12 วิธีลดพุง ลดหน้าท้อง เลือกทำวิธีไหนเห็นผลจริง เห็นผลเร็ว คุ้มค่ามากที่สุด

Reading Time: 4 minutes

วิธีลดพุง

12วิธีลดพุงลดหน้าท้อง

สำหรับคนที่ประสบปัญหาในเรื่องของรูปร่างและสัดส่วน มีไขมันส่วนเกิน และพุงที่ไม่พึงประสงค์ สร้างความกังวลต่อการใช้ชีวิต ขาดความมั่นใจ และพยายามหาวิธีลดพุง ลดหน้าท้องในหลากหลายวิธีที่คาดหวังว่าจะได้ผลจริง ในบทความนี้หมอมีวิธีลดพุงแบบเร่งด่วนที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดมาแนะนำ พร้อมบอกข้อดี-ข้อเสีย แต่ละวิธีว่ามีอะไรบ้าง ปลอดภัยหรือไม่ ไว้ในบทความนี้แล้วครับ

วิธีลดพุง

12 วิธีลดพุง ลดหน้าท้อง เลือกทำวิธีไหน เห็นผลจริง

12 วิธีลดพุง ลดหน้าท้อง เลือกทำวิธีไหนเห็นผล

ต้องบอกว่าวิธีการลดพุงง่ายๆ สูตรลดหน้าท้อง รวมถึงนวัตกรรมเพื่อความงามมีมากมายหลายอย่างครับ โดยเฉพาะเพื่อการดูแลสัดส่วนรูปร่างให้กระชับ ลดน้ำหนักหรือสลายไขมันที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยในบทความนี้หมอจะมาแนะนำ 12 วิธี ลดพุง ลดหน้าท้องมาฝากกันครับ

1. ลดพุง สลายไขมันส่วนเกิน ถาวรด้วยเครื่อง CoolSculpting

วิธีที่กำลังได้รับความสนใจมากในตอนนี้คือการใช้เครื่อง Coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น เพราะสามารถลดพุง กำจัดเซลล์ไขมันถาวรได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อดีของการลดพุงด้วยเครื่อง Coolsculpting

  • ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่ต้องวางยาสลบ
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดพุง ลดไขมันส่วนเกินตามจุดต่างๆ ในร่างกาย
  • ใช้เวลาในการทำน้อย โดยใช้ 30-60 นาที ต่อก้อนไขมันประมาณ 1-2 ฝ่ามือ
  • สามารถลดลงได้ 25% ต่อการทำ 1 ครั้ง

การทำ Coolsculpting จะได้ผลดี ปลอดภัย เมื่อทำการรักษาโดยแพทย์ร่วมกับนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการอบรมโดยเฉพาะครับ

(ขณะทำสามารถอ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่นมือถือได้ )

ไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการลดสัดส่วนเฉพาะจุด"

ไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการลดสัดส่วนเฉพาะจุด"

แต่การลดพุงด้วย CoolSculpting มีข้อจำกัดคือไม่เหมาะกับเคสที่อ้วนมากๆ มี BMI>35 เนื่องจากต้องกำจัดไขมันออกในปริมาณมากถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนครับ คนที่มีไขมันสะสมมากๆ จะเหมาะกับการดูดไขมันมากกว่า 

Coolsculpting ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้อย่างเห็นผล ขณะทำอาจรู้สึกเจ็บตอนนวดก้อนไขมันที่โดนแช่แข็ง -11°C เพื่อให้เซลล์ไขมันถูกทำลาย หลังทำในบางเคสจะรู้สึกปวดระบมในจุดที่ทำประมาณ 1-2 สัปดาห์ คล้ายๆ การปวดกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายหนักๆ ครับ

ในคนที่ผิวช้ำง่าย อาจจะเกิดรอยเขียวช้ำได้จากการที่หัวดูดผิวเพื่อแยกชั้นไขมันขึ้นมา ซึ่งรอยช้ำจะหายไปได้เองในช่วง 3-4 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลว่าสัดส่วนเล็กลง เห็นผลเต็มที่ใช้เวลา 3 เดือน และสามารถกลับมาทำซ้ำได้โดยไม่มีผลข้างเคียงครับ

2.ดูดไขมันด้วยเครื่อง Vaser : Ultrasound Assisted Liposuction คลื่นเสียง Ultrasonic

การดูดไขมันแบบ Vaser คือการใช้เครื่องมือที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ในการสลายไขมัน ทำให้ก้อนไขมันแตกตัว และดูดออกมาจากร่างกาย เป็นเครื่องรุ่นแรกๆ ในการดูดไขมัน

ข้อดี การใช้คลื่นเสียงในการดูดไขมัน จะช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณที่ดูดไขมันหดตัวกระชับขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ลดโอกาสเกิดความหย่อนคล้อยหลังจากที่ดูดไขมันออกไป

ข้อเสีย เจ็บ หลังทำจะบวมช้ำมาก และต้องพักฟื้นนาน บางเคสใช้ระยะเวลาในการพักฟิ้น นานเกิน 1 เดือน

Vaser Ultrasound Assisted Liposuction
ดูดไขมัน
3.ดูดไขมันด้วย Body tite : Radio Frequency Assisted Liposuction คลื่นวิทยุความร้อน การดูดไขมันด้วย Body tite คือการดูดไขมันด้วยการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency: RF) ออกมา เพื่อช่วยสลายไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัวและมีโมเลกุลที่เล็กลง เพื่อให้ดูดออกมาได้ง่าย ข้อดี หลังทำช่วยกระชับผิวได้ แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าไขมันที่ถูกดูดออกมามีเลือดปนออกมา แม้จะน้อยกว่าการดูดไขมันวิธีอื่นๆ แต่ก็ยังทำให้เกิดการบวมช้ำ ข้อเสีย รู้สึกเจ็บ เกิดการบวมช้ำมาก โดยเฉพาะคนที่ผิวบาง จะต้องพักฟื้นนานเกิน 1 เดือน
การใช้ยาลดความอ้วน
Body tite Radio Frequency Assisted Liposuction
4.ดูดไขมันด้วย Body jet evo : Water-Jet Assisted Liposuction แรงดันน้ำ การดูดไขมันด้วย Body jet evo เป็นการดูดไขมันด้วยแรงดันน้ำในการแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อผิวหนัง หลังทำคนไข้จะมีอาการบวมช้ำน้อย ปวดระบมน้อย แต่ก็ยังต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น เฉลี่ยประมาณ 3-4 สัปดาห์ครับ ข้อดี เซลล์ไขมันที่ได้จากการดูดด้วยวิธีนี้ถ้านำไปฉีดเพื่อเติมเต็มตามส่วนอื่นๆ มักจะได้เซลล์ไขมันที่แข็งแรง และเพิ่มโอกาสในการปลูกติดได้มากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการนำไขมันไปเติมเต็ม (Filler) ส่วนอื่นๆ ข้อเสีย เจ็บ และบวมช้ำหลังทำ และหลังจากยุบบวมผิวบริเวณที่ดูดไขมันจะขาดความกระชับ อาจจะต้องใช้เครื่องมือที่ช่วยกระชับผิวช่วยต่ออีกที
Body jet evo Water-Jet Assisted Liposuction
ดูดไขมันด้วย Microaire
5.ดูดไขมันด้วย Microaire : Power Assisted Liposuction แรงสั่น การดูดไขมันด้วยเครื่องสั่น จะใช้ระบบสั่นช่วยในการดูดไขมันให้ไหลออกมาได้ง่ายขึ้น ข้อดี สามารถดูดไขมันในบริเวณที่พังผืดมีความแข็งแรง เช่น กลางหลัง หรือบริเวณที่เคยดูดไขมันมาก่อนแล้วต้องทำซ้ำได้เป็นอย่างดี ข้อเสีย ราคาเครื่องค่อนข้างสูง และไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย
Microaire Power Assisted Liposuction

6.ลดกระชับด้วย Hifu Macrofocus for body

เทคโนโลยี Macrofocus ของเครื่อง Hifu ยี่ห้อ Ultraformer III ปัจจุบันนิยมใช้ในการช่วยยกกระชับผิวหน้า เหมาะกับคนที่ชั้นไขมันไม่มาก แต่มีความหย่อนคล้อยที่มีปัญหามาจากผิวชั้นลึกประมาณ 2 cm

Hifu Ultraformer III เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยเห็นผลครับ แต่หากคนไข้ต้องการที่จะลดพุง ลดหน้าท้อง กำจัดไขมันส่วนเกิน วิธีการนี้ได้ไม่คุ้มเสีย! ครับ เมื่อเทียบกับวิธีการอื่นๆ เพราะ ราคาในการทำHifu Macrofocus (Ultraformer III) for body 1,000 shot ครอบคลุมพื้นที่ 2 ผ่ามือ อยู่ที่ 25,000-40,000.- ครับ

เครื่อง Hifu Macrofocus
ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา cellulite บริเวณหน้าท้องด้วยเครื่อง Ultraformer III-2
ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา cellulite บริเวณหน้าท้องด้วยเครื่อง Ultraformer III

7.ฉีดเมโสแฟต สลายไขมันเฉพาะจุด

การฉีดเมโสแฟตเพื่อลดพุง ถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยๆ ครับ เพราะมีเซเลปหลายท่านทดลองทำ ซึ่งเห็นผลบ้าง ไม่เห็นผลบ้างขึ้นอยู่กับปัจจัยของร่างกาย จากข้อมูลมีงานวิจัยรองรับการฉีดเมโสแฟตสามารถออกฤทธิ์ในการสลายเซลล์ไขมัน ฉีดเข้าตามจุดต่างๆที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดอาจเห็นผลได้จริง แต่ไม่เต็มร้อย หวังแน่นอนไม่ได้ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ข้อดี หากใครจะทดลองวิธีนี้ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5,000.- / เมโสแฟต 40 cc ครอบคลุมพื้นที่ 1 ฝ่ามือ ซึ่งการฉีดเมโสแฟตค่อนข้างถูกกว่าวิธีอื่น สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดอาจจะทดลองใช้วิธีนี้ก่อน หากเห็นผลดีก็จะช่วยประหยัดเงินได้ครับ

ข้อเสีย ไม่เหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนเกินมากๆ หรือ เคสที่อ้วนมากๆ BMI>35 ครับ

8.เครื่องนวดยกกระชับ

เครื่องมือในการลดสัดส่วนที่ได้ผลนั้นจะต้องผ่านงานวิจัยทางการแพทย์และจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีการควบคุมพิเศษเท่านั้น เครื่องนวดยกกระชับที่ขายตามตลาดออนไลน์ ไม่สามารถยืนยันผลได้จริง หรือแม้แต่สถาบันลดสัดส่วนบางแห่ง ก็ไม่มีแพทย์ประจำ และไม่ได้จดทะเบียนเป็นคลินิกเวชกรรม จึงไม่สามารถใช้เครื่องมือแพทย์ได้ เครื่องมือต่างๆที่สถาบันเหล่านี้ใช้จึงมักเป็นแค่การนวดร้อน-เย็น, RF (Radio-Frequency) อ่อนๆ ซึ่งไม่ได้เกิดผลในระยะยาวครับ

สิ่งคนไข้จะได้จากเงินที่เสียไปมีเพียงความกระชับที่เกิดจากการบวมของเนื้อเยื่อหรือการรีดน้ำออกเพียงชั่วคราวในระยะ 3-7 วันเท่านั้น และมักมีการนัดหมายให้กลับมาทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์จึงจะเห็นผล และพอหยุดทำก็จะคืนสภาพเดิม แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงหากน้ำหนักไม่ลดลง

9.การผ่าตัดกระชับหน้าท้อง (Abdominoplasty)
ผ่าตัดลดหน้าท้อง

วิธีนี้เป็นการผ่าตัดโดย นำผิวหนัง และไขมัน ของหน้าท้องบริเวณส่วนล่าง (ใต้สะดือ) ออก จากนั้นจึงเย็บกระชับกล้ามเนื้อด้านล่างให้กระชับมากยิ่งขึ้น

ข้อดี สามารถนำไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องด้านล่างออกได้ทั้งหมด

ข้อเสีย เจ็บตัว และไม่สามารถแก้ไขความหย่อนคล้อย และลายหน้าท้องของผิวหนังด้านบน (เหนือสะดือ)ได้ มีแผลจากการผ่าตัด และต้องใช้ระยะเวลาฟื้นนาน อาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น รู้สึกเจ็บ มีอาการช้ำ ชาบริเวณแผล เกิดรอยแผลเป็นถาวร เป็นต้น

10.การใช้ยาลดความอ้วน
การใช้ยา

เป็นวิธีที่ส่งผลข้างเคียงมาก และผลลัพธ์ที่ได้ช่วยให้น้ำหนักลดลงได้เพียง 5-10 % ต่อปีเท่านั้น แพทย์มักไม่

แนะนำให้คนทั่วไปใช้ยาลดความอ้วน เว้นแต่เป็นผู้ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ด้วยการควบคุมอาหาร หรือมีปัญหาสุขภาพที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้

11.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรับประทานอาหาร

หลีกเลี่ยงหรืองดการบริโภคแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีแคลอรี่สูง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารแปรรูป และน้ำตาล ไม่รับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน หันมาอาหารที่อาจช่วยลดพุงได้

เช่น ผักผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน เน้นโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น อกไก่ ไข่ขาว ปลา เนื้อหมูสันใน เป็นต้น รวมถึงนอนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อร่างกายครับ ช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ เมื่อน้ำหนักลด จะส่งผลให้ไขมันบริเวณหน้าท้องลดลงไปด้วย

แต่ทั้งหมดนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายครับ แต่เมื่อลงมือปฏิบัติจริง หลายๆคนล้มเหลวจากวิธีการนี้ เพราะต้องมีระเบียบวินัยในการรับประทาน ควบคุมอาหาร และต้องอาศัยระยะเวลาครับ

12.ออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ
ออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ

เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการลดสัดส่วน และช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วยครับ ควรปฏิบัติควบคู่กับการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลักการคือเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญ

metabolism ในแต่ละวันได้มากขึ้น ร่างกายก็จะไปดึงไขมันที่เก็บสะสมตามส่วนต่างๆมาใช้ ทำให้ไขมันส่วนเกินลดลง พุงยุบ ลดหน้าท้องได้

แต่บางคนก็อาจพบปัญหาท้อแท้ระหว่างทาง เพราะต้องใช้ความพยายามสูง ต้องมีระเบียบวินัยขยัน อดทน และอาศัยระยะเวลาเช่นกันครับ

ผู้ชายเหมาะกับวิธีลดพุงแบบใด

เป็นข้อสงสัยที่หมอถูกถามบ่อยๆ วิธีการลดพุงสำหรับผู้ชายกับผู้หญิงต่างกันไหม? ที่ผ่านมาหมอพบปัญหาผู้ชายอ้วนลงพุงค่อนข้างเยอะครับ นอกจากส่งผลให้รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่ดี ใส่เสื้อผ้าแล้วดูไม่เข้ารูป การมีอยู่ของไขมันในช่องท้องมากๆ จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคต่างๆ ที่มีอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งเบาหวาน หัวใจ ความดัน เป็นต้น

วิธีการลดพุงที่ดีและปลอดที่สุดคือ ออกกำลังกายครับ แต่ปัญหาคือผู้ชายหลายคนเมื่ออายุมากขึ้น จะมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ ดังนั้นการออกกำลังหนักๆ ดูเป็นจะเรื่องยาก เมื่อมีคนไข้ถามหมอจะแนะนำให้ใช้นวัตกรรมลดสัดส่วน สลายไขมันเข้าช่วย

CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น

การทำ CoolSculpting เป็นวิธีสลายไขมันที่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น ไม่เกิดบาดแผล หลังทำสามารถดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มความฟิต กระชับได้มากขึ้น จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินออกไปได้ดีและช่วยลดพุงได้อย่างรวดเร็วครับ

วิธีลดพุงที่เหมาะสําหรับผู้หญิง

สำหรับผู้หญิงปัญหาไขมันส่วนเกินมักมาจากการรับประทานอาหาร ผู้หญิงหลายคนติดนิสัยกินจุบจิบระหว่างวัน โดยเฉพาะของหวาน ดังนั้นวิธีการลดพุง ลดหน้าท้อง สำหรับผู้หญิง คือการควบคุมอาหารเป็นหลักครับ

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งขัดขาว หลีกเลี่ยงของหวาน หันมารับประทานผักและผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำแทน ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกาย

แต่เชื่อว่าผู้หญิงต้องการความสบาย สะดวกรวดเร็ว และต้องการตัวช่วย หมอแนะนำไม่ต่างจากผู้ชายครับ การทำ CoolSculpting สลายไขมันส่วนเกินออก เป็นวิธีการที่ง่าย ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องใช้แรง หลังทำสามารถดูแลตัวเองด้วยควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคงหุ่นฟิตกระชับได้ง่ายขึ้น

อ่านเพิ่มเติม ทำ Coolsculpting ที่ไหนดี สลายไขมันด้วยความเย็น ลดง่าย กระชับสัดส่วน

อย่างไรก็ตามวิธีการลดพุง ลดหน้าท้อง ในแต่ละคนอาจเหมาะสมต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหา และความสามารถในการดูแลของแต่ละบุคคล แต่หากใครต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินแบบเร่งด่วน ห็นผลเร็ว และมีความปลอดภัย เทคโนโลยี CoolSculpting ก็เป็นทางเลือกที่ดีช่วยกำจัดไขมันส่วน ลดหน้าท้อง ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันครับ

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

all_doctorสามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

ฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรถึงจะปลอดภัย ที่นี่มีคำตอบ !

Reading Time: 2 minutes - ฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม เลือกคลินิกฉีดฟิเลอร์จมูกที่ไหนดี? - เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย? - ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์จมูกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์? - วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ ต้องสังเกตอะไรบ้าง?

September 17, 2020 อ่านต่อ

แนะนำวิธีลดพุงแบบเร่งด่วน สลายไขมันหน้าท้องส่วนเกินอย่างไ...

Reading Time: 2 minutes - ใครเหมาะสำหรับการสลายไขมันหน้าท้อง - สลายไขมันหน้าท้อง มีวิธีใดบ้าง

อยากลดขนาดรูจมูก “ร้อยไหมเก็บปีกจมูก” ดีไหม? ...

Reading Time: 2 minutes - ร้อยไหมปีกจมูก เหมาะกับใคร - ร้อยไหมเก็บปีกจมูก อยู่ได้นานแค่ไหน - ร้อยไหมปีกจมูกที่ไหนดี?

หลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน? ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม? กี่วันถึง...

Reading Time: 2 minutes - หลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม? - ปัญหาหน้าบวมหลังร้อยไหมเกิดจากอะไร?

10 วิธีลดริ้วรอยร่องแก้ม บอกลาหน้าแก่ก่อนวัย วิธีไหน เห็น...

Reading Time: 3 minutes - ร่องแก้มลึกเกิดจากสาเหตุใด? - 10 วิธีลดริ้วรอยร่องแก้มยอดฮิต วิธีไหนเห็นผลเร็ว - เคล็ดลับดูแลตนเองไม่ให้เกิดริ้วรอยร่องแก้ม

วิธีลดริ้วรอยหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว ตัวการหน้าเหี่ยวแก...

Reading Time: 3 minutes - ทำความรู้จัก ริ้วรอยบนใบหน้า มีกี่ประเภท - ริ้วรอยหน้าผากเกิดจากสาเหตุใด - 5 วิธีลดริ้วรอยบนหน้าผาก - การดูแลตนเองไม่ให้เกิดริ้วรอยหน้าผาก