ฉีด Sculptra ดีไหม ? คุ้มค่าหรือไม่ ? ก่อนตัดสินใจควรรู้อะไรบ้าง ?

Reading Time: 3 minutes

Sculptra ดีไหม

ฉีด Sculptra ดีไหม

ฉีด Sculptra ดีไหม ? เป็นคำถามแรก ๆ ที่หลายคนค้นหาก่อนตัดสินใจยกกระชับและฟื้นฟูผิวหน้า เพราะต้องการมั่นใจว่าผลลัพธ์จะคุ้มค่าและตอบโจทย์ปัญหาผิวของตนเอง

ในบทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกว่า Sculptra มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง ? เพื่อช่วยให้เข้าใจภาพรวมก่อนเลือกทำหัตถการได้อย่างรอบด้านครับ

สารบัญ Sculptra ดีไหม


ฉีด Sculptra ดีไหม ?

หากถามว่า ฉีด Sculptra ดีไหม จากประสบการณ์รักษาคนไข้ หมอก็มองว่า Sculptra เป็นหัตถการที่ดีและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาวครับ ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ หรือเริ่มมีริ้วรอยจากการที่คอลลาเจนในผิวลดลงตามวัย

จุดเด่นของ Sculptra คือเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเอง ส่งผลให้ผิวแน่นขึ้น กระชับขึ้น และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้คุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Sculptra เหมาะกับใคร กี่วันเห็นผล ? ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ?

อย่างไรก็ตาม Sculptra จะไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลทันที ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 2-3 เดือน ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Sculptra จากผู้ใช้จริง

Sculptra รีวิว_พี่ยุ้ย โดย หมอซี
Sculptra รีวิว_คุณเกรซ โดย หมอ เบิร์ด
Sculptra รีวิว_แม่แรม โดย หมอ กันต์

ฉีด Sculptra ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Sculptra ช่วยอะไร

การฉีด Sculptra สามารถช่วยแก้ไขและฟื้นฟูปัญหาผิวหลากหลายด้าน ได้แก่

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว
  • เติมเต็มและยกกระชับใบหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึกให้แข็งแรงขึ้น
  • ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ และดูอิ่มฟูมากขึ้น
  • ลดเลือนริ้วรอยจากผิวที่ขาดความยืดหยุ่น
  • เพิ่มความเรียบเนียนและความกระจ่างใสให้ผิว

ฉีด Sculptra ดีไหม ? รู้ข้อดี-ข้อเสียก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจว่าจะฉีด Sculptra ดีไหม ควรทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดของหัตถการให้ครบถ้วน โดยหมอสรุปข้อควรรู้ไว้ดังนี้ครับ

ข้อดีของการฉีด Sculptra  

ข้อดีของการฉีด Sculptra
  • Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 ได้สูงสุดประมาณ 66.5% ภายใน 3 เดือน
  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวจากภายใน พร้อมคืนความอ่อนเยาว์
  • ผลลัพธ์คงอยู่ได้ต่อเนื่องยาวนานประมาณ 2 ปี
  • มีความปลอดภัย สามารถสลายได้เอง 100% ตามธรรมชาติ
  • หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อเสียของการฉีด Sculptra  

  • หากฉีดโดยแพทย์ที่ขาดประสบการณ์หรือไม่มีความชำนาญด้านเทคนิค อาจทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
  • หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้

ฉีด Sculptra ดีไหม ? เมื่อเทียบกับสารกระตุ้นคอลลาเจนตัวอื่น ๆ

เทียบ Collagen Biostimulator ตัวดัง เลือกยี่ห้อไหนดี อัปเดต 2026

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภท Collagen Biostimulator นอกเหนือจาก Sculptra ยังมีสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดอื่นที่นิยมใช้ในทางการแพทย์ความงาม ซึ่งแต่ละชนิดมีส่วนประกอบ กลไกการทำงาน และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

ตารางเปรียบเทียบ Sculptra กับสารกระตุ้นคอลลาเจนอื่นๆ
ตารางเปรียบเทียบ Sculptra กับสารกระตุ้นคอลลาเจนอื่นๆ
  • Sculptra : มีส่วนประกอบหลักคือ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) โดดเด่นด้านการกระตุ้นการสร้าง Collagen Type 1 ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิว ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ทำให้ผิวแน่น กระชับ และยืดหยุ่นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว
  • JuveLook : มีส่วนประกอบหลักคือ PDLLA ผสมกับ HA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนพร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว จึงเด่นด้านการปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ รวมถึงรอยแผลเป็น ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปี
  • Radiesse : มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ช่วยเสริมโครงสร้างผิวในชั้นลึกพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นและกระชับขึ้น เหมาะสำหรับการเติมเต็มและยกกระชับบริเวณแก้มตอบ กรอบหน้า และร่องลึกต่าง ๆ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 2 ปี
  • Neauvia : มีส่วนประกอบหลักคือ Non Cross-Linked HA ผสม CaHA 1% ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเล็กน้อย จึงเน้นการปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสุขภาพดีขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-9 เดือน
  • Ultracol 200 : มีส่วนประกอบหลักคือ PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ใช้ในการร้อยไหม ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น เหมาะกับการลดริ้วรอยและฟื้นฟูผิวเฉพาะจุด ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน
  • Gouri : มีส่วนประกอบหลักคือ PCL (Polycaprolactone) ในรูปแบบของเหลวที่สามารถกระจายตัวได้ทั่วใบหน้า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

ทั้งนี้การเลือกสารกระตุ้นคอลลาเจน ฉีด Sculptra ดีไหม ? หรือฉีดยี่ห้อไหนดี ควรพิจารณาจากปัญหาผิวของแต่ละบุคคล เป้าหมายและระยะเวลาที่ต้องการผลลัพธ์ รวมถึงคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยครับ


Sculptra กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร ? เลือกแบบไหนดี ?

Sculptra VS ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร
ตารางเปรียบเทียบ Sculptra กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์ และ Sculptra มีเป้าหมายคล้ายกันคือช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่หลักการทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ หมอขออธิบายดังนี้ครับ

ฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic acid เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึกที่มีการยุบตัว ปรับโครงสร้างใบหน้า หลังทำเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันที โดยฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองตามธรรมชาติภายในประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด

ส่วน Sculptra เป็นการฉีดสาร Poly-L-Lactic Acid ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงเป็นการค่อย ๆ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้นจากภายใน ทำให้ผิวโดยรวมแน่นกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน และอยู่ได้นาน 2 ปี เมื่อทำต่อเนื่องครับ

สรุปเลือกแบบไหนดี ? ขึ้นอยู่กับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล การประเมินร่วมกับแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีดจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยครับ

  • หากต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวให้แน่นและแข็งแรงในระยะยาว → Sculptra 
  • หากต้องการเติมเต็มจุดที่ยุบลึกหรือปรับรูปหน้าให้เห็นผลทันที → ฟิลเลอร์

ในบางกรณี แพทย์อาจวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุลและดูเป็นธรรมชาติ โดยสามารถใช้ทั้งสองหัตถการร่วมกัน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดด้วยการเติมเต็ม และการฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างมีประสิทธิภาพ


ฉีด Sculptra ราคาเท่าไหร่ ?

ราคา Sculptra จะแตกต่างกันออกไปตามโปรโมชันของคลินิก ประสบการณ์ของแพทย์ และปริมาณที่ใช้ครับ สำหรับที่ V Square Clinic มีโปรโมชัน Sculptra ราคาพิเศษดังนี้

ราคา Sculptra

ฉีด Sculptra ที่ไหนดี ? ทำไมต้องฉีดที่ V Square Clinic

ฉีด Sculptra ที่ V Square Clinic โดย พญ.สุจินันท์ เรืองชยจตุพร

โปรแกรมฉีด Sculptra ที่ V Square Clinic เน้นการประเมินใบหน้าแบบรายบุคคลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างผิวและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ทีมแพทย์ผ่านการอบรมเทคนิคการฉีด Sculptra โดยตรง เลือกใช้ตัวยาแท้ ตรวจสอบได้ คลินิกมีหลายสาขาทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล มั่นใจทั้งในด้านความปลอดภัย ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และความคุ้มค่าในระยะยาวครับ

ปรึกษาปรับรูปหน้าที่ V Square Clinic โดย โดย พญ.ชญานิษฐ์ ศรีทองดี , พญ.ศิษฏิศา รัตนเสนีย์ , พญ.วัลยรัตน์ สัจจะสกุลชัย , พญ.สุจินันท์ เรืองชยจตุพรนดี

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือยังไม่แน่ใจว่าฉีด Sculptra ดีไหม ? สามารถเข้ามาให้หมอประเมินอย่างละเอียดก่อนได้ครับ ทุกขั้นตอนดูแลโดยแพทย์ ไม่ผ่านเซลส์ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Sculptra ดีไหม

ฉีด Sculptra เจ็บไหม ?

โดยทั่วไปการฉีด Sculptra จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเข็มที่ใช้ฉีดมีขนาดเล็กมาก และก่อนทำจะมีการแปะยาชา ช่วยลดความเจ็บขณะฉีดได้ครับ

ฉีด Sculptra กี่วันเห็นผล ?  

หลังฉีด Sculptra จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ใน 2-3 สัปดาห์หลังทำ และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ใน 3 เดือนว่า ผิวแข็งแรงขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ตื้นขึ้น ใบหน้าดูกระจ่างใสและอ่อนเยาว์ขึ้น

ฉีด Sculptra ต้องฉีดกี่ครั้ง ?

การฉีด Sculptra หมอแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล โดยเว้นระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติ


สรุป Sculptra ดีไหม ? ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าหรือไม่ ?

หากถามว่า Sculptra ดีไหม คำตอบคือ เป็นหัตถการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยในระยะยาว มากกว่าการปรับเปลี่ยนรูปหน้าแบบเห็นผลทันที ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นตัวจากภายใน ทำให้ใบหน้าดูแน่น กระชับ และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูไม่เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน แต่เน้นการปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

หน้าแพ้ฝุ่น ทำอย่างไรดี เช็กอาการ วิธีป้องกันและแนวทางรักษา

Reading Time: 3 minutesในยุคที่ฝุ่นละอองและมลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาเรื้อรังของคนเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน หลายคนอาจสังเกตว่า ผิวหน้าแพ้ฝุ่น มีอาการแดง คัน ระคายเคือง หรือแม้แต่มีสิวผุดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ เพราะผิวหน้าของเราบอบบางและไวต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด

Coolsculpting ทำกี่ครั้งเห็นผล ? ทำ 1 ครั้ง กำจัดเซลล์ไขม...

Reading Time: 3 minutesCoolsculpting ทำกี่ครั้งเห็นผล ? เป็นคำถามที่คนไข้หลายคนมักจะถามหมอเสมอครับเมื่อเข้ามาปรึกษาเรื่องการสลายไขมันลดสัดส่วน เพราะบางคนแม้จะออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้ว แต่ก็ยังมีไขมันที่ลดยากสะสมอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งการทำ Coolsculpting ถือเป็นวิธีที่น่าสนใจและตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดครับ

CoolSculpting เจ็บไหม ? เจาะลึกความรู้สึกจริงทุกขั้นตอนก่...

Reading Time: 3 minutesCoolSculpting เจ็บไหม ? เป็นคำถามแรก ๆ ของหลายคนที่กำลังสนใจสลายไขมันด้วยความเย็นครับ เพราะถึงแม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม และไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ระหว่างทำยังมีทั้งแรงดูดและความเย็น จึงอาจทำให้กังวลเรื่องความรู้สึกขณะทำได้ ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจแบบละเอียดว่า CoolSculpting เจ็บไหม ระหว่างทำรู้สึกอย่างไร ? ตำแหน่งไหนรู้สึกตึงหรือหน่วงมากกว่ากัน รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังทำครับ

เลเซอร์กระชับรูขุมขน ราคาเท่าไหร่ ? เทียบเครื่องยอดนิยม เ...

Reading Time: 3 minutesรูขุมขนกว้าง เป็นปัญหาผิวที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าหน้าไม่เรียบ ผิวดูมันง่าย และแต่งหน้าไม่ค่อยติด จึงไม่แปลกที่หลายคนจะเริ่มมองหาตัวช่วยอย่างเลเซอร์กระชับรูขุมขน เพื่อฟื้นให้ผิวดูละเอียดและเรียบเนียนขึ้น แต่ก่อนตัดสินใจทำ อีกเรื่องที่คนส่วนใหญ่อยากรู้ก็คือ เลเซอร์กระชับรูขุมขน ราคาเท่าไหร่ ? ต่างกันเพราะอะไร ? และควรเลือกแบบไหนถึงจะคุ้มกับผลลัพธ์ที่ได้ ?

เลเซอร์กระ ราคาเท่าไหร่ ? ราคาต่อจุด เหมาทั่วหน้า ต่างกัน...

Reading Time: 3 minutesเลเซอร์กระ ราคา เริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาทต่อจุดสำหรับการรักษาเฉพาะจุด และ 3,900-9,900 บาทสำหรับราคาเหมาทั่วหน้าหรือแบบโปรแกรมรวมเทคโนโลยีครับ จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของกระ โดยกระตื้นมักจางลงใน 1-2 ครั้ง ส่วนกระลึกอาจต้องทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัยที่สุดครับ

วิธีโกนขนน้องสาว ทำยังไงไม่ให้คัน เป็นตอ ขนคุด และผิวระคา...

Reading Time: 4 minutesวิธีโกนขนน้องสาว หรือขนบริเวณจุดซ่อนเร้น เป็นการกำจัดขนแบบดั้งเดิมที่ผู้หญิงหลายคนเลือกใช้ เพราะสะดวก ทำได้เองที่บ้าน แต่หลังโกนขนน้องสาว มักพบปัญหาขนใหม่ขึ้นเป็นตอ เป็นขนคุด ตุ่มหนังไก่ หรือมีอาการคันเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการโกนขนน้องสาวไม่ถูกวิธี เปิดคู่มือวิธีโกนขนน้องสาวที่ถูกวิธี ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า