ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นมาก แก่ก่อนวัยเกิดจากอะไร แก้ไขวิธีไหนเห็นผลเร็ว

Reading Time: 4 minutes
ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น

หน้าเหี่ยว

ปัญหาผิวแห้งเหี่ยวใบหน้าเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัยอันควร เป็นสิ่งที่หลายคนรู้สึกกังวลใจ บางคนไม่อยากถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะขาดความมั่นใจ และพยายามมองหาทางแก้ไข แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าวิธีไหนดี? วิธีไหนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ?

ในบทความนี้หมอได้รวบรวมที่มาของสาเหตุ ผิวหน้าเหี่ยวย่นเกิดจากจากอะไร ? และวิธีแก้ไขแบบไหนที่เหมาะสม คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อกลับมามีผิวที่อ่อนเยาว์ หน้าเด็กอีกครั้งครับ

สารบัญ หน้าเหี่ยว

ชั้นผิวหนัง

ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น มีริ้วรอย เกิดจากสาเหตุใด ?

4 สาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย หน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย มีดังนี้

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น

เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง เซลล์ผิวสร้างอิลาสตินและคอลลาเจนก็เสื่อมประสิทธิภาพลงด้วย ทำให้ผิวไม่กระชับ ผิวหน้าเหยี่ยวย่น ไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม ริ้วรอยและผิวหนังเหี่ยวย่นจึงแสดงออกมาให้เห็นครับ

  • สิ่งแวดล้อม และ แสงแดด

มลภาวะ และรังสี UVA และ UVB ในแสงแดด ทำผิวแห้งลง ขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้เกิดรอยย่น ริ้วรอยจุดด่างดำบนใบหน้าได้ง่าย

แสงแดด
  • พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิด ริ้วรอยผิวหน้าเหี่ยวย่น

การใช้ชีวิตของเราก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอารมณ์ สีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การย่นจมูก การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียด ความกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ซึ่งมีสารนิโคตินและสารพิษอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ผิว ทำให้ แก่ก่อนวัย สุขภาพผิวแย่ลง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย

  • ดื่มน้ำน้อย

การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีประโยชน์กับผิว ช่วยกระชับผิว ลดริ้วรอยได้ เพราะร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวันจะทำให้เซลล์ผิวเหี่ยวแห้งซึ่งทำให้ใบหน้าเกิดเหี่ยวย่น ผิวหน้าแก่ก่อนวัยขึ้นได้ครับ


10 วิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว

1.ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วแบบง่ายๆ ซึ่งสมัยนี้มีให้เลือกใช้มากมายครับ แนะนำให้เลือกแบบที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเซรั่ม ควรมีสารช่วยบำรุงผิวให้ความชุ่มชื่น ลดริ้วรอย เช่น ไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic),โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10),วิตามินซี (Vitamin C),วิตามินอี (Vitamin E),เรตินอล (Retinol) เป็นต้น

ครีมบำรุงผิว

เมื่อบำรุงแล้วควรปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยครีมกันแแดดเสริมด้วย เพื่อลดริ้วรอย เพราะแสงแดดจะเป็นตัวขัดขวางการสร้างคอลลาเจนในผิว จนทำให้ผิวมีคอลลาเจนและอีลาสตินที่น้อยอยู่แล้วยิ่งแย่ไปลงครับ

2.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวหน้าเหี่ยวย่น

  • ✘   นอนดึก
  • ✘   พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ✘   ถูหน้าแรง ๆ  
  • ✘   สูบบุหรี่
  • ✘   ดื่มแอลกอฮอล์

พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยและหน้าเหี่ยวย่นมากขึ้นครับ

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว

3.ให้ความสำคัญกับการรับประทานนอาหาร

สุขภาพดีต้องเริ่มจากภายใน ผิวหน้าก็เหมือนกันครับ  การหันมาใส่ใจอาหารที่ดีมีประโยชน์ เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วครับ และยังช่วยให้ผิวสุขภาพดี ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้

รับประทานนอาหาร

แนะนำทานอาหารประเภทต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้ที่มีสีเหลือง (ส้ม แครอท ฟักทอง) ธัญพืช (ถั่ว งาดำ) โปรตีนดีจาก ปลาที่มีกรดไขมันโอเมกา 3  (ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีล ปลาทูน่า) เป็นต้น

4.เลเซอร์ผิวหนัง (Laser Skin) ลดริ้วรอย

การทำเลเซอร์กรอผิวช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ สามารถช่วยลดริ้วรอย ป้องกันใบหน้าเหี่ยวย่นได้ครับ เช่น

  • คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser)
  • เลเซอร์เออร์เบียม (Erbium: YAG laser)

ขั้นตอน คือ ยิงแสงเลเซอร์ไปตรงบริเวณที่เกิดความผิดปกติ และลอกชั้นผิวหนังออกทีละชั้น ซึ่งมีข้อเสียคือต้องพักหน้ายาวครับ เพราะแสงเลเซอร์อาจทำให้เกิดรอยไหม้บริเวณเนื้อเยื่อที่ถูกยิงเลเซอร์ เกิดอาการบวม รอยช้ำ หรือรอยแดง และต้องระวังหลีกเลี่ยงแสงแดดหลังทำ และผลลัพธ์หลังทำเลเซอร์ผิวหนัง ต้องใช้เวลาสักระยะครับ

ฉีดโบท็อกสามารถช่วยลดริ้วรอย
และป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นในอนาคตได้

5.ฉีดโบท็อก แก้หน้าเหี่ยว ลดริ้วรอย

การฉีดโบท็อก เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาผิวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องครับ เพราะเป็นวิธีคืนความอ่อนเยาว์ที่เห็นผลเร็ว ชัดเจน ไม่ต้องพักฟื้น ราคาไม่แพง และไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อดี :  การฉีดโบท็อกยังเป็นการป้องกันใบหน้าเหี่ยวย่น ก่อนวัยอันควร ในอนาคตได้ ทั้งใต้ตา หางตา รอยขมวดคิ้ว หน้าผาก ร่องแก้ม  สามารถเริ่มเห็นผลภายใน 5-7 วันหลังทำ เห็นผลเต็มที่ประมาณ 14 วันหลังทำผลการออกฤทธิ์ของโบท็อกในช่วง 3-4 เดือน สามารถป้องกันการก่อตัวของริ้วรอยใหม่ เพราะกล้ามเนื้อบนใบหน้าทำงานน้อยลงครับ

ลดริ้วรอย
ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็ว

การทำงานของโบท็อกจะออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว รอยเหี่ยว รอยย่นบนใบหน้าที่เกิดจากการดึงรั้งของกล้ามเนื้อก็จะตื้นขึ้น ลดริ้วรอยและค่อยๆ หายไปในที่สุด  

ข้อเสีย : การฉีดโบท็อกไม่สามารถรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ถาวรครับ หลังการฉีดจะเริ่มเห็นผลลัพธ์และคงอยู่ได้ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณและยี่ห้อโบท็อกที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด ความลึกของริ้วรอยเหี่ยวย่น และปริมาณกล้ามเนื้อของคนไข้แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดโบลดริ้วรอย ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? กี่วันเห็นผล? ข้อดี-ข้อเสียเกี่ยวกับโบท็อกที่ควรรู้

6.ฉีดฟิลเลอร์ หน้าเด็ก ลดริ้วรอยร่องลึก

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเช่นกันครับ เพราะฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic acid หรือ HA) มีความปลอดภัยสูง สามารถช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะให้ร่องลึกต่างๆ ที่ทำให้ดูหน้าแก่ หน้าเหี่ยวแก่ก่อยวัย ดูตื้นขึ้น ผิวกลับมาเต่งตึงมีน้ำมีนวล เรียบเนียนสวยเป็นธรรมชาติ แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยครับ

ฉีดฟิลเลอร์เพื่อการยกกระชับเติมเต็มร่องลึก
คืนความอ่อนเยาว์ ปรับรูปหน้าให้ดูยกขึ้น ดูเด็กลง

ข้อดี

  • ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
  • ใช้เวลาในการรักษาน้อย
  • สามารถยกกระชับหรือปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูปขึ้นได้
  • คงผลลัพธ์ได้นาน 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้)

การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดได้ในหลายตำแหน่งครับ แล้วแต่ว่ามีปัญหาริ้วรอยร่องลึกบริเวณไหนบ้าง สำหรับบนใบหน้าหมอแนะนำ 7 จุด ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด ช่วยเติมเต็มใบหน้า ทำให้หน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ตำแหน่งฉีดโบท็อก

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ? เหมาะสำหรับใคร ? การฉีดฟิลเลอร์ควรรู้อะไรบ้าง แนะนำให้อ่าน !

7.HIFU ทรีทเม้นท์ยกกระชับผิวหน้า

ปัจจุบันคนให้ความสนใจทำ Hifu (ไฮฟู่) มากขึ้นครับ เนื่องจากเป็นที่นิยมในหมู่ดารา นักแสดง เพราะ Hifu ช่วยยกกระชับผิวได้ทั้งใบหน้า เหนียง คอ จึงเป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยวย่นเร็วอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นให้ตึงกระชับ หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องใช้เข็ม มีความสะดวกและใช้เวลาไม่นาน

ข้อดี

  • ไม่ต้องใช้เข็มฉีด
  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์โดยแพทย์
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ขึ้นมาใหม่ส่งผลให้ผิวแลดูกระชับตึงขึ้น
ยกกระชับผิวหน้า โดย พญ.สุพิมนต์ ส่องแสงวัฒนากิจ

สามารถเห็นผลหลังทำประมาณ 20% คนไข้จะรู้สึกกระชับขึ้นหลังจากนั้นภายใน 1-2 เดือนครับเห็นผลเต็มที่ตอน 3-4 เดือน และหากต้องการให้กระชับขึ้นอีก สามารถทำเพิ่มอีกได้ทุกๆ 3 เดือน  สำหรับคนที่อยากแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นด้วย Hifu ควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องที่มีคุณภาพดีครับ เพราะเครื่องคุณภาพดีจะได้ผลดีเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและอยู่ได้นาน แต่ถ้าใช้เครื่องเกรดต่ำ พลังงานปล่อยมาไม่คงที่ แรงบ้าง เบาบ้าง ไม่มีความสม่ำเสมอ จะทำให้เห็นผลน้อยลงครับ

อ่านเพิ่มเติม :  hifuคืออะไร hifuราคาเท่าไร hifu ดีไหม 9 ข้อควรรู้ในการทำ Hifu

8.ร้อยไหม ยกกระชับผิวที่ดูหย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง

การร้อยไหม คือ ใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยง (ก้างปลา)สอดลงในชั้นผิวหนัง มีจุดที่ดึงและยึดเพื่อยกแก้มหรือผิวที่หย่อนคล้อย หน้าเหี่ยว หน้าตก ให้ตึงขึ้น ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำครับ

ร้อยไหม โดย หมอ กอล์ฟ

การร้อยไหมเหมาะกับคนที่ไม่กลัวเข็ม และยากเห็นผลลัพธ์เร็วๆ เช่น ในคนที่แก้มตอบบางเคสสามารถใช้ไหมดึงไขมันขึ้นมาเติมแก้มได้ ทำให้แก้มล่างยุบและแก้มบนเต็มขึ้น  หน้าดูเด็กลง (แต่ต้องมีเนื้อแก้มส่วนล่างให้ดึงนะครับ ถ้าเนื้อแก้มน้อยต้องใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ปัญหาแทน)

ข้อดี: สามารถช่วยทั้งในเรื่องของการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง ลดหน้าเหยี่ยว ที่หลายคนไม่ต้องการได้  และในขณะที่ไหมละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้นแข็งแรงขึ้นด้วย

จากคลิปจะเห็นว่าการร้อยไหมสามารถดึงแก้มให้ยกขึ้นได้ทันที

อ่านเพิ่มเติม :  ร้อยไหมคืออะไร อันตรายหรือไม่? ทำไมถึงหน้าเรียว? และมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

9.ฉีดเมโสบำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์

สำหรับการฉีดเมโสหน้าใสเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นและเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ก็เป็นอีกวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว ถือตัวเลือกหนึ่งที่สามารถทำควบคู่ไปกับหัตถการอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพื้นฐานของความงามบนใบหน้าต้องเริ่มต้นจากผิวที่แข็งแรง

เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสจะมีส่วนผสมของคอลลาเจนเป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัยต่างๆ รวมถึงริ้วรอยใต้ตาด้วยเช่นกันครับ

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดเมโสหน้าใสคืออะไร? อันตรายหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [ อัพเดท 2026 ]

10.ผ่าตัดดึงหน้า

ผ่าตัดดึงหน้าหรือ ศัลยกรรมดึงหน้า เป็นวิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว ที่อยู่อันดับท้ายๆครับ จะช่วยให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียน ลดริ้วรอย และตึงขึ้น  เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยม เพราะต้องเจ็บตัว มีความเสี่ยงสูง ทั้งจากยาสลบ และการอักเสบติดเชื้อจากบาดแผล ที่สำคัญค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน

ผ่าตัดดึงหน้า

อย่างไรก็ตามการผ่าตัดก็จะช่วยให้ดีขึ้นในระดับหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์เหมือนเด็กวัยรุ่นได้และเมื่อเวลาผ่านไปอาจจะต้องมารับการผ่าตัดซ้ำอีก

11.Collagen Biostimulator

Collagen Biostimulator เป็นแนวทางรักษา หน้าเหี่ยว ที่เน้นแก้ “คุณภาพโครงสร้างผิว” มากกว่าการเติมปริมาตรแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก โดยหลักการคือกระตุ้นการทำงานของ fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ครับ

ตัวอย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิก ได้แก่ Sculptra (poly-L-lactic acid), Radiesse (calcium hydroxylapatite), และ Juvelook (PDLLA)

ซึ่งแต่ละชนิดมีขนาดอนุภาค กลไกการกระตุ้น และระยะเวลาการคงผลต่างกัน การเลือกใช้จึงต้องประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อน และความต้องการของแต่ละเคส


วิธีเลือกคลินิกดูแลผิวหน้า แก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น

ควรเลือกคลินิกดูแลผิวหน้า รักษาริ้วรอยหน้าเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย ที่ได้มาตรฐาน โดยมีวิธีสังเกตดังนี้

  • ความน่าเชื่อถือของคลินิก : ควรเลือกจากคลินิกที่ถูกกล่าวถึง มีการรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง จากหลายแหล่งที่มา โดยเช็คดูว่าคลินิกนั้นๆ มีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ ติดแบบแสดงรูปถ่ายและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในคลินิกหรือไม่
คลินิกดูแลผิวหน้า
  • บรรยากาศและสถานที่ตั้ง : ที่ตั้งของคลินิกควรสังเกตเห็นได้ง่าย ไม่ทึบ อับ แคบ หรืออยู่โซนที่ลับตา สามารถเดินทางไปใช้บริการได้สะดวก ภายในคลินิกต้องสะอาด ไม่อยู่ในสภาพชำรุด มีอุปกรณ์เครื่องมือครบครัน หากไม่มีความสะอาดมากพอ อาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน อักเสบหรือติดเชื้อได้ครับ
  • เลือกคลินิกแพทย์ที่มีประสบการณ์  หัตถการต่างๆ ต้องอาศัยความชำนาญสูงในการทำ หมอควรมีประสบการณ์อย่างน้อย 5-10 ปี เพราะหมอจะสามารถประเมินใบหน้า และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมให้กับคนไข้แต่ละคนได้
ติดตามผลหลังทำหัตถการ โดย นพ.อิทธิพัทธ์ ผลวาวแวว
  • มีการติดตามผลหลังทำหัตถการ : หลังทำการรักษาปัญหาริ้วร้อย ลดการเกิดผิวหน้าเหี่ยวย่นแล้ว คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผลหลังทำเสมอ แพทย์ต้องให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อน – หลัง ทำหัตถการอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงการมีช่องทางออนไลน์ไว้ติดต่อ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรงครับ

Q&A แก้ปัญหาหน้าเหี่ยว

Q : หน้าเหี่ยวอายุ 30 ต้องทำอะไร ?

A : ในวัย 30 ปัญหาหน้าเหี่ยวมักมาจากการสูญเสียคอลลาเจน จึงควรเริ่มจากการกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Skin Booster หรือ Collagen Biostimulator เพื่อฟื้นคุณภาพผิว แล้วประเมินใช้หัตถการอื่น ๆ เพิ่มเติมตามปัญหาแต่ละคน

Q : Collagen Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง ?

A : Collagen Biostimulator กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับผิวบางหรือหน้าเหี่ยวจากการเสียคอลลาเจนตามวัย ส่วนฟิลเลอร์เป็นสารที่ใช้เติมเต็มทันที เหมาะกับร่องลึกหรือ volume loss เฉพาะจุด

Q : หน้าเหี่ยวทำ HIFU พอไหม ?

A : HIFU เหมาะกับหน้าเหี่ยวจากความหย่อนคล้อย คือเป็นการหย่อนจากข้างในชั้น SMAS แต่ถ้ามีผิวบางหรือร่องลึกร่วมด้วย อาจต้องทำร่วมกับวิธีอื่นครับ


สรุป การเลือกหัตถการเพื่อแก้ปัญหาหน้าเหี่ยว

เรียกได้ว่าหัตถการเพื่อการลดริ้วรอย แก้ปัญหา หน้าเหี่ยวย่น มีหลายอย่างและได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้ง โบท็อก ฟิลเลอร์ ร้อยไหม Hifu และเมโสหน้าใส วิธีทำให้หน้าไม่เหี่ยว แต่ละวิธีจะเหมาะกับริ้วรอยเหี่ยวย่นประเภทไหน บริเวณไหนบ้าง ต้องให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ช่วยประเมิน และแนะนำหัตถการที่เหมาะสม คุ้มค่า กับคนไข้ในแต่ละรายครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

หลังทำ Ultraformer III ข้อห้ามมีอะไรบ้าง ? ดูแลอย่างไร ? ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้นาน

Reading Time: 2 minutesUltraformer III ข้อห้าม และข้อควรปฏิบัติหลังทำ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพและยืดอายุของผลลัพธ์ให้ยาวนาน อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดอาการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ในบทความนี้หมอสรุปสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังทำ Ultraformer III ข้อห้าม มีอะไรบ้าง ?

เลเซอร์ขนหน้า ดีไหม ? เหมาะกับใคร ? ก่อนทำควรรู้อะไรบ้าง ?

Reading Time: 3 minutesเลเซอร์ขนหน้า ดีไหม ? มักเป็นคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของหลาย ๆ คนที่กำลังเผชิญกับปัญหาขนบนใบหน้าและมองหาทางออกที่ยั่งยืนกว่าการกำจัดขนแบบเดิม ๆ ในยุคที่นวัตกรรมความงามก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การทำเลเซอร์ขนหน้าได้กลายเป็นหัตถการยอดนิยมที่คลินิกหลายแห่งแนะนำ

รีวิวเบ้าตาลึก ใต้ตาคล้ำ ปัญหาร่องใต้ตาลึกรักษาได้ด้วย &#...

Reading Time: 3 minutesใครที่กังวลกับปัญหาเบ้าตาลึก ใต้ตาคล้ำ ตาโหล หน้าดูโทรม แม้พยายามแต่งหน้าปกปิดก็ช่วยได้ไม่มาก จนรู้สึกขาดความมั่นใจ หมอแนะนำการ “ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา” ครับ เบ้าตาลึกและร่องใต้ตาลึกเกิดจากการยุบตัวของกระดูกและไขมันรอบดวงตา ทำให้ใบหน้าดูโทรมและอ่อนล้า วิธีรักษาที่เห็นผลเร็วคือการฉีดฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ในชั้นที่เหมาะสม

Ultraformer III บวมกี่วัน ? สรุปอาการและวิธีดูแลหลังทำแบบ...

Reading Time: 2 minutesUltraformer III บวมกี่วัน ? สำหรับใครที่กังวลเรื่องนี้ หมออยากบอกว่าอาการบวมหลังทำ Ultraformer III เป็นเรื่องปกติครับ และเป็นสัญญาณว่าพลังงานความร้อนกำลังเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวได้อย่างตรงจุด บทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกว่าหลังทำอาการบวมจะอยู่นานกี่วัน ?

ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? รู้ทันความเสี่ยง และวิธีป้องก...

Reading Time: 4 minutesฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำ สถานที่ที่ฉีด และชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ครับ หากเป็นฟิลเลอร์ได้มาตรฐาน ฉีดโดยแพทย์ในคลินิกที่ได้ใบอนุญาต ถือว่าปลอดภัย แต่ปัญหาหลังฉีด เช่น ฟิลเลอร์ไหล อักเสบ บวมแดง มักมีสาเหตุมาจากการฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอมครับ

ฟิลเลอร์ปากวัว คืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ? เหมาะกับใครบ้า...

Reading Time: 3 minutesฟิลเลอร์ปากวัว กำลังเป็นเทรนด์ความงามที่หลายคนให้ความสนใจ และถูกนำมาเป็นต้นแบบในการปรับรูปทรงปากให้ดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยได้แรงบันดาลใจจากลุคสวยละมุนของสาวเวียดนาม ที่เน้นริมฝีปากฟู ไม่คมชัดเกินไป แต่ยังคงความมีมิติและมีเสน่ห์ ดูเซ็กซี่แบบพอดี ๆ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า