ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? เจาะลึกผลลัพธ์ ลดเร็ว ลงลิฟต์ ปลอดภัยแค่ไหน ?

Reading Time: 4 minutes
ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล

รู้ก่อนปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และคำถามหลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? และที่สำคัญกว่านั้น คือ การลดน้ำหนักแบบ “ลงลิฟต์” ปลอดภัยหรือเปล่า ? ใครที่กำลังวางแผนใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอมีข้อมูลแนวทางการใช้อย่างปลอดภัยมาแนะนำครับ

สารบัญ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล


ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? สรุปตัวเลขเฉลี่ยจากผลการวิจัย

จากข้อมูลการศึกษาทางคลินิกหลายชิ้น พบว่าผู้ใช้ปากกาลดน้ำหนักในเดือนแรกมักเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ตัวเลขอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน

โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใช้ยาฉีดกลุ่ม GLP-1 มักลดน้ำหนักได้ประมาณ 3-5 กิโลกรัม ในเดือนแรก โดยส่วนหนึ่งมาจากการลดปริมาณอาหาร ลดความหิว และการปรับระดับน้ำตาลในเลือด ผลลัพธ์มักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในเดือนที่ 2 และ 3 เมื่อร่างกายปรับตัวกับยาได้เต็มที่

ใช้ปากกาลดน้ำหนัก 1 เดือนลดได้มากสุด กี่กิโล ?

จากการศึกษาของยา Semaglutide (Wegovy) และ Mounjaro (Tirzepatide) พบว่า

  • ค่าเฉลี่ยทั่วไป : 2-5 กิโลกรัมในเดือนแรก
  • กรณีที่ตอบสนองดี : อาจลดได้ถึง 4-7กิโลกรัม หากควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
  • กรณีสูงสุดที่มีรายงาน : บางรายที่มีน้ำหนักตัวมากและปรับไลฟ์สไตล์เต็มที่อาจลดได้ถึง 5–7 กิโลกรัมในเดือนแรก แต่กรณีที่หมอไม่แนะนำครับ

การลดน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัมต่อเดือนในระยะแรกอาจมีผลข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย หรือขาดสารอาหาร ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ปากกาลดน้ำหนัก 1 เดือนต้องฉีดกี่ครั้ง ?

ความถี่ในการฉีดขึ้นอยู่กับยาแต่ละชนิด เช่น

  • Wegovy (Semaglutide) ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • Mounjaro (Tirzepatide) ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • Saxenda (Liraglutide) ฉีดวันละ 1 ครั้ง

ดังนั้นใน 1 เดือน (ประมาณ 4 สัปดาห์) Semaglutide / Tirzepatide ฉีด 4 ครั้ง ต่อเดือน และ Liraglutide ฉีด 28–31 ครั้ง ต่อเดือน ปัจจุบัน Wegovy (Semaglutide) และ Mounjaro (Tirzepatide) จะได้รับความนิยม เพราะฉีดเพียง 4 ครั้ง ต่อเดือนครับ


ปักปากกาแต่ละยี่ห้อ 1 เดือน ลดน้ำหนักได้ต่างกันไหม ?

คำตอบคือ ต่างกัน ครับ เพราะยาแต่ละชนิดมีกลไกและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน

Semaglutide ( Wegovy)

  • กลไก : GLP-1 Receptor Agonist
  • ขนาดยาลดน้ำหนัก : เริ่มที่ 0.25 mg/สัปดาห์ ปรับขึ้นสูงสุดที่ 2.4 mg/สัปดาห์ (Wegovy)
  • ผลเฉลี่ย 1 เดือนแรก : 2-4 กิโลกรัม
  • ผลระยะยาว (68 สัปดาห์) : ลดได้เฉลี่ย 14.9% ของน้ำหนักตัว จากการศึกษา STEP 1

Tirzepatide (Mounjaro)

  • กลไก : GLP-1 + GIP Dual Agonist (กระตุ้นสองตัวรับพร้อมกัน)
  • ขนาดยา : เริ่มที่ 2.5 mg/สัปดาห์ ปรับขึ้นสูงสุด 15 mg/สัปดาห์
  • ผลเฉลี่ย 1 เดือนแรก : 3–5 กิโลกรัม
  • ผลระยะยาว (72 สัปดาห์) : ลดได้เฉลี่ย 20.9% ของน้ำหนักตัว จากการศึกษา SURMOUNT-1 ถือเป็นตัวเลขสูงสุดในปัจจุบัน

Liraglutide (Saxenda)

  • กลไก : GLP-1 Receptor Agonist (ฉีดรายวัน)
  • ขนาดยา: เริ่มที่ 0.6 mg/วัน ปรับขึ้นสูงสุด 3 mg/วัน
  • ผลเฉลี่ย 1 เดือนแรก : 1.5–3 กิโลกรัม
  • ผลระยะยาว (56 สัปดาห์) : ลดได้เฉลี่ย 8% ของน้ำหนักตัว
รีวิวผลลัพธ์หลังปักปากกา ภายใต้การดูแลของแพทย์

จะเห็นว่า Tirzepatide มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน รองลงมาคือ Semaglutide และ Liraglutide ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในแต่ละบุคคลยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกตัวยาที่เหมาะสมกับตัวคนไข้ และเป้าหมายในการลดน้ำหนักของครไข้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? ทำความเข้าใจก่อนเลือกใช้


ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ของแต่ละคนลดน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน

แม้จะใช้ตัวยาชนิด เดียวกัน ปักปากกายี่ห้อเดียวกัน โดสเท่า ๆ กัน แต่น้ำหนักที่ลดได้จริงในแต่ละเดือนในแต่ละบุคคล อาจแตกต่างกันครับ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ จาก

  1. น้ำหนักเริ่มต้นและ BMI ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากตั้งแต่ต้นมักเห็นผลการลดน้ำหนักได้เร็วกว่าในช่วงแรก เนื่องจากร่างกายมีไขมันสะสมมากกว่า
  2. พฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย ตัวยาช่วยลดความหิว แต่ช่วยเผาผลาญได้ในบางยี่ห้อ แต่ก็ควรทำควบคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วย ในผู้ที่มีวินัย ดูแลตัวเองอย่างดี ก็จะเห็นผลชัดกว่ามากครับ
  3. การตอบสนองต่อยา ในบางเคสอาจมีการตอบสนองต่อยาในกลุ่ม GLP-1 ได้ดีมาก แต่บางคนอาจตอบสนองน้อย
  4. โรคประจำตัวและยาที่ใช้ร่วม ในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว หรือมีการใช้ยาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคไทรอยด์ต่ำ, กลุ่มอาการรังไข่หลายใบ (PCOS), หรือยาบางชนิด เช่น ยาแก้ซึมเศร้า อาจทำให้การลดน้ำหนักช้าลง
  5. คุณภาพการนอนหลับและความเครียด ความเครียดสูงและการนอนไม่หลับทำให้ฮอร์โมน Cortisol เพิ่มขึ้น ซึ่งต้านการลดน้ำหนัก
ปรึกษาแพทย์ปักปากกาลดน้ำหนัก

ปักปากกา 1 เดือน แบบลดเป็นลงลิฟต์ ปลอดภัยแค่ไหน ?

อยากลดน้ำหนักเร็ว ๆ ลดเแบบลงลิฟต์ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่คนไข้สอบถามหมอค่อนข้างเยอะครับ เพราะหลายเห็นการโฆษณาชวนเชื่อ เกี่ยวกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักเร็ว ๆ ลดเร็วแบบลงลิฟต์หมอไม่แนะนำครับ เพราะการลดน้ำหนักเร็วเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) และแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำว่าการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและยั่งยืนอยู่ที่ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ 2-4 กิโลกรัมต่อเดือน

การลดน้ำหนักในช่วงนี้ถือว่าปลอดภัยแม้จะดูเร็ว เพราะยาออกฤทธิ์ผ่านการลดความหิวและไม่ใช่การบังคับให้ร่างกายสูญเสียน้ำหนักโดยตรง

ปากกาลดน้ำหนัก ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ปักปากกาลดความอ้วน ลดเร็วเกินอันตรายแค่ไหน ?

หากลดน้ำหนักเร็วเกินมากว่า 4 กิโลกรัมต่อเดือนติดต่อกัน อาจเกิดผลข้างเคียงดังนี้

  • สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (Muscle Loss) : ร่างกายสลายกล้ามเนื้อแทนไขมัน ทำให้ค่า BMR ลดลงและโยโย่ง่ายขึ้น
  • ขาดสารอาหาร : กินน้อยลงมาก อาจขาดวิตามิน โปรตีน และแร่ธาตุที่จำเป็น
  • นิ่วในถุงน้ำดี : การลดน้ำหนักเร็วเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี
  • ผมร่วง : เกิดจากภาวะขาดสารอาหารและความเครียดจากการลดน้ำหนักเร็ว (Telogen Effluvium)
  • หน้าโทรม หน้าแก่ : การสูญเสียไขมันและกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดหน้าตอบ แก้มยุบ หน้าดูโทรม และแก่เร็วได้
  • ความดันโลหิตต่ำ : อ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนศีรษะ ง่วงนอน เพราะอดอาหารมากเกินไป ร่างกายอาจขาดน้ำ หรือสารอาหารที่จำเป็น

อ่านบทความเพิ่มเติม : เจาะลึกปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงที่ต้องรู้ก่อนใช้ อันตรายไหม ? ใครบ้างที่ควรระวัง ?


วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักให้ปลอดภัยและได้ผลยั่งยืน

การใช้ปากกาลดน้ำหนักให้ได้ผลดีและปลอดภัยไม่ใช่แค่การฉีดยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับพฤติกรรม 5 อย่างนี้ควบคู่ไปด้วย

  1. ปรับการกินอาหาร
    • เน้นโปรตีนสูง (ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว) เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
    • ลดแป้งและน้ำตาลขัดสี แต่ไม่ต้องงดทุกอย่าง
    • กินผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มนานและลำไส้ทำงานดี
    • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    • เน้น Resistance Training (ยกน้ำหนัก ฝึกกล้ามเนื้อ) เพื่อป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ
    • ผสมผสานกับ Cardio เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
    • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  3. เสริมสารอาหารที่จำเป็น
    • วิตามินรวม โดยเฉพาะ B12, D, และแคลเซียม
    • โปรตีนเสริม (Protein Supplement) หากกินอาหารได้น้อย
  4. ติดตามผลกับแพทย์สม่ำเสมอ
    • ปรับขนาดยาตามคำแนะนำแพทย์ ไม่ปรับเองโดยพลการ
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ
    • นอนหลับ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน
    • จัดการความเครียดด้วยการทำสมาธิ โยคะ หรือกิจกรรมที่ชอบ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ถ้าหยุดใช้ยาแล้ว น้ำหนักจะโยโย่ไหม ?

หากปักปากกายาเหมาะสม ภายใต้การดูแลของแพทย์จะไม่โยโย่ครับ แต่โอกาสโยโย่ก็สามารถเกิดขึ้นได้หากหยุดยาโดยไม่ได้ปรับพฤติกรรม ดังนั้นการปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายจึงสำคัญมากเพื่อรักษาผลระยะยาวสำคัญมาก ๆ ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ? ใช้อย่างปลอดภัย ลดจริง ไม่เสี่ยงกลับมาอ้วนซ้ำ

ปักปากกา 1 เดือนน้ำหนักลง 2 โล ปกติไหม ?

ปกติมากครับ และถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย การลด 2 กิโลกรัมในเดือนแรก โดยเฉพาะในช่วงที่ขนาดยายังต่ำ ถือเป็นผลตอบรับที่ดีจากร่างกาย ผลลัพธ์มักจะดีขึ้นในเดือนที่ 2–3 เมื่อปรับขนาดยาขึ้นและร่างกายปรับตัวได้แล้ว

วิธีลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ใน 1 เดือน ปักปากกาดีไหม ?

ไม่แนะนำครับ การลด 10 กิโลกรัมในเดือนเดียวไม่ใช่เป้าหมายที่ปลอดภัยหรือสมจริง ไม่ว่าจะใช้วิธีใด รวมถึงปากกาลดน้ำหนัก การลดเร็วเกินขนาดนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งการสูญเสียกล้ามเนื้อ นิ่วในถุงน้ำดี และผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว เป้าหมายที่ปลอดภัยคือ 2-4 กิโลกรัมต่อเดือน หรือ 8–16 กิโลกรัมใน 4 เดือน ซึ่งยังถือว่าเร็วและดีมาก

ต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยไหม ?

หลังปักปากกาสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ต้องออกกำลังควบควบไหม ไม่ บังคับ แต่ หมอก็แนะนำให้ออกกำลังร่วมด้วยก็ดีครับ พราะยาช่วยลดความหิวและควบคุมน้ำตาล แต่การสูญเสียไขมันและรักษากล้ามเนื้อนั้นต้องอาศัยการออกกำลังกายด้วย ผู้ที่ออกกำลังกายร่วมด้วยมักเห็นผลการลดน้ำหนักมากกว่า สุขภาพโดยรวมดีกว่า และโอกาสโยโย่หลังหยุดยาน้อยกว่า

หลังปักปากกาเริ่มเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์ที่เท่าไหร่ ?

โดยทั่วไปผู้ใช้เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้

  • สัปดาห์ที่ 1-2 : รู้สึกหิวน้อยลง กินได้น้อยลง อาจมีคลื่นไส้บ้างในช่วงแรก น้ำหนักอาจยังไม่ลดมาก
  • สัปดาห์ที่ 2–4 : เริ่มเห็นน้ำหนักลด 1–2 กิโลกรัม รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
  • เดือนที่ 2–3 : เห็นผลชัดเจนขึ้น เมื่อขนาดยาถูกปรับให้เหมาะสม
  • เดือนที่ 4–6 : ผลลัพธ์เต็มที่ น้ำหนักลดได้มากที่สุด

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนและการปรับพฤติกรรมร่วมด้วยด้วย


สรุปปักปากกา 1 เดือน ลด 2-4 กิโลกรัม เป็นผลดี

ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? คำตอบโดยเฉลี่ยคือ 2-4 กิโลกรัม ในเดือนแรก ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยยา Tirzepatide มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน ตามมาด้วย Semaglutide และ Liraglutide

อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักแบบ ลงลิฟต์ หรือลดแบบเร็ว ๆ หมอไม่แนะนำ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้อยู่กับคุณอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เน้นยำว่าต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาเสมอ เพราะการใช้ปากกาลดน้ำหนัก จำเป็นต้องได้รับการประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล และปากกาลดน้ำหนักเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

ปรึกษาแพทย์-ปากกาลดน้ำหนัก

อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปรียบเทียบชัด ก่อนตัด...

Reading Time: 4 minutesปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปปไทด์คือตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ ส่วนปากกาคืออุปกรณ์ที่ใช้ฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย โดยภายในปากกาจะบรรจุตัวยากลุ่มเปปไทด์ เช่น ยากลุ่ม GLP-1 หรือ GIP/GLP-1 receptor agonist ซึ่งมีผลต่อความหิว ความอิ่ม การบีบตัวของกระเพาะอาหาร และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในบทความนี้หมอจะอธิบายว่า ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และแนวทางเริ่มต้นลดน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละคนครั

ฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? แชร์ 4 ยี่ห้อยอดนิยม เล...

Reading Time: 4 minutesสำหรับใครที่ต้องการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เลือกฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? ปัจจุบันมียาหลายตัวที่นิยม เช่น Liraglutide, Semaglutide และ Tirzepatide แต่ละตัวมีกลไก ความถี่ในการฉีด และข้อควรระวังที่ต่างกัน จึงควรปรึกษาและให้แพทย์ประเมินร่างกายอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจครับ

Wegovy 1 แท่ง ใช้ได้กี่ครั้ง ? มีวิธีการใช้อย่างไรให้ถูกต...

Reading Time: 4 minutesWegovy 1 แท่ง ใช้ได้กี่ครั้ง ? เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนักเลยครับ คำตอบคือ ตัวปากกาถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลายครั้ง โดย 1 แท่ง จะบรรจุปริมาณยาที่ครอบคลุมการใช้ได้ถึง 1 เดือนพอดี หากคนไข้กำลังสนใจตัวช่วยปรับรูปร่างอย่างปากกาลดน้ำหนัก Wegovy บทความนี้หมอจะมาไขข้อสงสัยว่าสรุปแล้ว Wegovy 1 ด้าม ใช้ได้กี่ครั้ง ? มีกี่ mg ? และมีวิธีการใช้ รวมถึงการเก็บรักษาอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า