Juvelook Volume คืออะไร ? ต่างจาก Juvelook รุ่นเดิมอย่างไร ? ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง

Reading Time: 4 minutes
Juvelook Volume

Juvelook Volume ยกกระชับพร้อมงานผิว

Juvelook Volume เป็นหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มผิวและฟื้นฟูคุณภาพผิวในเวลาเดียวกัน ทำให้ผิวเฟิร์มกระชับ แน่น มีความยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวบาง ผิวโทรม ผิวหย่อนคล้อย

ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า Juvelook Volume คืออะไร ? ช่วยอะไรได้บ้าง ? ทำงานอย่างไร ? ต่างจาก Juvelook รุ่นเดิมและฟิลเลอร์อย่างไร ? พร้อมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจก่อนฉีดครับ

สารบัญ Juvelook Volume


Juvelook Volume คืออะไร ?

Juvelook Volume คือ สารกระตุ้นคอลลาเจนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid Biostimulator โดยมีส่วนผสมหลัก 2 ตัว คือ PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid) + Hyaluronic Acid (HA) ช่วยเพิ่มวอลลุ่มผิว เติมเต็มร่องริ้วรอย ปรับผิวเรียบเนียน และยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ

Juvelook Volume

หลังฉีด Juvelook Volume จะเห็นผลการเพิ่มวอลลุ่มทันทีประมาณ 20-30% และจะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวแน่นและแข็งแรงขึ้นในระยะยาว ซึ่งผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี

Juvelook Volume ยังเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดจาก Juvelook รุ่นเดิม โดยบริษัท Juvetek ผู้พัฒนาเดียวกัน และถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการเติมเต็มวอลลุ่มและยกกระชับผิวได้ดียิ่งขึ้นครับ


Juvelook Volume ช่วยอะไรได้บ้าง ?

Juvelook Volume ช่วยอะไรได้บ้าง

การฉีด Juvelook Volume ช่วยอะไรบ้าง ? หลัก ๆ เลยคือเรื่องมิติของใบหน้า และคุณภาพผิว เช่น

  • เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า บริเวณที่ตอบหรือยุบตัวลง เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ หน้าแก้ม กรอบหน้า
  • ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ยกพยุงผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้น ตึงกระชับแบบธรรมชาติ
  • เติมเต็มร่องริ้วรอย ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ที่ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับในระยะยาว
  • ปรับผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ลดหลุมสิวระดับตื้นถึงปานกลาง ผิวเนียนละเอียดขึ้น

Juvelook Volume ทำงานอย่างไร ?

การทำงานของ Juvelook Volume สามารถอธิบายได้เป็น 3 ขั้นตอนหลัก โดยเป็นการทำงานร่วมกันของ ไฮยาลูรอน (HA) และ PDLLA เพื่อเพิ่มวอลลุ่มผิวและกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว

Juvelook Volume ทำงานอย่างไร
  • Step 1 : เพิ่มวอลลุ่มผิวทันทีหลังฉีด

หลังฉีด Juvelook Volume เข้าไปใต้ผิว สาร HA จะช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้นทันทีในระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันอนุภาค PDLLA ที่กระจายตัวอยู่ก็จะเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการทำหน้าที่ในขั้นตอนถัดไป

  • Step 2 : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

เมื่อเวลาผ่านไป 2-4 สัปดาห์ หลังจาก HA ค่อย ๆ สลายตัวไป อนุภาค PDLLA จะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ใต้ผิวให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้น มีความยืดหยุ่น และดูสุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • Step 3 : ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว

หลังฉีด 6 เดือน PDLLA จะค่อย ๆ สลายตัวตามธรรมชาติ โดยไม่ตกค้างในร่างกาย แต่ปริมาณคอลลาเจนที่เพิ่มมากขึ้นจะช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวดูแน่นเฟิร์ม กระชับ และมีใบหน้าอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ


Juvelook Volume เหมาะกับใคร ?

การฉีด Juvelook Volume จะตอบโจทย์กลุ่มคนที่มีปัญหาและความต้องการเหล่านี้ครับ

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าไม่กระชับ ขาดวอลลุ่ม ผิวดูแบนหรือไม่อิ่มฟู
  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย เช่น แก้มหย่อน มีกระเปาะแก้ม
  • ผู้ที่มีแก้มตอบ หน้าแก้มทรุด หรือโหนกแก้มเด่นชัด
  • ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึก เช่น ร่องแก้ม หรือมุมปาก
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูเด็กลงโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่มีอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งคอลลาเจนในผิวเริ่มลดลง
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มใบหน้าให้ดูอิ่มฟู แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

Juvelook Volume รุ่นใหม่ ต่างจาก Juvelook รุ่นเดิม อย่างไร ?

Juvelook VS Juvelook Volume ต่างกันอย่างไร

Juvelook Volume กับ Juvelook รุ่นเดิม ต่างกันอย่างไร ? เพราะทั้งสองตัวเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนจากบริษัทเดียวกัน และมีส่วนผสมหลักเหมือนกันคือ PDLLA + HA แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ ขนาดอนุภาค ความเข้นข้น และจุดประสงค์การใช้งาน

เปรียบเทียบJuvelookJuvelook Volume
ส่วนประกอบหลักPDLLA (42.5 mg) + HA (7.5 mg)PDLLA (170 mg) + HA (30 mg)
ขนาดอนุภาคประมาณ 30 μmประมาณ 50-80 µm
จุดเด่นปรับผิวฉ่ำวาว เรียบเนียน กระชับรูขุมขน ลดริ้วรอยเล็ก ๆเพิ่มวอลลุ่ม ยกกระชับผิวหย่อน เติมร่องริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน
เหมาะกับปัญหาใต้ตาคล้ำ ผิวแห้ง รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ หลุมสิว ริ้วรอยเล็ก ๆผิวหย่อน ขาดวอลลุ่ม ร่องแก้มลึก แก้มตอบ ขมับตอบ ใบหน้ายุบ
ตำแหน่งที่แนะนำหน้าผาก, ใต้ตา, หน้าแก้ม, ร่องแก้มขมับ, หน้าแก้ม, ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, กรอบหน้า
ระยะเวลาผลลัพธ์
(ขึ้นอยู่กับบุคคล)
6-12 เดือน18-24 เดือน

สรุปง่าย ๆ คือ

  • Juvelook : จะเน้นการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม เช่น ปรับผิวให้เรียบเนียน ลดรูขุมขน และช่วยเรื่องหลุมสิว
  • Juvelook Volume : ถูกพัฒนาให้มีอนุภาคใหญ่ขึ้นและความเข้มข้นสูงขึ้น จึงเหมาะสำหรับการเพิ่มวอลลุ่มใบหน้า พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึกมากขึ้นครับ
ทำควาามรู้จัก Juvelook คืออะไร ดีไหม ? เหมาะกับใครบ้าง ?

Juvelook Volume ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ?

Juvelook Volume และ Filler (ฟิลเลอร์) เป็นหัตถการที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าเหมือนกัน แต่หลักการทำงานต่างกัน โดย Juvelook Volume เป็น Collagen Biostimulator ที่ช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ อิ่มฟู แน่น และยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

ส่วนฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่มทันทีหลังฉีด แต่ไม่ได้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือน Juvelook Volume จึงเหมาะกับการแก้ปัญหาร่องลึกหรือปรับรูปหน้าโดยตรงครับ


จูวีลุค วอลลุ่ม ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

Juvelook Volume ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง
  • ขมับ : ช่วยเติมขมับที่ตอบให้ดูเต็ม หน้าดูละมุนขึ้น
  • หน้าแก้ม / แก้มตอบ : ปรับให้หน้าดูมีมิติ สดใส ไม่ดูอิดโรย
  • ร่องแก้ม / ร่องน้ำหมาก : เติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียน
  • กรอบหน้า : ช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าให้ดูชัดขึ้น
  • ลำคอ : ลดเลือนริ้วรอยที่คอ (Neck lines) ให้ผิวคอดูเต่งตึงขึ้น

จูวีลุค วอลุ่ม กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานไหม ?

หลังฉีดจูวีลุค วอลุ่ม

  • เห็นผลเติมเต็มทันที 20-30% จาก HA ที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่ม
  • ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผิวเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่
  • ผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ในช่วง 3-6 เดือนหลังฉีด

โดยทั่วไป ถ้าฉีดครบตามคอร์สที่หมอแนะนำ ผลลัพธ์ของ Juvelook Volume สามารถอยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำด้วยครับ


Juvelook Volume อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงหรือไม่

Juvelook Volume เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีความปลอดภัย เพราะมีส่วนประกอบหลักคือ PDLLA ซึ่งสามารถสลายได้ตามธรรมชาติในร่างกาย ไม่ทิ้งสารตกค้าง และยังผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก CE Mark (ยุโรป), KFDA (เกาหลีใต้) และ อย. ประเทศไทยครับ

ส่วนผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังฉีด มักเป็นอาการเล็กน้อย เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองในประมาณ 1-2 วัน เช่น

  • อาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • รอยแดงบริเวณผิวหนัง
  • รอยช้ำจากเข็มฉีด

ในบางกรณีอาจเกิดก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว (Nodule) ได้ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับเทคนิคการฉีด เช่น การผสมตัวยาเข้มข้นเกินไป การฉีดตื้นเกินไป หรือใช้เวลาในการผสมยาไม่เพียงพอ

ดังนั้นการฉีด Juvelook Volume ควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษาครับ


การเตรียมตัวก่อนฉีด Juvelook Volume

การเตรียมตัวก่อนฉีด Juvelook Volume จะมีแนวทางคล้ายกับการฉีด Juvelook ครับ คือควรเตรียมสภาพผิวให้พร้อม และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำหรือการระคายเคืองก่อนทำหัตถการ

  • งดใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือ Retinol อย่างน้อย 3 วันก่อนฉีด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรือแดดแรง ๆ ประมาณ 1-2 วันก่อนทำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงของรอยช้ำ

ขั้นตอนการฉีด Juvelook Volume

การฉีด Juvelook Volume เป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้น โดยทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ซึ่งมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

แพทย์ฉีด Juvelook Volume_โดยหมอชญานิษฐ์
(พญ.ชญานิษฐ์ ศรีทองดี เลข ว.47214)
  • ประเมินปัญหาผิวและวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้ากับแพทย์ เพื่อวางแผนการฉีด Juvelook Volume ให้เหมาะกับแต่ละเคส
  • ทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • ทายาชาบริเวณที่จะฉีด ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความเจ็บระหว่างทำหัตถการ
  • แพทย์กำหนดตำแหน่งและจุดที่จะฉีดบนใบหน้าอย่างเหมาะสม
  • ผสมตัวยา Juvelook Volume ให้ได้ความเข้มข้นและลักษณะเป็นของเหลวที่พร้อมสำหรับการฉีด
  • แพทย์ฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวชั้น Subcutaneous โดยใช้เข็มที่เหมาะสมกับตำแหน่งการรักษา
  • หลังฉีดอาจมีการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและรอยแดง
  • แพทย์ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีด และนัดติดตามผลในครั้งถัดไป

การดูแลตัวเองหลังฉีด จูวีลุค วอลลุ่ม

หลังฉีด Juvelook Volume ควรดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น โดยหมอแนะนำดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
  • งดแต่งหน้าบริเวณที่ฉีดประมาณ 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัด เช่น ซาวน่า หรือโยคะร้อน ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
  • งดออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 1-2 วันแรก
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพราะอาจเพิ่มโอกาสเกิดอาการบวม แดง หรือรอยช้ำได้

Juvelook Volume ฉีดกี่ขวด ? ต้องฉีดบ่อยไหม ?

การฉีด Juvelook Volume ตามโปรโตคอล จะใช้ 1 ขวดต่อการรักษา 1 ครั้ง และทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 1 เดือน เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างต่อเนื่องครับ

หลังจากได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการแล้ว สามารถทำ Maintenance เพื่อคงผลลัพธ์ไว้ได้ โดยทั่วไปมักแนะนำให้ฉีดซ้ำประมาณ ทุก 6-12 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ครับ


Juvelook Volume ราคาเท่าไหร่ ?

Juvelook Volume ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 17,XXX บาทต่อขวด ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและโปรโมชันในช่วงนั้น ๆ

ก่อนตัดสินใจฉีด แนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินปัญหาผิวและวางแผนจำนวนขวดที่เหมาะสม รวมถึงสอบถามโปรโมชันจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยครับ

โปรโมชัน Collagen Biostimulator ที่ V Square Clinic


ฉีด Juvelook Volume ที่ไหนดี ? วิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย

การฉีด Juvelook Volume ควรเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง โดยหมอแนะนำให้พิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

  • คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้
  • ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีความเข้าใจเทคนิคการฉีด Juvelook Volume
  • ใช้ Juvelook Volume ของแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้อง และสามารถตรวจสอบกล่องหรือเลขล็อตได้
  • มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ
  • มีการติดตามผลหลังทำ และให้คำแนะนำการดูแลผิวอย่างครบถ้วน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Juvelook Volume (FAQ)

ฉีด Juvelook Volume เจ็บไหม ?

การฉีด Juvelook Volume จะมีการแปะยาชาก่อนทำ จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้มาก ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือจิ๊ดเล็กน้อย แต่เป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ครับ

Juvelook Volume ฉีดกี่ครั้งเห็นผล ?

หลังฉีด Juvelook Volume จะเริ่มรู้สึกว่าผิวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกครับ แต่เพื่อให้ได้วอลลุ่มที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน หมอแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้งตามโปรแกรมครับ

หลังฉีด Juvelook Volume ต้องพักฟื้นไหม ?

ส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้นครับ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงแรกครับ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่วัน

ควรฉีด Juvelook Volume ซ้ำอีกเมื่อไหร่ ?

หลังจากฉีดครบ 3 ครั้งแรกแล้ว แนะนำให้กลับมาฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ทุก ๆ 6-12 เดือน หรือขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสภาพผิวของแต่ละคนครับ

Juvelook Volume สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

Juvelook Volume สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อก หรือเครื่องยกกระชับ ทั้งนี้ควรให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ประเมินก่อนเพื่อจัดลำดับการรักษาก่อนหลังให้เหมาะสมครับ


สรุป Juvelook Volume สารกระตุ้นคอลลาเจน รุ่นใหม่

Juvelook Volume เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า พร้อมฟื้นฟูผิวในระยะยาว จุดเด่นของ Juvelook Volume คือการทำงานแบบ Hybrid ที่ช่วยทั้งเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มตอบ ผิวหย่อนคล้อย หรือโครงหน้าดูโทรม Juvelook Volume จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยปรับสมดุลใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Volnewmer ดีไหม ? ช่วยอะไรได้บ้าง ? เหมาะกับใคร ? รีวิวผลลัพธ์หลังทำเป็นอย่างไร ?

Reading Time: 4 minutesVolnewmer ดีไหม ? หากคนไข้กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวที่เห็นผลชัดเจนแต่กังวลเรื่องความเจ็บ เทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่อย่าง Volnewmer คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาแน่นอิ่มฟูอีกครั้งโดยไม่ต้องพักฟื้น

Volnewmer ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไร ให้ผลลัพธ์คุ้มค่า...

Reading Time: 2 minutesVolnewmer ที่ไหนดี ? เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับและปรับผิวให้ดูแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ควรเลือกคลินิกอย่างไร ? ให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ตรงตามความคาดหวัง บทความนี้หมอได้รวบรวมเช็กลิสต์ที่ควรพิจารณาก่อนทำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจครับ

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? คลินิกไหนหมอเก่ง ฉีดสวย เต...

Reading Time: 3 minutesฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? หลายคนเริ่มมองหาคลินิกฉีดร่องแก้ม หลังจากสังเกตได้ว่าบริเวณร่องแก้มมีเส้นริ้วรอยลึกเกิดขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) สามารถเติมร่องแก้มลึก ปรับให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ แก้ปัญหาใบหน้าที่ดูโทรมและดูมีอายุ ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นได้ทันที เลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? ในกรุงเทพฯ มีหลายคลินิกครับ จุดเด่นแตกต่างกันออกไป

ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ต้องรอกี่วัน ? พร้อมข้อควร...

Reading Time: 3 minutesฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะคนไข้สายฟิตเนสหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะกลัวว่าถ้ากลับไปออกกำลังกายเร็วเกินไป จะทำให้โบท็อกไม่เห็นผล หรือเกิดผลข้างเคียงได้ บทความนี้หมอจะอธิบายให้ครบทั้งเรื่อง ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ควรรอกี่วัน ? มีความเสี่ยงอะไร ? และต้องดูแลตัวเองอย่างไร ? เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดครับ

ราคา Ulthera 300 Shot เท่าไหร่ ? ใช้กี่ช็อตถึงเห็นผล ? ยิ...

Reading Time: 4 minutesราคา Ulthera 300 Shot เท่าไหร่ ? ต้องใช้จำนวน Shot เท่าไรถึงจะเห็นผลจริง ? เพราะจำนวน Shot มีผลต่อทั้งระดับการยกกระชับ พื้นที่ที่ยิงครอบคลุม และงบประมาณในการรักษา บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ ราคา Ulthera 300 Shot อยู่ที่ประมาณเท่าไร ? เหมาะกับใคร ? ยิงตำแหน่งไหนได้บ้าง ? ไปจนถึงวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัยและคุ้มค่า เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนทำครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า