เครื่องยกกระชับ
เลือกเครื่องยกกระชับ เครื่องไหนดี ? คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือตามเทรนด์ แต่ต้องเลือกตามสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยจริง โดยเฉพาะเทคโนโลยียอดฮิตอย่างกลุ่ม Ultrasound และคลื่นวิทยุ RF ที่ช่วยสลายไขมันและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเฟิร์มขึ้น ตอบโจทย์คนที่อยากยกหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
ใครที่กำลังเจอปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มห้อย ผิวไม่แน่นเหมือนเดิม หมอรวมลิสต์เครื่องยกกระชับปี 2026 มาให้รู้จักกันครับว่ามีเครื่องไหนบ้างที่ช่วยแก้ปัญหาได้
สารบัญ เครื่องยกกระชับ
เครื่องยกกระชับคืออะไร ?
เครื่องยกกระชับ คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ส่งผ่านพลังงานลงสู่ชั้นผิว เพื่อไปเปลี่ยนเป็นความร้อนที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ มีหน้าที่หลักในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างและจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่ ช่วยลดความหย่อนคล้อย และคืนความแน่นฟูให้ผิว
โดยพลังงานหลัก ๆ ที่นิยมใช้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
- กลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound) : ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อยกหน้าและปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน
- กลุ่มคลื่นวิทยุแบบไม่ใช้เข็ม (Monopolar/Bipolar RF) : ส่งพลังงานผ่านผิวหน้าด้านนอกโดยไม่มีแผล ช่วยสลายไขมันแก้ม เหนียง และทำให้ผิวแน่นฟู
- กลุ่มคลื่นวิทยุแบบมีเข็ม (Microneedling RF) : เทคโนโลยีที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้เข็มขนาดเล็ก ส่งพลังงานลงลึกเพื่อยกกระชับและรักษาผิวไปพร้อมกัน
- กลุ่มคลื่นวิทยุผสานการกระตุ้นกล้ามเนื้อ (RF+Muscle EMT) : เทคโนโลยีที่ช่วยยกพยุงหน้าจากชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าโดยตรง ร่วมกับการฟื้นฟูชั้นผิว
เครื่องยกกระชับมีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร ?
| กลุ่มเครื่องยกกระชับ | ตัวอย่างเครื่องยอดนิยม | จุดเด่นและกลไกการทำงาน |
|---|---|---|
| 1. คลื่นอัลตราซาวด์ | Ulthera SPT, Ultherapy PRIME, Ultraformer III, Ultraformer MPT, XTriple, Sofwave | ยิงพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ละรุ่นจะต่างกันที่ระบบแสดงภาพและรูปแบบการปล่อยพลังงาน |
| 2. คลื่นวิทยุ RF แบบไม่ใช้เข็ม | Thermage FLX, Volnewmer, XTherma, Oligio, Density | ส่งความร้อนผ่านหัวสัมผัสบนผิวโดยตรง ช่วยสลายไขมันสะสม แก้ม เหนียง และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นฟู เรียบเนียน |
| 3. คลื่นวิทยุแบบมีเข็ม | Morpheus8, Potenza | ใช้หัวเข็มขนาดเล็กส่งพลังงาน RF ลงลึกใต้ผิว ช่วยยกกระชับพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน รักษาหลุมสิวและริ้วรอย |
| 4. คลื่นวิทยุผสานการกระตุ้นกล้ามเนื้อ | Emface | ผสมผสาน Synchronized RF เข้ากับเทคโนโลยี HIFES ยิงพลังงานลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อยกพยุงหน้าคู่กับการฟื้นฟูผิว |
เจาะลึกเครื่องยกกระชับยอดนิยม 2026
หลังจากรู้ประเภทและกลไกการทำงานคร่าว ๆ ของเครื่องยกกระชับหน้ากันไปแล้ว ในหัวข้อนี้หมอจะพาไปดูรายละเอียดของแต่ละเครื่อง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเครื่องไหนที่จะตอบโจทย์ปัญหาผิวที่กำลังเผชิญอยู่ครับ
เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
กลุ่มนี้โดดเด่นเรื่องการยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นการยกแก้มที่หย่อนคล้อยและปรับกรอบหน้าให้คมชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด
Ulthera SPT
เครื่องยกกระชับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีความแม่นยำในการยกกระชับหน้า
- กลไกการทำงาน : ยิงคลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (MFU-V) ลงลึกถึงผิวชั้น SMAS
- จุดเด่น : มีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ และใช้เทคนิค SPT เพื่อปรับพลังงานให้แม่นยำตามโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
- เหมาะกับ : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลาง หน้าแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย และคิ้วตก
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี หลังทำอาจมีอาการตึงหรือระบมใต้ผิวเล็กน้อย ไม่ต้องพักฟื้น
Ultherapy PRIME (Ulthera Prime)
อัปเกรดระบบประมวลผลให้รวดเร็วและแสดงภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
- กลไกการทำงาน : ยิงคลื่นเดียวกับ Ulthera SPT ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า แต่ได้พัฒนาหน้าจอและระบบประมวลผลให้เสถียรและทำงานได้รวดเร็วขึ้น
- จุดเด่น : หน้าจอแสดงภาพชั้นเนื้อเยื่อคมชัดขึ้น ช่วยให้หมอวางแผนยิงพลังงานเฉพาะบุคคลได้แม่นยำกว่าเดิม
- เหมาะกับ : ผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และมีเหนียงใต้คาง
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี แต่ให้การรักษาที่แม่นยำและเฉพาะบุคคลมากขึ้น
Hifu Ultraformer III
เครื่องยกกระชับยอดนิยมในกลุ่ม Hifu มีความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในการรักษา
- กลไกการทำงาน : ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (MMFU) สร้างจุดความร้อนในเนื้อเยื่อผิวหลายระดับจนถึงชั้น SMAS
- จุดเด่น : มีหัวยิงหลากหลายขนาดและระดับความลึก ทำให้หมอเลือกสลับใช้ให้เหมาะกับแต่ละจุดได้อย่างละเอียด
- เหมาะกับ : ผู้ที่เริ่มมีแก้มหย่อนคล้อย มีร่องแก้ม ไขมันสะสมบริเวณแก้ม/เหนียง และต้องการยกกระชับในงบประมาณที่เข้าถึงง่าย
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน เห็นผลทันทีหลังทำ 10-20% และชัดเจนขึ้นใน 1-3 เดือน
Ultraformer MPT
เครื่องยกกระชับที่พัฒนาต่อยอดจาก Ultraformer III ปล่อยพลังงานแบบเส้นตรงได้เร็วและเจ็บน้อยลง
- กลไกการทำงาน : ใช้เทคโนโลยีปล่อยคลื่นสูงสุดถึง 417 จุดในหนึ่งเส้น ทำให้ความร้อนสะสมใต้ผิวหนาแน่นและสม่ำเสมอ
- จุดเด่น : ปล่อยพลังงานได้ 2 แบบ (Dot & Linear) พร้อมหัวทิปทรงกลม Ultra Booster ช่วยเก็บรายละเอียดรอบดวงตาได้ดีและเจ็บน้อยลง
- เหมาะกับ : ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย มีไขมันแก้ม/เหนียง กลัวเจ็บ หรือต้องการเก็บริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาและมุมปาก
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน เท่ากับรุ่นเดิม แต่โดดเด่นกว่าเรื่องความสบายผิวขณะทำ
XTriple
เครื่องยกกระชับที่หัวยิงปล่อยพลังงานได้เร็วพร้อมกันหลายเส้น ทำให้ประหยัดเวลา
- กลไกการทำงาน : ใช้เทคโนโลยี 3-Line Hifu ยิงคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงลงลึกใต้ผิว
- จุดเด่น : หัวยิงปล่อยแนวพลังงานพร้อมกันถึง 3 เส้นในการกดครั้งเดียว ช่วยครอบคลุมพื้นที่ผิวได้กว้างและเสร็จเร็วขึ้น
- เหมาะกับ : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัด และมีเวลาจำกัด
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน โดยเห็นผลหลังทำทันทีส่วนหนึ่งและชัดเจนขึ้นใน 1-3 เดือน
Sofwave
เครื่องยกกระชับงานผิวที่เด่นเรื่องการยกคิ้ว ลดริ้วรอย และฟื้นฟูผิวชั้นบนให้แน่นฟู
- กลไกการทำงาน : ปล่อยพลังงานพร้อมกัน 7 ลำแสง (SUPERB™) ส่งความร้อนลงลึกในชั้นหนังแท้ที่ความลึกแม่นยำ 1.5 มิลลิเมตร
- จุดเด่น : เน้นทำงานที่ผิวชั้นบนและชั้นกลาง ไม่ได้ลงลึกถึงชั้น SMAS มีระบบความเย็น SofCool™ ปกป้องผิวชั้นบนสุดระหว่างทำ
- เหมาะกับ : ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า ผิวขาดความยืดหยุ่น หย่อนคล้อยเล็กน้อย รวมถึงผู้ที่ต้องการยกคิ้ว หางตา และผิวลำคอ
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี หลังทำอาจมีผิวแดงอมชมพูเล็กน้อยและหายได้เองในไม่กี่ชั่วโมง
อ่านบทความเพิ่มเติม : Sofwave กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร เครื่องไหนเหมาะกับใคร ?
เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ RF แบบไม่ใช้เข็ม
กลุ่มนี้เน้นส่งความร้อนเป็นวงกว้างในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน มีจุดเด่นเรื่องการสลายไขมันสะสม แก้ม/เหนียงให้เล็กลง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นเฟิร์มโดยไม่มีแผล
Thermage FLX
เครื่องยกกระชับพร้อมสลายไขมันแก้ม/เหนียง และเพิ่มความแน่นให้ชั้นผิว
- กลไกการทำงาน : ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF ยิงความร้อนก้อนใหญ่ลงลึกเพื่อบีบอัดเซลล์ไขมันและหดกระชับเส้นใยคอลลาเจน
- จุดเด่น : ระบบ AccuREP™ คำนวณความต้านทานผิวเพื่อปล่อยพลังงานเสถียรทุกช็อต ผสานระบบสั่นและลมเย็นช่วยลดความเจ็บ
- เหมาะกับ : ผู้ที่เนื้อแก้มเยอะ หน้ากลม แก้มห้อยเหนียงย้อย หรือผิวขาดความยืดหยุ่นจับแล้วนิ่มเหลว
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ผิวแน่นขึ้นทันทีหลังทำประมาณ 20% และเห็นผลเต็มที่ในเดือนที่ 2-3
Volnewmer
เครื่อง Monopolar RF ที่มีระบบทำความเย็นต่อเนื่อง ช่วยให้สบายผิวขณะทำ
- กลไกการทำงาน : ปล่อยคลื่นความถี่สูง 6.78 MHz เพื่อสลายไขมันส่วนเกิน และกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวอย่างตรงจุด
- จุดเด่น : ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (Continuous Water-Cooling) ปกป้องผิวตลอดเวลา พร้อมหัวทิปโค้งมนช่วยลดความเจ็บสะสมได้ดี
- เหมาะกับ : ผู้ที่แก้มห้อย มีเหนียง ผิวไม่แน่นเฟิร์ม แต่กลัวเจ็บเป็นพิเศษหรือทนความร้อนไม่ค่อยไหว
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี กรอบหน้ากระชับขึ้นทันทีส่วนหนึ่ง และเห็นผลชัดเจนใน 2-3 เดือน
XTherma
เครื่อง Monopolar RF อีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยม มีระบบสเปรย์ทำความเย็นปกป้องผิว
- กลไกการทำงาน : ปล่อยคลื่นความถี่สูง 6.78 MHz ส่งความร้อนลงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันเพื่อปรับโครงสร้างคอลลาเจนให้หดตัว
- จุดเด่น : ใช้ระบบ Cryogen Cooling พ่นสเปรย์ไอเย็นระบายความร้อนระหว่างรอบการยิง ช่วยลดความรู้สึกร้อนสะดุ้งที่ผิวหน้าได้ดี
- เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการลดความหย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าให้เฟิร์ม และต้องการเพิ่มความหนาแน่นแข็งแรงให้ชั้นผิวหนังแท้
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี โดยผิวจะค่อย ๆ กระชับและชัดเจนขึ้นเต็มที่ในเดือนที่ 2-3
อ่านบทความเพิ่มเติม : XTherma นวัตกรรมยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ
Oligio
เครื่อง Monopolar RF สัญชาติเกาหลี มีเซนเซอร์ความปลอดภัยและตอบโจทย์ผิวคนเอเชีย
- กลไกการทำงาน : ปล่อยคลื่นความถี่สูง 6.78 MHz กระตุ้นการฟื้นฟูคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นฟูและรูขุมขนดูกระชับ
- จุดเด่น : มีเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความต้านทานผิวเรียลไทม์ป้องกันผิวเบิร์น (ปัจจุบันมีรุ่นอัปเกรด Oligio X ที่ปล่อยพลังงานลึกและเร็วกว่าเดิม)
- เหมาะกับ : ผู้ที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ผิวขาดความนิ่มฟู มีริ้วรอยเล็ก ๆ
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี ผิวตึงกระชับขึ้นทันทีหลังทำ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ใน 2-3 เดือน
Density
เครื่องยกกระชับที่ใช้ระบบผสมผสานคลื่นวิทยุสองรูปแบบในหัวทิปเดียว
- กลไกการทำงาน : ปล่อยพลังงานผสมทั้ง Monopolar RF (ลงลึกถึงชั้นไขมัน) และ Bipolar RF (เน้นผิวชั้นบน) สลับกันในการรักษาครั้งเดียว
- จุดเด่น : เทคโนโลยี Dual Mode กระจายความร้อนได้ทั้งผิวชั้นลึกและชั้นตื้นไปพร้อมกัน มาพร้อมระบบปรับค่าพลังงานอัตโนมัติ
- เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการลดไขมันแก้ม/เหนียงในชั้นลึก ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความเรียบเนียนแน่นกระชับของผิวหนังชั้นตื้น
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี โดยจะค่อย ๆ สังเกตเห็นผิวแน่นฟูและกรอบหน้าคมชัดขึ้นใน 2-3 เดือน
เครื่องยกกระชับด้วย RF Microneedling (คลื่นวิทยุแบบมีเข็ม)
กลุ่มนี้ผสมผสานคลื่นวิทยุเข้ากับหัวเข็มขนาดเล็ก (Micro Needles) ปล่อยความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าควบคู่ไปกับการปรับผิวให้เรียบเนียน รักษาหลุมสิว และริ้วรอย โดยกลุ่มนี้จะมีรอยเข็มเล็ก ๆ และต้องดูแลผิวหลังทำเป็นพิเศษ
Morpheus8
มีหัวเข็มเคลือบทองคำ โดดเด่นด้านการปรับโครงสร้างผิว (Remodeling) ทำให้ชั้นไขมันหดตัว และลดความหย่อนคล้อยระดับลึก
- กลไกการทำงาน : ใช้เทคโนโลยี Fractional Bipolar RF Microneedling ส่งพลังงานผ่านหัวเข็มขนาดเล็กเพื่อ Remodeling ชั้นผิวและชั้นไขมันใต้ผิว
- จุดเด่น : ส่งความร้อนในชั้นผิวลึกได้แรงและมีประสิทธิภาพ กระตุ้นคอลลาเจนได้ดี
- เหมาะกับ : ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวขรุขระ รูขุมขนกว้าง มีหลุมสิว ร่องแก้ม หรือมีไขมันแก้ม/เหนียง
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี หลังทำผิวจะมีรอยแดงและตกสะเก็ดเล็ก ๆ ราว 3-7 วัน ผิวจะแน่นและเรียบเนียนขึ้นชัดเจนใน 1-3 เดือน
Potenza
เครื่องหัวเข็มอัจฉริยะแบบ Multi-Mode มีพลังงานหลากหลาย รักษาได้หลายปัญหาผิว
- กลไกการทำงาน : ปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุได้ทั้งแบบ Monopolar RF (ยกกระชับ/ลดไขมัน) และ Bipolar RF (ดูแลผิวชั้นบน) ปรับความถี่ได้ 1 และ 2 MHz
- จุดเด่น : มีความยืดหยุ่นสูง มีหัวทิปให้เลือกหลากหลาย เช่น Tiger Tip และหัวพ่นยา/ผลักวิตามิน หมอจึงปรับพลังงาน ความถี่ และความลึกให้เหมาะกับผิวแต่ละคนได้ในเครื่องเดียว
- เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยควบคู่กับการรักษาผิว เช่น ผิวขรุขระ รูขุมขนกว้าง รอยแผลเป็น หรือต้องการฟื้นฟูผิวให้แน่นอิ่มฟู
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี หลังทำอาจมีอาการแดงบวมเล็กน้อย ผิวเนียนกระชับจะค่อย ๆ ชัดเจนเต็มที่ใน 1-3 เดือน
เครื่องยกกระชับที่ผสาน RF กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อ (RF + Muscle EMT)
กลุ่มนี้ไม่ได้ดูแลแค่ชั้นผิวหรือชั้นไขมัน แต่ส่งพลังงานลงลึกไปเพิ่มความแข็งแรงให้ถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า ที่ทำหน้าที่พยุงโครงสร้างหน้าให้ยกขึ้น พร้อมฟื้นฟูผิวชั้นบนสุดไปพร้อมกัน โดยไม่เจ็บและไม่ใช้เข็ม
Emface
เครื่องยกกระชับที่ยกพยุงหน้าจากชั้นกล้ามเนื้อและชั้นผิวไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องใช้เข็ม
- กลไกการทำงาน : ปล่อย 2 พลังงานพร้อมกันคือ Synchronized RF กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว และ HIFES™ กระตุ้นการหดตัวเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อดึงยกหน้า (Elevator Muscles)
- จุดเด่น : แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากต้นตอชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า เป็นการรักษาแบบใช้อุปกรณ์เฉพาะสำหรับแปะบนผิวหน้าเพื่อปล่อยพลังงานยกกระชับ
- เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูทั้งคุณภาพผิวและเพิ่มความแข็งแรงพยุงตัวของกล้ามเนื้อ ผิวเริ่มฝ่อตามวัย ใบหน้าดูเหนื่อยล้า คิ้วหรือมุมปากตก และผู้ที่กลัวความเจ็บ
- ผลลัพธ์หลังทำ : อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน-1 ปี ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นและกล้ามเนื้อขยับ
เครื่องยกกระชับ เครื่องไหนดี เลือกอย่างไรให้ตรงกับปัญหา ?
สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะทำเครื่องไหนดี หมอแนะนำให้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “ตอนนี้เราต้องการแก้ปัญหาผิวตรงไหนเป็นหลัก” แล้วจึงเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ครับ
ตารางด้านล่างนี้คือแนวทางเบื้องต้นที่หมอสรุปมาให้เพื่อใช้ประกอบการประเมินผิวตัวเองในเบื้องต้นครับ
| ปัญหาหรือเป้าหมายที่ต้องการแก้ | กลุ่มเทคโนโลยีที่หมอแนะนำ | กลุ่มเทคโนโลยีที่หมอแนะนำ |
|---|---|---|
| กรอบหน้าไม่ชัด แก้ม/ใต้คางหย่อนคล้อย (ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง) | กลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์ เช่น Ultherapy, Ultraformer | ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการเลือกความลึกและวางไลน์การยิงให้เหมาะกับโครงสร้างเนื้อเยื่อ ไม่ใช่ยิงลึกเท่ากันทุกจุดทั่วหน้า |
| ผิวไม่แน่น จับแล้วนิ่มเหลว มีริ้วรอย (ต้องการเพิ่มความแน่นฟู) | กลุ่ม RF แบบไม่ใช้เข็ม หรือ อัลตราซาวด์ผิวชั้นบน เช่น Sofwave | แม้จะเน้นกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่แต่ละเครื่องมีรูปแบบการปล่อยพลังงานและระดับชั้นผิวเป้าหมายที่ต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกเครื่องที่ตรงกับสภาพผิว |
| หน้าหย่อนคล้อย ควบคู่กับผิวไม่เรียบเนียน (มีหลุมสิว หรือรอยแผลเป็น) | กลุ่ม RF Microneedling เช่น Morpheus8, Potenza | หัตถการนี้มีการใช้เข็มขนาดเล็กผ่านผิวหน้า จึงต้องมีการประเมินระยะเวลาการฟื้นตัวของผิว (Downtime) |
| ต้องการยกพยุงหน้าลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (พร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิว) | กลุ่มผสมผสานพลังงาน เช่น Emface (Synchronized RF + HIFES) | มีกลไกการทำงานลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อซึ่งต่างจากเครื่องทั่วไปที่เน้นชั้นผิวอย่างเดียว |
| ผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก หรือมีผิวหนังส่วนเกินชัดเจน | แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดดึงหน้า | ในกรณีที่ผิวหย่อนคล้อยมาก ๆ การใช้เครื่องยกกระชับอาจให้ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เพียงพอต่อความคาดหวัง |
ในการเลือกเครื่องยกกระชับหน้า เครื่องไหนดี ? จึงต้องมีการวางเป้าหมายการรักษาที่ชัดเจน ความเหมาะสมของเทคโนโลยีกับชั้นผิว รวมถึงงบประมาณร่วมกัน เพื่อให้การลงทุนกับผิวในครั้งนี้คุ้มค่า ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดี
FAQ เครื่องยกกระชับกับคำถามที่พบบ่อย
เครื่องยกกระชับเจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่ ?
ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ร้อนลึก หรือจี๊ดใต้ผิวตามประเภทเครื่องและความทนเจ็บของแต่ละบุคคล กลุ่มไม่ใช้เข็ม เช่น Ulthera, Thermage อาจมีผิวแดงบวมเล็กน้อยโดยไม่ต้องพักฟื้น ส่วนกลุ่มใช้เข็ม (RF Microneedling) จะมีรอยแดงและสะเก็ดเล็ก ๆ ที่ต้องเผื่อเวลาให้ผิวฟื้นตัว 3-7 วันครับ
เครื่องยกกระชับกี่วันเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน ?
กลุ่มอัลตราซาวด์ เช่น Ultherapy จะค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนใน 2-3 เดือน อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ส่วนกลุ่มคลื่นวิทยุ เช่น Thermage จะผิวแน่นขึ้นทันทีส่วนหนึ่งและดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือน อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคลด้วยครับ
เครื่องยกกระชับราคาเท่าไหร่ ควรเทียบอย่างไร ?
ราคาการทำหัตถการยกกระชับผิวหน้า โดยทั่วไปมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท การจะเปรียบเทียบควรพิจารณาจากเทคโนโลยีพลังงานที่ใช้ บริเวณที่ทำ จำนวนช็อต/ไลน์ รวมถึงโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในช่วงเวลานั้น ๆ ประกอบกัน
จำเป็นต้องทำหลายเครื่องร่วมกันไหม ?
สามารถทำร่วมกันได้ครับ หากคนไข้มีปัญหาผิวหลายด้านพร้อมกัน เช่น ต้องการยกกระชับชั้นลึกควบคู่กับการลดริ้วรอยผิวชั้นบน ทั้งนี้ต้องให้แพทย์ช่วยวางลำดับ บริเวณที่ยิง และระยะห่างที่เหมาะสม ไม่แนะนำให้ซื้อทำพร้อมกันทุกเครื่องโดยไม่จำเป็นครับ
สรุป เครื่องยกกระชับควรเลือกจากปัญหา ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อเพียงอย่างเดียว
การเลือกเครื่องยกกระชับที่คุ้มค่า ควรเริ่มจากปัญหาผิวและเป้าหมายจริง ๆ ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อหรือกระแสนิยมครับ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของตัวเองเหมาะกับเครื่องไหน สามารถเข้ามาปรึกษาหมอที่ V Square Clinic ได้ครับ หมอจะช่วยประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และรูปหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการ และสอดคล้องกับงบประมาณครับ
อ้างอิง
- Park, H., et al. (2015). High-Intensity Focused Ultrasound for the Treatment of Wrinkles and Skin Laxity in Seven Different Facial Areas. Retrieved from https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4695420/ (Accessed on September 29, 2026).
- Salavastru, C. M., et al. (2023). Radiofrequency: Monopolar, Bipolar, Multipolar and Fractional. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37581701/ (Accessed on September 29, 2026).
- Lolis, M. S., et al. (2021). Radiofrequency Microneedling: A Comprehensive and Critical Review. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33577211/ (Accessed on September 29, 2026).
- Cohen, J. L., et al. (2022). Evaluation of a Novel Device Combining RF and HIFES Technologies for Facial Rejuvenation and Non-Invasive Muscle Stimulation. Retrieved from https://www.researchgate.net/publication/365439024 (Accessed on September 29, 2026).


