ทํา hifu หน้าบวมกี่วัน มีวิธีดูแลตัวเองหลังทำอย่างไรบ้าง ?
หลังทำ Hifu หน้าบวมกี่วัน ? มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ?
สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย บางครั้งฉีดโบท็อกแล้วรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแข็งมากเกินไป ยิ้มแล้วไม่เป็นธรรมชาติ การแก้ปัญหาด้วยเครื่อง Hifu ที่สามารถยิงเรียงเป็นเส้นเพื่อยกกระชับผิวตามแนวที่ต้องการได้จึงเป็นตัวเลือกที่นำมาใช้ลดเลือนริ้วรอยและกระชับผิว
ในบทความนี้หมอจะตอบคำถามว่า หลังทำ hifu หน้าบวมกี่วัน? หรือทำ hifu กี่วันเห็นผล หลังทำไฮฟูห้ามทำอะไรบ้าง? เพื่อให้เห็นผลลัพธ์หลังทำ Hifu ได้ชัดเจนที่สุดครับ
อายุที่มากขึ้น คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คอลลาเจนน้อยลง
สาเหตุของริ้วรอย นอกจากจะเกิดจากการที่กล้ามเนื้อทำงานเยอะและมีการหดตัว ยังเกิดจากการที่ชั้นผิวของเราที่ขาดคอลลาเจนแล้วบางลง เมื่อผิวหนังบางลงก็พับได้ง่ายขึ้นจึงเกิดเป็นริ้วรอย และวิธีที่ทำให้ชั้นผิวหนังหนาขึ้นก็คือการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นคอลลาเจนเข้าไปในผิว
ซึ่งเทคโนโลยีที่ดีที่สุดตอนนี้ก็คือการใช้คลื่นเสียงยิงเป็นจุดโฟกัสเล็กๆลงใต้ผิว เหมาะกับคนที่ต้องการลดริ้วรอยแบบค่อยเป็นค่อยไปและมีความธรรมชาติมากครับ
หลังทำ Hifu หน้าบวมกี่วัน ?
หลังทำ Hifu จะหายบวมใน 1-2 สัปดาห์ครับ หลังทำ Hifu หน้าบวม เกิดได้จากหลายปัจจัย ถ้าใช้เครื่องเกรดดีพลังงานสูง จะบวม 1-2 สัปดาห์เป็นปกติครับ ได้ผลดีในการยกกระชับและอยู่ได้นาน
เครื่องเกรดดี จะมีการกระจายตัวของพลังงานเป็นเส้นเรียงกันอย่างสม่ำเสมอ
ถ้าใช้เครื่องเกรดต่ำพลังงานไม่คงที่ จุดที่พลังงานสูงกระจายๆไม่เป็นเส้นเรียงกัน จะบวม 1-2 สัปดาห์ แต่ไม่ค่อยเห็นผลครับ ดังนั้นก่อนทำก็ต้องตรจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องที่ใช้เป็นเครื่อง Hifu ของแท้ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
การทำ 1 ครั้ง จะอยู่ 5-6 เดือน เห็นผลเต็มที่ตอน 2-3 เดือน ถ้าหลังจาก 3 เดือนไปแล้วอยากกระชับผิวมากขึ้นอีก สามารถกลับมาทำซ้ำได้เรื่อยๆ สร้างคอลลาเจนในผิวขึ้นเรื่อยๆ
หน้าก็จะยิ่งดูเด็กลง hifu สามารถทำได้บ่อย ไม่ต้องใช้เข็มแต่จะใช้เป็นหัวยิง ยิงเป็นคลื่นสั่นลงไปใต้ผิวเป็นจุดเล็กๆ แล้วทำให้ผิวหดกระชับ เห็นผลครั้งแรกทันทีประมาณ 20% และจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ
การใช้เครื่อง Hifu จริงๆจะต้องเจ็บในระดับหนึ่งครับ ถ้าไม่เจ็บเลย อาจเป็นเพราะเครื่องไม่ได้มาตรฐานหรือหมอปรับพลังงานต่ำมากเกินไปจนไม่เจ็บเลย หรือบางทีอาจมีการใช้ยาชาแบบทาช่วยให้เจ็บน้อยลง ดังนั้นการทำ hifu ต้องเจ็บถึงจะได้ผลดีครับ
แต่ถ้าคนไข้ไม่ต้องการให้เจ็บเยอะเกินไปก็สามารถเลือกระดับที่ทนไหว แล้วใช้การมาทำบ่อยๆแทนก็จะได้ผลเหมือนกันครับ
- สามารถทาครีมบำรุงผิวหน้าได้ตามปกติ แต่แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เสริมจากเดิมเพื่อป้องกันแสงแดด
- หลีกเลี่ยงการออกแดดกลางแจ้งสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูของคอลลาเจนใต้ผิวประจำ
- หากมีอาการเมื่อยหรือตึงผิวก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
- ไม่ควรนวดหรือถูใบหน้าแรงๆ
- ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นการทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง
สำหรับคนที่สนใจสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการทำ Hifu เพิ่มเติมได้ในบทความนี้ครับ 9 ข้อ ที่ควรรู้ก่อนทำ hifu คืออะไร / ทำ Hifu ที่ไหนดี / Hifu ดีไหม / Hifu ราคา?
หลังทำ hifu เห็นผลหลังทำประมาณ 20% และกระชับขึ้นหลังจากนั้นภายใน 1-2 เดือน
หลังทำไฮฟู จะเห็นผลหลังทำทันทีประมาณ 20% ชั้นผิวจะหดจากความร้อนที่ Focus ลงใต้ผิว 60°C-70°C โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนร้อน ไม่ทำให้ผิวไหม้ และจะเห็นผลเต็มที่ในระยะ 2-3 เดือน
ผลหลังทำ hifu 1-2 เดือน
ส่วนในเรื่องของผลลัพธ์จะอยู่ได้ 5-6 เดือน และสามารถ มีระยะเวลาถึง 1 ปีขึ้นอยู่กับคนไข้สามารถทนเจ็บได้หรือไม่ รวมไปถึงการดูแลหลังทำ hifu ด้วยครับ และหากคนไข้ต้องการให้กระชับขึ้นอีก ก็สามารถทำเพิ่มอีกได้ทุกๆ 3 เดือน เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำหัตถการ เพื่อการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
เนื่องจาก hifu กับ botox จะเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน การเรียงลำดับหัตถการนั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ครับ เช่น ในเคสที่ต้องการลดกราม หน้าเรียว หมอแนะนำให้ทำโบท็อกก่อน จากนั้นเว้นช่วง 14 วัน เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ แล้วกลับมาทำ Hifu เพื่อช่วยยกกระชับได้ แต่ถ้าคนไข้ต้องการจะทำพร้อมกันทั้ง 2 หัตถการก็สามารถทำได้เช่นกันครับ
สรุป
การทำ hifu สามารถช่วยยกกระชับผิว ผิวใสขึ้น ดูอ่อนเยาว์มากขึ้นโดยไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด มีความปลอดภัยสูงและไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณชั้นนอก จึงทำให้ได้รับความนิยม ทั้งนี้ผลลัพธ์หลังทำ Hifu ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวด้วยครับ หากคนไข้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ ผลลัพธ์ก็จะออกมาดี มีประสิทธิภาพ หน้าเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง Hifu จะช่วยป้องกันความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคตได้
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม หลังฉีดหน้าเด็กแค่ไหน ทำไมบางคนทำแล้วร่องลึกขึ้น 2026
Reading Time: 5 minutesร่องแก้มลึก เป็นจุดที่บ่งบอกถึงอายุผู้หญิงได้อย่างชัดเจน โดยมักจะลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากการยุบตัวของกระดูก วิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้คือ “ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ” ในผู้หญิงถ้ามีร่องแก้มลึกมากจะทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย และเป็นบริเวณที่แก้ไขได้ยาก ดังนั้นการฉีดร่องแก้ม เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ยุบตัวลง จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดครับ
ฉีดฟิลเลอร์คาง vs ผ่าตัดคาง แต่ละวิธี มีข้อดี-ข้อเสียอย่า...
Reading Time: 6 minutes ฟิลเลอร์คาง สามารถแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย คางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน ช่วยปรับรูปหน้า และเสริมคางให้เรียวสวย ใบหน้าวีเชฟขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก่อนจะ ฉีดฟิลเลอร์คาง แนะนำให้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ว่าการฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับใคร ? อันตรายไหม ? สำหรับคนที่เตรียมตัวจะฉีดฟิลเลอร์คางครั้งแรก หมอมีข้อแนะนำในบทความนี้ครับ
ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? มีกี่รุ่น ? แต่ละรุ่นเหมาะกับส...
Reading Time: 5 minutesฟิลเลอร์ Restylane (เรสเทอเรน) เป็นฟิลเลอร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีหลายรุ่น หลายเนื้อ เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่สงสัย ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? เหมาะกับใคร ? ฉีดส่วนไหนได้บ้าง ? ราคาแพงไหม ? ในบทความนี้หมอจะพามาทำความรู้จักฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้กันครับ
รวมข้อที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มีความเสี่ยงอะไรบ้...
Reading Time: 4 minutesการฉีดฟิลเลอร์ คือ วิธีรักษาริ้วรอย ร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า ด้วยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปเติมเต็มในชั้นผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ และมีการยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ฟิลเลอร์จะทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ใบหน้าอ่อนเยาว์ลง บวกกับคุณสมบัติอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้
skinvive คืออะไร? ช่วยเรื่องใด ? เหมาะกับใคร ? ต่างจากฟิล...
Reading Time: 5 minutesไม่ว่าจะยุคไหน การมีผิวคุณภาพดี ฉ่ำโกลว์เล่นแสง ก็ยังเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการครับ อย่าง SKINVIVE ตัวช่วยงานผิวน้องใหม่จากค่าย Allergan ที่ได้พัฒนาต่อยอดมาจากฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volite ให้กลายมาเป็นฟิลเลอร์ Skin Booster แบบเต็มตัว โดยจะเน้นเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว เรียบเนียนขึ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้า
exosome คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ตัวเลือกที่ดีที่สุด จริงไหม !
Reading Time: 5 minutesExosome กำลังได้รับการพูดถึงในวงการความงาม ในด้านการนำมาใช้ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว (Skin Rejuvenation) แก้ไขหลายปัญหาผิว เช่น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง รอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ฯลฯ โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองถึงประสิทธิภาพ ที่สามารถกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ได้ครับ


