Cloud Skin คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นเทรนด์ผิวที่หลายคนอยากมีในปี 2026

Reading Time: 4 minutes

Cloud Skin เทรนด์ผิวที่น่าจับตา

cloud skin

Cloud Skin คือคำที่ถูกค้นหาบ่อยมากในช่วงนี้ครับ โดยเฉพาะคนที่ต้องการงานผิวสวยแบบธรรมชาติ ไม่มันวาวจนเกินไป แต่ดูเปล่งประกายจากภายใน มีสัมผัสที่เนียน นุ่ม อิ่มฟู เปรียบได้กับปุยเมฆ

บทความนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักว่า Cloud Skin คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? และถ้าอยากมีผิวแบบนี้ต้องเริ่มต้นดูแลผิวอย่างไร รวมถึงแนะนำหัตถการทางลัดไปสู่ผิว Cloud Skin ครับ

สารบัญ Cloud Skin


Cloud Skin คืออะไร ?

หากแปลแบบตรงตัว Cloud Skin จะหมายถึงผิวที่ดูนุ่ม ฟู ดุจก้อนเมฆ ซึ่งมี 5 องค์ประกอบหลักสำคัญ ดังนี้

  1. Hydration : ผิวชุ่มชื้น มีน้ำหล่อเลี้ยงผิวเพียงพอ แต่ไม่ดูมันเยิ้ม
  2. Skin Barrier : เกราะป้องกันผิวแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย หรือแดงง่าย
  3. Elasticity & Plumpness : ผิวยืดหยุ่น นุ่ม สัมผัสแล้วเด้งฟู
  4. Tone : สีผิวสม่ำเสมอ กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
  5. Soft Glow Reflection : ผิวมีความโกลว์และสะท้อนแสงแบบนุ่มนวล (Soft Focus)
ลักษณะผิว Cloud Skin

Cloud Skin เหมาะกับใคร ?

Cloud Skin เป็นเทรนด์ผิวที่หลายคนอยากมี ซึ่งจะเหมาะกับ

  • คนที่มีผิวแห้งกร้านแต่ไม่ชอบความมัน อยากให้ผิวดูอิ่มน้ำแต่ไม่อยากเหนอะหนะระหว่างวัน
  • คนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง อยากปรับ Texture ผิวให้เรียบเนียนละเอียด
  • คนที่ต้องการกู้ผิวโทรมเร่งด่วน เช่น คนที่พักผ่อนน้อย ผิวดูเหนื่อยล้า หมองคล้ำจากมลภาวะ
  • คนที่แต่งหน้าไม่ติดทน เพราะผิวขาดความชุ่มชื้น ต้องการแต่งหน้าให้ติดทน ไม่หยือ ไม่หยา
  • คนที่ชอบงานผิวแบบละมุน (Soft Matte) อยากให้ผิวสว่างใสแต่ยังดูเรียบเนียนแบบกึ่งแมตต์
  • คนที่กังวลเรื่องริ้วรอยแรกเริ่ม อยากลดริ้วรอยเล็ก ๆ เติมความชุ่มชื้น กระตุ้นคอลลาเจนใหม่
Cloud Skin เหมาะกับ
VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : Cloud Skin จะถูกใจคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะ แต่อยากให้ผิวดูโกลว์ดูสุขภาพดี หน้าไม่หยาหรือมันเยิ้มระหว่างวันครับ


Cloud Skin ไม่เหมาะกับใคร ?

เนื่องจากผิว Cloud Skin จะเน้นความเป็นธรรมชาติ จึงอาจจะไม่ตอบโจทย์กับ

  • คนที่ต้องการผิว Glass Skin (ผิวกระจก) ชอบความเงาวาวแบบกระจกสะท้อนแสงชัด
  • คนที่มีปัญหาสิวอักเสบรุนแรง หมอแนะนำให้รักษาก่อนฟื้นฟูผิว เพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • คนที่หวังผลเรื่องการปรับรูปหน้า ผิว Cloud Skin จะเน้นเรื่องการปรับปรุงคุณภาพผิว จะไม่ใช่การเติมวอลลุ่มครับ

Cloud Skin ต่างจาก Glass Skin และ Matte Skin อย่างไร ?

ผิวGlass SkinCloud SkinMatte Skin
ฟินิชลุค (Finish Look) เงาวาว ฉ่ำน้ำ สะท้อนแสงชัดสว่างใส ละมุน สะท้อนแสงแบบนุ่มนวลเรียบเนียน แห้งสนิท ไม่มีความเงา หรือมันวาว
สัมผัสผิว (Texture) ดูฉ่ำวาว เหมือนมีน้ำเคลือบผิวดูนุ่ม เด้ง ฟู เหมือนปุยเมฆดูเรียบเนียนกริบ ปกปิดสูง
ความโดดเด่นเน้นความใสจนเห็นเงาสะท้อนเน้นผิวสุขภาพดีที่ดูอิ่มน้ำจากภายในเน้นการปกปิดและควบคุมความมัน
การตกกระทบของแสง แสงตกกระทบแล้วสะท้อนกลับชัดเจนแสงตกกระทบแล้วดูฟุ้งกระจายละมุนแสงถูกดูดซับ ไม่สะท้อนความเงา

ผิวแบบไหนเหมาะกับ Cloud Skin

การจะไปให้ถึงผลลัพธ์ผิว Cloud Skin ต้องดูแลลึกกว่าการบำรุงด้วยสกินแคร์ครับ

หมอจะเน้นฟื้นฟูผิว 4 มิติสำคัญ ดังนี้

  1. Dermal Hydration : เติมความชุ่มชื้นในชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อให้ผิวอิ่มฟูจากภายใน
  2. Collagen & Elastin : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย
  3. Skin Barrier : เสริมปราการผิวให้แข็งแรง ส่งผลให้ผิวชั้นนอกเรียบเนียนสม่ำเสมอ
  4. Micro-inflammation Control : ลดการอักเสบระดับไมโครที่ทำให้ผิวหมองหรือแดงง่าย
หมอประเมินปัญหาผิว โดย พญ.ผาณิต หนุนภักดี
ปรึกษา ประเมินปัญหาผิวหน้ากับหมอ
(พญ.ผาณิต หนุนภักดี เลข ว.30365)

หัตถการที่ช่วยให้ผิว Cloud Skin

ผิว Cloud Skin
ผิว Cloud Skin

หมอแนะนำให้ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และความแข็งแรงของผิวจากภายใน ซึ่งทำได้หลายหัตถการครับ

Skin Booster

Skin Booster เปรียบเสมือนการเติมน้ำให้ผิวโดยตรง เป็นทางลัดหลักของการสร้าง Cloud Skin ด้วยการฉีดสารเติมเต็มกลุ่ม Non-crosslinked HA ช่วยกักเก็บน้ำในผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำแต่ไม่มัน

  • Skinvive : เติมความชุ่มชื้นให้ผิวเรียบเนียนและดูโกลว์ได้นาน
  • Restylane Vital Light : เน้นเติมน้ำในผิวชั้นตื้น ช่วยให้ดูละเอียดขึ้น
  • Belotero Revive : ผสมผสาน HA และ Glycerol ช่วยให้ผิวฉ่ำน้ำและดูสุขภาพดี
  • Definisse Hydrobooster : ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น นุ่ม และเติมความชุ่มชื้นได้ดี
  • Flore Aqua-S : บูสต์ผิวให้ดูสดใส อิ่มน้ำ แบบเร่งด่วน

Collagen Biostimulator

ตัวช่วยสำคัญสำหรับความนุ่มฟูในระยะยาว อย่าง Collagen Biostimulator ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเอง ผิวจึงดูแน่น อิ่มฟู และเนียนละเอียดเหมือนปุยเมฆได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  • Sculptra : กระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้ผิวแน่นฟูและยกกระชับจากภายใน
  • Radiesse : กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวยืดหยุ่น ดูสภาพดี
  • Harmonyca : ทั้งเติมวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกัน
  • Profhilo : ยกกระชับและปรับโครงสร้างผิวให้ชุ่มชื้นอิ่มน้ำ
  • Juvelook : เน้นงานผิวละเอียด เบลอรูขุมขนให้ดูเนียนเรียบ
  • Teoxane Redensity 1 : เน้นให้ผิวสะท้อนแสงได้ดี ลดความหมองคล้ำ
  • Neauvia Hydro Deluxe : บูสต์ความชุ่มชื้นพร้อมสร้างเนื้อเยื่อผิวใหม่ให้แข็งแรง
  • Ultracol : ผิวสว่างกระจ่างใสและเนียนเรียบอย่างเป็นธรรมชาติ
  • Karisma : เติมคอลลาเจนให้ผิวกลับมานุ่มเด้ง ดูอ่อนเยาว์
  • Therafill : เติมคอลลาเจนเข้าผิวโดยตรง ลดความแห้งกร้าน ผิวอิ่มฟู
รวมงานผิว 2026 Biostimulator
Harmonyca มีจุดเด่นอะไรอีกบ้าง ?
Profhilo เหมาะกับใครบ้าง ?

Rejuvenation Laser

การใช้เลเซอร์กลุ่ม Rejuvination Laser ช่วยกระชับรูขุมขนและปรับ Texture ผิว เช่น Picosecond Laser หรือ Pico Laser ในโหมดฟื้นฟูผิว และเครื่องเสริมที่สามารถทำควบคู่กัน เพื่อช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนจนแสงตกกระทบได้อย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ

ทำความรู้จัก Pico Laser คืออะไร ?
  • PicoSure Pro : ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว รอยแดง หลุมสิว
  • PicoPlus : ลดรอยดำ ฝ้า กระลึก ปรับผิวสม่ำเสมอ
  • Discovery Pico : ลดเม็ดสี พร้อมปรับ Texture ผิว
  • Fotona : ยกกระชับและฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน
  • Sylfirm X : ลดรอยแดงและปรับรูขุมขนให้ผิวเรียบเนียน
  • Bellalux Lite : ลดสิว สมานแผล ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส

โปรแกรมฟื้นฟู Skin Barrier

การทำเมโสหน้าใส เติมสารอาหารผิว หรือการใช้ PDRN เพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวที่อ่อนแอให้แข็งแรง

  • Neoderm Acne : ลดสิวอักเสบ ขับสารพิษตกค้างในผิว ลดรอยดำ รอยแดง รอยแผลสิว
  • Neoclear : สลายฝ้า กระ จุดด่างดำ ปรับผิวขาวกระจ่างใส ป้องกันรังสี UV
  • มาเด้คอลลาเจน : ขับสารพิษและปรับสมดุลผิว ลดผดผื่นได้ดี ฟื้นฟูพร้อมปรับสมดุลผิว
  • Filorga : เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ลดผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ผิวแข็งแรง
  • Revs : ผิวกระจ่างใส ยับยั้งเม็ดสี กระตุ้นคอลลาเจน สร้างเซลล์ผิวใหม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ผิว
  • Neo Glutanex Glow : ผิวขาวกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ ชุ่มชื้น แน่นฟู ฝ้ากระจางลง
  • Tensonez : ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพ
  • Alpha Arbutin : ลดฝ้าโดยตรง ลดรอยดำจากสิว ปรับสีผิวกระจ่างใส
  • Rejuran : ฟื้นฟูผิว เติมความชุ่มชื้น ผิวอิ่มฟู รูขุมขนกระชับ บำรุงผิวแข็งแรง
  • IV Drip : ดริปวิตามินเข้มข้นเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ฟื้นฟูสุขภาพผิวจากภายใน

Cloud Skin อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ผลลัพธ์ของการมีผิว Cloud Skin ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและหัตถการที่ทำครับ

  • ผลลัพธ์ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) เช่น หัตถการกลุ่มเมโสหน้าใส ผิวดูชุ่มชื้นใน 3 วัน เห็นผลชัดเจนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อยู่ได้ประมาณ 1 เดือน ฉีดต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นครับ
  • ผลลัพธ์ระยะยาว (6-24 เดือน) เช่น Skin Booster ซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่าใช้ Skin Booster ตัวไหนครับ มีตั้งแต่อยู่ได้ 6 เดือน ไปจนถึง 2 ปี
    หรือในกลุ่ม Collagen Biostimulator เช่น Sculptra, Radiesse ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในเดือนที่ 2-3 เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน แต่ข้อดีคือผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี

ทั้งนี้ เพื่อรักษาผิว Cloud Skin ให้คงอยู่ยาวนาน หมอแนะนำทำหัตถการกลุ่มเติมความชุ่มชื้น ซ้ำทุก 3-6 เดือน และเติมกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนปีละ 1 ครั้ง ร่วมกับการทากันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันคอลลาเจนถูกทำลายครับ


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cloud Skin

อยากมีผิว Cloud Skin ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน

ถ้าเป็นกลุ่ม Skin Booster จะเริ่มรู้สึกว่าผิวนุ่มอิ่มน้ำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลยครับ ส่วนกลุ่ม Collagen Biostimulator จะต้องรอให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ซึ่งมักจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ

หลังทำหัตถการสามารถแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหม ?

สำหรับงานฉีด แนะนำให้เว้นการแต่งหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิทและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อครับ แต่ถ้าเป็นกลุ่มเลเซอร์ฟื้นฟูผิว ปกติแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้ทันทีครับ

ผิวมันมากสามารถทำผิว Cloud Skin ได้ไหม ?

ทำได้ครับ หลายคนหน้ามันเพราะผิวขาดน้ำ ร่างกายเลยผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากเกินไป เมื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจะเป็นการปรับสมดุลผิว โดยไม่ทำให้หน้ามันเยิ้มระหว่างวันครับ

Cloud Skin ต่างจากผิวใสทั่วไปอย่างไร ?

ผิวใส จะหมายถึงผิวที่ไม่หมองคล้ำ ไม่มีสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ส่วน Cloud Skin จะไม่ใช่แค่ผิวใสแต่ต้องมี Texture ผิวที่นุ่มฟู จับแล้วเด้ง และดูมีมิติเวลาเจอแสงสะท้อนครับ


สรุป Cloud Skin คือ ผิวสุขภาพดีที่ต้องเริ่มจากโครงสร้างผิว

Cloud Skin ไม่ใช่แค่เทรนด์ความงามชั่วคราว แต่เป็นนิยามใหม่ของผิว ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการดูแลภายนอกเท่านั้น แต่อยู่ที่ดูแลตั้งแต่โครงสร้างผิว เพื่อการสร้างสมดุลระหว่างความชุ่มชื้น ความเนียนนุ่ม เด้งฟู แข็งแรง ดูสุขภาพดี สะท้อนแสงได้อย่างนุ่มนวลครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Ultraformer MPT รีวิวจากเคสจริง ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ? รวมความประทับใจหลังทำ

Reading Time: 3 minutesUltraformer MPT รีวิว เจาะลึกเครื่องยกกระชับผิวรุ่นล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสในวงการความงาม หลายคนอาจสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่นี้แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร ? เห็นผลจริงไหม ? ตอบโจทย์ปัญหาผิวแบบไหน ? บทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญ พร้อมอัปเดตราคาโปรโมชันปี [current_year]

February 13, 2026 อ่านต่อ

ฉีดหน้าใส คืออะไร ? ช่วยทำให้หน้าใสขึ้นจริงไหม ? เหมาะกับ...

Reading Time: 5 minutesการฉีดหน้าใส คือหัตถการที่หลายคนสนใจเมื่อเริ่มมีปัญหาผิว เช่น ผิวหมองคล้ำ ผิวโทรม แต่งหน้าไม่ติด ผิวแห้งขาดน้ำ หรือผิวดูไม่สดใส แม้จะใช้สกินแคร์อย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม ใครที่กำลังมองหาหัตถการที่ช่วยทำให้หน้าใสขึ้นตรงจุด เห็นผลไว หมอแนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ จะพาไปเจาะลึก ฉีดหน้าใส คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

XTherma นวัตกรรมยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อยให้กลับมาตึงก...

Reading Time: 4 minutesเมื่อมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และเหนียงใต้คางที่ชัดเจนขึ้นทุกวัน หลายคนจึงมองหาตัวช่วย เพื่อใบหน้ายังคงความอ่อนเยาว์ ซึ่งปัจจุบันมีวิธียกกระชับผิวที่มีประสิทธิภาพอยู่หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ XTherma ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจในช่วงนี้

เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ? ดีไหม ? ต่างจากฉีดเมโส 16 จุดอย...

Reading Time: 3 minutesเมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกรูปแบบของการทำเมโสหน้าใส ที่ใช้การฉีดกระจายทั่วหน้า เพื่อนำสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ แต่หลายคนก็มักมีคำถามตามมาว่า เมโสสะกิดหน้าใสเห็นผลจริงไหม ? ปลอดภัยหรือไม่ ? และต่างจากการฉีดเมโส 16 จุดอย่างไร ? หมอสรุปทุกประเด็นที่ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้

เลเซอร์ขน ควรเว้นกี่วัน ? ทำบ่อยแค่ไหนถึงเห็นผลและปลอดภัย...

Reading Time: 3 minutesเลเซอร์ขน ควรเว้นกี่วัน ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทำเลเซอร์ขนครั้งแรกหรือกำลังวางแผนทำต่อเนื่อง เพราะการเว้นระยะที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้การกำจัดขนเห็นผลชัดเจนขึ้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของผิวในระยะยาว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า