ฉีดหน้าใส แก้ผิวหมอง แต่งหน้าไม่ติด
การฉีดหน้าใส คือหัตถการที่หลายคนสนใจเมื่อเริ่มมีปัญหาผิว เช่น ผิวหมองคล้ำ ผิวโทรม แต่งหน้าไม่ติด ผิวแห้งขาดน้ำ หรือผิวดูไม่สดใส แม้จะใช้สกินแคร์อย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม
ใครที่กำลังมองหาหัตถการที่ช่วยทำให้หน้าใสขึ้นตรงจุด เห็นผลไว หมอแนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ จะพาไปเจาะลึก ฉีดหน้าใส คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? ฉีดหน้าใส ต้องทำกี่ครั้ง ? เห็นผลแค่ไหน ? พร้อมแนะนำ 10 ยี่ห้อฉีดหน้าใส ยอดนิยม
สารบัญ ฉีดหน้าใส
ฉีดหน้าใส คืออะไร ?
ฉีดหน้าใส คือหัตถการกลุ่ม Skin Quality / Skin Booster ที่เน้นช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ทั้งความชุ่มชื้น ความใส ความละเอียดของผิว และความแข็งแรงของ Skin Barrier มากกว่าการแก้ไขรูปหน้าเฉพาะจุดครับ
ลักษณะสำคัญของการฉีดหน้าใส คือ
- เน้นผิวดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ขาววอก ไม่โป๊ะ
- เหมาะกับการดูแลผิวในระยะกลาง-ยาว
- เห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป และชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง
- สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นเพื่อเสริมผลลัพธ์ผิวได้
กลไกการทำงานของการฉีดหน้าใส
การฉีดหน้าใส ทำงานด้วยการส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรง ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีคอลลาเจน อิลาสติน และหลอดเลือดฝอยอยู่จำนวนมาก ทำให้ผิวได้รับสารอาหารเต็มที่ ต่างจากการทาครีมทั่วไปที่สารต้องผ่านหลายชั้นผิวก่อนดูดซึมครับ
ตัวยาหลักที่ใช้ในการฉีดหน้าใส
ตัวยาสำคัญที่ใช้ในการฉีดหน้าใส ส่วนใหญ่จะเน้นสารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงของผิว และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากขึ้นครับ โดยตัวยาหลักที่ใช้ได้แก่
- Hyaluronic Acid (HA) : เป็นตัวยาที่พบเยอะที่สุดในโปรแกรมฉีดหน้าใส ทำหน้าที่อุ้มน้ำในชั้นผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และลดความแห้งกร้าน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของผิวใสสุขภาพดี
- วิตามินและสารอาหารผิว : เช่น วิตามิน B, C และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิว ช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ผิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และลดความหมองคล้ำ เหมาะกับผู้ที่ผิวดูอ่อนล้าหรือพักผ่อนน้อย
- สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) : ช่วยลดผลกระทบจากมลภาวะ แสงแดด และความเครียดที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็ว สนับสนุนการฟื้นฟูผิวในระยะยาว และช่วยให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น
- สารฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการซ่อมแซม : เช่น กลุ่มกรดอะมิโน หรือสารที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวดูละเอียด เรียบเนียน และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
การฉีดหน้าใสไม่ได้มีสูตรตายตัว จึงต้องเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและสอดคล้องกับเป้าหมายของการดูแลผิว
ฉีดหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
การฉีดหน้าใส สามารถช่วยเรื่องงานผิวในหลายด้าน ดังนี้ครับ
- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ลดความแห้งกร้าน มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
- ช่วยลดความหมองคล้ำ ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอ ผิวกระจ่างใสขึ้น
- ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง และพื้นผิวสัมผัสดีขึ้น
- ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว (Skin Barrier) ลดแนวโน้มการระคายเคืองหรือผิวแพ้ง่ายในระยะยาว
- ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีและอ่อนล้าน้อยลง ผิวดูสดใส มีชีวิตชีวาขึ้น
เปรียบเทียบ ฉีดหน้าใส VS ฟิลเลอร์ / โบท็อกซ์ / เลเซอร์หน้าใส ต่างกันอย่างไร ?
การฉีดหน้าใสเป็นหัตถการที่หลายคนมักสับสนกับการฉีดแบบอื่น เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือเลเซอร์ผิวใส ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ เป้าหมายของการรักษาและกลไกการออกฤทธิ์ ซึ่งสามารถอธิบายได้ชัดเจนดังนี้ครับ
| หัตถการ | เป้าหมายหลัก | กลไกการทำงาน | แก้ปัญหา |
|---|---|---|---|
| ฉีดหน้าใส | ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม | ส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นหนังแท้ | ผิวหมองคล้ำ ดูโทรม |
| ฟิลเลอร์ | เติมเต็ม / ปรับรูปหน้า | เพิ่มวอลลุ่มในผิวชั้นตื้น-ลึก | มีร่องลึก หน้าขาดวอลลุ่ม |
| โบท็อกซ์ | ลดริ้วรอย / ลดกล้ามเนื้อ | คลายการทำงานกล้ามเนื้อ | ริ้วรอย กรอบหน้าไม่ชัด |
| เลเซอร์หน้าใส | ลดจุดด่างดำ ผลัดเซลล์ผิว | ใช้พลังงานเลเซอร์กระตุ้นผิว | ฝ้า กระ รอยดำ ผิวไม่เรียบ |
ตารางเปรียบเทียบ ฉีดหน้าใส VS ฟิลเลอร์ / โบท็อกซ์ / เลเซอร์ผิวใส ต่างกันอย่างไร ?
สรุปความแตกต่างแบบเข้าใจง่าย
- ฉีดหน้าใส → ปรับคุณภาพผิว
- ฟิลเลอร์ → ปรับรูปหน้า / วอลลุ่ม
- โบท็อกซ์ → ลดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
- เลเซอร์หน้าใส → ลดเม็ดสี ผลัดเซลล์ผิว
หากยังไม่แน่ใจว่าหัตถการไหนเหมาะกับคนไข้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกทำ เพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ชัดที่สุดครับ
ฉีดหน้าใส เหมาะกับใคร ?
การฉีดหน้าใสเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูใส ชุ่มชื้น และแข็งแรงขึ้น ซึ่งกลุ่มที่เหมาะกับหัตถการนี้ ได้แก่
- ผู้ที่ผิวหน้าหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่ผิวโทรมจากการพักผ่อนน้อย ความเครียด หรือมลภาวะ
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ หรือผิวดูไม่เรียบเนียน
- ผู้ที่ผิวหน้าแห้ง ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ติด
- ผู้ที่อยากได้ผิวใสแบบเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้หน้าดูเปลี่ยน
- ผู้ที่ทำหัตถการผิวอื่นร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวและดูสุขภาพดีขึ้น
ฉีดหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิว ?
ตัวยาฉีดหน้าใสแต่ละยี่ห้อจะตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จึงควรดูจากสภาพผิวจริง เป้าหมาย และระยะเวลาที่ต้องการเห็นผล ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ ซึ่งหมอจะมาแนะนำ 10 ยี่ห้อยอดนิยมดังนี้ครับ
1. MADE Collagen
มาเด้หน้าใส โดดเด่นเรื่องช่วยขับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในผิว ลดผิวอักเสบ ลดผื่นแพ้ ลดสิว รวมถึงช่วยลดฝ้า กระ ริ้วรอย จุดด่างดำ ทำให้หน้าเรียบเนียน ดูกระจ่างใสขึ้น หลังฉีดจะเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 1-2 เดือน
2. Rejuran
Rejuran เป็นโปรแกรมฉีดหน้าใสที่ใช้สาร Polynucleotide (PN) ที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน โดยกระตุ้นให้ผิวสร้างโปรตีนเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ช่วยให้ผิวแข็งแรง กระจ่างใส เห็นผลในช่วง 3-5 วัน อยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน
3. Juvelook
Juvelook เป็น Skin Booster แบบ Hybrid Biostimulator ที่รวม Hyaluronic Acid (HA) และ PDLLA มาไว้ด้วยกัน ทำให้โดดเด่นเรื่องผิวชุ่มชื้น แน่นเด้ง เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น เห็นผลชัดใน 3-6 เดือน อยู่ได้นาน 1 ปี
4. ASCE (Exosome)
ASCE (Exosome) เป็นโปรแกรมฉีดหน้าใสที่ใช้เทคโนโลยี Exosomes ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กจากเซลล์มาฉีดเข้าผิวหนัง เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ ทำให้หน้าใส ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู ฉ่ำเด้ง ดูสุขภาพดี หลังฉีดเห็นผลใน 3 วัน อยู่ได้นาน 1 ปี
5. Profhilo
Profhilo เด่นเรื่อง Deep Hydration + Bioremodelling ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวดูแน่นและสดใสขึ้น หลังฉีดเริ่มผลใน 7-14 วัน อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
6. เมโสชาแนล
การฉีดชาแนล หรือ Fillmed by Filorga NCTF135 HA ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนและสดใสขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้าหรือหมองจากการพักผ่อนน้อย หลังฉีดจะเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 1 เดือน
7. REVS (รีเวิร์ส)
REVS (รีเวิร์ส) เป็นโปรแกรมฉีดหน้าใสที่มีส่วนประกอบหลัก คือ HA+PN ซึ่งช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวแข็งแรง อิ่มน้ำ ใบหน้าดูกระจ่างใส เรียบเนียนขึ้น หลังฉีดเริ่มเห็นผลใน 3 วัน เห็นผลชัดใน 7-14 วัน อยู่ได้นาน 1-2 เดือน
8. Neo Clear
Neo Clear ตัวยาฉีดหน้าใสเข้มข้นจากอังกฤษ เด่นเรื่องยับยั้งเม็ดสี ต้านอนุมูลอิสระ และเสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยสลายฝ้า กระ จุดด่างดำ ปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสตั้งแต่ครั้งแรก เห็นผลชัดภายใน 2 สัปดาห์
9. Tensonez
Tensonez เป็นโปรแกรมฉีดหน้าใสที่เน้นปรับคุณภาพผิว ควบคู่กับการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน ช่วยให้ผิวที่ดูโทรมจากพักผ่อนน้อย หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวไหม้แดดดูกระจ่างใสขึ้น หลังฉีดจะเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 1-2 เดือน
10. Neo-Glutanex Glow
Neo-Glutanex Glow ประกอบด้วยวิตามินและสารบำรุงผิวเข้มข้นกว่า 20 ชนิด ช่วยปรับผิวกระจ่างใส ลดฝ้า กระ และจุดด่างดำ พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู สุขภาพดี หลังฉีดเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 2-3 เดือน
ฉีดหน้าใสยี่ห้อไหนดี ขึ้นกับสภาพผิวและเป้าหมายการดูแลผิวของแต่ละคน การเลือกสูตรที่เหมาะสมและให้แพทย์ประเมินก่อน จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
ฉีดหน้าใส ต้องทำกี่ครั้ง ? เห็นผลแค่ไหน ?
ฉีดหน้าใสมักทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไป เพื่อเห็นผลชัด โดยจะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงใน 1-2 สัปดาห์ และสามารถทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงคุณภาพผิว โดยจำนวนครั้งและผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดตัวยาและสภาพผิวของแต่ละคนครับ
ขั้นตอนการฉีดหน้าใส
ขั้นตอนการฉีดหน้าใสเป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยการประเมินและเทคนิคที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถแบ่งขั้นตอนได้ดังนี้ครับ
- วิเคราะห์ปัญหาผิว เลือกตัวยาและแผนการฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
- ทำความสะอาดผิว + ทายาชา เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และช่วยให้รู้สึกสบายระหว่างทำ
- ฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิว ใช้เทคนิคที่เหมาะกับชนิดตัวยา ระยะเวลาประมาณ 15-30 นาที
- ดูแลผิวหลังฉีด อาจมีรอยแดงหรือจุดเข็มเล็กน้อย ซึ่งมักหายเองภายใน 1-3 วัน
ข้อห้ามและข้อควรระวังก่อนฉีดหน้าใส
ก่อนฉีดหน้าใส ควรแจ้งแพทย์และพิจารณาเป็นพิเศษในกรณีต่อไปนี้
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ ผิวอักเสบ หรือเป็นสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของตัวยา
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิด ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
การประเมินก่อนทำช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ผลลัพธ์ปลอดภัยมากที่สุดครับ
ความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่ควรรู้
การฉีดหน้าใสปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์และใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักเล็กน้อย เช่น รอยแดง รอยนูน หรือรอยเข็ม อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายใน 1-3 วันครับ
การดูแลตัวเองหลังฉีดหน้าใส
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วง 1-2 คืนแรก
- งดทาครีมหรือสกินแคร์แรง ๆ บริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1 คืน เพื่อลดการระคายเคือง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ (ประมาณ 2 ลิตร/วัน) เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมผลลัพธ์ผิว
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะ พร้อมทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++ เป็นประจำ
- งดแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารกระตุ้นการอักเสบ เช่น ของหมักดอง ของทอด อาหารรสจัด
- สามารถประคบเย็นหรือรับประทานยาแก้ปวดได้ หากมีอาการปวด บวม หรือช้ำเล็กน้อย
ฉีดหน้าใส ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาฉีดหน้าใสโดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่หลักพันครับ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ชนิดตัวยาที่ใช้ : สูตรที่มีส่วนผสมพรีเมียมหรือเทคโนโลยีใหม่ จะมีราคาสูงกว่า
- ปริมาณยาที่ฉีด : ยิ่งใช้ประมาณมาก ยิ่งเพิ่มต้นทุน
- ตำแหน่งฉีด : ฉีดทั้งหน้าหรือบางจุด จะทำให้ราคาแตกต่าง
- ประสบการณ์ของแพทย์ & คลินิก : แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง หรือคลินิกที่มีมาตรฐานสูงมักมีราคาสูงขึ้น
โปรแกรมฉีดหน้าใส ราคาโปรโมชั่นสุดคุ้ม ที่ V Square Clinic
โปรแกรมฉีดหน้าใส ราคาแต่ละหัตถการจะต่างกันครับ ซึ่ง ที่ V Square Clinic จะมีราคาดังนี้
ฉีดหน้าใส ที่ไหนดี ? ปลอดภัย หน้าใส เห็นผลจริง
การเลือกคลินิกฉีดหน้าใส มีผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ เพราะต้องอาศัยทั้งการประเมินผิว ตัวยาที่เหมาะสม และการทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ซึ่งควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้
- ทำโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ เพื่อให้การวิเคราะห์สภาพผิวและเลือกตัวยาถูกต้อง
- ใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐานและมีแหล่งที่มาชัดเจน สามารถตรวจสอบได้
- มีการประเมินผิวหน้าโดยละเอียดก่อนฉีด เพื่อเลือกชนิดตัวยาที่เหมาะกับสภาพผิว
- มีแนวทางการดูแลหลังฉีดที่ชัดเจน เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและปลอดภัย
- มีรีวิวและผลลัพธ์จริงเพื่อเข้าใจแนวทางการบริการ และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
ฉีดหน้าใส ที่ V Square Clinic ปลอดภัย แพทย์ดูแลทุกขั้นตอน
ที่ V Square Clinic เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน เพื่อให้คนไข้มั่นใจได้ว่าได้รับการดูแลที่ดีที่สุดครับ
✅ ใช้ตัวยาของแท้ 100% คนไข้สามารถตรวจสอบที่มาผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้
✅ แพทย์มีประสบการณ์สูงทุกเคส ผ่านการเทรนนิ่งและมีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ
✅ วิเคราะห์โครงสร้างผิวเฉพาะบุคคล เพื่อเลือกวิธีฉีดหน้าใสที่เหมาะสม
✅ ให้บริการด้วยความโปร่งใสและปลอดภัย พร้อมมีการติดตามผลหลังฉีดและให้คำปรึกษาต่อเนื่อง
✅ รีวิวจากผู้ใช้จริง มีเคส Before–After ได้รับความไว้วางใจจากดารา อินฟลูเอนเซอร์
✅ ไม่ยัดเยียดคอร์ส ไม่มีเซลส์ ปรึกษาแพทย์โดยตรง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดหน้าใส (FAQ )
ฉีดหน้าใสเจ็บไหม ?
ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยหรือแสบตึงบ้าง แต่แพทย์จะมีการทายาชาก่อนฉีด จึงช่วยลดความรู้สึกไม่สบายได้มาก
ฉีดหน้าใสเห็นผลเมื่อไหร่ ?
ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นและสดใสขึ้นภายใน 3-7 วัน และเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ โดยผลลัพธ์จะดีขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องตามคำแนะนำแพทย์
ฉีดหน้าใสแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ ?
แนะนำให้รออย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังฉีด เพื่อลดการระคายเคืองและความเสี่ยงการอักเสบ
ฉีดหน้าใสทำร่วมกับเลเซอร์หรือโบท็อกซ์ได้ไหม ?
สามารถทำร่วมกันได้ โดยแพทย์จะจัดลำดับหัตถการและเว้นระยะให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัย
ฉีดหน้าใสบ่อย ๆ อันตรายไหม ?
หากทำโดยแพทย์ ใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน และเว้นระยะตามคำแนะนำถือว่าปลอดภัย ไม่ควรฉีดถี่เกินไปหรือเลือกสูตรที่ไม่เหมาะกับผิว
ใครไม่เหมาะกับการฉีดหน้าใส ?
ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีผิวอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด หรือมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของตัวยา ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
สรุป ฉีดหน้าใส ดีไหม ? เหมาะกับใคร และควรเลือกอย่างไร ?
การฉีดหน้าใส เป็นหัตถการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูใส ชุ่มชื้น และแข็งแรงขึ้น แบบค่อยเป็นค่อยไป และสามารถทำต่อเนื่องเพื่อคงสภาพผิวในระยะยาวได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกยี่ห้อที่แรงหรือแพงที่สุด แต่คือการเลือกตัวยาที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคนจริง ๆ ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ การทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และการดูแลผิวหลังฉีดอย่างถูกต้อง


