รู้ก่อนปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และคำถามหลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? และที่สำคัญกว่านั้น คือ การลดน้ำหนักแบบ “ลงลิฟต์” ปลอดภัยหรือเปล่า ? ใครที่กำลังวางแผนใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอมีข้อมูลแนวทางการใช้อย่างปลอดภัยมาแนะนำครับ
สารบัญ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล
ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? สรุปตัวเลขเฉลี่ยจากผลการวิจัย
จากข้อมูลการศึกษาทางคลินิกหลายชิ้น พบว่าผู้ใช้ปากกาลดน้ำหนักในเดือนแรกมักเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ตัวเลขอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใช้ยาฉีดกลุ่ม GLP-1 มักลดน้ำหนักได้ประมาณ 3-5 กิโลกรัม ในเดือนแรก โดยส่วนหนึ่งมาจากการลดปริมาณอาหาร ลดความหิว และการปรับระดับน้ำตาลในเลือด ผลลัพธ์มักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในเดือนที่ 2 และ 3 เมื่อร่างกายปรับตัวกับยาได้เต็มที่
ใช้ปากกาลดน้ำหนัก 1 เดือนลดได้มากสุด กี่กิโล ?
จากการศึกษาของยา Semaglutide (Wegovy) และ Mounjaro (Tirzepatide) พบว่า
- ค่าเฉลี่ยทั่วไป : 2-5 กิโลกรัมในเดือนแรก
- กรณีที่ตอบสนองดี : อาจลดได้ถึง 4-7กิโลกรัม หากควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
- กรณีสูงสุดที่มีรายงาน : บางรายที่มีน้ำหนักตัวมากและปรับไลฟ์สไตล์เต็มที่อาจลดได้ถึง 5–7 กิโลกรัมในเดือนแรก แต่กรณีที่หมอไม่แนะนำครับ
การลดน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัมต่อเดือนในระยะแรกอาจมีผลข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย หรือขาดสารอาหาร ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
ปากกาลดน้ำหนัก 1 เดือนต้องฉีดกี่ครั้ง ?
ความถี่ในการฉีดขึ้นอยู่กับยาแต่ละชนิด เช่น
- Wegovy (Semaglutide) ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- Mounjaro (Tirzepatide) ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- Saxenda (Liraglutide) ฉีดวันละ 1 ครั้ง
ดังนั้นใน 1 เดือน (ประมาณ 4 สัปดาห์) Semaglutide / Tirzepatide ฉีด 4 ครั้ง ต่อเดือน และ Liraglutide ฉีด 28–31 ครั้ง ต่อเดือน ปัจจุบัน Wegovy (Semaglutide) และ Mounjaro (Tirzepatide) จะได้รับความนิยม เพราะฉีดเพียง 4 ครั้ง ต่อเดือนครับ
ปักปากกาแต่ละยี่ห้อ 1 เดือน ลดน้ำหนักได้ต่างกันไหม ?
คำตอบคือ ต่างกัน ครับ เพราะยาแต่ละชนิดมีกลไกและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน
Semaglutide ( Wegovy)
- กลไก : GLP-1 Receptor Agonist
- ขนาดยาลดน้ำหนัก : เริ่มที่ 0.25 mg/สัปดาห์ ปรับขึ้นสูงสุดที่ 2.4 mg/สัปดาห์ (Wegovy)
- ผลเฉลี่ย 1 เดือนแรก : 2-4 กิโลกรัม
- ผลระยะยาว (68 สัปดาห์) : ลดได้เฉลี่ย 14.9% ของน้ำหนักตัว จากการศึกษา STEP 1
Tirzepatide (Mounjaro)
- กลไก : GLP-1 + GIP Dual Agonist (กระตุ้นสองตัวรับพร้อมกัน)
- ขนาดยา : เริ่มที่ 2.5 mg/สัปดาห์ ปรับขึ้นสูงสุด 15 mg/สัปดาห์
- ผลเฉลี่ย 1 เดือนแรก : 3–5 กิโลกรัม
- ผลระยะยาว (72 สัปดาห์) : ลดได้เฉลี่ย 20.9% ของน้ำหนักตัว จากการศึกษา SURMOUNT-1 ถือเป็นตัวเลขสูงสุดในปัจจุบัน
Liraglutide (Saxenda)
- กลไก : GLP-1 Receptor Agonist (ฉีดรายวัน)
- ขนาดยา: เริ่มที่ 0.6 mg/วัน ปรับขึ้นสูงสุด 3 mg/วัน
- ผลเฉลี่ย 1 เดือนแรก : 1.5–3 กิโลกรัม
- ผลระยะยาว (56 สัปดาห์) : ลดได้เฉลี่ย 8% ของน้ำหนักตัว
จะเห็นว่า Tirzepatide มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน รองลงมาคือ Semaglutide และ Liraglutide ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในแต่ละบุคคลยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกตัวยาที่เหมาะสมกับตัวคนไข้ และเป้าหมายในการลดน้ำหนักของครไข้ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? ทำความเข้าใจก่อนเลือกใช้
ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ของแต่ละคนลดน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน
แม้จะใช้ตัวยาชนิด เดียวกัน ปักปากกายี่ห้อเดียวกัน โดสเท่า ๆ กัน แต่น้ำหนักที่ลดได้จริงในแต่ละเดือนในแต่ละบุคคล อาจแตกต่างกันครับ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ จาก
- น้ำหนักเริ่มต้นและ BMI ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากตั้งแต่ต้นมักเห็นผลการลดน้ำหนักได้เร็วกว่าในช่วงแรก เนื่องจากร่างกายมีไขมันสะสมมากกว่า
- พฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย ตัวยาช่วยลดความหิว แต่ช่วยเผาผลาญได้ในบางยี่ห้อ แต่ก็ควรทำควบคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วย ในผู้ที่มีวินัย ดูแลตัวเองอย่างดี ก็จะเห็นผลชัดกว่ามากครับ
- การตอบสนองต่อยา ในบางเคสอาจมีการตอบสนองต่อยาในกลุ่ม GLP-1 ได้ดีมาก แต่บางคนอาจตอบสนองน้อย
- โรคประจำตัวและยาที่ใช้ร่วม ในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว หรือมีการใช้ยาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคไทรอยด์ต่ำ, กลุ่มอาการรังไข่หลายใบ (PCOS), หรือยาบางชนิด เช่น ยาแก้ซึมเศร้า อาจทำให้การลดน้ำหนักช้าลง
- คุณภาพการนอนหลับและความเครียด ความเครียดสูงและการนอนไม่หลับทำให้ฮอร์โมน Cortisol เพิ่มขึ้น ซึ่งต้านการลดน้ำหนัก
ปักปากกา 1 เดือน แบบลดเป็นลงลิฟต์ ปลอดภัยแค่ไหน ?
อยากลดน้ำหนักเร็ว ๆ ลดเแบบลงลิฟต์ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่คนไข้สอบถามหมอค่อนข้างเยอะครับ เพราะหลายเห็นการโฆษณาชวนเชื่อ เกี่ยวกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
การลดน้ำหนักเร็ว ๆ ลดเร็วแบบลงลิฟต์หมอไม่แนะนำครับ เพราะการลดน้ำหนักเร็วเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) และแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำว่าการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและยั่งยืนอยู่ที่ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ 2-4 กิโลกรัมต่อเดือน
การลดน้ำหนักในช่วงนี้ถือว่าปลอดภัยแม้จะดูเร็ว เพราะยาออกฤทธิ์ผ่านการลดความหิวและไม่ใช่การบังคับให้ร่างกายสูญเสียน้ำหนักโดยตรง
ปักปากกาลดความอ้วน ลดเร็วเกินอันตรายแค่ไหน ?
หากลดน้ำหนักเร็วเกินมากว่า 4 กิโลกรัมต่อเดือนติดต่อกัน อาจเกิดผลข้างเคียงดังนี้
- สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (Muscle Loss) : ร่างกายสลายกล้ามเนื้อแทนไขมัน ทำให้ค่า BMR ลดลงและโยโย่ง่ายขึ้น
- ขาดสารอาหาร : กินน้อยลงมาก อาจขาดวิตามิน โปรตีน และแร่ธาตุที่จำเป็น
- นิ่วในถุงน้ำดี : การลดน้ำหนักเร็วเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี
- ผมร่วง : เกิดจากภาวะขาดสารอาหารและความเครียดจากการลดน้ำหนักเร็ว (Telogen Effluvium)
- หน้าโทรม หน้าแก่ : การสูญเสียไขมันและกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดหน้าตอบ แก้มยุบ หน้าดูโทรม และแก่เร็วได้
- ความดันโลหิตต่ำ : อ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนศีรษะ ง่วงนอน เพราะอดอาหารมากเกินไป ร่างกายอาจขาดน้ำ หรือสารอาหารที่จำเป็น
อ่านบทความเพิ่มเติม : เจาะลึกปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงที่ต้องรู้ก่อนใช้ อันตรายไหม ? ใครบ้างที่ควรระวัง ?
วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักให้ปลอดภัยและได้ผลยั่งยืน
การใช้ปากกาลดน้ำหนักให้ได้ผลดีและปลอดภัยไม่ใช่แค่การฉีดยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับพฤติกรรม 5 อย่างนี้ควบคู่ไปด้วย
- ปรับการกินอาหาร
- เน้นโปรตีนสูง (ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว) เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
- ลดแป้งและน้ำตาลขัดสี แต่ไม่ต้องงดทุกอย่าง
- กินผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มนานและลำไส้ทำงานดี
- ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- เน้น Resistance Training (ยกน้ำหนัก ฝึกกล้ามเนื้อ) เพื่อป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ
- ผสมผสานกับ Cardio เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
- ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- เสริมสารอาหารที่จำเป็น
- วิตามินรวม โดยเฉพาะ B12, D, และแคลเซียม
- โปรตีนเสริม (Protein Supplement) หากกินอาหารได้น้อย
- ติดตามผลกับแพทย์สม่ำเสมอ
- ปรับขนาดยาตามคำแนะนำแพทย์ ไม่ปรับเองโดยพลการ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- นอนหลับ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน
- จัดการความเครียดด้วยการทำสมาธิ โยคะ หรือกิจกรรมที่ชอบ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
ถ้าหยุดใช้ยาแล้ว น้ำหนักจะโยโย่ไหม ?
หากปักปากกายาเหมาะสม ภายใต้การดูแลของแพทย์จะไม่โยโย่ครับ แต่โอกาสโยโย่ก็สามารถเกิดขึ้นได้หากหยุดยาโดยไม่ได้ปรับพฤติกรรม ดังนั้นการปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายจึงสำคัญมากเพื่อรักษาผลระยะยาวสำคัญมาก ๆ ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ? ใช้อย่างปลอดภัย ลดจริง ไม่เสี่ยงกลับมาอ้วนซ้ำ
ปักปากกา 1 เดือนน้ำหนักลง 2 โล ปกติไหม ?
ปกติมากครับ และถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย การลด 2 กิโลกรัมในเดือนแรก โดยเฉพาะในช่วงที่ขนาดยายังต่ำ ถือเป็นผลตอบรับที่ดีจากร่างกาย ผลลัพธ์มักจะดีขึ้นในเดือนที่ 2–3 เมื่อปรับขนาดยาขึ้นและร่างกายปรับตัวได้แล้ว
วิธีลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ใน 1 เดือน ปักปากกาดีไหม ?
ไม่แนะนำครับ การลด 10 กิโลกรัมในเดือนเดียวไม่ใช่เป้าหมายที่ปลอดภัยหรือสมจริง ไม่ว่าจะใช้วิธีใด รวมถึงปากกาลดน้ำหนัก การลดเร็วเกินขนาดนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งการสูญเสียกล้ามเนื้อ นิ่วในถุงน้ำดี และผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว เป้าหมายที่ปลอดภัยคือ 2-4 กิโลกรัมต่อเดือน หรือ 8–16 กิโลกรัมใน 4 เดือน ซึ่งยังถือว่าเร็วและดีมาก
ต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยไหม ?
หลังปักปากกาสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ต้องออกกำลังควบควบไหม ไม่ บังคับ แต่ หมอก็แนะนำให้ออกกำลังร่วมด้วยก็ดีครับ พราะยาช่วยลดความหิวและควบคุมน้ำตาล แต่การสูญเสียไขมันและรักษากล้ามเนื้อนั้นต้องอาศัยการออกกำลังกายด้วย ผู้ที่ออกกำลังกายร่วมด้วยมักเห็นผลการลดน้ำหนักมากกว่า สุขภาพโดยรวมดีกว่า และโอกาสโยโย่หลังหยุดยาน้อยกว่า
หลังปักปากกาเริ่มเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์ที่เท่าไหร่ ?
โดยทั่วไปผู้ใช้เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้
- สัปดาห์ที่ 1-2 : รู้สึกหิวน้อยลง กินได้น้อยลง อาจมีคลื่นไส้บ้างในช่วงแรก น้ำหนักอาจยังไม่ลดมาก
- สัปดาห์ที่ 2–4 : เริ่มเห็นน้ำหนักลด 1–2 กิโลกรัม รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
- เดือนที่ 2–3 : เห็นผลชัดเจนขึ้น เมื่อขนาดยาถูกปรับให้เหมาะสม
- เดือนที่ 4–6 : ผลลัพธ์เต็มที่ น้ำหนักลดได้มากที่สุด
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนและการปรับพฤติกรรมร่วมด้วยด้วย
สรุปปักปากกา 1 เดือน ลด 2-4 กิโลกรัม เป็นผลดี
ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? คำตอบโดยเฉลี่ยคือ 2-4 กิโลกรัม ในเดือนแรก ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยยา Tirzepatide มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน ตามมาด้วย Semaglutide และ Liraglutide
อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักแบบ ลงลิฟต์ หรือลดแบบเร็ว ๆ หมอไม่แนะนำ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้อยู่กับคุณอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เน้นยำว่าต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาเสมอ เพราะการใช้ปากกาลดน้ำหนัก จำเป็นต้องได้รับการประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล และปากกาลดน้ำหนักเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
อ้างอิง
- Jastreboff AM, et al. (2022) Tirzepatide once weekly for the treatment of obesity. The New England Journal of Medicine, 387, 205–216.
- Eli Lilly and Company (2022) Lilly’s SURMOUNT-1 results published in The New England Journal of Medicine show tirzepatide achieved between 16.0% and 22.5% weight loss in adults with obesity or overweight.
- Wilding JPH, et al. (2021) Once-weekly semaglutide in adults with overweight or obesity. The New England Journal of Medicine, 384, 989–1002
- Menchetti L, et al. (2025) Comparative safety of GLP-1 receptor agonists across gastrointestinal, renal and pancreatic systems. PMC / NCBI


