ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นมาก แก่ก่อนวัยเกิดจากอะไร แก้ไขวิธีไหนเห็นผลเร็ว

Reading Time: 4 minutes
ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น

หน้าเหี่ยว

ปัญหาผิวแห้งเหี่ยวใบหน้าเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัยอันควร เป็นสิ่งที่หลายคนรู้สึกกังวลใจ บางคนไม่อยากถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะขาดความมั่นใจ และพยายามมองหาทางแก้ไข แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าวิธีไหนดี? วิธีไหนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ?

ในบทความนี้หมอได้รวบรวมที่มาของสาเหตุ ผิวหน้าเหี่ยวย่นเกิดจากจากอะไร ? และวิธีแก้ไขแบบไหนที่เหมาะสม คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อกลับมามีผิวที่อ่อนเยาว์ หน้าเด็กอีกครั้งครับ

สารบัญ หน้าเหี่ยว

ชั้นผิวหนัง

ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น มีริ้วรอย เกิดจากสาเหตุใด ?

4 สาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย หน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย มีดังนี้

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น

เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง เซลล์ผิวสร้างอิลาสตินและคอลลาเจนก็เสื่อมประสิทธิภาพลงด้วย ทำให้ผิวไม่กระชับ ผิวหน้าเหยี่ยวย่น ไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม ริ้วรอยและผิวหนังเหี่ยวย่นจึงแสดงออกมาให้เห็นครับ

  • สิ่งแวดล้อม และ แสงแดด

มลภาวะ และรังสี UVA และ UVB ในแสงแดด ทำผิวแห้งลง ขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้เกิดรอยย่น ริ้วรอยจุดด่างดำบนใบหน้าได้ง่าย

แสงแดด
  • พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิด ริ้วรอยผิวหน้าเหี่ยวย่น

การใช้ชีวิตของเราก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอารมณ์ สีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การย่นจมูก การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียด ความกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ซึ่งมีสารนิโคตินและสารพิษอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ผิว ทำให้ แก่ก่อนวัย สุขภาพผิวแย่ลง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย

  • ดื่มน้ำน้อย

การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีประโยชน์กับผิว ช่วยกระชับผิว ลดริ้วรอยได้ เพราะร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวันจะทำให้เซลล์ผิวเหี่ยวแห้งซึ่งทำให้ใบหน้าเกิดเหี่ยวย่น ผิวหน้าแก่ก่อนวัยขึ้นได้ครับ


10 วิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว

1.ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วแบบง่ายๆ ซึ่งสมัยนี้มีให้เลือกใช้มากมายครับ แนะนำให้เลือกแบบที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเซรั่ม ควรมีสารช่วยบำรุงผิวให้ความชุ่มชื่น ลดริ้วรอย เช่น ไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic),โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10),วิตามินซี (Vitamin C),วิตามินอี (Vitamin E),เรตินอล (Retinol) เป็นต้น

ครีมบำรุงผิว

เมื่อบำรุงแล้วควรปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยครีมกันแแดดเสริมด้วย เพื่อลดริ้วรอย เพราะแสงแดดจะเป็นตัวขัดขวางการสร้างคอลลาเจนในผิว จนทำให้ผิวมีคอลลาเจนและอีลาสตินที่น้อยอยู่แล้วยิ่งแย่ไปลงครับ

2.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวหน้าเหี่ยวย่น

  • ✘   นอนดึก
  • ✘   พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ✘   ถูหน้าแรง ๆ  
  • ✘   สูบบุหรี่
  • ✘   ดื่มแอลกอฮอล์

พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยและหน้าเหี่ยวย่นมากขึ้นครับ

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว

3.ให้ความสำคัญกับการรับประทานนอาหาร

สุขภาพดีต้องเริ่มจากภายใน ผิวหน้าก็เหมือนกันครับ  การหันมาใส่ใจอาหารที่ดีมีประโยชน์ เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วครับ และยังช่วยให้ผิวสุขภาพดี ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้

รับประทานนอาหาร

แนะนำทานอาหารประเภทต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้ที่มีสีเหลือง (ส้ม แครอท ฟักทอง) ธัญพืช (ถั่ว งาดำ) โปรตีนดีจาก ปลาที่มีกรดไขมันโอเมกา 3  (ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีล ปลาทูน่า) เป็นต้น

4.เลเซอร์ผิวหนัง (Laser Skin) ลดริ้วรอย

การทำเลเซอร์กรอผิวช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ สามารถช่วยลดริ้วรอย ป้องกันใบหน้าเหี่ยวย่นได้ครับ เช่น

  • คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser)
  • เลเซอร์เออร์เบียม (Erbium: YAG laser)

ขั้นตอน คือ ยิงแสงเลเซอร์ไปตรงบริเวณที่เกิดความผิดปกติ และลอกชั้นผิวหนังออกทีละชั้น ซึ่งมีข้อเสียคือต้องพักหน้ายาวครับ เพราะแสงเลเซอร์อาจทำให้เกิดรอยไหม้บริเวณเนื้อเยื่อที่ถูกยิงเลเซอร์ เกิดอาการบวม รอยช้ำ หรือรอยแดง และต้องระวังหลีกเลี่ยงแสงแดดหลังทำ และผลลัพธ์หลังทำเลเซอร์ผิวหนัง ต้องใช้เวลาสักระยะครับ

ฉีดโบท็อกสามารถช่วยลดริ้วรอย
และป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นในอนาคตได้

5.ฉีดโบท็อก แก้หน้าเหี่ยว ลดริ้วรอย

การฉีดโบท็อก เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาผิวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องครับ เพราะเป็นวิธีคืนความอ่อนเยาว์ที่เห็นผลเร็ว ชัดเจน ไม่ต้องพักฟื้น ราคาไม่แพง และไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อดี :  การฉีดโบท็อกยังเป็นการป้องกันใบหน้าเหี่ยวย่น ก่อนวัยอันควร ในอนาคตได้ ทั้งใต้ตา หางตา รอยขมวดคิ้ว หน้าผาก ร่องแก้ม  สามารถเริ่มเห็นผลภายใน 5-7 วันหลังทำ เห็นผลเต็มที่ประมาณ 14 วันหลังทำผลการออกฤทธิ์ของโบท็อกในช่วง 3-4 เดือน สามารถป้องกันการก่อตัวของริ้วรอยใหม่ เพราะกล้ามเนื้อบนใบหน้าทำงานน้อยลงครับ

ลดริ้วรอย
ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็ว

การทำงานของโบท็อกจะออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว รอยเหี่ยว รอยย่นบนใบหน้าที่เกิดจากการดึงรั้งของกล้ามเนื้อก็จะตื้นขึ้น ลดริ้วรอยและค่อยๆ หายไปในที่สุด  

ข้อเสีย : การฉีดโบท็อกไม่สามารถรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ถาวรครับ หลังการฉีดจะเริ่มเห็นผลลัพธ์และคงอยู่ได้ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณและยี่ห้อโบท็อกที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด ความลึกของริ้วรอยเหี่ยวย่น และปริมาณกล้ามเนื้อของคนไข้แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดโบลดริ้วรอย ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? กี่วันเห็นผล? ข้อดี-ข้อเสียเกี่ยวกับโบท็อกที่ควรรู้

6.ฉีดฟิลเลอร์ หน้าเด็ก ลดริ้วรอยร่องลึก

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเช่นกันครับ เพราะฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic acid หรือ HA) มีความปลอดภัยสูง สามารถช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะให้ร่องลึกต่างๆ ที่ทำให้ดูหน้าแก่ หน้าเหี่ยวแก่ก่อยวัย ดูตื้นขึ้น ผิวกลับมาเต่งตึงมีน้ำมีนวล เรียบเนียนสวยเป็นธรรมชาติ แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยครับ

ฉีดฟิลเลอร์เพื่อการยกกระชับเติมเต็มร่องลึก
คืนความอ่อนเยาว์ ปรับรูปหน้าให้ดูยกขึ้น ดูเด็กลง

ข้อดี

  • ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
  • ใช้เวลาในการรักษาน้อย
  • สามารถยกกระชับหรือปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูปขึ้นได้
  • คงผลลัพธ์ได้นาน 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้)

การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดได้ในหลายตำแหน่งครับ แล้วแต่ว่ามีปัญหาริ้วรอยร่องลึกบริเวณไหนบ้าง สำหรับบนใบหน้าหมอแนะนำ 7 จุด ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด ช่วยเติมเต็มใบหน้า ทำให้หน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ตำแหน่งฉีดโบท็อก

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ? เหมาะสำหรับใคร ? การฉีดฟิลเลอร์ควรรู้อะไรบ้าง แนะนำให้อ่าน !

7.HIFU ทรีทเม้นท์ยกกระชับผิวหน้า

ปัจจุบันคนให้ความสนใจทำ Hifu (ไฮฟู่) มากขึ้นครับ เนื่องจากเป็นที่นิยมในหมู่ดารา นักแสดง เพราะ Hifu ช่วยยกกระชับผิวได้ทั้งใบหน้า เหนียง คอ จึงเป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นให้ตึงกระชับ หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องใช้เข็ม มีความสะดวกและใช้เวลาไม่นาน

ข้อดี

  • ไม่ต้องใช้เข็มฉีด
  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์โดยแพทย์
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ขึ้นมาใหม่ส่งผลให้ผิวแลดูกระชับตึงขึ้น
ยกกระชับผิวหน้า โดย พญ.สุพิมนต์ ส่องแสงวัฒนากิจ

สามารถเห็นผลหลังทำประมาณ 20% คนไข้จะรู้สึกกระชับขึ้นหลังจากนั้นภายใน 1-2 เดือนครับเห็นผลเต็มที่ตอน 3-4 เดือน และหากต้องการให้กระชับขึ้นอีก สามารถทำเพิ่มอีกได้ทุกๆ 3 เดือน  สำหรับคนที่อยากแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นด้วย Hifu ควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องที่มีคุณภาพดีครับ เพราะเครื่องคุณภาพดีจะได้ผลดีเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและอยู่ได้นาน แต่ถ้าใช้เครื่องเกรดต่ำ พลังงานปล่อยมาไม่คงที่ แรงบ้าง เบาบ้าง ไม่มีความสม่ำเสมอ จะทำให้เห็นผลน้อยลงครับ

อ่านเพิ่มเติม :  hifuคืออะไร hifuราคาเท่าไร hifu ดีไหม 9 ข้อควรรู้ในการทำ Hifu

8.ร้อยไหม ยกกระชับผิวที่ดูหย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง

การร้อยไหม คือ ใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยง (ก้างปลา)สอดลงในชั้นผิวหนัง มีจุดที่ดึงและยึดเพื่อยกแก้มหรือผิวที่หย่อนคล้อย หน้าเหี่ยว หน้าตก ให้ตึงขึ้น ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำครับ

ร้อยไหม โดย หมอ กอล์ฟ

การร้อยไหมเหมาะกับคนที่ไม่กลัวเข็ม และยากเห็นผลลัพธ์เร็วๆ เช่น ในคนที่แก้มตอบบางเคสสามารถใช้ไหมดึงไขมันขึ้นมาเติมแก้มได้ ทำให้แก้มล่างยุบและแก้มบนเต็มขึ้น  หน้าดูเด็กลง (แต่ต้องมีเนื้อแก้มส่วนล่างให้ดึงนะครับ ถ้าเนื้อแก้มน้อยต้องใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ปัญหาแทน)

ข้อดี: สามารถช่วยทั้งในเรื่องของการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง ลดหน้าเหยี่ยว ที่หลายคนไม่ต้องการได้  และในขณะที่ไหมละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้นแข็งแรงขึ้นด้วย

จากคลิปจะเห็นว่าการร้อยไหมสามารถดึงแก้มให้ยกขึ้นได้ทันที

อ่านเพิ่มเติม :  ร้อยไหมคืออะไร อันตรายหรือไม่? ทำไมถึงหน้าเรียว? และมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

9.ฉีดเมโสบำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์

สำหรับการฉีดเมโสหน้าใสเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นและเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ก็เป็นอีกวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว ถือตัวเลือกหนึ่งที่สามารถทำควบคู่ไปกับหัตถการอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพื้นฐานของความงามบนใบหน้าต้องเริ่มต้นจากผิวที่แข็งแรง

เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสจะมีส่วนผสมของคอลลาเจนเป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัยต่างๆ รวมถึงริ้วรอยใต้ตาด้วยเช่นกันครับ

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดเมโสหน้าใสคืออะไร? อันตรายหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [ อัพเดท 2026 ]

10.ผ่าตัดดึงหน้า

ผ่าตัดดึงหน้าหรือ ศัลยกรรมดึงหน้า เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว ที่อยู่อันดับท้ายๆครับ จะช่วยให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียน ลดริ้วรอย และตึงขึ้น  เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยม เพราะต้องเจ็บตัว มีความเสี่ยงสูง ทั้งจากยาสลบ และการอักเสบติดเชื้อจากบาดแผล ที่สำคัญค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน

ผ่าตัดดึงหน้า

อย่างไรก็ตามการผ่าตัดก็จะช่วยให้ดีขึ้นในระดับหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์เหมือนเด็กวัยรุ่นได้และเมื่อเวลาผ่านไปอาจจะต้องมารับการผ่าตัดซ้ำอีก

11.Collagen Biostimulator

Collagen Biostimulator เป็นแนวทางรักษา หน้าเหี่ยว ที่เน้นแก้ “คุณภาพโครงสร้างผิว” มากกว่าการเติมปริมาตรแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก โดยหลักการคือกระตุ้นการทำงานของ fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ครับ

ตัวอย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิก ได้แก่ Sculptra (poly-L-lactic acid), Radiesse (calcium hydroxylapatite), และ Juvelook (PDLLA)

ซึ่งแต่ละชนิดมีขนาดอนุภาค กลไกการกระตุ้น และระยะเวลาการคงผลต่างกัน การเลือกใช้จึงต้องประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อน และความต้องการของแต่ละเคส


วิธีเลือกคลินิกดูแลผิวหน้า แก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น

ควรเลือกคลินิกดูแลผิวหน้า รักษาริ้วรอยหน้าเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย ที่ได้มาตรฐาน โดยมีวิธีสังเกตดังนี้

  • ความน่าเชื่อถือของคลินิก : ควรเลือกจากคลินิกที่ถูกกล่าวถึง มีการรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง จากหลายแหล่งที่มา โดยเช็คดูว่าคลินิกนั้นๆ มีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ ติดแบบแสดงรูปถ่ายและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในคลินิกหรือไม่
คลินิกดูแลผิวหน้า
  • บรรยากาศและสถานที่ตั้ง : ที่ตั้งของคลินิกควรสังเกตเห็นได้ง่าย ไม่ทึบ อับ แคบ หรืออยู่โซนที่ลับตา สามารถเดินทางไปใช้บริการได้สะดวก ภายในคลินิกต้องสะอาด ไม่อยู่ในสภาพชำรุด มีอุปกรณ์เครื่องมือครบครัน หากไม่มีความสะอาดมากพอ อาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน อักเสบหรือติดเชื้อได้ครับ
  • เลือกคลินิกแพทย์ที่มีประสบการณ์  หัตถการต่างๆ ต้องอาศัยความชำนาญสูงในการทำ หมอควรมีประสบการณ์อย่างน้อย 5-10 ปี เพราะหมอจะสามารถประเมินใบหน้า และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมให้กับคนไข้แต่ละคนได้
ติดตามผลหลังทำหัตถการ โดย นพ.อิทธิพัทธ์ ผลวาวแวว
  • มีการติดตามผลหลังทำหัตถการ : หลังทำการรักษาปัญหาริ้วร้อย ลดการเกิดผิวหน้าเหี่ยวย่นแล้ว คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผลหลังทำเสมอ แพทย์ต้องให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อน – หลัง ทำหัตถการอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงการมีช่องทางออนไลน์ไว้ติดต่อ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรงครับ

Q&A แก้ปัญหาหน้าเหี่ยว

Q : หน้าเหี่ยวอายุ 30 ต้องทำอะไร ?

A : ในวัย 30 ปัญหาหน้าเหี่ยวมักมาจากการสูญเสียคอลลาเจน จึงควรเริ่มจากการกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Skin Booster หรือ Collagen Biostimulator เพื่อฟื้นคุณภาพผิว แล้วประเมินใช้หัตถการอื่น ๆ เพิ่มเติมตามปัญหาแต่ละคน

Q : Collagen Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง ?

A : Collagen Biostimulator กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับผิวบางหรือหน้าเหี่ยวจากการเสียคอลลาเจนตามวัย ส่วนฟิลเลอร์เป็นสารที่ใช้เติมเต็มทันที เหมาะกับร่องลึกหรือ volume loss เฉพาะจุด

Q : หน้าเหี่ยวทำ HIFU พอไหม ?

A : HIFU เหมาะกับหน้าเหี่ยวจากความหย่อนคล้อย คือเป็นการหย่อนจากข้างในชั้น SMAS แต่ถ้ามีผิวบางหรือร่องลึกร่วมด้วย อาจต้องทำร่วมกับวิธีอื่นครับ


สรุป การเลือกหัตถการเพื่อแก้ปัญหาหน้าเหี่ยว

เรียกได้ว่าหัตถการเพื่อการลดริ้วรอย แก้ปัญหา หน้าเหี่ยวย่น มีหลายอย่างและได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้ง โบท็อก ฟิลเลอร์ ร้อยไหม Hifu และเมโสหน้าใส วิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว แต่ละวิธีจะเหมาะกับริ้วรอยเหี่ยวย่นประเภทไหน บริเวณไหนบ้าง ต้องให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ช่วยประเมิน และแนะนำหัตถการที่เหมาะสม คุ้มค่า กับคนไข้ในแต่ละรายครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Volnewmer ดีไหม ? ช่วยอะไรได้บ้าง ? เหมาะกับใคร ? รีวิวผลลัพธ์หลังทำเป็นอย่างไร ?

Reading Time: 4 minutesVolnewmer ดีไหม ? หากคนไข้กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวที่เห็นผลชัดเจนแต่กังวลเรื่องความเจ็บ เทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่อย่าง Volnewmer คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาแน่นอิ่มฟูอีกครั้งโดยไม่ต้องพักฟื้น

Volnewmer ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไร ให้ผลลัพธ์คุ้มค่า...

Reading Time: 2 minutesVolnewmer ที่ไหนดี ? เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับและปรับผิวให้ดูแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ควรเลือกคลินิกอย่างไร ? ให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ตรงตามความคาดหวัง บทความนี้หมอได้รวบรวมเช็กลิสต์ที่ควรพิจารณาก่อนทำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจครับ

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? คลินิกไหนหมอเก่ง ฉีดสวย เต...

Reading Time: 3 minutesฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? หลายคนเริ่มมองหาคลินิกฉีดร่องแก้ม หลังจากสังเกตได้ว่าบริเวณร่องแก้มมีเส้นริ้วรอยลึกเกิดขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) สามารถเติมร่องแก้มลึก ปรับให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ แก้ปัญหาใบหน้าที่ดูโทรมและดูมีอายุ ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นได้ทันที เลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? ในกรุงเทพฯ มีหลายคลินิกครับ จุดเด่นแตกต่างกันออกไป

ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ต้องรอกี่วัน ? พร้อมข้อควร...

Reading Time: 3 minutesฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะคนไข้สายฟิตเนสหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะกลัวว่าถ้ากลับไปออกกำลังกายเร็วเกินไป จะทำให้โบท็อกไม่เห็นผล หรือเกิดผลข้างเคียงได้ บทความนี้หมอจะอธิบายให้ครบทั้งเรื่อง ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ควรรอกี่วัน ? มีความเสี่ยงอะไร ? และต้องดูแลตัวเองอย่างไร ? เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดครับ

ราคา Ulthera 300 Shot เท่าไหร่ ? ใช้กี่ช็อตถึงเห็นผล ? ยิ...

Reading Time: 4 minutesราคา Ulthera 300 Shot เท่าไหร่ ? ต้องใช้จำนวน Shot เท่าไรถึงจะเห็นผลจริง ? เพราะจำนวน Shot มีผลต่อทั้งระดับการยกกระชับ พื้นที่ที่ยิงครอบคลุม และงบประมาณในการรักษา บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ ราคา Ulthera 300 Shot อยู่ที่ประมาณเท่าไร ? เหมาะกับใคร ? ยิงตำแหน่งไหนได้บ้าง ? ไปจนถึงวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัยและคุ้มค่า เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนทำครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า