เมโสหน้าใสดีไหม เหมาะกับใคร ทำได้บ่อยแค่ไหน

Reading Time: < 1 minute

เมโสหน้าใส หรือ Mesotherapy  ในช่วงเวลานี้ค่อนข้างถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ เนื่องจากเป็นทรีทเม้นท์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม หากลองเซิร์ทหาข้อมูลดู เราก็จะเห็นว่า บางคนบอกว่าเมโสหน้าใสดี บ้างก็บอกว่าเมโสหน้าใสทำแล้วไม่เห็นผล แต่ความเป็นจริงคืออะไร เราจะมาพาทุกคนมาทำความรู้จัก กับเมโสหน้าใส ว่าแท้จริงแล้วดีไหม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ถ้าอยากทำต้องรู้อะไร เตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้ได้มาซึ่งผิวหน้าที่สดใส สุขภาพดีชวนมอง


เมโสหน้าใสดีไหม คืออะไร ปลอดภัยหรือไม่ 

ก่อนที่จะตัดสินใจว่าเมโสหน้าใสดีไหม ต้องรู้ก่อนว่าเมโสหน้าใสคืออะไร ?  เมโสหน้าใส หรือ เมโสเทอราปี (Mesotherapy)  คือ ตัวยาวิตามินที่นำมาใช้ฉีดเข้าสู่ผิวหน้าในระดับชั้นกลางของผิว ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิวเพื่อให้ผิวเต่งตึง โดยตัววิตามินที่นำมาใช้จะมีส่วนผสมของคอลลาเจน รวมถึงโคเอนไซม์ เป็นตัวยาหลัก ที่คุณสมบัติในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้นหลังฉีด รูขุมขนกระชับขึ้น สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวอักเสบ แพ้ง่าย ลดสิว ผดผื่นต่างๆ ซึ่งเมโสหน้าใสยี่ห้อที่ได้รับความนิยมคือ มาเด้-คอลลาเจน

เมื่อพูดถึงความปลอดภัย เมโสหน้าใส  ถือเป็นหัตถการที่ค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง เพราะตัวยาที่ฉีดเข้าไปในผิวนั้นเป็นวิตามินที่ประโยชน์ต่อผิว ไม่มีสารตกค้างในผิว เป็นวิตามินที่จำเป็นในการช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส เห็นผลมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคนด้วย แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจเมโสหน้าใสค่อนข้างมาก จึงมีของปลอมราคาถูกเข้ามาปะปนในท้องตลาดความงามมากพอสมควร เพราะฉะนั้นหากไม่ศึกษาหรือพิจารณาคลินิกที่รับฉีดแบบที่ไม่ได้มาตฐานเรื่องความปลอดภัยคุณอาจมีความเสี่ยงต่อการได้รับของปลอมที่ไม่มีคุณภาพ หรือมีผู้รับฉีดที่ไม่ใช่แพทย์มาทำการฉีดเมโสหน้าใสให้ ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกันและอาจทำให้เกิดการอักเสบและบวมแดง แพ้ มีผื่นขึ้นได้


เมโสหน้าใสดีไหม เมื่อฉีดแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดเมโสหน้าใส ค่อนข้างเห็นผลเร็ว 3 วันหลังฉีดก็สามารถรู้ชัดเจนถึงสุขภาพผิวที่เปลี่ยนไปในทางที่ดี  และจะชัดเจนมากขึ้นประมาณ 7-14 วัน โดยอายุการใช้งานเฉลี่ยอายุของเมโสที่อยู่ในผิวหน้าของเราจะอยู่ได้นานในระยะเวลา 1-2 เดือน ซึ่งสามารถกลับมาฉีดใหม่ได้ แต่ทั้งก็ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล รวมถึงวิธีการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วย ที่สำคัญคือ เมโสหน้าใสสามารถสลายหายไปได้เอง ไม่มีสารตกค้าง


เมโสหน้าใส เหมาะกับใคร

จะว่าไปแล้วเมโสหน้าใส เป็นเหมือนหัตถการเร่งรัด กู้ปัญหาผิวหน้าโทรมๆ ให้กลับมาสดใสได้เร็วกว่าการทาครีมบำรุง ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง อดนอน ทำงานหนักหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพผิว เช่น มีปัญหาสิวเรื้อรัง ผิวแพ้ง่าย ผิวไม่แข็งแรง ผิวแห้งไม่ชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง เป็นต้น ในกรณีที่ผิวมีปัญหามากๆ และต้องกู้ผิวหน้าแบบเร่งด่วนก็สามารถฉีดถี่ขึ้น 3 วัน/ครั้งได้ด้วย ซึ่งแนะนำว่าก่อนฉีดควรปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นของตนเองกับแพทย์ เพื่อประเมินก่อนว่าเหมาะกับการใช้ยาตัวไหน สูตรใด


เมโสหน้าใส เจ็บไหมฉีดถึง 16 จุด

เมื่อเป็นหัตถการที่ต้องใช้เข็ม ถามว่าเจ็บไหม ต้องตอบว่าเจ็บ แต่ความเจ็บของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน บางคนบอกว่าไม่เจ็บ บางคนบอกเจ็บเล็กน้อยเหมือนมดกัด เนื่องจากแพทย์จะใช้เข็มแทงเข้าไปในชั้นผิวลึกประมาณ 5-10 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่สำหรับในรายที่กลัวเจ็บสามารถทายาชา หรือประคบเย็นก่อนฉีดเพื่อลดความเจ็บได้ ขณะฉีดอาจรู้สึกแสบ หรือร้อนที่ผิวหน้าได้ แต่อาการนี้จะหายไปได้เองประมาณ 10-20 นาที

ในส่วนของการลงเข็ม แบบ16 จุด ต้องบอกว่าแล้วแต่เทคนิคที่แพทย์เลือกใช้เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งโดยทั่วไปการฉีดเมโสหน้าใส มีอยู่ 2 เทคนิคด้วยกัน คือ แบบสะกิดและแบบ 16 จุด แพทย์จะแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับปัญหาของคุณ เพราะฉะนั้นก่อนที่เข้ารับการฉีด ควรเลือกปรึกษาและเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อที่จะรักษาปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุด ลดผลข้างเคียง เพราะถ้าระหว่างฉีดไม่สะอาดมากพอจะเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ รวมถึงไม่แนะนำให้ฉีดเองที่บ้านโดยวิธีผิด


ก่อนฉีดเมโสหน้าใสต้องเตรียมตัวอย่างไร

เมื่อตัดสินใจว่าจะฉีดเมโสหน้าใส เบื้องต้นแนะนำว่าควรพบแพทย์เพื่อปรึกษา วิเคราะห์ประเมินดูสภาพผิวหน้า พร้อมกับแจ้งประวัติเรื่องแพ้ยา โรคประจำตัว  รวมทั้ง อาหารเสริมหรือยาที่รับประทานอยู่ ซึ่งต้องบอกว่าการฉีดเมโสหน้าใส ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคนเสมอไป ดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตต่ำ โรคหัวใจ โรคเบาหวานที่ต้องรักษาด้วยยาหลายชนิด
  • ผู้ที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำเป็นต้น

ซึ่งบุคคลต่างๆเหล่านี้ไม่ได้เป็นข้อห้ามแบบชัดเจน บางเคสสามารถทำได้ขึ้นกับภาวะต่างๆในแต่ละเคส โดยหมอจะเป็นผู้ประเมินครับ

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรเข้าปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการ และความเหมาะสมกับผิวแต่ละคน ซึ่งแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถวิเคราะห์ เลือกหัตถการที่เหมาะสมที่สุดให้ได้แบบปลอดภัย และคุ้มค่า


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_2020

 

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

ฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรถึงจะปลอดภัย ที่นี่มีคำตอบ !

Reading Time: 2 minutes - ฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม เลือกคลินิกฉีดฟิเลอร์จมูกที่ไหนดี? - เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย? - ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์จมูกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์? - วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ ต้องสังเกตอะไรบ้าง?

September 17, 2020 อ่านต่อ

แนะนำวิธีลดพุงแบบเร่งด่วน สลายไขมันหน้าท้องส่วนเกินอย่างไ...

Reading Time: 2 minutes - ใครเหมาะสำหรับการสลายไขมันหน้าท้อง - สลายไขมันหน้าท้อง มีวิธีใดบ้าง

อยากลดขนาดรูจมูก “ร้อยไหมเก็บปีกจมูก” ดีไหม? ...

Reading Time: 2 minutes - ร้อยไหมปีกจมูก เหมาะกับใคร - ร้อยไหมเก็บปีกจมูก อยู่ได้นานแค่ไหน - ร้อยไหมปีกจมูกที่ไหนดี?

หลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน? ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม? กี่วันถึง...

Reading Time: 2 minutes - หลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม? - ปัญหาหน้าบวมหลังร้อยไหมเกิดจากอะไร?

10 วิธีลดริ้วรอยร่องแก้ม บอกลาหน้าแก่ก่อนวัย วิธีไหน เห็น...

Reading Time: 3 minutes - ร่องแก้มลึกเกิดจากสาเหตุใด? - 10 วิธีลดริ้วรอยร่องแก้มยอดฮิต วิธีไหนเห็นผลเร็ว - เคล็ดลับดูแลตนเองไม่ให้เกิดริ้วรอยร่องแก้ม

วิธีลดริ้วรอยหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว ตัวการหน้าเหี่ยวแก...

Reading Time: 3 minutes - ทำความรู้จัก ริ้วรอยบนใบหน้า มีกี่ประเภท - ริ้วรอยหน้าผากเกิดจากสาเหตุใด - 5 วิธีลดริ้วรอยบนหน้าผาก - การดูแลตนเองไม่ให้เกิดริ้วรอยหน้าผาก