วัคซีน HPV ต้องฉีดกี่เข็ม
วัคซีน HPV ต้องฉีดกี่เข็ม ? แต่ละเข็มควรเว้นระยะห่างนานแค่ไหน ? เป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่เคยฉีดหรือกำลังวางแผนเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV
ในบทความนี้หมอจะสรุปจำนวนเข็มที่ต้องฉีดตามช่วงอายุ พร้อมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อเป็นแนวทางช่วยให้วางแผนการฉีดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมครับ
สารบัญ วัคซีน HPV ต้องฉีดกี่เข็ม
วัคซีน HPV ต้องฉีดกี่เข็ม ? แต่ละเข็มห่างกันกี่เดือน ?
จำนวนเข็มของวัคซีน HPV ขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มฉีด และสุขภาพของผู้รับวัคซีน โดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้
- ผู้ที่อายุ 9-14 ปี ต้องฉีด 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สอง 6-12 เดือน
- ผู้ที่อายุ 15-45 ปี ต้องฉีด 3 เข็ม ตามกำหนด 0, 1-2, และ 6 เดือน โดยฉีดเข็มแรกวันแรก ฉีดเข็มที่สองหลังจากเข็มแรก 1-2 เดือน และฉีดเข็มที่สามหลังจากเข็มแรก 6 เดือน
- ในกรณีพิเศษ เช่น ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ติดเชื้อ HIV แนะนำให้ฉีด 3 เข็ม ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใดก็ตาม เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันที่เพียงพอ
ตารางสรุปแนวทางการฉีดวัคซีน HPV
| ช่วงอายุ / กรณี | จำนวนเข็ม | ตารางการฉีด | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| อายุ 9-14 ปี | 2 เข็ม | เข็มที่ 1 : วันที่เริ่มฉีด เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน | ระยะห่างขั้นต่ำระหว่างเข็มที่ 1 และ 2 ควร ไม่น้อยกว่า 5 เดือน |
| อายุ 15 ปีขึ้นไป | 3 เข็ม | เข็มที่ 1 : วันที่เริ่มฉีด เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน เข็มที่ 3 : ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน | ตัวอย่างตารางที่ใช้บ่อย : 0, 2, 6 เดือน |
| ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง / ผู้ติดเชื้อ HIV | 3 เข็ม | เข็มที่ 1 : วันที่เริ่มฉีด เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน เข็มที่ 3 : ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน | แนะนำให้ฉีด 3 เข็ม ไม่ว่าจะเริ่มฉีดอายุเท่าไร |
ทำไมควรฉีดวัคซีน HPV ให้ครบเข็ม ?
การฉีดวัคซีน HPV ให้ครบเข็มตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ มีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้เพียงพอ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HPV ที่เกี่ยวข้องกับโรคสำคัญหลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากช่องคลอด หูดหงอนไก่ มะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนัก รวมถึงมะเร็งช่องปากและลำคอบางชนิด
หากฉีดไม่ครบเข็ม หรือเว้นระยะห่างระหว่างเข็มนานเกินไป อาจทำให้ร่างกายกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคลดลงได้ ดังนั้นควรฉีดวัคซีน HPV ให้ครบตามตารางนัด และเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้งครับ
บทความแนะนำ
วัคซีน HPV เหมาะกับใครบ้าง ?
กลุ่มที่ควรพิจารณาฉีดวัคซีน HPV ได้แก่
- เด็กหญิงและเด็กชายอายุ 9 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี
- วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน HPV หรือได้รับวัคซีนยังไม่ครบตามเกณฑ์
- ผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ และต้องการป้องกันการติดเชื้อ HPV ตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อ HPV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ผู้หญิงควรฉีดวัคซีน HPV ช่วงอายุไหน ?
ผู้หญิงสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี โดยช่วงที่หมอแนะนำมากที่สุดคือช่วงอายุ 9-14 ปี หรือประมาณ 11-12 ปี เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี และมักยังไม่เคยสัมผัสเชื้อ HPV จากการมีเพศสัมพันธ์ครับ
สำหรับผู้หญิงอายุ 15-45 ปี ยังสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้เช่นกัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV แม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด เพื่อประเมินความเหมาะสมตามอายุ ประวัติสุขภาพ และความเสี่ยงรายบุคคล
ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม ?
ผู้ชายสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้ และได้รับคำแนะนำให้ฉีดเช่นเดียวกับผู้หญิง เพราะเชื้อ HPV สามารถก่อให้เกิดโรคได้ในผู้ชาย เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอ อีกทั้งยังช่วยลดการแพร่เชื้อไปยังคู่นอนได้ด้วยครับ
เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม ?
เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้ครับ เพราะการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้หมายความว่าจะเคยติดเชื้อ HPV ครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม วัคซีนจึงยังอาจช่วยป้องกันเชื้อบางสายพันธุ์ที่ร่างกายยังไม่เคยได้รับมาก่อนได้
ข้อควรรู้ : วัคซีน HPV ไม่ใช่วัคซีนสำหรับรักษาการติดเชื้อเดิม หรือรักษารอยโรคที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด เพื่อประเมินความเหมาะสม และผู้หญิงยังควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องครับ
ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดวัคซีน HPV ?
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีน HPV มีดังนี้
- ผู้ที่เคยมีอาการแพ้วัคซีน HPV อย่างรุนแรงในเข็มก่อนหน้า
- ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนประกอบในวัคซีน เช่น แพ้ยีสต์
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แนะนำให้เลื่อนการฉีดออกไปจนกว่าจะคลอด
- ผู้ที่กำลังป่วยรุนแรง หรือมีไข้สูง ควรรอให้อาการดีขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยฉีด
อาการข้างเคียงของวัคซีน HPV มีอะไรบ้าง ?
อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังฉีดวัคซีน HPV ได้แก่ ปวด บวม แดง หรือมีก้อนนูนบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน บางรายอาจมีไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย โดยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เองครับ
การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน HPV
ก่อนฉีดวัคซีน HPV ควรให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ซักประวัติก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินความเหมาะสมและลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นครับ โดยควรเตรียมตัวดังนี้
- พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันฉีดวัคซีน
- รับประทานอาหารให้เรียบร้อย ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง
- แจ้งประวัติแพ้ยา แพ้วัคซีน หรือแพ้อาหารรุนแรง
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
- แจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
- หากเคยฉีดวัคซีน HPV มาก่อน ควรนำประวัติการฉีดเดิมมาให้แพทย์ประเมิน
- หากมีไข้สูงหรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
การดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีน HPV
หลังฉีดวัคซีน HPV ควรนั่งพักสังเกตอาการประมาณ 15-30 นาที เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดหรือเป็นลม โดยเฉพาะในวัยรุ่นครับ หลังจากนั้นสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยควรดูแลตัวเองดังนี้
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงแรง ๆ บริเวณที่ฉีด
- หากปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นเบา ๆ ได้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เหมาะสม
- หากมีไข้ต่ำ ๆ หรือปวดเมื่อย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ผื่นลมพิษ หายใจลำบาก หน้าบวม ปากบวม แน่นหน้าอก หรือมีอาการแพ้รุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
- จดจำวันนัดฉีดเข็มถัดไป และควรฉีดให้ครบตามตารางที่แพทย์แนะนำครับ
ฉีดวัคซีน HPV ราคาเท่าไหร่ ?
การฉีดวัคซีน HPV ราคาจะแตกต่างกันไปตามประเภท (2, 4 หรือ 9 สายพันธุ์) โดยราคาต่อเข็มจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,500 บาท สำหรับ 2 สายพันธุ์, 2,500-4,000 บาท สำหรับ 4 สายพันธุ์ และ 5,000-7,500 บาท สำหรับ 9 สายพันธุ์ ทั้งนี้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามสถานพยาบาลและโปรโมชันในแต่ละช่วงครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับวัคซีน HPV
ถ้าฉีดวัคซีน HPV ไม่ครบเข็ม ควรทำอย่างไร ? ต้องเริ่มใหม่ไหม ?
หากฉีดวัคซีน HPV ไม่ครบเข็ม หรือเลยวันนัดไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มฉีดใหม่ สามารถกลับมาฉีดเข็มที่เหลือต่อให้ครบตามกำหนดได้ครับ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตารางการฉีดใหม่ให้เหมาะสม เพื่อให้ภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพใกล้เคียงเดิมมากที่สุด
วัคซีน HPV ต้องฉีดกระตุ้นหรือไม่ ?
โดยทั่วไป หากฉีดวัคซีน HPV ครบตามจำนวนเข็มและช่วงเวลาที่แนะนำแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นเป็นประจำครับ เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากวัคซีนสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี และมีข้อมูลว่าสามารถให้การป้องกันได้ดีมากกว่า 10 ปี ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าเคยฉีดครบหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคลครับ
ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ไหม ?
ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ครับ เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันเชื้อ HPV ได้ทุกสายพันธุ์ แต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากสายพันธุ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก หูดหงอนไก่ และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV
ดังนั้น แม้ฉีดวัคซีน HPV ครบแล้ว ก็ยังควรดูแลสุขภาพทางเพศ เช่น ใช้ถุงยางอนามัย ลดพฤติกรรมเสี่ยง และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำของแพทย์ครับ
สรุป วัคซีน HPV ต้องฉีดกี่เข็ม ? ถึงจะได้ผลดีที่สุด
วัคซีน HPV โดยทั่วไปต้องฉีด 2 หรือ 3 เข็ม ขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มฉีด โดยเด็กอายุ 9-14 ปี ฉีด 2 เข็ม ส่วนอายุ 15 ปีขึ้นไปจะฉีด 3 เข็ม ทั้งนี้ควรฉีดให้ครบตามกำหนดและตรงเวลาที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเต็มที่ และช่วยลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
อ้างอิง
- https://www.cdc.gov/hpv/hcp/vaccination-considerations/index.html
- https://www.cdc.gov/hpv/hcp/vaccination-considerations/safety-and-effectiveness-data.html


