มะเร็งปากมดลูก คืออะไร ? วัคซีนป้องกันได้แค่ไหน ? ใครบ้างที่ควรฉีด (อัปเดต 2026)

Reading Time: 3 minutes
มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)

มะเร็งปากมดลูก ติดอันดับโรคมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย ซึ่งปัจจุบันสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ ด้วยการตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

ทำความรู้จัก มะเร็งปากมดลูก คืออะไร ? ใครเสี่ยง ? มีอาการแบบไหน ? วัคซีน HPV ชนิด 2, 4, 9 สายพันธุ์ เหมาะกับใคร ? เลือกอย่างไร ? ป้องกันได้แค่ไหน ? ติดตามได้ในบทความนี้ครับ

สารบัญ มะเร็งปากมดลูก


มะเร็งปากมดลูก คืออะไร ? เกิดจากสาเหตุอะไร ?

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) คือโรคมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก 

สาเหตุ มะเร็งปากมดลูก ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดฮิวแมนแปปปิโลมาไวรัส (Human Papillomavirus) หรือเอชพีวี (HPV) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์

เซลล์มะเร็งปากมดลูก
เซลล์บริเวณปากมดลูกผิดปกติ

โดยหลังจากติดเชื้อ HPV เซลล์บริเวณปากมดลูกจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและสะสมความผิดปกติ ใช้เวลาประมาณ 15-20 ปี ก่อนจะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง

โรคมะเร็งปากมดลูก
โรคมะเร็งปากมดลูก

อาการเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

ผู้ติดเชื้อมะเร็งปากมดลูก อาการเริ่มแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ไม่ทราบว่ามีความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกอยู่ จนกว่าจะตรวจพบ

วิธีสังเกตมะเร็งปากมดลูกในเบื้องต้น จะมีสัญญาณเตือนจากภายในร่างกายของเราเอง ที่มีความผิดปกติและไม่ควรมองข้าม

อาการมะเร็งปากมดลูก
อาการเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

สัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูกที่ควรสังเกต มีดังนี้

  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
    • มีเลือดออกกระปริบกระปรอยโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
    • ประจำเดือนมามากหรือนานผิดปกติ
    • มีเลือดออกหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนไปแล้ว
  • ตกขาวผิดปกติ
    • ตกขาวมีปริมาณมากผิดปกติ
    • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาว
    • ตกขาวมีเลือดปนหรือสีเปลี่ยนไป เช่น สีเหลือง สีเขียว
  • เจ็บหลังจากมีเพศสัมพันธ์
  • ปวดท้องน้อยบ่อย ๆ หรือบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลง

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งปากมดลูกเสมอไป แต่อาจเกิดจากภาวะอื่น เช่น การติดเชื้อหรืออักเสบ หากอาการที่เป็นซ้ำ ไม่หาย หรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์และเข้ารับการตรวจคัดกรองเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดครับ


ใครเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก กลุ่มเสี่ยง
กลุ่มเสี่ยง มะเร็งปากมดลูก

กลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก ได้แก่

  • ผู้ที่มีเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง (สายพันธุ์ 16 และ 18) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก
  • ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว เนื่องจาก HPV เป็นเชื้อที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีคู่นอนที่มีคู่นอนหลายคน ซึ่งเพิ่มโอกาสการสัมผัสเชื้อ HPV
  • ผู้ที่ไม่เคยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือเว้นช่วงการตรวจเป็นเวลานาน ทำให้ความผิดปกติของเซลล์ไม่ได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ เนื่องจากสารในบุหรี่มีผลต่อภูมิคุ้มกันของเซลล์ปากมดลูก และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของเซลล์
  • ผู้ที่เคยมีประวัติความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกมาก่อน

หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีปัจจัยเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก ควรให้ความสำคัญกับตรวจคัดกรองและป้องกันให้มากขึ้นครับ


วิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก มี 4 วิธีที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  1. HPV DNA Test เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกโดยตรง มีความแม่นยำสูง
  2. Pap Smear (แปปสเมียร์) เป็นการตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก โดยแพทย์จะเก็บตัวอย่างเซลล์ไปส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาเซลล์ที่ผิดปกติ หรือมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ในอนาคต
  3. ThinPrep (Liquid-based Cytology) พัฒนามาจาก Pap Smear เป็นการนำเซลล์จากปากมดลูกไปแช่ในน้ำยารักษาสภาพเซลล์ เพื่อให้ได้ตัวอย่างเซลล์ครบถ้วน ทำให้ตรวจพบเซลล์ผิดปกติได้ชัดเจน
  4. HPV DNA Self Test เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงที่เขินอายหรือกังวลในการตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยเราสามารถเก็บตัวอย่างเซลล์จากช่องคลอดด้วยตนเองที่บ้านได้สะดวก และส่งไปตรวจหาเชื้อ

มะเร็งปากมดลูก รักษาวิธีไหนได้บ้าง ?

หากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก วิธีรักษามีหลายวิธีครับ หมอจะพิจารณาแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากระยะของโรค (ระยะที่ 1, 2, 3 และ 4) ขนาดและการลุกลามของมะเร็ง อายุ สุขภาพโดยรวม และความต้องการมีบุตรในอนาคต

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมเป็นรายบุคคล ดังนี้

การผ่าตัด (Surgery)

มักใช้ในมะเร็งปากมดลูก ระยะเริ่มต้น เช่น การตัดเฉพาะบริเวณปากมดลูกที่มีความผิดปกติ หรือผ่าตัดมดลูกออกทั้งหมดหรือบางส่วน โดยแพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงของโรคและแผนการมีบุตร

การฉายรังสี (Radiation Therapy)

เป็นกำจัดเซลล์มะเร็งในบริเวณกว้างและลุกลาม หรือมีข้อบ่งชี้ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยจะใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่ อาจใช้เป็นการรักษาหลัก หรือใช้ร่วมกับวิธีอื่น เพื่อควบคุมและเพิ่มโอกาสในการจากมะเร็ง

เคมีบำบัด (Chemotherapy)

ใช้ยาเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง มักใช้ร่วมกับการฉายรังสี ในกรณีมะเร็งลุกลามหรือเสี่ยงกลับเป็นซ้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำลายเซลล์มะเร็งให้ดียิ่งขึ้น ทำให้การรักษามีประสิทธิผลสูงกว่าการฉายแสงเพียงอย่างเดียว

การรักษาแบบมุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด (Targeted & Immunotherapy)

เป็นทางเลือกสำหรับมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามหรือกลับเป็นซ้ำ โดยจะใช้ยาเฉพาะเจาะจงโจมตีเซลล์มะเร็งโดยตรง (มุ่งเป้า) หรือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำลายเซลล์มะเร็ง (ภูมิคุ้มกันบำบัด) เพื่อยับยั้งการเติบโตและการแพร่กระจาย โดยแพทย์จะพิจารณาตามชนิดของเซลล์มะเร็งและผลตรวจเฉพาะทาง

VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : การรักษามะเร็งปากมดลูกต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ และการป้องกันด้วยวัคซีน HPV จึงมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคได้ในระยะยาวครับ


มะเร็งปากมดลูก ฉีดวัคซีนช่วยป้องกันได้อย่างไร ?

การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก คือ การสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อตั้งแต่ต้นครับ

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก สามารถได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 9-45 ปี (แนะนำ 9-14 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด และยังไม่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ ทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงสุด)

โดยวัคซีน HPV จะทำงานโดยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี เพื่อต่อต้านการติดเชื้อ HPV

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก
ฉีดวัคซีน HPV

หมออธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้นถึงหลักการทำงานของวัคซีน ในกรณีที่เราได้รับเชื้อ HPV ภูมิคุ้มกันที่วัคซีนสร้างไว้จะเข้าไปล้อมดักจับและทำลายไวรัสทันที ก่อนที่จะเข้าสู่เซลล์ปากมดลูกได้ เมื่อไวรัสเข้าเซลล์ไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งก็จะไม่เกิดขึ้นครับ

นอกจากมะเร็งปากมดลูก วัคซีน HPV ยังสามารถป้องกันมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่เกิดจาก HPV เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมถึงมะเร็งในช่องปากและลำคอ

วัคซีน HPV
วัคซีน HPV ป้องกันโรค

มะเร็งปากมดลูก ฉีดวัคซีนป้องกันได้กี่เปอร์เซ็นต์ ?

ประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ขึ้นอยู่กับจำนวนสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม ซึ่งแบ่งออกเป็น

  • วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ได้แก่ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 ครอบคลุมสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยในผู้หญิงเอเชีย ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า 90% (อ้างอิงข้อมูลจาก Centers for Disease Control and Prevention : CDC)
  • วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ได้แก่ 6, 11, 16 และ 18 เพิ่มการป้องกันหูดหงอนไก่ และมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่เกิดจาก HPV และวัคซีน HPV 2 สายพันธุ์ ได้แก่ 16 และ 18 เน้นป้องกันสายพันธุ์หลักคือ 16 และ 18 ป้องกันได้ประมาณ 70-80%

แม้วัคซีน HPV จะไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 100% แต่ถือเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อฉีดในช่วงอายุที่เหมาะสมและครบตามจำนวนเข็ม พร้อมกับเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถจะลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกได้ครับ


FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก

มีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม ?

ฉีดได้ครับ ถึงจะเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว เพราะเชื้อ HPV มีหลายสายพันธุ์ การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้ได้รับเชื้อมาบ้างบางสายพันธุ์ แต่ยังมีสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ยังไม่เคยรับเชื้อ วัคซีนจะเข้าไปช่วย “ปิดประตู” ป้องกันสายพันธุ์ที่เหลือเหล่านั้นครับ

ผู้ชายสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้หรือไม่ ?

ฉีดได้ครับ เพื่อป้องกันตัวเองจากโรคที่เกี่ยวกับเชื้อ HPV เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต มะเร็งช่องปากและลำคอ และยังช่วยป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คู่นอน

เคยฉีดวัคซีน HPV 2 หรือ 4 สายพันธุ์ ฉีด 9 สายพันธุ์ต่อได้ไหม ?

ฉีดได้ครับ เพื่อเพิ่มการป้องกันอีก 5 สายพันธุ์สำคัญ (31, 33, 45, 52 และ 58) หมอจะให้คำแนะนำและวางแผนการฉีด โดยปกติจะเว้นระยะห่างจากเข็มสุดท้ายของวัคซีนเดิมประมาณ 1 ปี หรือ 12 เดือนครับ


สรุป มะเร็งปากมดลูก รู้ทันป้องกันได้ด้วยวัคซีน HPV

มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก โดยมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งได้หากไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหรือดูแลตั้งแต่ระยะแรก

ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกถือเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ทั้งด้วยการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ และการฉีดวัคซีน HPV ซึ่งมีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีน 2, 4 และ 9 สายพันธุ์ การเลือกชนิดวัคซีนที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Hifu vs Ulthera ต่างกันอย่างไร ? เครื่องไหนเหมาะกับใคร ? เลือกทำแบบไหนดี ?

Reading Time: 4 minutesHifu vs Ulthera ต่างก็ได้ชื่อว่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวยอดนิยมทั้งคู่ ทำให้ถูกยกมาเปรียบเทียบกันอยู่บ่อยครั้งว่าเครื่องไหนให้ผลลัพธ์ดีกว่ากัน ที่จริงแล้ว Hifu มีต้นแบบมาจาก Ulthera ครับ จึงมีกลไกในการยกกระชับคล้ายกัน แต่จะต่างกันที่เทคโนโลยีที่ใช้ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพ ระยะเวลาการเห็นผล ระดับความเจ็บ รวมไปถึงราคา

October 12, 2026 อ่านต่อ

ทำ Ulthera หน้าบวม เกิดจากอะไร ปกติไหม บวมกี่วัน ควรดูแลต...

Reading Time: 4 minutesทำ Ulthera แล้วหน้าบวมจริงไหม ? บวมเยอะหรือไม่ ? ใครกำลังกังวลเรื่องนี้ หรือกลัวว่าหลังทำแล้วไม่สามารถออกไปไหนไม่ได้เพราะหน้าบวม จริง ๆ แล้วหน้าบวมเล็กน้อยเท่านั้นครับ และสามารถหายได้เองในเวลาอันสั้น จึงไม่ต้องกังวลใจไป แล้วทำไมทำ Ulthera หน้าบวม เกิดจากอะไร ? เป็นอาการปกติจริงหรือไม่ ? หมอจะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้อย่างละเอียด บวมกี่วัน ?

Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน ? ต้องทำบ่อยไหม ? ผลลัพธ์คุ้มค่า...

Reading Time: 4 minutesUlthera อยู่ได้นานแค่ไหน ? เป็นคำถามยอดฮิตที่คนไข้สอบถามกันเข้ามา ก่อนตัดสินใจทำ Ulthera ยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ยิงลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

Morpheus8 กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร ? เหมาะกับใคร ? ทำอั...

Reading Time: 4 minutesเมื่อต้องเลือกเครื่องยกกระชับหน้า หลายคนสับสนว่า Morpheus8 กับ Ulthera ให้ผลเหมือนกันไหม คำตอบคือ เป้าหมายใกล้กันแต่ทำงานคนละชั้นผิว ครับ เครื่องหนึ่งเหมาะกับปัญหาผิวชั้นตื้น-กลาง อีกเครื่องเหมาะกับปัญหาโครงสร้างชั้นลึก บทความนี้หมอเปรียบเทียบทั้ง 2 เครื่องแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่หลักการทำงาน ผลลัพธ์ ความเจ็บ ราคา ไปจนถึงวิธีเลือกให้ตรงกับสภาพผิวของคุณครับ

ฉีดสลายไขมันบนใบหน้า เลือกเมโสแฟตยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่ละย...

Reading Time: 3 minutesเมโสแฟตเป็นการฉีดสลายไขมันที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน มีหลายยี่ห้อที่คุณสมบัติและจุดเด่นต่างกันไป และคนไข้อาจเคยได้ยินชื่อโปรแกรมแฟตหลาย ๆ แบบ เช่น Fat Bomb, Fat Burn, ระเบิดไขมัน ซึ่งเป็นเพียงชื่อที่ตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลทางการตลาด แต่ตัวยาที่ใช้จริง ๆ ก็จะมีชื่อยี่ห้อของตัวเองอยู่แล้วครับ

Plinest คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? เหมาะกับปัญหาผิวแบ...

Reading Time: 5 minutesPlinest หรือ Plinest-P เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่เน้นการฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม ให้ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้น โดยจะไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูผิวที่แข็งแรงจากภายใน ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความรู้จัก Plinest คืออะไร ? ช่วยอะไร ? มีกี่รุ่น ? ทำงานอย่างไร ? ต้องฉีดกี่ครั้ง ? ปลอดภัยไหม ? ราคาเท่าไหร่ ? และมีวิธีเช็กของแท้อย่างไร ? ก่อนตัดสินใจครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า