Hifu กับ Botox ต่างกันอย่างไร
Hifu กับ Botox ต่างกันอย่างไร ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าเลือกวิธีไหนได้ผลดีกว่า
มีริ้วรอย อยากปรับรูปหน้า ระหว่าง hifu กับ botox เลือกทำแบบไหนดี ? คนไข้มักจะเข้ามาถามหมอบ่อย ๆ ครับ เนื่องจากทั้งสองหัตถการนี้ให้ผลลัพธ์เรื่องลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าเรียวได้เหมือนกัน ในบทความนี้หมอจะมาให้คำตอบว่าระหว่างไฮฟูกับโบท็อกอันไหนดีกว่ากัน ? และแตกต่างกันอย่างไรครับ
โบท็อก (Botox) คือสารจากธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ สกัดจากแบคทีเรีย และนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย หลักการทำงานของโบท็อกสามารถแยกกระบวนการออกฤทธิ์ได้ 2 ส่วน คือ
- ส่วนที่ถูกดูดซึมเข้าไปเก็บไว้ในเซลล์ประสาท
เป็นส่วนที่โบท็อกจะออกฤทธิ์และถ้าส่วนนี้มีความเข้มข้นสูงก็จะทำให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นครับ การทำงานของโบท็อกจะไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท ส่งผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราว ผิวหนังก็จะตึงขึ้น ไม่เกิดรอยพับ
- ส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม
ส่วนนี้จะปลิวไปตามกระแสเลือดในระยะเวลาไม่เกิน 1 ชม. หลังฉีด และถูกขับออกไปโดยไม่ส่งผลต่อเซลล์อื่นในร่างกายครับ
สารสกัดเหล่านี้สามารถนำมาฉีดบริเวณใบหน้าเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้หลายจุด เช่น ฉีดเพื่อลดริ้วรอย (หางตา, ระหว่างคิ้ว, หน้าผาก) กระชับผิว ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
หัวยิงความลึก 4.5 mm ใช้กับผิวชั้น smas ที่ปกติจะใช้ผ่าตัดดึงหน้าให้กระชับ
ขั้นตอนการทำ คือ หมอจะยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อทำให้ผิวชั้นนั้นหดตัวเสมือนกับการเย็บที่เนื้อ ซึ่งเป็นการดึงหน้าที่ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและอ่อนเยาว์มากขึ้น ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา จึงสามารถช่วยเน้นที่บริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรงครับ
ดังนั้น เป้าหมายของ Hifu จึงไปทางด้านการยกกระชับ ผิวทำให้หน้าดูเรียวและตึงขึ้น ลดเลือนริ้วรอย ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวทำให้กลับมาตึงดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
Hifu มีหัวยิงหลายหัวครับ ให้แพทย์เลือกใช้เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นตามระดับความลึกในแต่ละชั้นผิว
- หัวยิงความลึก 1.5-2.0 mm ใช้กับผิวหนังชั้นบน ช่วยเรื่องริ้วรอย ร่องลึกในระดับที่ไม่ลึกมาก เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา หว่างคิ้ว และหน้าผาก
- หัวยิงความลึก 3.0 mm ใช้กับผิวหนังชั้นกลาง ช่วยลดไขมันและเซลลูไลท์ กระชับใบหน้า กระตุ้นคอลลาเจนบริเวณแก้ม ลดความหย่อนคล้อยของผิว
- หัวยิงความลึก 4.5 mm ใช้กับผิวหนังชั้น SMAS ที่ปกติจะใช้ผ่าตัดดึงหน้าให้กระชับ ช่วยยกแก้ม เหนียง ลำคอ และเก็บกรอบหน้า
ล่าสุด มีหัวยิงพิเศษ Cherry Pink หัวยิงความลึก 2.0 mm ที่มีการปรับรูปทรง narrow shape เล็ก เรียว บาง ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น มาพร้อม Technology MF2 Macro Focus Ultrasound ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอยทั่วใบหน้า ยกคิ้ว ยกหนังตาตก แก้ปัญหาร่องแก้ม ให้พลังงานสะสมได้สูงถึง 8 เท่า ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น เห็นผลเร็ว และเจ็บน้อยลง
โดยหัวยิงพิเศษ Cherry Pink จะสามารถใช้ได้กับเฉพาะเครื่อง Hifu Ultraformer III เท่านั้นครับ
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าทั้งสองมีหลักการทำงานที่ต่างกัน แต่ให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการจะเลือกทำอะไร ต้องพิจารณาที่ความต้องการของแต่ละบุคคลเป็นหลักครับ
ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำ HIFU Macrofocus
ข้อดีของ Hifu คือไม่เป็นแผล ไม่มีเลือดออก ไม่ต้องใช้เข็ม แต่อาจจะมีเพียงรอยแดงที่สามารถหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาของการรักษาไม่นาน เฉลี่ยในแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 20-60 นาที
แต่เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น อาจจะต้องทำการรักษาอย่างน้อย 1–2 ครั้งต่อปี เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่มีอายุ 25-35 ปี โดยขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย
Hifu Macrofocus เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยน้อย ๆ ร่องใต้ตาร่องแก้มไม่ลึกมาก และไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อก ทำได้บ่อยครั้งและหลังการทำ Hifu ยังสามารถทำการรักษาร่วมกับหัตถการอย่างอื่นได้
แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าการฉีดโบท็อก แต่หลังทำ Hifu จะเห็นผลทันทีประมาณ 20% ชั้นผิวจะหดจากความร้อนที่ Focus ลงใต้ผิว 60°C-70°C โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนร้อน ไม่ทำให้ผิวไหม้ ผลการทำ Hifu Macrofocus จะเห็นผลเต็มที่ในระยะ 2-3 เดือน โดยทั่วไปจะอยู่ได้ 5-6 เดือนและสามารถ มีระยะเวลาถึง 1 ปีขึ้นอยู่กับคนไข้สามารถทนเจ็บได้หรือไม่ครับ
ข้อดี-ข้อเสีย ของการฉีด Botox
ข้อดีของการฉีด Botox คือ สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย สามารถฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อให้ริ้วรอยหายไป ไม่ว่าจะเป็นการลดขนาดกรามเพื่อทำให้หน้าเรียว ลดริ้วรอยตีนกา เส้นรอยยิ้ม ร่องแก้ม เส้นที่หน้าผากหรือริ้วรอยตรงหว่างคิ้ว ทำให้ผิวและใบหน้าดูอ่อนวัยกว่าเดิม ปรับรูปหน้าให้เล็ก เรียว และกระชับกรอบหน้าให้หน้า V-Shape
แม้ว่า Botox จะเป็นสารที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย แต่ข้อดีของสารชนิดนี้คือสามารถสลายได้เองภายในระยะเวลา 6–12 เดือน โดยไม่มีสารตกค้างจึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
สำหรับข้อเสียในการฉีด Botox แตกต่างจากการทำ Hifu อยู่บ้างเพราะหลังฉีดโบท็อกอาจมีผลข้างเคียงได้ เช่น อาการปวดบวม มีรอยช้ำบริเวณที่ฉีด และแม้จะมีราคาถูกกว่าการทำ Hifu แต่ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อย ๆ ครับ
ก่อนฉีดโบท็อกควรเตรียมศึกษา วิธีสังเกตโบท็อกแท้ยี่ห้อต่าง ๆ และควรให้หมอแกะกล่องเปิดขวด ผสมโบท็อกให้ดูต่อหน้า หลังฉีดควรขอกล่องและขวดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าฉีดโบท็อกของแท้จริง ๆ
อ่านบทความเพิ่มเติม : แฉหมดเปลือก! การเลือกโบท็อก อเมริกา/เกาหลี ฉีดโบท็อกที่ไหนดี กลโกงโบท็อก!
Q : hifu กับ botox ควรทำอันไหนก่อน ?
A : เนื่องจาก hifu กับ botox จะเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกันครับ
การเรียงลำดับหัตถการนั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ครับ เช่น คนที่ต้องการลดกราม แก้ปัญหากรามใหญ่ หมอก็จะแนะนำให้ฉีดโบท็อกลดกรามก่อน แล้วค่อยใช้ Hifu ในการยกกระชับกรอบหน้า เก็บริ้วรอยเล็ก ๆ เสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น
Q : hifu กับ botox ทําพร้อมกันได้ไหม ?
A : ในเคสที่ต้องการลดกราม หน้าเรียว หมอแนะนำให้ทำโบท็อกก่อนครับ
จากนั้นเว้นช่วง 14 วัน เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ แล้วกลับมาทำ Hifu เพื่อช่วยยกกระชับได้ แต่ถ้าคนไข้ต้องการจะทำพร้อมกันทั้ง 2 หัตถการก็สามารถทำได้เช่นกันครับ
Q : hifu กับ botox ต่างกันอย่างไร ?
A : hifu กับ botox เป็นหัตถการเพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า
ที่ใช้เทคนิคต่างกันครับ โบท็อกจะเป็นตัวยาที่รบกวนการทำงานของระบบประสาท ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานลดลง ลดริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อได้ ส่วน Hifu เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยิงลงไปในชั้นผิว ช่วยให้ผิวยกกระชับขึ้นครับ
Q : hifu กับ botox อันไหนดีกว่า ?
A : ถ้าถามว่า hifu กับ botox อันไหนดีกว่ากัน คำตอบคือดีทั้งคู่ครับ
แต่จะเหมาะกับการแก้ปัญหาที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้ต้องการแก้ปัญหาอะไร จริง ๆ แล้วพวกริ้วรอยที่ไม่ลึกมากบริเวณหน้าผาก หางตา การฉีดโบท็อกอย่างเดียวก็เพียงพอครับ แต่ในเคสที่ดื้อโบท็อก ก็สามารถใช้ Hifu ช่วยในการลดริ้วรอยได้
รวมไปถึงความคุ้มค่าอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณา เช่น ราคา จำนวนครั้งที่ต้องทำ ระยะเวลาผลลัพธ์จะอยู่ได้ ซึ่งต้องวิเคราะห์เป็นรายบุคคลครับ
สรุป
สำหรับคนที่ต้องการลดปัญหาริ้วรอย หรือต้องการปรับรูปหน้า ยกกระชับใบหน้า ที่ยังเลือกไม่ได้ว่า Hifu vs Botox อย่างไหนคุ้มค่าและเห็นผลดีกว่ากัน ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องเลือกทำได้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำแค่ Hifu อย่างเดียว Botox อย่างเดียว แต่สามารถทำ Hifu ควบคู่ไปกับการฉีดโบท็อกได้ครับ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
ที่สำคัญคือต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น เพื่อประเมินและเรียงลำดับการทำได้อย่างถูกต้อง เห็นผลมากที่สุด ปลอดภัยและคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทีมแพทย์ V Square Clinic ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ
เลเซอร์รอยสิว ราคาเท่าไหร่ ? เลือกทำที่ไหนดี ? อัปเดตโปรโมชันปี 2026
Reading Time: 3 minutesหลายคนสงสัยว่า เลเซอร์รอยสิว ราคา เริ่มต้นเท่าไหร่ ? ทำไมแต่ละเครื่องหรือแต่ละคลินิกถึงราคาไม่เท่ากัน และราคาที่จ่ายไปคุ้มกับผลลัพธ์จริงไหม ? บทความนี้หมอจะพามาดูปัจจัยที่มีผลต่อราคา เพื่อช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะกับปัญหารอยสิว คุ้มค่า และปลอดภัยมากขึ้นครับ
เครื่องเลเซอร์ขน ยี่ห้อไหนดี ? เปรียบเทียบเครื่องยอดนิยมใ...
Reading Time: 5 minutesก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์ขน หลายคนมักเลือกจากราคาหรือชื่อเครื่องที่คุ้นหูครับ แต่จริง ๆ แล้ว เครื่องเลเซอร์ขน ยี่ห้อไหนดี ควรดูจากความเหมาะสมกับสีผิว เส้นขน และบริเวณที่ทำ เพราะถ้าเลือกเครื่องไม่เหมาะ อาจทำให้ขนขึ้นซ้ำเร็ว ระคายเคือง หรือเห็นผลไม่ชัดได้ บทความนี้หมอจะพามาเปรียบเทียบเครื่องเลเซอร์ขนที่นิยมในไทย เช่น Long Pulse Nd:YAG, Diode, Alexandrite, Ruby และ IPL เพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร และควรเลือกแบบไหนให้ปลอดภัย คุ้มค่า และเหมาะกับผิวของตัวเองครับ
เลเซอร์หนวด ราคาเท่าไหร่ ? คุ้มค่าไหม ? อัปเดตโปรโมชันล่า...
Reading Time: 3 minutesเลเซอร์หนวด ราคาเท่าไหร่ ? เป็นข้อมูลที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจทำครับ เพราะบริเวณหนวดเป็นจุดที่เห็นชัด และหลายคนมีปัญหาหนวดเข้ม ตอเขียว หรือโกนบ่อยจนผิวระคายเคือง การทำเลเซอร์หนวด จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดการขึ้นของเส้นขน ทำให้ผิวบริเวณเหนือริมฝีปากดูสะอาดและดูแลง่ายขึ้น
เลเซอร์ขนขา กี่ครั้งเห็นผล ? เว้นกี่เดือน ? ราคาต่อครั้งก...
Reading Time: 5 minutesโกนขนขาบ่อย ๆ แล้วเป็นตอ ขนขึ้นเร็ว ผิวสาก มีขนคุด เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจเวลาต้องใส่ชุดที่โชว์เรียวขา การทำเลเซอร์ขนขาจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดการโกนซ้ำ ๆ และทำให้ขนค่อย ๆ บางลงในระยะยาว แล้วเลเซอร์ขนขา กี่ครั้งเห็นผล ? ทำครั้งเดียวขนจะหายไหม ? ต้องทำถี่แค่ไหนขนถึงจะขึ้นช้าลง
วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?
Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ
HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...
Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ


