนื้อเยื่อผิวได้ดี สลายตัวช้า และสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้

กลไกหลักของตัวนี้คือการเข้าไปช่วยอุ้มน้ำและกระจายตัวในชั้นผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ เหมือนเป็นการสร้างโครงร่างแหขนาดย่อมที่ช่วยพยุงผิวไว้ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเน้นไปที่การเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูฉ่ำวาว อิ่มฟู และช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวโดยรวมให้แข็งแรงขึ้นครับ

ทำความรู้จัก Profhilo เพิ่มเติม คลิก!

Juvelook สารกระตุ้นคอลลาเจนลูกผสม (PDLLA + HA)

ทำความรู้จัก Juvelook คืออะไร ดีไหม ? เหมาะกับใครบ้าง ?

ทางด้าน Juvelook (จูวีลุค) เป็น Hybrid Biostimulator ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างโมเลกุลของ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) เข้ากับ Hyaluronic Acid (HA) แบบ Non-Crosslinked

ความน่าสนใจของ Juvelook คือตัว PDLLA จะทำหน้าที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ ซึ่งจะตอบโจทย์มากสำหรับคนไข้ที่ต้องการซ่อมแซม texture ผิว เติมเต็มหลุมสิวตื้น ๆ หรือต้องการกระชับรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นครับ

ทำความรู้จัก Juvelook เพิ่มเติม คลิก!


เปรียบเทียบคุณสมบัติ Profhilo vs Juvelook เลือกโปรแกรมไหน ดีกว่ากัน ?

Profhilo vs Juvelook ควรเลือกโปรแกรมไหนถึงจะตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด เพราะทั้งสองต่างก็เป็นนวัตกรรมงานผิวที่ได้รับความนิยมทั้งคู่

เพื่อให้คนไข้เห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หมอจึงนำคุณสมบัติเด่นของทั้งสองโปรแกรมมาเปรียบเทียบให้ดูกันแบบชัด ๆ ทั้งในแง่ของส่วนประกอบ กลไกการทำงาน ระยะเวลาเห็นผล และปัญหาผิวที่เหมาะสมครับ

Profhiloหัวข้อเปรียบเทียบJuvelook
HA บริสุทธิ์เข้มข้นสูง (High & Low Molecular Weight)ส่วนประกอบหลักPDLLA (สารกระตุ้นคอลลาเจน) + HA แบบ Non-Crosslinked
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบองค์รวมกลไกการทำงานกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวทันทีหลังฉีด
ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ผิวมีอายุ ขาดความยืดหยุ่นปัญหาผิวที่ตอบโจทย์รูขุมขนกว้าง หลุมสิวตื้น ผิวไม่เรียบเนียน รอยแผลเป็น รอยดำสิว
ฉีดเฉพาะจุด BAP (5 จุดต่อข้าง) ตัวยากระจายตัวได้เองเทคนิคการฉีดฉีดกระจายทั่วหน้าบริเวณที่มีปัญหา หรือเน้นจุดหลุมสิว
ผิวเริ่มดูชุ่มชื้นอิ่มน้ำในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกระยะเวลาเห็นผลเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 2-4 สัปดาห์ (รอคอลลาเจนสร้างตัว)

เจาะลึกส่วนประกอบและกลไกการทำงาน

Profhilo vs Juvelook ความต่างหลัก ๆ อยู่ที่การทำงานครับ Profhilo ใช้ HA เข้มข้นเข้าไปเติมน้ำให้ผิวโดยตรง ทำให้ผิวดูฟูและชุ่มชื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมาะกับการบูสต์ผิวแบบเร่งด่วน

ในขณะที่ Juvelook ใช้ PDLLA เป็นตัวหลักในการส่งสัญญาณให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง แต่ผลลัพธ์ในด้านการซ่อมแซมพื้นผิวจะตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาวได้ดีครับ

ปัญหาผิวแบบไหนที่ตอบโจทย์

คนไข้ที่มีปัญหาผิวแห้งลอก แต่งหน้าไม่ติด หรือผิวดูโทรม ขาดความยืดหยุ่น หมอมักจะพิจารณาให้ใช้ Profhilo เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้น คืนความกระจ่างใส และช่วยให้งานผิวดูเรียบเนียนอิ่มน้ำ

ส่วนคนไข้ที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง หรือมีหลุมสิวตื้น ๆ ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน การเลือกใช้ Juvelook จะตรงจุดมากกว่า เพราะตัวยาจะเข้าไปช่วยปรับเท็กซ์เจอร์ผิวให้ตื้นและดูสม่ำเสมอขึ้นได้ครับ

เทคนิคการฉีดและตำแหน่งที่เหมาะสม

การฉีด Profhilo จะใช้เทคนิคที่เรียกว่า BAP (Bio Aesthetic Points) ซึ่งเป็นการฉีดเพียง 5 จุด/ใบหน้า 1 ข้าง และ 10 จุด ทั่วลำคอ ตัวยาจะสามารถกระจายตัวครอบคลุมได้อย่างเหมาะสม ออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดรอยช้ำและเจ็บน้อยกว่า

ตำแหน่งฉีด profhilo
ตำแหน่งการฉีด Profhilo ตามเทคนิค BAP

ส่วน Juvelook สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งทั้งใบหน้าและลำตัว โดยทั่วไปมักจะนิยมฉีดทั่วใบหน้า หรือฉีดเน้นบริเวณที่มีปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนในชั้นผิวที่ตื้นกว่าเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์กระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มประสิทธิภาพครับ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดที่หน้าท้อง ก้น แขน ขาสำหรับแก้ปัญหาผิวแตกลายให้ดูเรียบเนียนขึ้น

ตำแหน่งฉีด juvelook
ตำแหน่งการฉีด Juvelook

ระยะเวลาการเห็นผล Profhilo vs Juvelook

หลังฉีด Profhilo อาจมีตุ่มนูนบริเวณรอยเข็มเล็กน้อย ซึ่งจะยุบไปเองภายใน 24 ชั่วโมง คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยจะเริ่มเห็นผลว่าผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่งขึ้นใน 7-14 วัน และเห็นผลชัดเจนใน 1-2 เดือน

สำหรับ Juvelook อาจมีอาการบวมแดงหรือรอยเข็มที่ชัดกว่าประมาณ 1-3 วัน รวมถึงต้องใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์กว่าคอลลาเจนจะเริ่มสร้างและเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นหลังฉีด 3-6 เดือนครับ

รีวิวผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Profhilo

รีวิวโปรแกรม Profhilo_พี่ปุ๋ย
รีวิว Profhilo_แทน

รีวิวผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Juvelook

รีวิวโปรแกรม juvelook_พี่เมย์ (พี่ต๊อก)_โดยหมอคิม
รีวิวโปรแกรม juvelook_คุณน้ำตาล (นักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติ)_โดยหมอแอม

ระหว่าง Profhilo vs Juvelook โปรแกรมไหนเหมาะกับใคร ?

เมื่อคนไข้เข้าใจถึงกลไกการทำงานที่แตกต่างกันแล้ว คำถามต่อมาคือ ปัญหาผิวแบบเราควรเลือกฉีดตัวไหนถึงจะคุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุด ?

หมอจึงทำเช็กลิสต์เบื้องต้นมาให้คนไข้ลองสำรวจสภาพผิวและความต้องการของตัวเอง เพื่อเป็นแนวทางก่อนครับ

ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Profhilo

  • ต้องการงานผิวแบบ Glass skin ดูฉ่ำโกลว์และมีสุขภาพดี
  • มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือผิวดูหมองคล้ำไม่สดใส
  • ผิวเริ่มมีอายุ เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและมีริ้วรอยเล็ก ๆ ตามวัย
  • มีเวลาพักฟื้นน้อย ไม่ต้องการให้มีรอยเข็มหรือตุ่มนูนกวนใจ

ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Juvelook

  • มีปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเนียน แต่งหน้าแล้วตกร่อง
  • กังวลปัญหารูขุมขนกว้าง ต้องการให้ผิวกระชับขึ้น
  • มีหลุมสิวตื้น ๆ หรือรอยแผลเป็นที่ต้องการการซ่อมแซมเท็กซ์เจอร์
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในระยะยาว

Profhilo vs Juvelook ราคาเท่าไร ?

โปรแกรม Profhilo vs Juvelook ที่ V Square Clinic มีราคาดังนี้

  • โปรแกรม Profhilo ราคา 25,000.-/กล่อง (2 กล่อง ราคา 45,000.-)
  • โปรแกรม Juvelook ราคา 15,000.-/ขวด
  • โปรแกรม Juvelook Volume ราคา 17,500.-/ขวด
โปรแกรม Profhilo ราคา
โปรแกรม Profhilo ราคา

ฉีด Profhilo และ Juvelook ที่ไหนดี ?

การตัดสินใจว่าจะฉีด Profhilo vs Juvelook ตัวไหนดี ? หมอมีข้อแนะนำในการเลือกคลินิกมาฝากเป็น Checklist ให้คนไข้พิจารณาเพื่อความให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัย

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน: ต้องเป็นสถานพยาบาลที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง สะอาด ปลอดภัย เดินทางสะดวก
  • ดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์: แพทย์ต้องสามารถประเมินปัญหาผิวของคนไข้ได้อย่างแม่นยำ และรู้เทคนิคการลงเข็มในชั้นผิวที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดก้อนใต้ผิวหรือการอักเสบติดเชื้อ
  • ตรวจสอบยาแท้ได้ 100%: ต้องมีการแกะกล่องยาใหม่ และให้คนไข้สแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เช็กยาแท้จากบริษัทนำเข้าต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากยาปลอมหรือยาหิ้ว
  • มีการติดตามผลการรักษา: คลินิกที่ดีควรมีการให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำอย่างใกล้ชิด และนัดหมายติดตามผลลัพธ์เพื่อความมั่นใจของคนไข้ครับ

Profhilo vs Juvelook ฉีดตัวไหนดี ? เลือกไม่ถูก ปรึกษาหมอที่ V Square Clinic

ฉีด Profhilo กับ Juvelook ที่ V Square Clinic_โดยหมอเมย์
(พญ.วัลยรัตน์ สัจจะสกุลชัย เลข ว.47920)

ทำโปรแกรม Profhilo และ Juvelook ที่ V Square Clinic เราให้ความสำคัญกับการประเมินปัญหาผิวแบบ Case by case ครับ แพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิวของคนไข้อย่างละเอียดก่อนเสมอ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุดที่สุด

นอกจากเทคนิคการฉีดที่ดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์แล้ว ทางคลินิกยังมีขั้นตอนการแกะกล่องและสแกนคิวอาร์โค้ดเช็กยาแท้ต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง เพื่อให้คนไข้มั่นใจว่าจะได้รับตัวยาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานครับ


FAQ Profhilo VS Juvelook

ฉีด Profhilo และ Juvelook พร้อมกันได้ไหม ?

สามารถทำร่วมกันได้ครับ แต่หมอมักจะแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินผลลัพธ์ของตัวยาแต่ละชนิดก่อน และช่วยลดโอกาสการบวมช้ำจากการฉีดหลายตัวในคราวเดียว

Profhilo และ Juvelook สลับกันฉีดในแต่ละรอบได้ไหม ?

หากคนไข้มีทั้งปัญหาผิวแห้งและรูขุมขนกว้าง แพทย์อาจประเมินให้ฉีด Juvelook เพื่อปรับเท็กซ์เจอร์ผิวก่อน แล้วค่อยตามด้วยการฉีด Profhilo เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเว้นระยะเวลาแต่ละโปรแกรมอย่างเหมาะสมครับ

Profhilo VS Juvelook ตัวไหนเวลาฉีดรู้สึกเจ็บกว่ากัน ?

ความรู้สึกขณะทำขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ แต่โดยทั่วไป Profhilo จะฉีดเพียง 5 จุดต่อข้าง ทำให้จำนวนรอยเข็มน้อยกว่า ในขณะที่ Juvelook มักจะฉีดกระจายทั่วหน้า จึงอาจทำให้รู้สึกเจ็บในบริเวณที่ลงเข็มมากกว่าเล็กน้อยครับ


สรุป Profhilo VS Juvelook ตัวไหนตอบโจทย์กว่ากัน ?

Profhilo vs Juvelook สารกระตุ้นคอลลาเจนทั้งสองตัวมีกลไกและจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ หากคนไข้มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ดูหมองคล้ำ หรือรู้สึกว่าผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หมอจะแนะนำให้เลือก Profhilo แต่ถ้าคนไข้มีความกังวลเรื่องหลุมสิวตื้น ๆ ปัญหารูขุมขนกว้าง หรือเท็กซ์เจอร์ผิวหน้าขรุขระไม่เรียบเนียน Juvelook จะเป็นตัวเลือกที่ตรงจุด

ก่อนทำหมอแนะนำให้คนไข้เข้ามาตรวจประเมินปัญหากับแพทย์ก่อน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียด และเลือกโปรแกรมการรักษาได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? 2026 แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร ?

Reading Time: 3 minutesปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำครับ เนื่องจากตัวยาที่ใช้ในแต่ละยี่ห้อมีกลไกการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และความถี่ในการฉีดที่ต่างกัน บางตัวเด่นเรื่องการควบคุมหิว บางตัวเด่นเรื่องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับคนแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเพื่อเลือกปากกาลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเอง บทความนี้หมอจะมาแนะนำปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี แต่ละตัวยามีจุดเด่นและออกฤทธิ์อย่างไร รวมถึงแนะ

ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro คืออะไร ? ดีไหม เหมาะกับใคร ? ลดไ...

Reading Time: 6 minutesปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro คือยาฉีดลดน้ำหนักจากบริษัท Eli Lilly & Co. ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาโดยใช้ตัวยา Tirzepatide ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Dual Agonist ออกฤทธิ์ทั้ง GLP-1 และ GIP Receptor ช่วยควบคุมความอยากอาหารและเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้พร้อมกัน ในบทความนี้ หมอจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก

Semaglutide ลดน้ำหนัก ทางเลือกใหม่สำหรับการควบคุมน้ำหนักอ...

Reading Time: 4 minutesSemaglutide ลดน้ำหนัก ได้อย่างไร ? คืออะไร ? และทำงานอย่างไร ? บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Semaglutide อย่างละเอียด ตั้งแต่กลไกการทำงาน ประสิทธิภาพ ข้อควรระวัง ไปจนถึงข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้ยานี้เพื่อการลดน้ำหนัก ปรับรูปร่าง

ฉีดเมโสแฟต ที่ไหนดี ? ลดแก้ม เหนียง กระชับสัดส่วน เลือกคล...

Reading Time: 4 minutesฉีดเมโสแฟต ที่ไหนดี ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เนื่องจากมีคลินิกความงามหลายแห่งให้บริการฉีด สลายไขมันใบหน้า หรือกระชับรูปร่างให้ได้สัดส่วน แต่คนไข้บางรายมีปัญหาฉีดแล้วไม่เห็นผล งบบานปลาย เพราะตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร เลือกปักปา...

Reading Time: 5 minutes - ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร ? - GLP-1 และ GIP คืออะไร ? - ลักษณะของปากกาลดน้ำหนัก - วิธีการฉีดปากกาลดน้ำหนักทําอย่างไร ? - เจาะลึกกลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก

หน้าแพ้ฝุ่น ทำอย่างไรดี เช็กอาการ วิธีป้องกันและแนวทางรักษา

Reading Time: 3 minutesในยุคที่ฝุ่นละอองและมลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาเรื้อรังของคนเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน หลายคนอาจสังเกตว่า ผิวหน้าแพ้ฝุ่น มีอาการแดง คัน ระคายเคือง หรือแม้แต่มีสิวผุดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ เพราะผิวหน้าของเราบอบบางและไวต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า