เจาะลึกตัวยา GLP-1
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ GLP-1 กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในวงการแพทย์และในหมู่ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น Ozempic, Wegovy หรือ Mounjaro ล้วนอยู่ในกลุ่มยาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนตัวนี้ทั้งสิ้น
แต่ GLP-1 คืออะไรกันแน่ ? ทำงานอย่างไร ? ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือเป็นแค่กระแส ? และที่สำคัญ ปลอดภัยพอที่จะใช้หรือไม่ ? หมอมีข้อมูลอย่างละเอียด มาไขข้อข้องใจให้ทั้งหมดครับ
สารบัญ GLP-1
ทำความเข้าใจ GLP-1 คืออะไร ?
GLP-1 ย่อมาจาก Glucagon-Like Peptide-1 คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเซลล์ L ในลำไส้เล็กส่วนปลาย (ileum) และลำไส้ใหญ่ส่วนต้น หลังจากที่เรารับประทานอาหาร
มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและน้ำตาล
GLP-1 จัดอยู่ในกลุ่มฮอร์โมนที่เรียกว่า “Incretin” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความรู้สึกอิ่ม
การฉีด GLP-1 คืออะไร ?
ยาฉีด GLP-1 หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า GLP-1 Receptor Agonists (GLP-1 RAs) คือยาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 ตามธรรมชาติ แต่มีข้อได้เปรียบคือออกฤทธิ์ได้นานกว่ามาก เนื่องจากฮอร์โมน GLP-1 จริงในร่างกายนั้นถูกสลายอย่างรวดเร็วภายใน 1–2 นาที
ยากลุ่มนี้เดิมทีพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่พบในภายหลังว่ามีผลข้างเคียงที่เป็นประโยชน์อย่างมาก นั่นคือการช่วยลดความหิว และ ลดน้ำหนัก ได้ ทำให้ในปัจจุบันกลุ่มยา GLP-1 ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักมากขึ้น ในลักษณะของปากกาลดน้ำหนัก รวมถึงมีการอนุมัติให้ใช้รักษาโรคอ้วนโดยตรงในหลายประเทศ
กลไกการทำงานของ GLP-1 (และยากลุ่ม GLP-1 RAs)
GLP-1 ออกฤทธิ์ผ่าน ตัวรับ GLP-1 (GLP-1 Receptors) ที่อยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ได้แก่
- สมอง (Hypothalamus) : ส่งสัญญาณความอิ่มไปยังศูนย์ควบคุมความหิวในสมอง ลดความอยากอาหาร
- กระเพาะอาหาร : ชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารออกจากกระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น
- ตับอ่อน : กระตุ้นเซลล์เบต้าให้หลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง และยับยั้งการหลั่งกลูคากอน (ฮอร์โมนที่ทำให้น้ำตาลสูง)
ยา GLP-1 RAs จับกับตัวรับเหล่านี้ในลักษณะเดียวกับฮอร์โมนธรรมชาติ แต่ออกฤทธิ์นานกว่า 24 ชั่วโมงถึง 1 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของยา
หน้าที่สำคัญของฮอร์โมน GLP-1
| หน้าที่ GLP-1 | รายละเอียด |
|---|---|
| ควบคุมน้ำตาลในเลือด | กระตุ้นอินซูลิน ยับยั้งกลูคากอน ในแบบที่ขึ้นกับระดับน้ำตาล (Glucose-dependent) |
| ลดความหิว | ส่งสัญญาณอิ่มไปยังสมอง ลดแรงกระตุ้นในการกินอาหาร |
| ชะลอการย่อยอาหาร | ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ลดการดูดซึมน้ำตาลเร็วเกินไป |
| ปกป้องเซลล์เบต้าในตับอ่อน | ช่วยรักษาการทำงานของเซลล์ผลิตอินซูลิน |
| ผลต่อหัวใจ | ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานบางกลุ่ม |
ตัวอย่างยากลุ่ม GLP-1 มีอะไรบ้าง ?
ปัจจุบันมียา GLP-1 RAs ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) และองค์กรกำกับยาอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนี้
ชนิดฉีด (Injectable)
| ชื่อสามัญ | ชื่อการค้า | ความถี่การฉีด | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|---|
| Semaglutide | Wegovy | สัปดาห์ละครั้ง | เบาหวานชนิดที่ 2, โรคอ้วน |
| Liraglutide | Saxenda | วันละครั้ง | เบาหวานชนิดที่ 2, โรคอ้วน |
| Tirzepatide | Mounjaro | สัปดาห์ละครั้ง | เบาหวานชนิดที่ 2, โรคอ้วน (GLP-1/GIP dual agonist |
ชนิดรับประทาน (Oral)
- Semaglutide หรือชื่อทางการ Rybelsus รูปแบบชนิดเม็ด รับประทานวันละครั้ง
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร ?
GLP-1 ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?
สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ จริง การศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่หลายชิ้นพิสูจน์ว่ายากลุ่ม GLP-1 RAs สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ครับ โดยมีรายงานดังนี้
- การศึกษา STEP 1 (2021) : ผู้ป่วยโรคอ้วนที่ใช้ Semaglutide 2.4 มก./สัปดาห์ ร่วมกับการปรับพฤติกรรม สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 14.9% ของน้ำหนักตัว ในช่วง 68 สัปดาห์ เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่ลดได้เพียง 2.4% (Wilding et al., 2021, NEJM)
- การศึกษา SURMOUNT-1 (2022) : ผู้ป่วยที่ใช้ Tirzepatide (GLP-1/GIP dual agonist) สูงสุด 15 มก./สัปดาห์ ลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 20.9% ซึ่งใกล้เคียงกับผลของการผ่าตัดลดน้ำหนักบางรูปแบบ (Jastreboff et al., 2022, NEJM)
ประโยชน์ของ GLP-1
นอกจากช่วยลดน้ำหนักได้แล้ว ตามงานวิจัยยังพบประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีก ได้แก่
- ด้านการควบคุมน้ำตาลในเลือด
- ลดระดับ HbA1c (ค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสม) อย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
- ลดความเสี่ยงของภาวะน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) เพราะออกฤทธิ์แบบ Glucose-dependent
- ด้านหัวใจและหลอดเลือด
- การศึกษา LEADER (liraglutide) และ SUSTAIN-6 (semaglutide) พบว่าลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูง
- ในปี 2024 FDA อนุมัติ Semaglutide (Wegovy) สำหรับการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน
- ด้านไต
- การศึกษา FLOW (2024) พบว่า semaglutide ช่วยชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคไตเรื้อรัง
- ด้านไขมันพอกตับ (MASLD/NAFLD)
- มีหลักฐานที่เพิ่มขึ้นว่า GLP-1 RAs ช่วยลดการสะสมของไขมันในตับได้
- ด้านสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต
- ผู้ป่วยหลายรายรายงานว่า รู้สึกดีต่อพฤติกรรมการกิน สามารถควบคุมการกินได้ดี โดยไม่เสียสุขภาพจิต รวมถึง เลิกพฤติกรรมการกินแก้เครียดได้
GLP-1 มีผลข้างเคียงไหม ?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (มักเกิดในช่วงเริ่มต้นและลดลงเองเมื่อเวลาผ่านไป)
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ท้องเสีย หรือ ท้องผูก
- แสบร้อนกลางอก (Heartburn)
- ปวดท้อง แน่นท้อง
ผลข้างเคียงที่พบน้อยแต่ต้องระวัง
- ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) : มีรายงานพบได้ ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดท้องรุนแรง
- นิ่วในถุงน้ำดี : ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อน้ำหนักลดเร็ว
- อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น : พบในบางราย
- ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Muscle loss) : หากน้ำหนักลดเร็วโดยไม่ออกกำลังกาย
ข้อห้ามใช้ที่สำคัญ
- ผู้ที่มีประวัติตนเองหรือครอบครัวเป็น มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma (MTC) หรือกลุ่มอาการ Multiple Endocrine Neoplasia type 2 (MEN2)
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่แพ้ยาในกลุ่มนี้
หมายเหตุ : ผลข้างเคียงและความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดยา ขนาดยา และสภาวะสุขภาพของแต่ละคน การใช้ปากกาลดน้ำหนัก ( GLP-1) จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
GLP-1 เหมาะกับใคร ?
การใช้ยากลุ่ม GLP-1 RA หรือการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์ก่อนครับ โดยแพทย์จะพิจารณาจาก
- ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 30 กก./ม² (โรคอ้วน)
- ผู้ที่มี BMI ≥ 27 กก./ม² ร่วมกับโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักเกิน เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดสูง หรือหยุดหายใจขณะนอนหลับ
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลและน้ำหนักร่วมกัน
- ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผล
- ผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพในการออกกำลังกาย
ทั้งนี้ ยา GLP-1 RA หรือการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น และควรใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย
GLP-1 กับ GIP ต่างกันอย่างไร ?
GIP ย่อมาจาก Glucose-Dependent Insulinotropic Polypeptide เป็นฮอร์โมน Incretin อีกตัวหนึ่งที่สร้างจากเซลล์ K (K-cell) ในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum) เช่นเดียวกับ GLP-1 ฮอร์โมนนี้ถูกหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร
- GLP-1 receptor ช่วยควบคุมน้ำตาล ลดความหิว และชะลอการย่อยอาหาร
- GIP receptor จะช่วยได้เพิ่มเติม การใช้พลังงานในร่างกาย ปรับปรุงการเผาผลาญไขมัน และเพิ่มความไวต่ออินซูลิน
2 ตัวนี้สามารถทำงานร่วม ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและควบคุมน้ำตาลได้ดีกว่า GLP-1 เพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันปากกาลดน้ำหนัก ที่ออกฤทธิ์เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย 2 ชนิดพร้อมกัน คือ GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) และ GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) คือ Mounjaro (Tirzepatide) โดยสามารถช่วยได้ทั้งลดความอยากอาหารและการใช้พลังงานของร่างกายครับ
ข้อดีการทำงานของ GLP-1 และ GIP ร่วมกัน
Mounjaro (Tirzepatide) เป็นยาที่ออกฤทธิ์กับตัวรับของทั้ง GLP-1 และ GIP พร้อมกัน เรียกว่า “Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonist”
- ช่วยเสริมฤทธิ์กันในการควบคุมน้ำตาล : ทั้งสองฮอร์โมนกระตุ้นอินซูลินจากคนละกลไก
- ลดน้ำหนักได้มากกว่า : ข้อมูลจากการศึกษา SURMOUNT-1 แสดงให้เห็นว่า tirzepatide ลดน้ำหนักได้มากกว่า semaglutide ในการเปรียบเทียบทางอ้อม และมีการศึกษา SURMOUNT-5 ที่เปรียบเทียบโดยตรง ซึ่งพบว่า tirzepatide ลดน้ำหนักได้มากกว่า semaglutide ประมาณ 47% (Rubino et al., 2026, NEJM)
- ผลดีต่อเมตาบอลิซึม : อาจมีผลดีต่อไขมันในเลือดและเนื้อเยื่อไขมัน
ปัจจุบันมีการพัฒนายาที่ออกฤทธิ์กับ 3 ตัวรับพร้อมกัน (Triple agonist : GLP-1, GIP, Glucagon) เช่น Retatrutide ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยในระยะ 3 หากในอนาคตมีรายงานข้อมูลเหล่านี้เพิ่มเติม หมอจะมาอัปเดตให้เพิ่มเติมครับ
FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ GLP-1 และ GIP
ยาฉีดช่วยคุมน้ำหนักที่เลียนแบบ GLP-1/GIP ปลอดภัยหรือไม่ ?
ปลอดภัยเมื่อใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ สิ่งสำคัญต้องยา GLP-1 และ GLP-1/GIP ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะปัจจุบันมีปากกาลดน้ำหนัก GLP-1 และ GLP-1/GIP ปลอมแพร่ระบาดในตลาด
อาหารอะไรบ้างที่ช่วยเพิ่มระดับ GLP-1 ?
ร่างกายสามารถกระตุ้นการหลั่ง GLP-1 ได้เองตามธรรมชาติผ่านการกินอาหารบางชนิด ได้แก่
- โปรตีนสูง : ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว
- ไขมันดี : อะโวคาโด น้ำมันมะกอก ปลาแซลมอน
- ใยอาหารสูง: ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด ข้าวโอ๊ต
- อาหารที่มี Polyphenol : เบอร์รี่ ชาเขียว ดาร์กช็อกโกแลต
อย่างไรก็ตาม ปริมาณ GLP-1 ที่ร่างกายหลั่งจากอาหารนั้นน้อยกว่าระดับที่ได้จากยามากนัก จึงไม่สามารถทดแทนการรักษาด้วยยาในผู้ที่ต้องการผลทางการแพทย์ได้
ยา GLP-1 RA ชนิดใดที่รับประทานได้ ?
ปัจจุบันมียา GLP-1 RA ชนิดรับประทานที่ผ่านการรับรองแล้วเพียงตัวเดียวคือ Semaglutide ชนิดเม็ด (Rybelsus®)
- ขนาดยา: 3 มก., 7 มก., 14 มก.
- รับประทานวันละครั้ง ตอนเช้า ก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที พร้อมน้ำเปล่าปริมาณน้อย (ไม่เกิน 120 มล.)
- ข้อบ่งชี้หลัก: โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (ยังไม่ได้รับอนุมัติสำหรับโรคอ้วนในรูปแบบนี้)
- ประสิทธิภาพในการลดน้ำตาลและน้ำหนักต่ำกว่ายาฉีดบ้าง เนื่องจากการดูดซึมผ่านทางเดินอาหารมีข้อจำกัด
ข้อมูลล่าสุด มีรายงานว่ากำลังมีการพัฒนายา GLP-1 ชนิดรับประทานรุ่นใหม่ ๆ อีกหลายตัว เช่น Oral semaglutide ขนาดสูง (OASIS trial) และ Orforglipron ซึ่งอยู่ในระยะวิจัย หากมีรายละเอียดหมอจะมาอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมให้เช่นกัน
สรุป GLP-1 ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด-คุมหิว ลดน้ำหนักได้เห็นผล
GLP-1 คือฮอร์โมน Incretin ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำตาลในเลือดและความรู้สึกหิว-อิ่ม ครับ ตัวยาที่เลียนแบบฮอร์โมนนี้ (GLP-1 RAs) ถือเป็น การปฏิวัติครั้งสำคัญในการรักษาโรคอ้วนและเบาหวาน เพราะสามารถลดน้ำหนักได้ 15–21% ของน้ำหนักตัว พร้อมประโยชน์ด้านสุขภาพอื่น ๆ มากมาย
ปัจจุบัน GLP-1 มีการใช้งานในรูปแบบของปากกาลดน้ำหนัก (Wegovy) ที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หากสนใจดูแลสุขภาพ
อ้างอิง
- Wilding, J.P.H., et al. (2021). “Once-Weekly Semaglutide in Adults with Overweight or Obesity.” New England Journal of Medicine, 384(11), 989–1002. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2032183
- Jastreboff, A.M., et al. (2022). “Tirzepatide Once Weekly for the Treatment of Obesity.” New England Journal of Medicine, 387(3), 205–216. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2206038
- Rubino, D.M., et al. (2025). “Tirzepatide versus Semaglutide Once Weekly in Obesity.” New England Journal of Medicine. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2410516
- Drucker, D.J. (2018). “Mechanisms of Action and Therapeutic Application of Glucagon-like Peptide-1.” Cell Metabolism, 27(4), 740–756. https://doi.org/10.1016/j.cmet.2018.03.001
- Marso, S.P., et al. (2016). “Semaglutide and Cardiovascular Outcomes in Patients with Type 2 Diabetes.” New England Journal of Medicine, 375(19), 1834–1844. https://doi.org/10.1056/NEJMoa1607141
- Perkovic, V., et al. (2024). “Semaglutide in Patients with Chronic Kidney Disease and Type 2 Diabetes.” New England Journal of Medicine, 391(2), 109–121. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2403347
- U.S. Food and Drug Administration (FDA). (2024). FDA approves Wegovy for cardiovascular risk reduction. https://www.fda.gov/news-events/press-announcements
- American Diabetes Association. (2024). “Standards of Care in Diabetes—2024.” Diabetes Care, 47(Suppl 1). https://doi.org/10.2337/dc24-S009
- Nauck, M.A., & Meier, J.J. (2018). “Incretin hormones: Their role in health and disease.” Diabetes, Obesity and Metabolism, 20(Suppl 1), 5–21. https://doi.org/10.1111/dom.13129
- Holst, J.J. (2007). “The physiology of glucagon-like peptide 1.” Physiological Reviews, 87(4), 1409–1439. https://doi.org/10.1152/physrev.00034.2006


