หน้าเหี่ยว
ปัญหาผิวแห้งเหี่ยวใบหน้าเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัยอันควร เป็นสิ่งที่หลายคนรู้สึกกังวลใจ บางคนไม่อยากถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะขาดความมั่นใจ และพยายามมองหาทางแก้ไข แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าวิธีไหนดี? วิธีไหนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ?
ในบทความนี้หมอได้รวบรวมที่มาของสาเหตุ ผิวหน้าเหี่ยวย่นเกิดจากจากอะไร ? และวิธีแก้ไขแบบไหนที่เหมาะสม คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อกลับมามีผิวที่อ่อนเยาว์ หน้าเด็กอีกครั้งครับ
สารบัญ หน้าเหี่ยว
ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น มีริ้วรอย เกิดจากสาเหตุใด ?
4 สาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย หน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย มีดังนี้
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง เซลล์ผิวสร้างอิลาสตินและคอลลาเจนก็เสื่อมประสิทธิภาพลงด้วย ทำให้ผิวไม่กระชับ ผิวหน้าเหยี่ยวย่น ไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม ริ้วรอยและผิวหนังเหี่ยวย่นจึงแสดงออกมาให้เห็นครับ
- สิ่งแวดล้อม และ แสงแดด
มลภาวะ และรังสี UVA และ UVB ในแสงแดด ทำผิวแห้งลง ขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้เกิดรอยย่น ริ้วรอยจุดด่างดำบนใบหน้าได้ง่าย
- พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิด ริ้วรอยผิวหน้าเหี่ยวย่น
การใช้ชีวิตของเราก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอารมณ์ สีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การย่นจมูก การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียด ความกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ซึ่งมีสารนิโคตินและสารพิษอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ผิว ทำให้ แก่ก่อนวัย สุขภาพผิวแย่ลง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย
- ดื่มน้ำน้อย
การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีประโยชน์กับผิว ช่วยกระชับผิว ลดริ้วรอยได้ เพราะร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวันจะทำให้เซลล์ผิวเหี่ยวแห้งซึ่งทำให้ใบหน้าเกิดเหี่ยวย่น ผิวหน้าแก่ก่อนวัยขึ้นได้ครับ
10 วิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว
1.ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วแบบง่ายๆ ซึ่งสมัยนี้มีให้เลือกใช้มากมายครับ แนะนำให้เลือกแบบที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเซรั่ม ควรมีสารช่วยบำรุงผิวให้ความชุ่มชื่น ลดริ้วรอย เช่น ไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic),โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10),วิตามินซี (Vitamin C),วิตามินอี (Vitamin E),เรตินอล (Retinol) เป็นต้น
เมื่อบำรุงแล้วควรปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยครีมกันแแดดเสริมด้วย เพื่อลดริ้วรอย เพราะแสงแดดจะเป็นตัวขัดขวางการสร้างคอลลาเจนในผิว จนทำให้ผิวมีคอลลาเจนและอีลาสตินที่น้อยอยู่แล้วยิ่งแย่ไปลงครับ
2.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวหน้าเหี่ยวย่น
- ✘ นอนดึก
- ✘ พักผ่อนไม่เพียงพอ
- ✘ ถูหน้าแรง ๆ
- ✘ สูบบุหรี่
- ✘ ดื่มแอลกอฮอล์
พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยและหน้าเหี่ยวย่นมากขึ้นครับ
3.ให้ความสำคัญกับการรับประทานนอาหาร
สุขภาพดีต้องเริ่มจากภายใน ผิวหน้าก็เหมือนกันครับ การหันมาใส่ใจอาหารที่ดีมีประโยชน์ เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วครับ และยังช่วยให้ผิวสุขภาพดี ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้
แนะนำทานอาหารประเภทต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้ที่มีสีเหลือง (ส้ม แครอท ฟักทอง) ธัญพืช (ถั่ว งาดำ) โปรตีนดีจาก ปลาที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 (ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีล ปลาทูน่า) เป็นต้น
4.เลเซอร์ผิวหนัง (Laser Skin) ลดริ้วรอย
การทำเลเซอร์กรอผิวช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ สามารถช่วยลดริ้วรอย ป้องกันใบหน้าเหี่ยวย่นได้ครับ เช่น
- คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser)
- เลเซอร์เออร์เบียม (Erbium: YAG laser)
ขั้นตอน คือ ยิงแสงเลเซอร์ไปตรงบริเวณที่เกิดความผิดปกติ และลอกชั้นผิวหนังออกทีละชั้น ซึ่งมีข้อเสียคือต้องพักหน้ายาวครับ เพราะแสงเลเซอร์อาจทำให้เกิดรอยไหม้บริเวณเนื้อเยื่อที่ถูกยิงเลเซอร์ เกิดอาการบวม รอยช้ำ หรือรอยแดง และต้องระวังหลีกเลี่ยงแสงแดดหลังทำ และผลลัพธ์หลังทำเลเซอร์ผิวหนัง ต้องใช้เวลาสักระยะครับ
ฉีดโบท็อกสามารถช่วยลดริ้วรอย
และป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นในอนาคตได้
5.ฉีดโบท็อก แก้หน้าเหี่ยว ลดริ้วรอย
การฉีดโบท็อก เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาผิวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องครับ เพราะเป็นวิธีคืนความอ่อนเยาว์ที่เห็นผลเร็ว ชัดเจน ไม่ต้องพักฟื้น ราคาไม่แพง และไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ข้อดี : การฉีดโบท็อกยังเป็นการป้องกันใบหน้าเหี่ยวย่น ก่อนวัยอันควร ในอนาคตได้ ทั้งใต้ตา หางตา รอยขมวดคิ้ว หน้าผาก ร่องแก้ม สามารถเริ่มเห็นผลภายใน 5-7 วันหลังทำ เห็นผลเต็มที่ประมาณ 14 วันหลังทำผลการออกฤทธิ์ของโบท็อกในช่วง 3-4 เดือน สามารถป้องกันการก่อตัวของริ้วรอยใหม่ เพราะกล้ามเนื้อบนใบหน้าทำงานน้อยลงครับ
การทำงานของโบท็อกจะออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว รอยเหี่ยว รอยย่นบนใบหน้าที่เกิดจากการดึงรั้งของกล้ามเนื้อก็จะตื้นขึ้น ลดริ้วรอยและค่อยๆ หายไปในที่สุด
ข้อเสีย : การฉีดโบท็อกไม่สามารถรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ถาวรครับ หลังการฉีดจะเริ่มเห็นผลลัพธ์และคงอยู่ได้ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณและยี่ห้อโบท็อกที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด ความลึกของริ้วรอยเหี่ยวย่น และปริมาณกล้ามเนื้อของคนไข้แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
อ่านเพิ่มเติม : ฉีดโบลดริ้วรอย ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? กี่วันเห็นผล? ข้อดี-ข้อเสียเกี่ยวกับโบท็อกที่ควรรู้
6.ฉีดฟิลเลอร์ หน้าเด็ก ลดริ้วรอยร่องลึก
การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเช่นกันครับ เพราะฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic acid หรือ HA) มีความปลอดภัยสูง สามารถช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะให้ร่องลึกต่างๆ ที่ทำให้ดูหน้าแก่ หน้าเหี่ยวแก่ก่อยวัย ดูตื้นขึ้น ผิวกลับมาเต่งตึงมีน้ำมีนวล เรียบเนียนสวยเป็นธรรมชาติ แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยครับ
ฉีดฟิลเลอร์เพื่อการยกกระชับเติมเต็มร่องลึก
คืนความอ่อนเยาว์ ปรับรูปหน้าให้ดูยกขึ้น ดูเด็กลง
ข้อดี
- ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
- ใช้เวลาในการรักษาน้อย
- สามารถยกกระชับหรือปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูปขึ้นได้
- คงผลลัพธ์ได้นาน 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้)
การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดได้ในหลายตำแหน่งครับ แล้วแต่ว่ามีปัญหาริ้วรอยร่องลึกบริเวณไหนบ้าง สำหรับบนใบหน้าหมอแนะนำ 7 จุด ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด ช่วยเติมเต็มใบหน้า ทำให้หน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ? เหมาะสำหรับใคร ? การฉีดฟิลเลอร์ควรรู้อะไรบ้าง แนะนำให้อ่าน !
7.HIFU ทรีทเม้นท์ยกกระชับผิวหน้า
ปัจจุบันคนให้ความสนใจทำ Hifu (ไฮฟู่) มากขึ้นครับ เนื่องจากเป็นที่นิยมในหมู่ดารา นักแสดง เพราะ Hifu ช่วยยกกระชับผิวได้ทั้งใบหน้า เหนียง คอ จึงเป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นให้ตึงกระชับ หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องใช้เข็ม มีความสะดวกและใช้เวลาไม่นาน
ข้อดี
- ไม่ต้องใช้เข็มฉีด
- ไม่ต้องผ่าตัด
- มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์โดยแพทย์
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ขึ้นมาใหม่ส่งผลให้ผิวแลดูกระชับตึงขึ้น
สามารถเห็นผลหลังทำประมาณ 20% คนไข้จะรู้สึกกระชับขึ้นหลังจากนั้นภายใน 1-2 เดือนครับเห็นผลเต็มที่ตอน 3-4 เดือน และหากต้องการให้กระชับขึ้นอีก สามารถทำเพิ่มอีกได้ทุกๆ 3 เดือน สำหรับคนที่อยากแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นด้วย Hifu ควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องที่มีคุณภาพดีครับ เพราะเครื่องคุณภาพดีจะได้ผลดีเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและอยู่ได้นาน แต่ถ้าใช้เครื่องเกรดต่ำ พลังงานปล่อยมาไม่คงที่ แรงบ้าง เบาบ้าง ไม่มีความสม่ำเสมอ จะทำให้เห็นผลน้อยลงครับ
อ่านเพิ่มเติม : hifuคืออะไร hifuราคาเท่าไร hifu ดีไหม 9 ข้อควรรู้ในการทำ Hifu
8.ร้อยไหม ยกกระชับผิวที่ดูหย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง
การร้อยไหม คือ ใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยง (ก้างปลา)สอดลงในชั้นผิวหนัง มีจุดที่ดึงและยึดเพื่อยกแก้มหรือผิวที่หย่อนคล้อย หน้าเหี่ยว หน้าตก ให้ตึงขึ้น ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำครับ
การร้อยไหมเหมาะกับคนที่ไม่กลัวเข็ม และยากเห็นผลลัพธ์เร็วๆ เช่น ในคนที่แก้มตอบบางเคสสามารถใช้ไหมดึงไขมันขึ้นมาเติมแก้มได้ ทำให้แก้มล่างยุบและแก้มบนเต็มขึ้น หน้าดูเด็กลง (แต่ต้องมีเนื้อแก้มส่วนล่างให้ดึงนะครับ ถ้าเนื้อแก้มน้อยต้องใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ปัญหาแทน)
ข้อดี: สามารถช่วยทั้งในเรื่องของการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง ลดหน้าเหยี่ยว ที่หลายคนไม่ต้องการได้ และในขณะที่ไหมละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้นแข็งแรงขึ้นด้วย
อ่านเพิ่มเติม : ร้อยไหมคืออะไร อันตรายหรือไม่? ทำไมถึงหน้าเรียว? และมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?
9.ฉีดเมโสบำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์
สำหรับการฉีดเมโสหน้าใสเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นและเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ก็เป็นอีกวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว ถือตัวเลือกหนึ่งที่สามารถทำควบคู่ไปกับหัตถการอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพื้นฐานของความงามบนใบหน้าต้องเริ่มต้นจากผิวที่แข็งแรง
การฉีดเมโสหน้าใสจะมีส่วนผสมของคอลลาเจนเป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัยต่างๆ รวมถึงริ้วรอยใต้ตาด้วยเช่นกันครับ
อ่านเพิ่มเติม : ฉีดเมโสหน้าใสคืออะไร? อันตรายหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [ อัพเดท 2026 ]
10.ผ่าตัดดึงหน้า
ผ่าตัดดึงหน้าหรือ ศัลยกรรมดึงหน้า เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว ที่อยู่อันดับท้ายๆครับ จะช่วยให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียน ลดริ้วรอย และตึงขึ้น เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยม เพราะต้องเจ็บตัว มีความเสี่ยงสูง ทั้งจากยาสลบ และการอักเสบติดเชื้อจากบาดแผล ที่สำคัญค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน
อย่างไรก็ตามการผ่าตัดก็จะช่วยให้ดีขึ้นในระดับหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์เหมือนเด็กวัยรุ่นได้และเมื่อเวลาผ่านไปอาจจะต้องมารับการผ่าตัดซ้ำอีก
11.Collagen Biostimulator
Collagen Biostimulator เป็นแนวทางรักษา หน้าเหี่ยว ที่เน้นแก้ “คุณภาพโครงสร้างผิว” มากกว่าการเติมปริมาตรแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก โดยหลักการคือกระตุ้นการทำงานของ fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
ตัวอย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิก ได้แก่ Sculptra (poly-L-lactic acid), Radiesse (calcium hydroxylapatite), และ Juvelook (PDLLA)
ซึ่งแต่ละชนิดมีขนาดอนุภาค กลไกการกระตุ้น และระยะเวลาการคงผลต่างกัน การเลือกใช้จึงต้องประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อน และความต้องการของแต่ละเคส
วิธีเลือกคลินิกดูแลผิวหน้า แก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น
ควรเลือกคลินิกดูแลผิวหน้า รักษาริ้วรอยหน้าเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย ที่ได้มาตรฐาน โดยมีวิธีสังเกตดังนี้
- ความน่าเชื่อถือของคลินิก : ควรเลือกจากคลินิกที่ถูกกล่าวถึง มีการรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง จากหลายแหล่งที่มา โดยเช็คดูว่าคลินิกนั้นๆ มีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ ติดแบบแสดงรูปถ่ายและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในคลินิกหรือไม่
- บรรยากาศและสถานที่ตั้ง : ที่ตั้งของคลินิกควรสังเกตเห็นได้ง่าย ไม่ทึบ อับ แคบ หรืออยู่โซนที่ลับตา สามารถเดินทางไปใช้บริการได้สะดวก ภายในคลินิกต้องสะอาด ไม่อยู่ในสภาพชำรุด มีอุปกรณ์เครื่องมือครบครัน หากไม่มีความสะอาดมากพอ อาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน อักเสบหรือติดเชื้อได้ครับ
- เลือกคลินิกแพทย์ที่มีประสบการณ์ หัตถการต่างๆ ต้องอาศัยความชำนาญสูงในการทำ หมอควรมีประสบการณ์อย่างน้อย 5-10 ปี เพราะหมอจะสามารถประเมินใบหน้า และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมให้กับคนไข้แต่ละคนได้
- มีการติดตามผลหลังทำหัตถการ : หลังทำการรักษาปัญหาริ้วร้อย ลดการเกิดผิวหน้าเหี่ยวย่นแล้ว คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผลหลังทำเสมอ แพทย์ต้องให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อน – หลัง ทำหัตถการอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงการมีช่องทางออนไลน์ไว้ติดต่อ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรงครับ
Q&A แก้ปัญหาหน้าเหี่ยว
Q : หน้าเหี่ยวอายุ 30 ต้องทำอะไร ?
A : ในวัย 30 ปัญหาหน้าเหี่ยวมักมาจากการสูญเสียคอลลาเจน จึงควรเริ่มจากการกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Skin Booster หรือ Collagen Biostimulator เพื่อฟื้นคุณภาพผิว แล้วประเมินใช้หัตถการอื่น ๆ เพิ่มเติมตามปัญหาแต่ละคน
Q : Collagen Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง ?
A : Collagen Biostimulator กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับผิวบางหรือหน้าเหี่ยวจากการเสียคอลลาเจนตามวัย ส่วนฟิลเลอร์เป็นสารที่ใช้เติมเต็มทันที เหมาะกับร่องลึกหรือ volume loss เฉพาะจุด
Q : หน้าเหี่ยวทำ HIFU พอไหม ?
A : HIFU เหมาะกับหน้าเหี่ยวจากความหย่อนคล้อย คือเป็นการหย่อนจากข้างในชั้น SMAS แต่ถ้ามีผิวบางหรือร่องลึกร่วมด้วย อาจต้องทำร่วมกับวิธีอื่นครับ
สรุป การเลือกหัตถการเพื่อแก้ปัญหาหน้าเหี่ยว
เรียกได้ว่าหัตถการเพื่อการลดริ้วรอย แก้ปัญหา หน้าเหี่ยวย่น มีหลายอย่างและได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้ง โบท็อก ฟิลเลอร์ ร้อยไหม Hifu และเมโสหน้าใส วิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว แต่ละวิธีจะเหมาะกับริ้วรอยเหี่ยวย่นประเภทไหน บริเวณไหนบ้าง ต้องให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ช่วยประเมิน และแนะนำหัตถการที่เหมาะสม คุ้มค่า กับคนไข้ในแต่ละรายครับ


